ออกจากบ้านไปดูหนัง

วันนี้นอนตื่นแบบว่าอย่างสาย เรียกสายยังน้อยไป ต้องเัรียกว่า "ตื่นซะเย็น" น่าจะถูกกว่า เพราะเวลาที่ตื่นดูนาฬิกาตามท้องถิ่น ณ ขณะนั้นคือ เวลา 16.00 น. เนื่องจากเมื่อคืนนั่งทำงานทำการไปเรื่อยเปื่อย ประมาณ ตี 5 รู้สึกว่าตัวเองจะง่วงๆ งุนๆ อย่างไหรพิกล เลยเดินจากโต๊ะคอมฯ เข้าไปเอนกายอย่างละมุนละม่อมลงที่นอนอันแสนรัก (ไม่ได้ปิดเครื่องซะด้วย เพราะคิดว่าไปเอนหลังซักพักจะมาทำต่อ)  แต่ที่ไหนได้ ตื่นมาอีกที ก็เย็นแล้ว Smiley บัดดิ้ที่อยู่ร่วมบ้านก็ไม่ยอมจะปลุกเรา ปล่อยให้เรานอนซะยาวเวอร์มากๆ


ตื่นมาอารมณ์เลยไม่ดี เพราะนอนนานเกินไป 555+ (Smiley) ก็หงุดหงิดอยากพาลคนในบ้านขึ้นมาทันที เดินออกมาเห็นบัดดี้กำลังนั่งดูหนัง + เล่นเกมส์ ที่เครื่องเรา (เพราะตอนนี้เครื่องของเค้าพังอยู่นั่นเอง) ก็ยิ่งรู้สึกอยากพาลไปใหญ่ เหลือบตาไปเห็นซิงค์ ที่เต็มไปด้วยถ้วยชามวางอยู่จนล้น อารมณ์หงุดหงิดเริ่มยกกำลังสองขึ้นมา ไม่พูดไม่จาทำหน้าบึ้งตึง บ่งบอกให้คนรอบข้างได้รู้สัีกนิดว่า "อารมณ์ช้านบูดแล้วนะ Smiley" แต่เหมือนบัดดี้ก็ยังไม่รู้ตัว ยังลอยหน้าลอยตาหัวเราะหนัง พร้อมกับพยายามจะเล่าให้เราฟังว่ามันฮาแค่ไหนอีก Smiley ระเบิดกำลังจะลงมานยังไม่รู้ตัวอีก แต่ก็ยังระงับสติอารมณ์ตัวเองเอาไว้ก่อน เดินเข้าไปห้องน้ำ อาบน้ำ แต่งตัว หยิบกระเป๋า เตรียมตัวออกนอกบ้าน


 ขณะกะลังหยิบโน่นนี่ใส่เป๋า ตามประสาผู้หญิง ที่ชอบเตรียมพร้อมสารพัดของใส่กระเป๋าไปด้วย อีบัดดี้ตัวดี้ก็มาระริกระรี้ข้างๆ กายทำท่าทำทางน่ารักน่าเอ็นดู เข้ามาสนทนากะเราด้วย (ยัง...ยัง...ยังไม่อยู่ห่างๆ)


อีบัดดี้ : "น้องจะไปไหนอ่ะ "
กระติ๊บ : "จะออกไปเดินเล่นข้างนอกสักแป๊บ -''- "
อีบัดดี้ : "ไปไหนอ่ะ ทำไมเอากระเป๋าไปด้วยอ่ะ Smiley"
กระติ๊บ : "..ไปแถวนี้แหละ -''- "
อีบัดดี้ : "แล้วเอาเป๋าไปด้วยทำไมอ่ะ (มานนึกว่าเราจะลงไปเซเว่น) ตัวเองจะไปเดอะมอล์หรอ Smiley (เดอะมอล์งามวงศ์วาน)"
กระติ๊บ : "ยังไม่รู้ ดูก่อนว่าอยากแวะที่ไหนก็ค่อยจะแวะ Smiley"
อีบัดดี้ : "แล้วทำไมไม่ชวนพี่ไปด้วยอ่ะ ไปด้วยนะ นะ นะ Smiley"
กระติ๊บ : เหลือบมองไปรอบบ้าน ละก็พูดว่า "จะไปทำไม อยู่บ้านนี่แหละ เฝ้าบ้าน เล่นเกมส์ ดูหนังไป เค้าอยากไปคนเดียว"
อีบัดดี้ : ทำหน้าบูดเป็นตรูดม๋าละก็พูดว่า "Smiley ก็เค้าซักผ้าแล้วไง " แล้วก็ยืนทำหน้างอๆ อยู่ข้างๆ ไม่ยอมไปไหน
กระติ๊บ : "ผ้าเห็นซักแต่มะคืนแล้วนะ ตื่นมาก่อนวันนี้ก็ไม่ยอมทำอะไรเลย เล่นแต่เกมส์ ดูแต่หนังออนไลน์อยู่เนี่ย น่าเบื่อจริงๆ เลยอ่ะ"
.....เงียบ....สนิท....บางทีเราก็เป็นคนพูดแรงไปนิ๊สสสส เป็นคนพูดตรงๆ คิดปั๊บพูดปรุ๊บ!! ... พอดีตื่นมายังไม่ได้กินข้าว อิอิ แล้วก็โมโห ที่บ้านช่องไม่เรียบร้อย แบบว่าวันหยุดก็ช่วยกันทำบ้างอะไรบ้าง เราทำงานอยู่บ้าน ต้องอยู่บ้านตลอด เห็นก็ต้องทำ บางทีก็เหนื่อยอ่ะ งานบ้านไม่ใช่ง่ายๆ เลย ขนาดบ้านเล็กๆ อย่างนี้น่ะนะ แล้วเราก็เป็นพวกเจ้าระเบียบหน่อยๆ เห็นแล้วไม่สบายตา ก็รมณ์ม้ายดีละ....แต่สุดท้ายก็พูดมาว่า
กระติ๊บ : "จะไปก็ไปแต่งตัวดิ!! Smiley"
อีบัดดี้ กระโดดโลดเต้นเป็นลิงเป็นค่าง : "เย้!!  ได้ไปด้วยแล้ว" แล้วก็วิ่งไปแต่งตัวหน้าระรื่น (คิดในใจ นี่สามี หรือลูกฟระเนี่ย!!)
...แต่เค้าก็มีข้อดีแหละนะ แต่ข้อดีเก็บไว้ อิอิ ข้อเสียเอามาบ่น อิอิ .... อย่างน้อยคนนึงพูดตรง พูดแรง อีกคนไม่ค่อยโกรธ ....ดีปะล่ะ..Smiley



และแล้วก็ได้ไปถึงที่เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ก็เดินมุ่งหน้าไป(ยังกับแพลนมาก่อนเลย) ไปยังชั้นโรงหนังร้านก๊วยเตี๋ยวจ้าวประจำที่ชอบมากิน เพราะว่าเราหิวมากกกกก...อิอิ ก็สั่งเส้นหมี่ต้มยำทรงเครื่องไม่ใส่เครื่องใน มาที่นึง + เต้าหู้ทอด กรอบมากๆ น้ำจิ้มอร่อย + น้ำส้มปั่นสาขานี้เท่านั้นที่อร่อยที่สุด ส่วนอีบัดดี้ที่ไปด้วยกัน เนื่องจากตอนที่เราหลับเค้าได้กินข้าวไปแว้ว เลยไม่สั่งอะไรนอกจากไอติมกะทิ 1 ถ้วย วันนี้จ่ายไป 140 บาทสำหรับอาหารสุดอร่อย


กินเสร็จก็เดินดูงาน โอท๊อป ของนนทบุรีนิดหน่อยพอดีเขามีจัดงานพอดีเลย เดินๆ ไปก็แอบ งง เห็นร้านนึงเค้าทำ กิมจิ อืมม ก็น่ากินดีนะ แต่เราไม่ได้ชิมหรือซื้ออะไรติดมา เห็นมะม่วงอ่ะหน้ากินมากลูกใหญ่ แต่ช่วงนี้งดอาหารพวกนี้อยู่ ^^ อดไป เสร็จจากงานโอท็อป ก็มุ่งหน้าไปทางโรงหนังก็พูดลอยๆ ว่า "ดูหนังดีกว่า" อีบัดดี้รีบถามทันควันว่า "ดูเรื่องอะไรดี ^^"

จริงๆ คิดไว้ในใจแล้วล่ะว่าจะมาดูหนัง เรื่อง ผีชีวะ 4 ก็ว่าเดินเล่นคนเดียวละจะดูหนังค่อยกลับบ้าน แต่อีบัดดี้มาด้วยก็อืม ไม่เป็นไรก็ดูด้วยกัน ก็ได้ดูรอบทุ่ม40 ตอนไปดูรอบหนังก็ งง นะ sountrack มันมีรอบ ห้าโมงกว่า แล้วก็ทุ่ม 40 ที่ใกล้เวลาเราตอนนั้นอ่ะนะ แล้วก็ พากย์ไทยมีรอบ หกโมงกว่าๆ แล้วก็หลังทุ่ม 40 แล้วอีกแถวมันมีรอบ ทุ่ม 10 นาที เวลาตอนนั้นก็ประมาณ เกือบๆ ทุ่มแหละ แต่มันไม่ได้ติดป้ายไว้ว่า เป็น ซาวด์แทร็ก หรือไทย ก็เดินไปถามที่ขายตัว ว่า "เรซิเด้น อิวิล รอบไวสุดกี่โมง ของซาวด์แทร็ก" พนักงานตอบมาว่า "ทุ่ม 40 ครับ" อีบัดดี้เลยถามขึ้นว่า "แล้วรอบทุ่ม 10 ล่ะของไทย หรือซาวด์แทร็ก " พนักงานคลิกๆ ที่หน้าจอแล้วบอกว่า "ไม่มีนะครับรอบนี้" เราก็เลยเลือกทุ่ม 40 แล้วก็ไปนั่งรอ เพราะก็รออีกเกือบชั่วโมง ส่วนอีบัดดี้บอกว่าจะไปซีเอ็ดเราก็นั่งดูตัวอย่างหนังเพลินๆ ไปคนเดียว





ซักพักเวลาที่นาฬิกาตรงซื้อตั๋วบอเวลา ว่า 19.10 เราก็ได้ยินเสียงประกาศจากโรงหนังว่า ประมาณว่า resident evil 4 รอบทุ่มสิบนาที พร้อมแล้ว...บลาๆๆๆๆ มากมาย สรุปว่ารอบทุ่มสิบ มันมีจริงๆ แฮะ แต่พนักงานขายตั๋วบอกไม่มี หรือว่าเป็นเฉพาะกิจก็ไม่รู้น๊อะ Smiley


เราก็ยังนั่งๆ อยู่จนใกล้เวลาก็เดินไปซีเอ็ด เรียกอีบัดดี้ ดูนาฬิกาที่ดรงหนังประมาณ ทุ่ม 26 นาที ยังพอมีเวลาเหลือ ให้อีบัดดี้ไปเข้าห้องน้ำ แล้วเราก็ไปซื้อน้ำ+ปอปคอร์น วันนี้กินปอปคอร์น คาราเมล เดินออกมาเหลือบมองเวลาที่ ซุ้มขายตั๋ว ตอนนี้ 19.38 เออ อีก 2 นาที วุ้ย เราก็เดินไปที่คนตรวจตั๋วอ่ะนะ ยื่นตั๋วให้ถามว่าขึ้นได้ยัง คนตรวจก็ไหว้เรางามๆ แล้วบอกว่า โรง 7 ยังขึ้นไม่ได้ตอนนี้นะคะ รอสักครู่ค่ะ เราก็เดินมานั่งรอ สักพัก เวลา 19.39 เรากะลังนั่งมองมีคนเดินเข้าไปได้แล้ว เราก็ลุกเดินเอาตั๋วไปให้อีก พนักงานคนเดิมบอกว่า โรง 7 ขึ้นไปเลี้ยวขวานะคะ (คิดในใจ เออ แหมเค้าตรงเวลาดีน๊อะ Smiley)


ว่ากันด้วยเรื่องหนัง ก็ไม่ทำให้ผิดหวังอีกเรื่องล่ะนะ ชอบๆ หนังเค้าทำดี อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ นะจ๊ะ เราไม่ได้เป็นนักวิจารณ์หนังแต่อย่างใด อิอิ เอฟเฟกต์ทำดี คุ้มกับเงินที่เสียไปดู ถ้าดูแบบ 3 ดีก็คงจะสุดยอดเลยทีเดียว แต่ทีนี้เราหวาดเสียวอ่ะ ตอนฉากปาอาวุธลับ กับตอนขว้างขวาน มันหวาดเสียวนะถ้าดู 3 ดี เลยดูแบบธรรมดาอ่ะดีระ


ตอนนี้นอกจากมีนางเอกงามๆ คนเดิม Milla Jovovich ที่ทำให้เราต้องติดตามมาถึงตอนที่ 3 ก็ยังมีนักแสดงที่เราชื่นชอบอีก 2 ท่าน ที่เคยดูงานแสดงเค้ามาอ่ะนะ ก็คือ Ali Larter ชอบจากซีรี่ย์เรื่อง Heroes แล้วก็อีกคนคือ Wentworth Miller จากซีรี่ย์เรื่อง Prison Break หลายๆ คนก็คงชอบพระเอกคนนี้เหมือนเรา พ่อไมเคิลนักแหกคุกนั่นเอง(ในรูปสลับลำดับกับที่เรากล่าวนะ อิอิ)



โดยเนื้อเรื่องก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก ก็เหมือนๆ ภาพยนตร์อื่นๆ แหละนะเราว่า เค้าขายศิลปะมากกว่า เนื้อหามันก็ไปทีละนิดๆ แน่นอนเราว่า resident evil 5 ก็คงจะมีต่อมาอย่างแน่แท้ แต่มีอีกเราก็ดูอีกนะ ส่วนมากดูหนัง นอกจากเนื้อหาน่าสนใจแล้วก็ชอบที่จะดูหนังที่สร้างสรรค์มาสวยงามด้วย ก็คงเป็นกันทุกคนแหละเราว่า


 


ขากลับอีบัดดี้ก็นั่งจ้อนู่นจ้อนี่ โดยเฉพาะเรื่องเกมส์ที่เค้าได้เล่นไปตอนที่เราหลับ พยายามจะสาธยาย แต่เรารู้สึกว่าไม่อยากฟัง อยากนั่งเงียบๆ กินลมชมวิวตลอดทางกลับบ้าน แปลกดีบางทีก็รู้สึกว่าเบื่อคุณสามีอย่างมากมาย อยากไปอยู่ไกลๆ กันสักพัก ช่วงนี้มันไม่ค่อยมีอะไรหวือหวา บางทีอยากปรึกษาอะไร ก็ไม่ค่อยเป็นเรื่องเป็นราว จนเราไม่อยากจะพูดอะไรด้วย ไม่ใช่ว่าโกรธนะ แต่เพราะส่วนมาก เค้าจะไม่ค่อยให้คำปรึกษาอะไรได้ ดีแต่ชวนคุยเรื่องอื่น ไม่ก็ตอบอะไรแบบที่เราคิดว่า อายุขนาดนี้คิดได้แค่นี้เหรอ อย่างเช่นในบทความที่แล้ว เรื่องปรึกษาว่าจะหารายได้พิเศษอะไรดี เค้าดันตอบเรามาว่า ไปทำพวกน้ำเต้าหู้+ปาท่ิิองโก๋ขาย ทั้งๆ ที่เราไม่ได้มีทักษะด้านทำอาหาร แล้วก็ไม่ชอบทำอาหารมากๆ แถมไม่มีเวลามาเตรียมของเช้าๆ อย่างนั้น ไม่ว่าเราหรือเค้าก็ต้องการการนอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ วันทำงานปกติ ก็ตื่นเกือบ 7 โมง บ่อยๆ ที่เค้าไปง่วงหงาวหาวนอนที่ออฟฟิตละบ่นให้เราฟังประจำว่า ง่วง แล้วไอเดียที่ว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง หรือไอเดียที่เคยเสนอมาคือ งดใช้คอมพิวเตอร์ หลัง 6 โมงเย็นเพื่อประหยัดค่าไฟ เงินจะได้เหลือมากขึ้นต่อเดือน (ความคิดเราวันนั้นที่ได้ยินคือ โคตรงี่เง่าเลย) เพราะเราทำงานฟรีแลนซ์ ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ประกอบการทำมาหากิน ปิดคอม 6 โมงเย็น ได้เงินเพิ่มคืนมา ไม่ถึง 500 บาทต่อเดือนเลย เพราะค่าไฟทุกวันนี้ก็ไม่ถึงพันนะ แถมถ้าทำอย่างว่าจริง นอกจากเงินไม่ได้เพิ่มถึง 500 ต่อเดือนแล้ว ยังอาจเสียรายได้มากกว่า 1000 บาทต่อเดือนอีก


เบื่อจังมีสามี ขยันทำงานประจำ แต่ไม่รู้จักตะเกียกตะกาย ไม่ได้อยากให้เป็นคนทะเยอทะยานนะ แค่อยากให้ดีกว่าทุกวันนี้ ทุกวันนี้จ่ายหนี้ก็ดอกเบี้ยก็แยะ เราอยากหาเงินมาโปะจะแย่ เดือนๆ นึงเหลือเงินไม่กี่บาท ไม่มีเงินเก็บ พอเราป่วยก็บอกให้เราไปหาหมอ แต่ไม่คิดว่ามันต้องใช้เงินทองทั้งนั้น เราเองคิดอยู่ทุกวันว่าจะทำอะไรเพิ่มให้รายได้ในแต่ละเดือนมันมีเพิ่มขึ้นมาบ้าง ทั้งขายของทางเนต ทั้งรับทำงานฟรีแลนซ์ ทั้งทำงานประจำ บางวันนอนอยู่ยังฝันว่าคิดเลย


เห้อ...เบื่อยังไงก็ัยังต้องอยู่กันไป เพราะเหมือนความเคยชินไปซะแระ วันไหนตัดใจได้มันก็คงหมดปัญหาแหละนะ แต่ถึงจะมีข้อเสียเยอะแยะ แต่ข้อดีที่เป็นคนว่านอนสอนง่ายกับเรา ก็ยังช่วยให้มีอะไรดีๆให้ได้สบายใจได้บ้าง แล้วก็เป็นคนที่ไม่ค่อยโกรธง่าย อดทนดี เวลาบอกอะไรก็ทำตามได้บ้าง ไม่มีเกี่ยง อย่างน้อยสิ่งเล็กๆ พวกนี้มันก็ยึดคนสองคนให้อยู่ด้วยกันได้เป็นปีๆ


บ่นซะแยะ งานการยังไม่ได้ทำเลยตั้งแต่กลับจากดูหนัง ว่าจะมาต่อโปรเจ็คเว็บสำเร็จรูปสำหร้บร้านค้าซะหน่อย คงจะได้ไปนอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องออกไปพรีเซนต์งานลูกค้ากับเจ้านายอีก นานๆ จะออกจากบ้านที ไม่อยากไปเท่าไหร่เลย แต่ก็ต้องไป


Create Date : 13 กันยายน 2553
Last Update : 13 กันยายน 2553 1:28:33 น. 3 comments
Counter : 216 Pageviews.

 
สวัสดีวันจันทร์จ้ากระติ๊บ

อิอิ ยาวหน่อย งั๊นเดี๋ยวเค้าไปที่ทำงานก่อนน๊าแล้วจะย้อนมาอ่านจ๊ะ แป๊ะไว้ก่อน 5555+

มีความสุขมากๆในวันแรกของการทำงานนะคะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:10:52:07 น.  

 
มาอีกรอบ..อ่านจบละ

เรื่องของกระติ๊บวันนี้ทำให้นู๋แอนย้อนนึกไปเมื่อครั้นที่คบคุณแฟนใหม่ๆ

ช่วงสองปีแรกคู่เราเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก คุณแฟนมีภาระหนี้สินเยอะต้องขายรถดีดีไปซื้อรถถูกๆมาขับ ขายสมบัติเก่าทิ้งเอาเงินมาใช้หนี้ เราต้องอยู่กันแบบประหยัด บางทีก็ต้องหยิบยืมเงินกับคนรอบข้าง

มาถึงวันนี้เข้าสู่ปีที่สิบละ ถึงแม้ตอนนี้ชีวิตความเป็นอยู่จะดีขึ้นก่าแต่ก่อนเยอะ แต่พอมองย้อนกลับไปรู้่สึกดีจัง เราเจอคนที่ใช่ในวันที่ลำบากถือเป็นความโชคดีนะคะ

คนที่รักเราและเข้ากับเราได้จริงๆหาไม่ง่ายเลยเนอะกระติ๊บ

ขอให้มีความสุขกับความรักที่มีอยู่มากๆนะจ๊ะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:12:45:03 น.  

 
อีกที ลืมๆๆ อิอิ

เรื่องนี้นู๋แอนก็พึ่งไปดูมาจะ สนุกแบบยิงๆอ่ะเนอะ แต่รอบหนังเป็นแบบนี้แหละจ๊ะ นู๋แอนไปดูรอบ 23.40 แต่ซื้อตั๋วจริง 00.00 หนังยังไม่ฉายเลยอ่ะ โน่นต้อง 00.10 อ่ะกว่าจะได้ฉาย เบื่อจังโฆษณาเยอะอ่ะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:12:48:04 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
13 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.