ยิ่งสูง...ยิ่งหนาว...ฟิ้ว...!~

มีคำกล่าวเอาไว้ว่า "ยิ่งสูง...ยิ่งหนาว..." เราเองเคยพูดกับตัวเองเล่นๆ เอาไว้ว่า "หนาวสิดี เพราะเรามันคนขี้ร้อน ==' ..." ซะยังงั้น แต่ความหมายใน นัย ของมันนั้นก็มีที่น่าคิด ยิ่งนานวันยิ่งเริ่มเข้าใจ ว่ายิ่งสูง ยิ่งหนาว มันเป็นอย่างไร ... เพราะบางครั้งมันไม่ใช่ความหนาวที่จับต้องได้ด้วยสัมผัสต่างๆ ของร่างกาย หากแต่มันหนาว...จับจิต...จับใจ......วิ้ววววว...!~ เศร้าดีไหมล่ะ......


กว่าจะรู้ตัวว่ามันหนาวแค่ไหน ก็เมื่อมันเกือบจะแก้ไม่ทัน เราไม่ได้อยู่สูงในที่ที่หมายถึงยิ่งใหญ่หรือสูงขึ้นไปกว่าคนทั่วๆ ไป ส่วนมากในสังคม แต่สูงในความหมายของเราคือ อายุ...วันเวลา...ยิ่งเนิ่นนาน ยิ่งผ่านไป ยิ่งรู้สึกหนาวเหน็บจับใจ... เมื่อได้มีเวลามานั่งคิดว่า เอ...ทุกวันนี้เราจักต้องดิ้นรนไปเพื่ออะไรหนักหนา ...ถามตัวเองบ่อยครั้งว่าเหนื่อยไหม...คำตอบที่ได้ทุกครั้งก็คือคำตอบเดิมๆ คือ..เหนื่อยจัง.. แล้วก็ถามตัวเองต่อไปอีกนิดว่า ...มีความสุขเท่าที่ควรจะเป็นหรือเปล่า...และคำตอบบ่อยครั้งที่ได้รับจากก้นบึ้งหัวใจของตนเองก็คือ ...ไม่เลย...


(สำบัดสำนวนไปนิด วันนี้^^) รู้สึกได้ด้วยตนเองว่า ทำไมยิ่งนานวันไป ถึงไม่ค่อยจะรับรู้ความทุกข์ความสุขใดๆ จิตใจมันรู้สึกเฉยชาไปซะทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนคนที่รู้ว่าโลกนี้มีความสุข แต่เหมือนจำแทบไม่ได้ว่ามันเป็นความรู้สึกอย่างไร เท่าที่พอจะจำได้ในความทรงจำที่ก็ต้องค้นมันอยู่นาน เพราะมันคงจะถูกถมลงไปอยู่ลึกมากในหัวสมองส่วนที่ใช้เก็บเรื่องราวประวัติศาสตร์ส่วนตัวของตัวเรานี้ ก็คิดว่าทำไมเมื่อก่อน ไม่มีอะไร ไม่ดิ้นรนมากมาย แต่รู้สึกว่า ชีวิตมันมีอะไรมากกว่าทุกวันนี้ วันๆ มีเรื่องราวต่างๆ มากมายวนเวียนเข้ามาให้ได้มีความรู้สึกที่หลากหลายไปในแต่ละวัน ทั้งสุขทั้งทุกข์....


จำได้ลางๆ จากความทรงจำที่ดึงมาอย่างยากเย็นนั้นแหละว่า เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กนั้น เราแสนอยากจะมีอิสระภาพเสรี ที่จะเดิน จะไป จะทำ ซึ่งจริงๆ เราเองก็มีมันมาแต่เด็กนั่นแหละ แต่เพราะช่วงนั้นถึงจะมีอิสระทางความคิดและการกระทำ ก็ยังคงมีพ่อและแม่คอยแนะนำอยู่ข้างๆ เสมอ เมื่อกลับถึงบ้านก็มีรู้สึกดีจัง ที่มีคนรอเราอยู่ ..หิวเหรอ...ไม่ต้องห่วงที่บ้านมีของกินไว้รอ ด้วยฝีมือของแม่หรือพ่อนั่นเอง ทำให้แต่ละวันกลับบ้านมาพร้อมกับความตื่นเต้นที่ลุ้นว่า วันนี้ในตู้กับข้าวจะมีอะไรรอเราอยู่นะ


เดี๋ยวนี้น่ะเหรอ ...ออกไปข้างนอก หิวก็ทรมาณแย่แล้ว กลับบ้านมาก็ยังคงต้องทนหิวโซ วันไหนหิวจัด ก็ต้องโซ้ยข้างทางไป ผ่านทางไหนก็โซ้ยมันแถวนั้น กินอาหารซ้ำๆ น่าเบื่อ วันๆ ต้องมานั่งคิดว่าจะกินอะไรดี กินร้านไหนดี ไม่เหมือนเมื่อก่อนนะ อารมณ์มันต่างกันจริงๆ ระหว่างสิ่งที่เราต้องเลือก กับสิ่งที่มีคนเลือกให้เรา ทำให้เรา ...อ่ะ...เศร้าเนอะ....


เช้าที่ตื่นมาถึงจะงัวเงีย แต่ก็ตื่นขึ้นมาได้ ด้วยเพราะเสียงจากแม่ที่คอยปลุก ทุกวันนี้นาฬิกาปลุกให้พัง ก็ไม่อยากตื่นขึ้นมา เพราะตื่นมาทั้งบ้านก็ว่างเปล่า ไม่มีเงาของใครมาคอยบอกคอยย้ำว่า สายแล้วนะ รีบอาบน้ำ รีบกินข้าวเช้า ทำให้เดี๋ยวนี้อดข้าวเช้าประจำ (มิน่าหล่ะมันถึงรู้สึกคิดอะไรไม่ค่อยออกอยู่อย่างนี้)

เมื่อก่อนไปโรงเรียนแต่เช้าก่อนใครๆ รู้สึกชีวิตมันสดชื่น โลกใบนี้ช่างสวยงาม น่าชื่นชม แต่ทุกวันนี้ วันไหนออกไปออฟฟิต ถ้าเจ้านายไม่ระบุว่ามาเช้า ก็ไปมันเวลาตามอารมณ์ซะอย่างนั้น ก็พยายามไปให้ได้เวลาปกติที่คนอื่นเค้าเข้างานแล้วนะ บ่อยครั้งต้องโดยสารแท๊กซี่ไป เพราะเกรงใจเจ้านายม๊าก มาก ไม่อยากไปสาย แต่ก็นะนั่งรถเมล์ก็ไม่ค่อยจะทันใจ และเราเองก็ยังไม่หายดี ไอ้คุณโรคทั้งหลายที่รุมเร้าอยู่ .. ไปซะทีเถิ๊ด.... เพราะไปออฟฟิตนั่งรถหลายต่อมากๆ เดินขึ้นเดินลงสะพานลอยก็หลายรอบ เมื่อก่อนสบายมาก เดี๋ยวนี้ขึ้นแล้วไม่อยากจะลง เพราะเหนื่อยเหลือเกิน หายใจจะไม่ทันเอา

วันไหนที่ทำงานที่บ้าน ตื่นเมื่อไหร่ก็ค่อยทำงานมันเมื่อนั้น ข้าวเขิ้ว ไม่ต้องพูดถึง หิวจนจะอ้วกนั่นแหละค่อยจะไปหากิน ...ข้าวปลาไม่ใคร่จะอยาก แต่ก็อ้วนได้ใจ ^^ อยู่คนเดียวจนเริ่มรับรู้ว่ามันเหงาจริงๆ แหละชีวิตอย่างนี้ ...

อยากมีชีวิตเหมือนเดิมๆ มีแม่คอยบ่น กลับบ้านผิดเวลาก็โทรตาม มาถึงบ้านก็มีอาหารไว้รอ มีขนมอร่อยๆ ที่แม่สรรหามาทำให้ทาน แม้เป็นขนมบ้านๆ เราแต่ก็อร่อยกว่าขนมที่หลากหลายที่ขายตามรายทางเป็นไหนๆ เพราะมันไม่ใช่ความอร่อยที่ธรรมดา แต่มันอร่อยที่ใจด้วยไง

แต่ทุกวันนี้จะให้แม่มาอยู่ด้วย เค้าก็ไม่อยากมา มาแค่แป๊บๆ ก็ไป หรือแค่ผ่านมาก็ไป....อยากจะสวัสดีแม่ตอนเช้าก่อนออกไปทำงานทุกวัน เหมือนตอนออกไปเรียนหนังสือตอนเช้าทุกวันเมื่อก่อน อยากกลับมากินข้าวที่แม่ทำให้ตอนเย็น เหมือนเมื่อสมัยยังเด็ก เหตุผลไม่ใช่อะไร เพราะแม่ห่วงบ้านมากอยู่เหมือนกัน และไม่อยากอยู่ที่นี่ เพราะมันคับแคบเกินไป มันไม่เคยชินกับชีวิตที่แม่ต้องมาอยู่เฉยๆ อย่างนี้

เราเองที่พยายามก็คงเพราะอย่างนี้ สักวันพ่อกับแม่คงจะอยากมาอยู่กับเราที่ที่เราสร้างขึ้นมาด้วยลำแข็งทีละเล็กทีละน้อย ที่พยายาม ที่เหนื่อย ที่ทนเบื่อกับชีวิตจำเจซ้ำซาก ก็คงเพราะอยากจะดีกว่านี้เพื่อให้ใครสักคนที่เรารักได้ภูมิใจ สบายใจ และวางใจให้เราดูแล...ดังนั้น ถึงจะสูง ถึงจะหนาว เราก็จะทน......ถ้าได้มีชีวิตแบบเดิมอย่างนั้น จะแลกด้วยอะไรที่เรามี มันก็คุ้ม.....ที่สุด.....


Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2554 2:59:50 น. 6 comments
Counter : 278 Pageviews.

 
sure


โดย: nangjai1 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:3:50:22 น.  

 
สู้ๆจ้ากระติ๊บ

ปล.เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาน้องกัสไปงานประกวดน้องหมาแล้วจะเก็บภาพมาเล่าให้ฟังนะจ๊ะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:31:38 น.  

 
กระติ๊บคะ...สวัสดียามบ่ายค่ะ




โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:35:50 น.  

 
 title=


โดย: Megeroo วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:32:44 น.  

 
กระติ๊บคะ สวัสดียามบ่ายค่ะ





โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:57:20 น.  

 


โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:18:17 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
5 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.