สาธารณะ นะ นะ นะ







ไม่ได้เข้ามาเสียตั้ง 1 อาทิตย์ รู้สึกว่านานจังเลย สงสัยจะติดการเขียนบล๊อกซะแล้ว


ช่วงนี้ทำงานจนเปื่อย ..... เลยไม่ึค่อยได้ทำมาหารับประทานอันใดเป็นชิ้นเป็นอันเลย จริงๆ ก็ไม่อยากโทษงานหรอก แต่มันไม่มีอะไรที่เป็นเหตุผลให้โทษดีเท่าเรื่องงาน (ฟังดูดีติ๊สนึง)


มาวันนี้อยากจะบ่นๆ แพล่มๆ เหลือเกินกับเรื่องของ "สาธารณะ" ในหลายๆ อย่างที่ประสบมา แล้วรู้สึกอัดอั้นตันใจ....ไม่รู้จะไประบายที่ไหน..(ว่างั้น)...อิอิิ เลยมาลงซะมันที่นี้แล


เริ่มต้นด้วย "รถโดยสารสาธารณะ" อันนี้มีเรื่องให้แพล่มเยอะแยะมากมายไม่มีวันหมด (ขอเวอร์ไปนิ๊ด ) ช่วงนี้โดยสารรถสาธารณะบ่อย ทั้งแท๊กซี่และรถเมล์ เลยพบเจออะไรที่ให้ได้คิด


วันเสาร์ที่ผ่านมา อันนี้เรียกได้ว่าเกลียดที่สุด สุดๆ มากๆ so much เลย เรื่องของเรื่องวันนั้นเราได้ไปรับพ่อที่มาจากต่างจังหวัด มาลงรถที่หมอชิต เราก็นั่งรถเมล์ออกจากบ้านไปปากซอย ไปต่อ 134 ถึงหมอชิต


ขากลับปกติจะพาพ่อนั่งแท๊กซี่กลับ แต่วันนั้นไม่ได้รีบอะไร ด้วยความอยากประหยัด และก็เห็นว่าขามามันก็ไม่ได้รถติดอะไรมากมาย เลยชวนพ่อนั่งรถเมล์ เช่นเดิม นั่ง 134 มาลงป้าย ท่าอิฐ (ได้ขึ้นรถคันเดิมกับเที่ยวไปเลย)


พอมาลงที่ป้ายท่าอิฐ ก็รอรถเมล์สายที่จะเข้าท่าอิฐ หรือรถสองแถว เพื่อเข้าบ้าน รออยู่สักครู่ รถเมล์สาย 18 ก็วิ่งมา ขณะนั้นเรายืนอยู่ถังขยะ ห่างจากป้ายรถเมล์ที่พ่อเรายืนรออยู่ประมาณสัก 10 กว่าก้าวนี่แหละ แกก็ยืนสะพายกระเป๋าเสื้อผ้าของแกอยู่


เหลือบเห็นสาย 18 มาแต่ไกล เราก็รีบเดินมาโบกมือให้รถเมล์จอด แล้วเราก็เดินมาทางที่พ่อเรายืนอยู่ ที่ไหนได้......จอดนู่นน่ะ....ห่างจากป้าย และห่างจากถังขยะที่เรายืนอยู่ที่แรกเสียอีก.......


เราว่าเราก็ไม่ได้โบกตรงนั้นนะ.....แต่สาย 18 ไปจอดให้คนลงตรงนั้น ไหนๆ ติดไว้ทำไมที่ทางลงตรงประตู ว่าไม่จอดรับส่งผู้โดยสารนอกป้าย ไม่ว่าไรเราก็วิ่งไป หวังจะขึ้นรถสาย 18 คันนั้น แล้วพ่อเราก็หอบกระเป๋าแกตามมา


ที่ทำให้เราเกลียดสายนี้มากๆ อีกครั้ง คือมันไม่จอดรถให้เราขึ้นแบบสนิท.....ขับแบบคลอถนน......ตอนคนลงก็เป็นอย่างนั้น เราไม่เท่าไหร่เราไม่มีของหนัก แต่ก็ขึ้นยาก ......กว่าเราจะขึ้นได้ก็ตั้งท่าอยู่ 4-5 รอบ..... อันนี้ยังโกรธไม่เท่าที่พ่อเราอายุปาไป จะ 60 แล้ว สะพายกระเป๋าอยู่อย่างหนัก แต่มันไม่ยอมจอดให้สนิท เห็นว่าพ่อเราวิ่งตามรถจะขึ้นก็ยังไม่ยอมจอด ยังคงขับชะลอๆ อยู่อย่างนั้น ........ป้ายหน้ารถคันนี้เขียนเอาไว้ว่า "รถเมล์ฟรี จากภาษีประชาชน".....บัดซบ!!!!!



อีกหนึ่งแพล่ม "รถเมล์ในดวงใจ......ของใครหลายๆ คน".......เรื่องของเรื่องเพราะช่วงนี้ไป-กลับ บ้านกับที่ทำงานโดยรถเมล์ซะส่วนมาก ขาไปนั่งสาย 69(ท่าอิฐ) ไปต่อรถตู้ที่กรมพลาธิการ (ติวานนท์) ข้ามสะพานลอย แล้วนั่งรถตู้ไปลง 5 แยกปากเกร็ด ข้ามทางม้าลายไปขึ้นรถตู้อีกครั้ง เพื่อไปลงหน้าปากซอยที่ทำงานแล้วนั่งพี่วินมอเตอร์ไซค์ต่อเข้าไป


ขากลับเจ้านายมาส่งปากซอย เราต้องข้ามสะพานลอยมาขึ้นรถเมล์หรือรถตู้ไปลง 5 แยกปากเกร็ด และรอขึ้นสาย 388 เพื่อมาลง หน้าปากซอยท่าอิฐ และนั่งสาย 18 หรือ 69 หรือ สองแถวเข้าบ้าน


ทีนี้รถเมล์ในดวงใจช่วงนี้ก็จะเป็นสาย 388 เพราะว่าถ้ากลับเส้นทางเดิมเหมือนตอนเช้าต้องมาข้ามสะพานลอยที่กรมพลาธิการอีก เนื่องจากมันก็เหนื่อยอ่ะเนอะตอนเย็น ก็ไม่อยากข้ามสะพานลอยอีก อีกทั้งหากข้ามสะพานลอยรอสาย 69 ก็คนแน่นเหลือเกิน และรอนานมาก .......


ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลือกที่จะนั่ง 388 แรกๆ ก็ดีหรอกเมื่อก่อนรถว๊างงงง ว่างงงง แต่ช่วงนี้ไฉน รถเมล์ในดวงใจของเรา ถึงได้ไปอยู่ในใจของใครหลายๆ คน....หรือว่ารถเมล์ในดวงใจวิ่งน้อยเที่ยวลงก็ไม่รู้ได้


เพราะเราขึ้นรถเมล์ 388 ทีไรจะได้ยินแต่เสียงกระเป๋ารถเมล์ ตะโกนว่า "ในเลยจ้า ในหน่อยจ้า เขยิบในหน่อยนะคะ ที่ว่างข้างในเลยจ้า แบ่งกันไปนะจ๊ะ รถเมล์ขาดช่วงจ้า"


แต่ทว่า.....เรากลับบ้านไม่ค่อยตรงเวลาเท่าไหร่ในแต่ละวัน บางวันก็ 4 โมงเย็น 5 โมงเย็น 6 โมงเย็น ยันทุ่มนึง ก็แปลกที่เราได้ยินประโยคที่ว่า "รถเมล์ขาดช่วงจ้า" ตลอดเลยช่วงนี้อ่ะ.......น่าจะมีรถเมล์จากปากเกร็ดมาทางบางใหญ่อีกเนอะ รถตู้ก็ได้ เราจะได้มีสายรถให้เลือกอีกหน่อย


นอกจากนั้นก็เรื่องที่แบบว่า "ชิดในหน่อยจ้า" จากคุณกระเป๋ารถเมล์แล้ว อยากจะให้มีอีกสักอย่างก็คือ พอมันชิดในกันมากๆ แล้วอ่ะ มันมองไม่เห็นว่าจะถึงป้ายที่เราจะลงยังน้อ......บางคันมีขานบอกป้ายก็ดีหรอก แต่ส่วนมากไม่มี.......สงสัยพนักงานเก็บเงินจะเก็บแรงเอาไว้บอกแต่ "ชิดในหน่อยจ้า" ละมั้ง.......


แล้วใครล่ะน้อที่ชอบบ่นให้ผู้โดยสารเวลาที่ผู้โดยสารต๊กกะใจกดกริ่งขณะรถกำลังวิ่งผ่านป้าย ก็คนมันเพิ่งจะเห็นง่ะ (ส่วนตัวเรา ถ้าอยู่หลังๆ รถ ถือเอาความรู้สึกตัวเองหากว่ารู้สึกใกล้ป้ายลงแล้ว เดินออกมารอโลด และส่วนมากมันก็จะก่อนถึงป้ายลง 1-2 ป้ายเชียว 5555 ก็คนมันมองไม่เห็นนี่น๊อะ)


ยังไม่หมดเรื่องรถเมล์ในดวงใจ เพราะเรื่องนี้มักจะเกิดเหตุบน "รถเมล์ในดวงใจนี่แหละ" ก็คือ หนุ่มๆ สาวๆ เด็กๆ (นักเรียนทั้งหลาย) ป้าๆ น้าๆ อาๆ ลุงๆ ที่มีสัมภาระติดตัว แบบว่าบางครั้งรถแน่นๆ แต่ผู้โดยสารแต่ละคนไม่ค่อยจะมีน้ำใจกับคนอื่นๆ เอาเสียเลย


อาทิ เด็กๆ นักเรียนช่วงนี้เปิดเรียน จะเห็นว่าสะพายเป้กันเต็มเลย พอขึ้นรถเมล์คนแน่นๆ ก็ขึ้นไปทั้งอย่างนั้น เป้ใหญ่ๆ เดินครูดคนนั้นที คนนี้ที จริงๆ มันสามารถขึ้นและขยับเข้าไปโดยไม่ทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนได้ หากแต่ว่าจะใส่ใจในสัมภาระของตนเองสักนิด ไม่ใช่คิดว่ามันเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่จะเดินแหวกฝูงชนเข้าไปพรึดๆ แบบว่าบางคนก็มีหนังสือ สมุด เล่มใหญ่ๆ ปกแข็งๆ ข้างใน เผลอไปครูด ไปสะบัด ไปเหวี่ยงโดนใครเข้ามันก็เจ็บนะจ๊ะ


สำหรับสาวๆ ทั้งหลายบางท่านที่สะพายกระเป๋าเริ่ดๆ เชิ่ดๆ แบบว่ามันก็สวยล่ะ แต่ขึ้นรถเมล์คนเยอะๆ กระเป๋าทรงตั้งๆ มันก็แข็งๆ ชิมิล่ะ ก็สะพายข้างมันเดินดุ่ยๆ ฝ่าฝูงชนเข้าไปอย่างสาวมั่น โดยไม่มีการระวงระวังกระเป๋าตัวจะไปครูดหัว ครูดมือ ครูดตูด ใครเขาเล๊ย....


แล้วถ้าโดนกรีดกระเป๋าขึ้นมาอย่ามาร้องโวยวายนะจ๊ะว่า "นู๋ถูกกระทำ" เป็นหนทางให้มิจฉาชีพได้มีงานทำอีก คืออย่างน้อยก็เอากระเป๋ามาแนบกับตัวข้างหน้า ที่แบบว่าเราสามารถปกปิดคุ้มครอง กระเป๋าเราไม่ให้ไปทำร้ายหรือเกะกะใครเขา บนรถเมล์ที่เป็นรถเมล์ในดวงใจของคนอื่นๆ ด้วยได้นั้นการโดยสารก็คงจะมีความสุขน๊อะ


อีกหนึ่งเหตุการณ์บนรถเมล์ในดวงใจ วันนี้เพิ่งประสบมากะตัว ก็คือหนุ่มๆ สาวๆ ที่อารมณ์สุนทรีทั้งหลาย แบบว่ารถเมล์ในดวงใจ แต่คุณเล่นนั่งอ่านหนังสือ นั่งอ่านนิยาย นั่งไขว่ห้าง(เบาะหลัง) แบบไม่เกรงใจคนข้างๆ ที่ก็โดนเบียดมาจากคนข้างๆ และต้องเผื่อช่องว่างให้คนที่ยืนอยู่เอาซะเลย


คุณเล่น อ่านไปไม่สนใจใครทั้งนั้น นั่งไขว่ห้างยิ้มมีความสุขอยู่คนเดียว และกระเป๋าสัมภาระก็นั่งอยู่ข้างๆ เจ้าของ ทั้งๆ ที่คนอีกไม่รู้กี่สิบคนยืนเบียดกันจนเหากระโดดขึ้นหัวได้อยู่แล้ว คุณยังนั่งไขว่ห้าง อมยิ้มกับเรื่องที่อ่าน สบายใจ พร้อมกระเป๋าที่วางกันพื้นที่คนอื่นอีก......


วันนี้เราก็เลยต้องสะบัดสะโพกแรงๆ สักป้าบ ไปชน เพื่อให้คุณคนนั้นตื่นจากภวังค์ ที่พระเอกกำลังมองตานางเอกอย่างลึกซึ้งดูดดดื่มอยู่ ออกมาพบโลกแห่งความจริง ที่มีผู้โดยสารอีกกี่สิบคนที่ต้องกลับไปบ้านพร้อมเหา.........


นอกจากนี้ก็มีอีกเยอะแยะ แต่นึกไม่ออกละวันนี้ เรื่องที่เกิดกับรถเมล์ในดวงใจ ถ้าคนโดยสารรถเมล์ในดวงใจ รู้จักสิทธิของตัวเองและสิทธิของคนอื่น บวกกับความเห็นอกเห็นใจคนอื่นบ้าง ก็คงจะดีไม่น้อย


อีกหนึ่งเรื่องที่แอบเซ็งอยู่นิดๆ เกี่ยวกับรถ อีกล่ะ วันจันทร์ที่ผ่านมาไปส่งคุณพ่อกลับต่างจังหวัด ที่หมอชิต ขากลับนึกขึ้นได้ว่า น่าจะลองไปจองตั๋วกลับบ้านวันเลือกตั้งดู แบบว่าเคยมีประสบการณ์ กลับบ้านวันเลือกตั้ง .... แม่จ้าววววววว......ยิ่งกว่ารถเมล์ในดวงใจอีก


เดินผ่านที่ขายตั๋ว ก็คิดเอาเองว่า บขส น่าจะมีให้จองตั๋วเนอะ เห็นเข้าเอาป้ายมาวางไว้ว่า วันนี้รถหมดแล้ว (ขณะนั้น ห้าโมงเช้า) ก็คาดว่าวันนี้คงเป็นวันที่มีผู้โดยสารน้อย บขส เลยวิ่งรถน้อยไปด้วย


แต่เราก็เดินเข้าไปถามที่ช่องขายตั๋ว กรุงเทพ - อรัญประเทศ ซึ่งอรัญประเทศหลายๆ คนคงรู้แล้วว่าคือ จังหวัดสระแก้ว ป้ายที่เราจะลงคือ อำเภอวัฒนานคร ก็เดินเข้าไปถามเค้าว่า มีจองตั๋วรถไป วัฒนานครหรือเปล่า เราอยากจองตั๋วช่วงเลือกตั้งยังมีที่ว่างให้จองหรือเปล่า พนักงานที่อยู่หน้าเค้าน์เตอร์ขณะนั้น รีบตอบอย่างมั่นใจว่า "ไม่มีรถไปทางนั้น".........


แอบงงหน่อยๆ เดินหน้าเอ๋อๆ ออกมาจากเค้าน์เตอร์ ในใจก็คิด มันเปลี่ยนเส้นทางเดินรถมะไรฟระ ผ่าน บขส จังหวัดสระแก้ว แล้วไปอรัญประเทศ แต่ไม่ผ่านวัฒนานคร มันอ้อมไปทางไหน ?? เพื่ออะไร ?? งง ?? ถึงเราจะไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่สายเดินรถมันก็เป็นยังงี้มาแต่ไหนแต่ไร ที่มันต้องผ่านสระแก้ว มาวัฒนานคร ไปอรัญประเทศ.......ไม่ได้ที เดินกลับไปถามใหม่


"พี่คะ ก็เห็นป้ายติดหน้ากระจกพี่ว่าไปอรัญประเทศ แล้วมันไม่ผ่านวัฒนานครเลยเหรอคะ"......พนักงานคนดังกล่าวถามเราอีกครั้งว่า "ที่ไหนนะ".....เราก็ตอบไปชัดๆ ช้าๆ ว่า " อำเภอ วัฒนานคร จังหวัด สระแก้ว ค่ะ".......


แล้วพนักงานคนดังกล่าวก็เรียกอีกคน ที่นั่งอยู่อีกมุมของห้องขายตั๋ว แล้วหันมาบอกเราว่า "ทีแรกนึกว่าบอกว่าไป วัฒนาศรีนคร" ห่างไกลกันอยู่นะ......จำนวนพยางค์ก็ไม่เท่ากันสักหน่อย ไปมั่วๆ เราออกจะพูดดังฟังชัด......


พนักงานคนที่ถูกเรียกก็ยังคงนั่งที่เดิม แต่ก็หันมา แล้วก็ถามว่า เราจะจองไปที่ไหน เราก็ตอบว่า "วัฒนานคร" พนักงานคนดังกล่าวก็ตอบมาว่า "จองไม่ได้หรอก ต้องไปจองที่ต้นสายเอา.... (หมอชิตนี่ไม่ใช่ต้นสายเหรอฟระ สงสัยพูดกันไม่รู้เรื่อง)"


เราก็ถามไปอีกว่า "มันจองไม่ได้เลยเหรอ จะไปลงวัฒนานครน่ะ" พนักงานคนดังกล่าวก็ตอบมาอีกว่า "โอ๊ย!!! น้องที่นั่งเยอะแยะ ไม่ต้องจองหรอก มาซื้อตั๋ววันไปเลย"........(ตรูจะไปวันเลือกตั้งมันจะมีที่นั่งเยอะแยะอย่างเมิงว่ามั้ยเนี่ย .... เริ่มโมโห....ไม่รู้โมโหอะไร แต่รู้สึกรำคานพนักงานที่ทำรู้ดีอย่างมั่นใจว่ายังไงเราก็มีที่นั่งแน่).......


แล้วพนักงานนั่นยังพูดต่ออีกว่า "เค้าไม่มีจองระหว่างทางหรอก มีแต่ต้นสาย (อันนี้เราเข้าใจว่า คงต้องไปจองอรัญประเทศ ประมาณนั้น หรือจองจากอรัญประเทศ มา กทม อย่างนั้น) ก็เห็นมันจอดให้ลง จอดให้ขึ้นอยู่อ่ะ รถของ บขส เนี่ย ที่ท่ารถ วัฒนานคร แล้วไมจองไม่ได้ฟระ ให้เราจองไปอรัญประเทศก็ได้ แต่เราจะลงวัฒนานคร...........เซ็ง..............ขนาดวันที่ไปถามนั่นน่ะ เวลาประมาณ 11 นาฬิกากว่าๆ รถยังหมดแล้วเลย......


ประสบการณ์เคยกลับบ้านตอนเลือกตั้งเมื่อหลายปีก่อน แม่จ้าววววว ขนาดตอนนั้นกลับรถไฟนะ คิดดูเถอะ รถไฟมันมีพื้นที่มากกว่ารถบัสเท่าไหร่ ยังยืนตั้งแต่หัวลำโพงยัน วัฒนานคร แล้วไม่ได้ยืนชิลล์ๆ นะ ยืนแบบว่าเบียดกันยิ่งกว่าขึ้นรถเมล์ใน กทม อีก..........ขากลับ ไม่ไหวจะเป็นลมเอา เพราะอากาศหายใจมันน้อย เลยไปลงต่อรถบัสที่ปราจีนบุรี คาดว่าคงจะดีขึ้นบ้าง......สรุปไม่ต่างกัน ยืนมันตั้งแต่ปราจีน ยัน หมอชิต คนไม่ได้เบียดกันน้อยกว่ารถไฟเลย


อีกปีที่กลับบ้านตอนนั้น เทศกาลอะไรสักอย่างนี้แหละ ไปขึ้นรถบัสตั้งแต่ตี 5 ยืนตั้งแต่ กทม ยัน บขส สระแก้ว 4 ชั่วโมงกว่า ขาแข็งไปหมด.............


อันนี้แพล่มไปเรื่องส่วนตัวซะมาก เมื่อจองตั๋วไม่ได้ ก็เดินกลับออกมาขึ้นรถกลับบ้าน แล้วก็เลยโทรไปบอกแม่ว่าส่งพ่อขึ้นรถละ เลยบ่นๆ ให้แม่ฟังไปด้วยว่า เนี่ย! มาจองตั๋วรถกลับบ้านด้วย แต่จองไม่ได้ง่ะ งุงิเนอะแม่เนอะ.......


แต่แม่ตอบมาว่า....จะกลับมาเลือกตั้งที่บ้านเหรอ แม่เห็นชื่อเราเลือกตั้งที่ กทม. .....ฮาาาาาาา.......เราก็แอบงงว่าทำไมเราเลือกที่นี่หว่า


ด้วยความไม่ได้ศึกษารายละเอียดอะไรมาก ที่บ้านไม่ได้ดูทีวี วันๆ ทำแต่งาน งกๆ ข่าวคราวไม่ได้ติดตามเท่าไหร่เลยไม่รู้ว่า สำหรับคนที่เคยลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตแล้ว ปีนี้ชื่อจะอยู่ที่ที่เคยลงทะเบียนไว้ ไม่ต้องไปลงทะเบียนใหม่ กร๊ากกกกกกก.......งุงิอยู่ตั้งนาน ว่าไปลงทะเบียนไม่ทัน แถมจองตั๋วไม่ได้


หลังจากไปหาอ่านดูรายละเอียด สำหรับคนที่เคยลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตเอาไว้ หากไม่ไปทำเรื่องยกเลิก เราก็จะได้ไปใช้สิทธิที่นั่น.....ไม่ดีเลยเนอะจะว่าไป เพราะบางครั้งเราก็ลืมยังงี้แหละ (เฉพาะเลือกตั้ง สส. สว. นะจ๊ะ ผิดพลาดขออภัย)

จบๆ เรื่องสาธารณะ กลายมาเป็นเรื่องส่วนตัวละ เขียนตั้งแต่มะวานไม่จบ มาจบเอาวันนี้ อิอิ




Create Date : 14 มิถุนายน 2554
Last Update : 15 มิถุนายน 2554 13:20:00 น. 0 comments
Counter : 157 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
14 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.