ความพอดี ที่ ไม่เคยพอดี



ความพอดีของคนเรามันไม่มีมาตรฐานมาวัดเหมือน ISO นั่นนี่เลยเนอะ เออ เฮอะ เฮอะ เฮอะ

หลังจากช่วงเวลา ใจหมองๆ หง่อมๆ แหง่มๆ มาได้สักไม่กี่วัน ก็รู้สึกเบื่อ เบื่ออีกระ คิๆ Smiley

รู้สึกเบื่อความเป็นไป ตอนไม่มีงานก็เบื่อว่าไม่มีงาน รู้สึกชีวิตมันไร้สาระ ชิวๆ ไปวันๆ อายุก็มากขึ้นทุกๆ วันน่ะ

ตอนไม่มีงานทำ แบบว่าตกงาน นานมาก ปกติเค้าต้องร้องเพลง คืนข้ามปี มันฟังเพราะดีอยู่

แต่ไอ้ ตกงานข้ามปี นี่ไม่รู้จะร้องเป็นเพลงอย่างไรให้เพราะได้ มันแสนชอกช้ำระกำทรวง



ก่อนจะมาตกงานข้ามปี ก็เคยได้ผ่านความหมองไหม้ ใจแหลกลานมากับการร่ำเรียน

เครียดเป็นแสนๆ ล้านๆ ครั้ง หัวนี่ปวดแบบว่าเป็นงานประจำเลย ปวดจนเป็นเรื่องปกติ

การปวดหัวตอนเรียน เป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันส่วนหนึ่งของชีวิตเลยเชียว ต้องปวดเป็นประจำทุกวัน

วันไหนไม่ปวด เหมือนไม่ได้ขับถ่าย อย่างไรอย่างนั้น แต่ก็รอดมาได้


ว่าถึงปัจจุบัน หลังจาก ซวย ซ้วย ซวย แบบไม่น่าเชื่อ ว่าจะซวยต่อเนื่องได้สุดๆ ขนาดนั้น

ประมาณ อุบัติกับตัวเองเลือดตกยางออก -- ตกงาน -- อุบัติเหตุกับครอบครัวเล็กๆ น้อยๆ แต่เกือบทุกคน

-- อุบัติเหตุกับครอบครัวคนนึงจนต้องเข้าโรงพยาบาล -- เจอ หมอ ห่วยๆ -- เจอฝ่ายสวัสดิการโรงพยาบาล ห่วยๆ

จะโกงค่ารักษาพยาบาล (ประมาณ วันแรก บอก พันกว่า ครั้งที่สอง บอกว่า 2 พันกว่า ครั้งที่ 3 บอก 4พันกว่า)

(นอน โรงพยาบาล 1 คืน มีแค่น้ำเกลือ 1 กะปุก กับยาฆ่าเชื้อ มีแผลก็มะทำแผลให้ ปล่อยให้แห้งเกรอะกรัง

กลางคืน พยาบาลหลับหมด เลือดไหลย้อนในสายน้ำเกลือก็มะมีคนจ๋นจัย สายๆ มาหมอให้กลับบ้าน ให้คนป่วยเซนต์ว่ากลับบ้านเองซะอีก

พอเราถามว่าอาการงี้กลับไปรอที่บ้านได้หรา มาโกรธเราอีก ก็มันต้องถึงขนาดผ่าตัด ให้คนไข้กลับบ้าน

เราก็ต้องถามจิ ว่ามันโอเคหราอ่ะ แหม๊ ดันมาโกรธเรา แล้วไปพูดกะคนไข้อีกว่า จะส่งไปรักษาที่อื่น เพราะไม่ชอบญาติคนไข้

หมอเลยไม่รักษาให้ ตรูล่ะงง ไม่รู้พยาบาล เม้คเรื่องเองหรือ หมอ เพราะพอวันไปหาที่ โรงพยาบาล หมอก็ไม่มาพบ ทำไม??

แค่อยากถามอาการว่าเป็นอย่างไร และต้องการใบส่งตัวไปโรงพยาบาลอื่น หมอไม่ยอมเจอ?? ชิ!! อย่าได้แคร์

กลับมาตอนรักษาเสร็จระ จาก รพ. อื่น โรงพยาบาลที่สอง รักษาดีมากๆ ทั้งหมอพยาบาล เสร็จเคลียร์ ค่าใช้จ่าย

รพ. แรกไม่มีปัญหา ใช้บัตร 30 บาท + ประกันของ พรบ + เงินอีกก้อนนึง อันไหนใช้ได้ อันไหนฟรีได้ เขาแนะนำดีมาก

ที่ รพ. เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ เสร็จกลับมา รพ. แรก ต้องมาเคลียร์ ค่าใช้จ่าย 1 คืน แบบคนไข้ห้องรวมอ่ะนะ

หลังจาก รพ. ที่สอง คำนวณค่าใช้จ่าย โดยเอา พรบ มาหักก่อน ซึ่งต้องหักของ รพ. แรกก่อนค่อยจะหักของ รพ. 2

ก็ที่มันมากะใบส่งตัวอ่ะนะ ก็ว่า ค่าใช้จ่าย พันก่าบาท ก็หักไปตามนั้น เสร็จ พอกลับมา รพ. แรก มันดันบอกว่า ไม่ใช่

พันก่า ต้อง สองพันก่า สักพักไม่ทันข้ามวัน โทรมาบอกอีกว่า 4 พันก่า กรี๊วววว เอาไงกานแน่แม่คุณ สุดท้ายพี่ชายสุดที่เลิฟ

บอกว่าเอางี้นะ ส่งใบเสร็จมาให้เราดูจิ๊ ว่ามันค่าไรมั่ง เวอร์ไปแระ 4 พันก่า ไม่ทำขี้หมาไรให้เลย ไม่เอาเรื่องรอบแรกกะบุญระ

ได้คืบจิเอาศอก ตอนเราไปงี้ ทำเป็นกลัว ขอร้องมะให้เราเอาเรื่อง ว่าทำกับคนไข้ไม่ดี กว่าจะจบเรื่องลงไปได้

ของขึ้นหลายรอบมาก 5555+ แต่กะผ่านมันมาได้)

โห ยังโม้อยู่ในอดีตอยู่เลย อิอิ ต่ออีกหน่อยละกันติดลม Smiley ช่วงนั้นก็เครียดไปเฝ้าคนไข้ที่ รพ. 2 ไม่เคยมีใครเจ็บป่วยขนาดต้องผ่าตัด

หรือต้องนอน รพ. อย่างนี้ เครียดสุดๆ แบบนอนฟุบกะเตียงคนไข้อ่ะนะ แบบว่าห้องรวม เรางิ โทรมแล้ว โทรมอีก แต่ก็เพื่อคนที่เรารักน่ะ

ให้ทำมากกว่านี้ก็ยอมได้สบายอยู่แล้ว แต่พอคนไข้นะผ่าตัดเสร็จฟื้นมาดันมา รมณ์เสีย ใส่เราซินิ วีนกันเฉย ตอนนั้นโคตะระน้อยใจเลย

แบบว่าทำดีคือไม่ได้ดีว้า กะว่าจะเอาเงินไว้ให้พ่อจ่ายระกลับบ้านเลย พอดีวันนั้นพ่อมารับกลับบ้านกัน เพราะหมอให้ออกระ

แต่อ่ะนะ มันคือรักไง อะไรก็ยอมเธอ


คนเรา หนึ่งชีวิตที่เกิดมา มีไม่กี่คนหรอกที่เรายอมเสมอ ตายแทนได้ ประมาณนั้น เบื่ออยู่ดีๆ ลากมาดราม่าอีกซะจนได้วันนี้



กลับๆ กลับมาจริงๆ ปัจจุบันที่แสนน่าเบื่อ เริ่มมีงาน เริ่มทำงาน ด้วยนิสัยของตัวเอง ที่รักอิสระ เป็นตัวของตัวเองสุดๆ

(จริงๆ คือเป็นคนขี้เกียจมากกว่า 5555+) ก็เลยรับงานฟรีแลนซ์ ชอบมานานแล้ว งานฟรีแลนซ์ สมัยเรียนก็ทำงานเป็นฟรีแลนซ์

เรียนจบมาทำงานประจำได้ไม่นาน  ก็มาทำฟรีแลนซ์ เพราะเป็นคนชอบสันโดษ แบบว่าอยู่อย่างนี้มาแต่เกิด

ชอบอยู่เงียบๆ คนเดียวบ้างอะไรบ้าง ไม่ค่อยไปไหน คิดอะไรทำอะไรคนเดียว (เหมือนไม่มีใครคบเลยเนอะ)

จนเพื่อนฝูงขอร้อง ว่าโทรหาเพื่อนวันละนิดวันละหน่อยมั่งเหอะ ขอร้องๆ please please....


ออกอ่าวอีกระ อิอิ เล่าไปเล่ามา ก็มาๆ เรื่องงานๆๆๆ  ทำฟรีแลนซ์ไป ก็ว่าจะหางานประจำไป แบบว่ารายได้ไม่แน่นอนไง

ก็เริ่มหางานประจำแบบจริงจังอีกรอบ เหอะๆๆๆๆๆ ---- หามานานๆๆๆๆๆ จนแล้วจนรอด ก็ .......................ไม่ได้

นั่งหน้าดำคร่ำเครียด กดๆ สมัครงานหน้าคอมฯ เิดินหอบหน้าเหี่ยวๆ ไปสมัครงานตาม จ๊อบแฟร์ ต่างๆ โดนแบบว่าลวนลามก็มี

ทำยังกะสวยนักหนา อิอิ เปล่าหรอกนะ คงบังเอิญเจอคนเฮงซวยเอง แบบว่าแต่งตัวไปทดสอบงานแบบ กางเกงขายาว + เสื้อยืด

ใส่แว่นตา+เหน็บผม แนวๆ ยายเพิ้ง มันยังจะมาลวนลามกันอีก ถือซะว่า ทำบุญ!!!!!! 


จนซักพัก แบบว่า เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ ไปสัมภาษณ์งานที่ไหนๆ กลับมาก็เงียบ ก็เลยปล่อยวาง กร๊ากกกก !!!!!

กะว่าจะทำมาหารับประทาน ด้วยสมองและสองมือที่บ้าน อิอิ ว่าจะทำเว็บอะไรสักเว็บ แล้วก็หาของมาขาย

อืมมม....คิดโปรเจ็คไว้ แล้วก็เริ่มวางแผน ก็ทำงานฟรีแลนซ์ไปด้วยอ่ะนะ เรื่อยๆ เรียงๆ ว่างๆ ก็ทำโปรเจ็คตัวเอง

สักพักก็มีพี่ที่รู้จักกัน ติดต่อให้ไปช่วยงาน ก็คิดว่านะ เอ้า ก็เหมือนอยู่เฉยๆ ทุกวันนี้ ลำพังทำฟรีแลนซ์ ก็ หวุดหวิดซะเหลือเกิน

ก็ตกลงไป ทำฟรีแลนซ์ เช่นกัน อิอิ


ก็คิดว่ามันก็ดีนะ ก็เหมือนจะอิสระดี เหมือนอย่างที่เราชอบ ได้ทำงานอยู่บ้านชิวๆ ไม่ต้องไปแก่งแย่งขับเคี่ยวขึ้นรถเมล์

เป็นคนขี้เมารถด้วย ก็เลยรับงานนี้มา ก็ระยะเวลาก็นานเหมือนกัน คือจบงานนึงก็มีงานต่อมาอีก  ทำมาเรื่อยๆ จนวันนี้

เริ่มคิดว่าตัวเองช่างมีชีวิตที่น่าเบื่อแท้ ไม่ได้ไปไหนเลยอ่า อยู่บ้านมันตลอด คราวนี้อยู่นานเกินไป อิอิ เหมือนโดนขังคุก


แบบว่าบางทีอยากกลับบ้านที่ต่างจังหวัด อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด อยากไปนั่นนี่ เฮอะ แต่ไม่ได้ไปเลย แบบว่าต้องอยู่หน้าจอ

ก็คอยสแตนบายด้วย เผื่ออะไรมีปัญหาเขาได้ตามตัวเราได้ง่ายๆ ก็ไม่รู้ ว่า เรา เขา หรือหน้าที่ ที่มันยึดเราให้ติดอยู่อย่างนี้

แอบคิดว่า ถ้าเราหอบ โน๊ตบุ๊คไปทำงานที่อื่น ใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ควรเป็น (แอบคิดนะ) แบบว่ามันจะเป็นการเห็นแก่ตัวไปไม๋ว้า

แต่งานมันก็นะ ช่างน่าปวดหัว แบบว่าบางทีมันไม่สามารถไปได้อย่างใจนึก เพราะมีบางวันที่โทรมาให้เข้าออฟฟิตด่วน

ไอ้เราก็กลัวว่า ถ้าเราไม่อยู่ในโหมด สแตนบาย ละมันจะน่าเกลียดไปมะ


แต่มาคิดอีกทีก็ เอ แต่เราทำฟรีแลนซ์น่ะ ก็น่าว่าไปงานต่องาน ถึงเวลาปิดงานก็ส่งงาน น่าจะอย่างนั้น ก็แอบคิดอ่ะนะ

กะลังหาทางออกว่าทำไงดี พยายามหาทางที่มันดีที่สุดสำหรับทุกคน และทุกฝ่าย



อ่ะ แพล่มมานาน ยังไม่มีไรเกี่ยวกับแก้วข้างบนเลย คือชอบซื้อกาแฟสดมากินทุกวัน แล้วแก้วกะน่ารักดี เลยชอบถ่ายเก็บไว้ Smiley



อืมม มีเรื่องเกี่ยวเนื่องกะภาพระ มาต่อเรื่องอื่นๆ ที่น่า แพล่ม ก็แพล่มไปเรื่อยเปื่อยอ่ะเนอะ พอดีช่วงนี้ เหมือนเพิ่งจะปิดจ๊อบน้อยๆ

ไป แต่ก็ มีจ๊อบนอยๆ มาอีก แถมโน๊ตบุ๊คก็พัง เปิดไม่ติด กำ อย่างแรง ค่าซ่อมคงไม่ใช่น้อย ใจอยากได้ใหม่เนอะ อิอิ แต่ไม่มีตังค์ระ

ซื้อตามใจตัวมันไม่ดี คริๆ แต่ก็มีข้อดีเหมือนกัน คนบางคนมันได้ไม่มีเครื่องเล่นเกมส์ 555555+ สบายใจ Smiley



แต่ก็อดห่วงน้องโน๊ตบุ๊คไม่ได้ ไม่รู้เป็นอะไรมากไหม อยากพาไปหาหมอ แต่ก็ชั่งใจอยู่ว่าจะพาไปหาที่ไหนดี กลัวสารพัดสารเพ

ประมาณว่ากลัวโดนยำ โดนล้วง โดนนู่น โดนนี่  อยากให้เค้าไปเจอคนดีๆ อิอิ Smiley


เออ...หมดเรื่องแพล่ม นึกไม่ออก อากาศร้อนมากมาย ไม่มีสมาธิ อิอิ (แพล่ม ยังต้องใช้ สมาธิเลย)

ไว้แพล่มใหม่ วันหน้าเนอะ


ปอลอ แพล่ม* = พล่าม จ้า Smiley





Create Date : 26 สิงหาคม 2553
Last Update : 26 สิงหาคม 2553 16:57:25 น. 1 comments
Counter : 187 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะกระติ๊บ

มาทักทายยามดึกค่ะ

อิอิใช้คำน่ารักจัง แพล่ม

แพล่มบ่อยๆก็ดีนะจ๊ะ เหมือนได้ปลดปล่อย สบายใจขึ้นเยอะ

มีความสุขกับการนอนนะคะ อิอิ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:0:51:33 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
26 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.