เรื่องบ้านๆ .... กับความเรื่องมาก







ไม่รู้จะมีใครเรื่องมากเหมือนเราเปล่า แอบสงสัยว่าเราเรื่องมากจริงๆ เหรอ เพราะหลังจากถามความคิดเห็นคุณแฟน ดันมาบอกว่า เราเรื่องมากจริงๆ ....


เรื่องของเรื่องก็หนีไม่พ้นเรื่องบ้านๆ ช่วงนี้ที่กำลังรอผลพรีแอพพรูฟจากธนาคารต่างๆ


แรกเริ่มเดิมทีคุณแฟนเราไปดูบ้านโครงการนึง ครั้งต่อมาไปอีกกับเรา แล้วได้ตกลงเซนต์สัญญาจองกับเซลล์คนนึงไป แต่ไม่ได้จองในนามเซลล์คนนี้นะ เซนต์จองกับเซลล์อีกคนที่คุณแฟนเราไปแล้วเจอครั้งแรก แต่วันที่เราไปจองเซลล์คนนั้นไม่มาทำงานในวันนั้น เซลล์ที่ทำเรื่องให้เราเค้าก็คงไม่อยากข้ามหน้าข้ามตากัน เลยกลายเป็นรับเรื่องแทนให้คนนั้น


แล้วในวันนั้นหลังจากเซนต์สัญญาจองไป คุณแฟนก็ชวนไปดูอีกโครงการนึง คือเป็นของเจ้าของเดียวกัน แต่อยู่คนละที่ หลังจากไปดูคุณแฟนก็ดูเหมือนจะชอบที่นี่มากกว่า คือราคามันถูกกว่า และส่วนลดเยอะกว่า รวมทั้งใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากกว่า


ก็เลยตกลงกันว่าเปลี่ยนมาที่นี่ก็ได้ แต่อยากได้ห้องมุม คุณแฟนเลยโทรถามเซลล์ที่เป็นเจ้าของเคสเรา ว่าที่นี่ห้องมุมมันพอเหลือว่างมั่งหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบมาว่าเดี๋ยวดูให้ ในวันที่เค้ามาทำงาน


เช้าวันต่อมาเซลล์ก็โทรมาแจ้งว่า ไม่มีห้องมุม มีแต่แปลงที่บอกเราไว้แต่ต้นว่าว่าง กับแปลงอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่ห้องมุมเหมือนกัน คุณแฟนเลยโทรมาปรึกษาเรา แล้วก็เลยตกลงกันว่างั้นก็เปลี่ยนแปลงเป็นแปลงที่เราได้เข้าไปดู


แต่คุณแฟนก็บอกเซลล์เอาไว้ว่า อย่างไรก่อนจะเอาเอกสารยื่นพรีแอพพรูฟไปให้ ก่อนจะได้เซนต์เอกสารเปลี่ยนแปลง ถ้ามีห้องมุมเกิดว่างขึ้นมา เราขอย้ายเป็นมุมเลยได้ไม๊ เพราะว่าแปลงที่จะเปลี่ยนมันยังไม่ได้เซนต์เอกสารเปลี่ยนอยู่แล้ว เซลล์ก็รับปากว่าได้


ทีนี้พอถึงวันที่เอาเอกสารไปส่งให้เซลล์ ซึ่งก็ยังไม่ได้เซนต์เอกสารเปลี่ยนแปลงจากแปลงแรกมาเป็นแปลงที่สองนะ เพราะเอกสารเดิมยังมาไม่ถึงสำนักงาน วันนั้นเราก็ได้ถามเซลล์ไปอีกว่า ไม่มีห้องมุมว่างแล้วจริงเหรอ เพราะวันที่เข้าไปดูวันนั้น ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์้เค้าปรินท์แปลงที่เหลือมาให้ดูเห็นมีมุมว่างอยู่ตั้ง 2 มุม อย่างไรก่อนสัญญาเดิมจะมาช่วยดูให้อีกรอบหน่อยได้ไหม


วันนั้นเซลล์ก็ดูจะใจดี โทรไปสอบถามสาขาดังกล่าว ณ ตอนนั้นเลย แล้วก็ได้ความมาว่า มีแปลงมุมว่างอยู่จริง แต่ตอนนั้นมีเซลล์ที่ยังคงประจำอยู่ ณ สาขานั้นจองเอาไว้อยู่ แต่ยังไม่ทราบผลแน่นอน เพราะเซลล์คนดังกล่าวกำลังยื่นเรื่องไปทางสำนักงาน เนื่องจากเซลล์คนนั้นพยายามจะซื้อบ้านตัวอย่าง แต่ทว่ากลัวจะกู้ได้ไม่ถึง เลยจองห้องมุมไว้อีกห้องนึง ......


แต่ก่อนจะกลับเซลล์ก็บอกเอาไว้ว่า อย่างไรจะโทรมาบอกภายในอาทิตย์ถัดมา ซึ่งก็คือก่อนจะนัดเ้ข้าไปเซนต์เปลี่ยนสัญญาเป็นแปลงใหม่นั้นเอง....


สามวันต่อมาเซลล์ก็โทรมาบอกว่า แปลงมุมนั้นเซลล์คนที่กั๊กเอาไว้นั้นได้เอาไปแล้ว แต่มีแปลงมุมอีกอันให้เรา....แล้วเซลล์ก็บอกให้แวะเข้าไปดูก่อน เพราะอย่างไรก็ยังไม่ได้เซนต์สัญญาเผื่อไม่ชอบ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยน อะไรประมาณนั้น ทีแรกคุณแฟนจะไม่เข้าไปดู บอกให้เซลล์เปลี่ยนได้เลย แต่เราก็ได้แย้งคุณแฟนกลับไปว่า อย่างไรเราขอเข้าไปดูก่อนตอนเย็นวันนั้น เพราะอย่างไรก็คิดว่ามันยังไม่ได้เซนต์สัญญา ไปดูก่อนจะดีกว่า เผื่อไปเซนต์เปลี่ยนมาแล้ว แต่พอไปดูของจริงมันไม่เป็นอย่างคิดล่ะ.....


เย็นวันนั้นก็เข้าไปดู แล้วตอนเช้าคุณแฟนก็โทรไปคอนฟเฟิร์มเซลล์ว่า ตกลงเอาแปลงนี้แหละ ให้เซลล์เปลี่ยนแปลงได้เลย....แล้วพอถึงวันเสาร์ของอาทิตย์นั้น เซลล์ก็ได้นัดให้เข้าไปเซนต์เปลี่ยนสัญญาแปลง


แต่พอไปถึง เราอ่านดูเอกสารเลขแปลงก็เห็นว่า อ้าววทำไมเป็นแปลงที่ดูไว้ก่อนหน้านี้ล่ะ ไม่ใช่แปลงมุมปัจจุบัน เซลล์ก็บอกว่า อ๋อต้องเปลี่ยนเป็นอันที่ 2 ก่อน แล้วค่อยจะเปลี่ยนเป็นอันที่ 3 เราก็งงว่าทำไมไม่จากอันแรก มาอันที่ 3 เลย เพราะมันจองแปลงเฉยๆ


แต่ไม่เป็นไร เราก็อ่านดูเอกสาร เซลล์ก็ชี้แจงรายละเอียด ข้อมูลยาวยืด แล้วก็เซนต์เอกสารไป แต่มันไม่ใช่ใบจองนะ จำได้ว่าวันนั้นเราเซนต์เอกสารจะซื้อจะขายของแปลงที่ 2 และใบจองของแปลงที่ 3 ก็งงหน่อยๆ แต่คิดว่าคงเป็นระบบของเค้าอย่างนี้


เสร็จหลังจากนั้น แบงค์ก็มีโทรติดต่อมาเจ้านึง ขอเอกสารเพิ่มเติม เราก็จัดให้ไป แล้วทางสินเชื่อแบงค์นั้นก็ถามเรื่องราคาแปลงที่เราเปลี่ยนมา เราจำได้ว่าวันที่เราเซนต์สัญญามันเป็นเลขอะไรก็บอกไป แต่ดูเหมือนสินเชื่อจะไม่ค่อยมั่นใจ เราเองก็ไม่รู้ลึกตื้นหนาบาง แต่ทราบว่าเอกสารที่ยื่นพรีแอพพรูฟไปคือเอกสารของแปลงแรกที่เราจองซึ่งต่างจากราคาแปลงที่เราตกลงล่าสุดอยู่ 2 แสน แต่พอถามเซลล์บอกไม่มีปัญหาเดี๋ยวเค้าจะคุยกับสินเชื่อเอง บอกว่าแค่ยื่นพรีแอพพรูฟเฉยๆ


หลังจากวันที่ส่งเอกสารให้แบงค์นั้นครบอีก 2 วัน สินเชื่อก็โทรมาถามข้อมูลเราเพิ่มเติม พร้อมกับบอกเรื่อง ค่าส่งคร่าวๆ แต่ละเดือน และค่าทำประกันอีก แสนกว่า ฟังดูน้ำเสียงแล้วเราไม่ค่อยมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เลยถามไปว่ามันมีโอกาสได้สักกี่เปอร์เซนต์ สินเชื่อคนดังกล่าว ก็อ้อมแอ้มตอบมาว่า อาจจะได้ไม่ถึงยอด เพราะว่าจำนวนเวลางานที่เป็นทางการกับบริษัทปัจจุบันมันน้อย ..... อ้าววว ทีแรกเราก็นึกว่าเพราะยอดเงินเดือนรวมกันสองคนมันจะไม่ได้มาตรฐานของทางแบงค์ ถ้าอย่างนั้นมันน่าจะไม่ผ่านเลยมากกว่าหรือเปล่า ถ้าว่ากันถึงคุณสมบัติ.... แต่สินเชื่อก็บอกว่าเดี๋ยวจะยื่นเสนอไปที่ หน่วยหลักแสนถ้วนๆ ดูก่อน เพราะบ้านมันมีเลขเศษหมื่นพันร้อยด้วย กลัวจะไม่ผ่าน......อ่ะนะ ทีประกันแสนกว่าบาทยังให้กู้ได้ 100% แต่ทีงี้ แค่ไม่กี่หมื่นดันว่าจะไม่ผ่าน....


เราก็เออออไปตามนั้น ว่าไงก็คงตามนั้นหละ ........


หลังจากนั้นเราก็มาหาข้อมูลธนาคารเพิ่มเติมอย่างจริงจัง ทีแรกเรายื่นไป 4 ธนาคาร เพราะเซลล์บอกว่า จะยื่นให้แค่นั้นให้เราเลือกมา 4 แบงค์ แต่พอเจอแบงค์แรกที่ติดต่อมาดูท่าจะยากที่จะได้ 100% ตามที่เราต้องการแถมประกันตั้งแสนกว่า อีกทั้งผ่อนเดือนนึงแพงมากอยู่เหมือนกัน เราลองเอามาคำนวณดู รวมๆ แล้วไม่น้อยเลยน่ะ


เราค่อยๆ หาข้อมูลมาเรื่อย จนเมื่อวานก็คุยกับคุณแฟนว่า เราน่าจะยื่นพรีแอพพรูฟอีกดีไม๊ เพราะเราเข้าไปดูข้อมูลมาแทบทุกธนาคาร ก็เจออยู่หลายเจ้าที่เราไม่ได้ยื่นไป แต่มันไม่มีปัญหาเรื่องระยะเวลางานเรา คิดว่าคุณสมบัติเรามันน่าจะผ่าน 100% รวมทั้งเรื่องดอกเบี้ย ที่ดูแล้วน่าจะถูกกว่า 4 แบงค์ที่ยื่นไปไม่มากก็น้อย อีกทั้งมัน 2 อาทิตย์ละมีติดต่อมาแบงค์เดียวเอง อย่างไรก็ต้องรออีกอยู่ดี งั้นยื่นเพิ่มอีกละกัน


เมื่อวานคุณแฟนเลยแวะเข้าไปขอแบบฟอร์มที่เซลล์ เพราะทีแรกไม่มั่นใจว่าเราจะยื่นเองได้หรือเปล่า อีกทั้งเรายังไม่มีสัญญาจะซื้อจะขายแปลงปัจจุบัน ที่เราว่าจะยื่นเพิ่มมีอีก 4 แบงค์ แต่ได้มาแค่ 3 เพราะเซลล์บอกว่าแบบฟอร์มหมด... ไม่ว่ากันเราไปขอแบงค์เองก็คงได้ล่ะมั้ง


พอวันนี้ตอนเช้าทางเซลล์เจ้าของเคสก็โทรมา แล้วบอกให้เข้าไปเซนต์สัญญาเปลี่ยนเป็นแปลงปัจจุบันได้แล้ว เอกสารมาถึงแล้ว ก็พอดีเราเตรียมเอกสารที่จะยื่นอีก 3 แบงค์ที่ได้แบบฟอร์มมาเสร็จแล้วเหมอืนกัน ก็เข้าไปพร้อมเอกสารเยอะแยะเหมือนเดิม


เข้าไปถึงวันนี้ลูกค้าไม่ค่อยมี แต่ดูท่าเซลล์ห่างเหิน มาถึงเรานั่งเซนต์สำเนาถูกต้องเอกสารอีก 10 กว่าแผ่น ที่เพิ่งถ่ายเอกสารมา แล้วก็แนบเข้าชุดที่จะยื่นธนาคาร แล้วเซลล์ก็เอาเอกสารเซนต์เปลี่ยนแปลงมา คุณแฟนก็ทำท่าจะเซนต์เลย เราก็บอกว่าให้อ่านดูก่อน .....


แล้วเซลล์ก็เอาเอกสารคู่ฉบับบสัญญาจะซื้อจะขายของแปลงที่สองมาให้ คือที่เซนต์เมื่ออาทิตย์ที่แ้ล้ว ยังงง ว่าทำไมไม่ให้ไปตั้งแต่ครั้งก่อนหว่า.......


แต่ก็ไม่ได้ไปถามเซลล์ก็นั่งอ่านเอกสารที่จะต้องเซนต์ แต่ก็เกิดสงสัย เพราะข้อความทำไมไม่เหมือนเอกสารจะซื้อจะขายอันแรกหว่า ดูมันมีอะไรเพิ่มเติม ก็ถามเซลล์ว่ามันจะมีปัญหาภายหลังไหม เห็นมีระบุไว้ว่าจะต้องโอนภายในวั้นนั้นวันนี้ แต่ช่องวันที่ไม่ได้ระบุวันที่ไว้ เกิดว่า มันมีเลขวันที่ระบุมาในภายหลังว่าต้องโอนก่อนวันที่เท่านั้นเท่านี้ เรากะคุณแฟนไม่แย่เหรอง่ะ....


แต่เซลล์ก้อบอกว่ามันไม่เกี่ยวกันแค่เอกสารเปลี่ยนแปลงเฉยๆ อ่ะ...นะ...ก็มันเขียนไว้ว่าจะซื้อจะขายนี่หว่า....ใครจะไปรู้เกิดมันมีตัวเลขโผล่ขึ้นมาภายหลังง่ะ กลัวดิ.....


แล้วเราก็อ่านๆ ไปแล้วก็สงสัยอีก เห็นมีระบุว่าเราต้องจ่ายค่าส่วนกลางล่วงหน้า 24 เดือนก็ถามว่า เอนิติบุคคลยังไม่เข้ามาเลย เราต้องจ่ายด้วยเหรอ 24 เดือนน่ะ เซลล์ก็บอกว่าต้องจ่ายนะ ที่อื่นก็แบบนี้หละ เราก็...อ้อเหรอ ....เท่าที่เราหาข้อมูลมาเห็นส่วนมากจะจ่ายเมื่อนิติเข้ามาไม่ใช่เหรอ หรือเราคงเข้าใจผิดไปเองมั้ง.....


เซลล์ก็เดินไปเดินมา เราก็ถามคุณแฟนว่า ไม่ขอฟอร์มอีกแบงค์เหรอ เพราะเราบอกคุณแฟนให้แวะไปแบงค์ที่ไม่ได้ฟอร์มก่อน แต่คุณแฟนบอกว่า วันนี้ที่สำนักงานขายคงมีฟอร์มให้แล้วล่ะ เพราะเห็นเมื่อวานมีเจ้าหน้าที่แบงค์มา (แบงค์ไหนมา ใช่แบงค์ที่เราไม่มีแบบฟอร์มหรือเปล่า....ถามอิคุณแฟนไปแบบนี้แหละ แต่มันดันตอบมาว่า ไม่รู้อ่ะ )


เซลล์เดินผ่านมาอีก เราก็เลยถามเองซะเลยว่า คุณเซลล์มีแบบฟอร์มธนาคารนี้หรือยัง ..... คุณเซลล์เดินเข้าไปด้านหลังแป๊บนึงแล้วเดินออกมาว่า ไม่มีเลย... เราก็เลยถามไปว่า ถ้าอย่างนั้นเราไปยื่นเองได้ไหมคุณเซลล์ แค่นั้นหละ......


...............คุณเซลล์บอกว่า...นี่ก็เยอะแล้วนะ แล้วจริงๆ แบงค์ที่ว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่มาดิวกับเรา เลยไม่มีแบบฟอร์มอยู่แล้ว (ไม่บอกแต่ทีแรกว่าไม่มี บอกว่า หมด ได้ไง อันนี้เราคิดในใจคนเดียว) .......


เราก็ถามย้ำไปอีกว่า แล้วเรายื่นเองได้ไหม ... คุณเซลล์ทำหน้ายุ่งยากใจแบบปิดไม่มิด แล้วพูดว่า อันนี้ก็ยื่นไปหลายแบงค์แล้วนะ ไม่ต้องยื่นอีกหรอก ถ้าแบงค์ A ไม่ผ่าน แบงค์อื่นก็ไม่ผ่านหรอก......อ้าวววว............พรู๊ดแม๋วๆ.........


ถึงตาเราทำหน้ายุ่งยากใจมั่ง..... เราเริ่มนั่งกดปากกา แก๊กๆๆ เริ่มข่มอารมณ์เหมือนกัน แบบว่าทำไมต้องมาพูดอะไรเยี่ยงนี้ว้า...เซลล์ แถมตอนพูดนะแบบว่า เรายังพูดไม่จบเลย ก็ทำเป็นแบบไม่ได้ยิน ไม่อยากฟัง เดินไปหยิบนุ่นนี่.....เออเนอะ.....


เราเข้าใจว่าสิทธิของเราไม่ใช่เหรอที่จะยื่นพรีแอพพรูฟแบงค์ไหนๆ แถมเราก็ว่าจะไปยื่นเองด้วย ก็คุณเซลล์บอกเองว่าไม่มีเจ้าหน้าทีมาดิว แต่เราอยากลองยื่นที่นี่ดูนี่หว่า ไม่ใช่ว่ามันจะเหมือนกันซะทุกแบงค์.........



เราก็นั่งเฉยๆ อยู่ปั๊บนึง คุณเซลล์ไปนั่งอยู่หน้าเครื่องของเธอ แล้วก็ถามลอยๆ ว่าได้ยื่นแบงค์ xxx หรือเปล่า .....เราก็ตอบไปว่า ไม่ได้ยื่นเห็นว่าดอกเบี้ยมันแพง ไม่น่าสนใจ ....เธอก็นั่งกดโน๊ตบุ๊ค ก๊อกๆ แก๊กๆ สักพักก็พูดอีกว่า หรือจะเอาแปลงเดิม (หมายถึงแปลงที่ 2) แปลงที่ว่าราคาถูกสถดในบรรดา 3 แปลง


แต่เราไม่ได้ตอบไป ยังคงนั่งทำหน้ายุ่งยากใจอยู่ที่เดิม ..... ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ยอดเงินหรอก มันอยู่ที่ดอกเบี้ย เราอยากยื่นที่อื่นเพิ่มเพราะทีแรกยื่นไป 4 แบงค์ ผ่านมา 2 อาทิตย์ มีแค่แบงค์เดียวโทรมา แต่ก็ติดปัญหายอดเงินอาจจะไม่ถึง เพราะคุณสมบัติระยะเวลางานเราที่ไม่มากพอเท่าที่ธนาคารนี้กำหนด เราเคยได้ยินแต่ ถ้าคุณสมบัติเวลางานไม่ได้มันก็น่าจะไม่ผ่านเลย หรือจำนวนเงินเดือนรวมกันแล้ว ไ่ม่ถึงเกณฑ์ อะไรแบบนี้ จากเหตุผลต่างๆ เราก็อยากจะลองดูธนาคารอื่นที่คุณสมบัติ ระยะเวลาทำงาน เงินเดือน อายุ มันได้ของเราแบบสมบูรณ์


สักพักคุณเซลล์เห็นเราไม่เคลื่อนไหวใดๆ เลยพูดแบบไม่เงยหน้ามองเลยนะ ไม่รู้เคืองอะไรเรา .... พูดห้วนๆ มาว่า รบกวนเซนต์เอกสารด้วยนะคะ..... คุณแฟนรีบหันมาบอกให้เราเซนต์.....อินี่(เรียกคุณแฟนในใจ) .....จะเป็นเซลล์อีกคนรึ เราก็ไม่ได้รีบไปไหน เซลล์ก็ไม่ได้มีลูกค้า จะมาเร่งกันทำไมฟระ....เริ่มจะพาลละเรา......


เราก็เลยถามว่า วันนี้เราจะได้คู่ฉบับกลับไปด้วยใช่ป่ะ เพราะครั้งก่อนมันไม่ได้อ่ะ (คือใจยังห่วงอีช่องว่างวันที่ ที่ว่าด้วยเรื่องจะต้องโอนวันนั้นวันนี้ กลัวว่าหากเราไม่ได้กลับไป เดี๋ยวมันจะมีตัวเลขวันที่โผล่ขึ้นมา...งานเข้าเลยนะ ในสัญญาบอกว่าถ้าไม่โอนภายในกำหนดปรับเงินตั้งสามหมื่นบาท) เซลล์บอกได้ไป คู่ฉบับ เราเลยเซนต์ๆ จะได้กลับ.......


เซนต์เสร็จเซลล์เอาเอกสารไปเปิดๆดู ละก็บอกว่าเรียบร้อยแล้ว เราก็เลยเดินออกมา ไม่ร่ำลาอะไรละ วันนี้อากาศก็ร้อน แล้วยังขุ่นเคืองในใจบางเรื่องอีก.....


ขากลับมันต้องผ่านอินเด็กสาขานึงที่เรายังไม่เคยเดินดู คุณแฟนเลยชวนเข้าไปเดินดู เดินไปเรื่อยๆ แล้วไปเจอเซลล์ขายซิงค์คนนึง พาเดินดูนู่นนี่ แล้วอธิบาย ถึงแม้เราจะทำท่าว่ามาเดินดูเฉยๆ ก็เถอะ แบบว่าเซลล์ก็พูดตรงๆ ไม่ซื้อไม่เ้ป็นไรครับ เดินดูก่อน ถามได้เลย ถามเป็นความรู้เฉยๆ ก็ได้ครับ แล้วก็จริงนะ แบบว่าเดินถามนู่นถามนี่ ฮูดนี้ๆ มันต่างจากนี้ๆ ยังไง ทำความสะอาดอะไรยังไง คุยไปคุยมาปาไปเป็นชั่วโมงกว่าจะเดินออกมาจากตรงนั้น คือส่วนมากเซลล์จะนำเสนอมากกว่า ..... พอนำเสนอเราสงสัยเราก็ถาม......แต่เค้าไม่ได้ทำท่าทางหงุดหงิดใส่เรานะ ไม่ว่าของที่เราดูจะถูกหรือแพงก็เหอะ......


ออกมาจากอินเด็กซ์ เราก็ว่าแถวๆ นั้นเราเห็นแบงค์ที่เราไม่มีฟอร์มอยู่นะ เราเลยชวนคุณแฟนเดินดู แล้วก็ดังคาด เจอจนได้ยังไม่ปิดด้วย เลยชวนกันเข้าไปในธนาคารนั้น พอดีสาขานี้เพิ่งเปิด คนไม่ค่อยเยอะ


เราเดินเข้าประตู พนักงานเห็นก็ถามทันทีว่ามาติดต่ออะไรดี เราก็บอกว่ามาสอบถามสินเชื่อบ้าน เค้าก็ส่งไปอีกโต๊ะ ไปถึงเราก็เอาเอกสารออกมาวาง บอกว่ามาสอบถามเรื่องสินเชื่อ โดยเอกสารเราจัดมาแล้ว ของผู้กู้หลัก กับกู้ร่วม พร้อมทั้งสัญญาจะซื้อจะขาย .....


เ้จ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลเงินเดือนและอายุ นำไปคำนวณ ก็นั่งอมยิ้ม ทีแรกเราก็งงล่ะว่าพี่เค้า อินเลิฟอยู่ป่าวหว่า นั่งอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา เราก็เลยถาม...ว่ายอดได้ถึงหรือเปล่า พี่แกก็บอกว่า ถึงนะ รวมเงินประกันแล้วยังอยู่ในยอดที่เรากู้ได้อยู่ เราก็ไม่ลืมบอกคุณสมบัติเจ้าปัญหาของเราไปว่า.....
.


เราอายุเท่านี้นะ ทำงานมาเท่านี้ๆ แต่เรามีข้อมูลการอ้างอิงการทำงาน ณ ที่ปัจจุบัน แค่ปีเดียว แล้วเราเองก็เพิ่งเข้าประกันสังคมไม่กี่เดือน เงินเดือนเท่านี้ๆ เอกสารประกันสังคม ใบรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน และสเตทแม้นธนาคารเรามีมาให้ครบ.....


เจ้าหน้าที่ก็นั่งอมยิ้มอีก แล้วก็ตอบมาอย่างอารมณ์ดีว่า คุณสมบัติก็ได้อยู่นะ แล้วก็ถามเราว่าทำไมเราไม่กู้หลัก เพราะเงินเดือนเยอะกว่า อายุก็น้อยกว่า เราเลยบอกไปว่าเห็นแบงค์อื่นเค้าเอาอายุงาน ณ ที่ปัจจุบันของผู้กู้หลัก 2 ปึ เราเลยให้แฟนกู้หลัก .... คุณเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าของเราแบงค์นี้จะเป็นกู้หลักก็ได้นะ อยู่ในเกณฑ์อยู่.......


สักพักก็คำนวณยอดเงินที่ส่งแต่ละเดือนบอกให้เราสองคนรู้ เดือนละหมื่นต้นๆ ระยะเวลา 35 ปี แล้วก็ถามเราสองคนว่าทำไมเลือกที่นี่ล่ะ ทีแรกเรานึกว่าโครงการมีปัญหาอะไรกับแบงค์ป่าวหว่า ...ที่ไหนได้ พี่แกก็อยู่โครงการนี้เหมือนกัน เข้าอยู่ตั้งกะปีที่แล้ว ....ถึงว่านั่งอมยิ้มอยู่ตลอดเลย.... สักพักได้ยินเจ้าหน้าที่ท่านอื่นตะโกนถามคุณเจ้าหน้าที่ที่เราทำเรื่องอยู่ว่าโครงการไหนๆ .....พี่ท่านก็พยักหน้าใส่ตัวเองยิ้มๆ ......


......สุดท้ายหลังจากเราได้รู้สิ่งที่อยากรู้ ก็เอาฟอร์มที่ต้องกรอกกลับบ้าน เพราะธนาคารกำลังจะปิดแล้ว เราต้องเอามากรอกที่บ้าน แล้วเอาไปส่งให้พี่แกพรุ่งนี้.....


หลังจากมาถึงบ้านก่อนเข้าบ้านก็แวะกินข้าวกันก่อน เรานั่งๆ อยู่เลยถามคุณแฟนว่า ...ตัว....ตัวว่าเราสองคนนี้เรื่องมากจนเซลล์เขารำคานหรือเปล่า......เพราะเห็นวันนี้ช่วงหลังๆ ดูเซลล์จะไม่ค่อยพอใจ......


อิคุณแฟนตอบแบบมั่นใจสุดๆ ว่า.....เรื่องมากสิ.....เปลี่ยนแปลงบ่อย.......กรรม.....แถมทำหน้าตำหนิเราอีก...... หาว่าเราไปถามอะไรเค้าแยะ ก็ตรูสงสัยนี่..........บ้านราคาตั้งหลักล้านนะเฟ้ย.....เออนะ ทีของราคา 190 บาทอิคุณแฟนยังต่อเค้าเหลือ 150 เลย เรื่องธนาคารเราก็แค่อยากได้แบงค์ที่ดอกเบี้ยถูกกว่า และแบงค์ที่คุณสมับัติส่วนตัวของเราไม่เป็นปัญหากับข้อตกลงและเงื่อนไขต่างๆ ....... เลยอดถามคุณแฟนมันกลับไปไม่ได้ว่า .... หรือว่าตัวอยากได้แบงค์ที่ให้ดอกเบี้ยแพงๆ เหรอ.........


ไม่เข้าใจเลย ทีซื้อของราคาหลักร้อย เห็นอิคุณแฟนต่อเค้าแล้วต่อเค้าอีก ถามนู่นถามนี่สารพัด ทีเราก็ถามเรื่องที่มันก็ไม่ได้นอกเรื่องของเรื่องสักหน่อย เคืองเซลล์ไม่เท่าไหร่ เคืองอิคนที่จะต้องมาร่วมแชร์ชีวิตกันต่อไปอีกนี่สิ....ปั๊ดธ่อ!!!!


ขนาดยังไม่ได้บ้านนะจะเคืองกันตาย นี่แค่เรื่องเสาะแสวงหาธนาคารนะ เรื่องต่อเติมอีก ไม่ค่อยลงรอยกัน บ้านยังไม่ได้ อิคุณแฟนบอกจะปลูกต้นโน่นต้นนี่ ต่อนั่นเติมนี่ ใส่ชิงช้าหน้าบ้าน นู่นนั่นโน่น แบลๆๆๆๆ ..... เราก็เบรกว่า ถ้ากู้ผ่านจริง จะปูหญ้าอย่างเดียววววว ให้หมาวิ่งเล่น.....ต่อเติมไม่มีเงิน 5555 ไม่ต่อไม่เติมไรทั้งนั้นแหละ....... คนนึงอยากอยู่โล่งๆ อีกคนอยากอยู่รกๆ สงสัยบ้านหลังนี้จะไม่ได้เราสองคนเป็นเจ้าของ



Create Date : 22 พฤษภาคม 2554
Last Update : 22 พฤษภาคม 2554 22:37:45 น. 1 comments
Counter : 335 Pageviews.

 
ไม่ได้เรื่องมากค่ะ เรียกว่ารอบคอบ ชื่นชมค่ะ


โดย: S.Nantana วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:3:34:23 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
22 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.