- - - - - เมนูนักเขียนที่ Vanilla Garden - - - - -

วันก่อน"จอม" วิสาขา ไรวา เจ้าของไอเดียร้านอาหาร สวน และ ร้านหนังสือ อยู่ในที่เดียวกัน Vanilla Garden (นอกจากร้านจะสวยมากแล้วเจ้าของร้านยังสวยจัดอีกด้วย ) บอกว่ากำลังทำเมนูนักเขียน สำหรับร้านสวยเก๋ กลางกรุงของเธอ

อันนี้คือตัวอย่างเมนูนักเขียน ที่เธอกำลังทำอยู่



จอมบอกว่าต้องการประวัติฯ สั้นๆ ของนิ้วกลมด้วย ฉันเลยทำหน้าที่ส่งผ่านตัวหนังสือของนักเขียนหนุ่ม ณ เซี่ยงไฮ้ ลอยผ่านไซเบอร์สเปซสู่กลางซอยเอกมัย 12 - นิ้วกลม บอกกล่าวถึงชีวิตของเขาไว้ดังนี้

นิ้วกลม เกิดและเติบโตที่กรุงเทพฯ จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะพายเป้ออกเดินทางไปโตเกียวหลังลาออกจากที่ทำงานแห่งแรก ผลลัพธ์ของการเดินทางครั้งนั้นคือ โตเกียวไม่มีขา หนังสือเล่มแรกที่เขาเขียนคำอุทิศว่า “แด่ ความฝัน” ปัจจุบันเป็นครีเอทีฟคิดโฆษณาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ และเขียนหนังสืออย่างมีความสุข



บรรยากาศส่วนที่เป็นร้านหนังสือของ Vanilla Garden

foneko เคยเขียนถึงร้านนี้ไว้ คลิกไปอ่านได้ค้า

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=foneko&month=07-2007&date=25&group=2&gblog=231



. . .

กระทู้โหวตที่เฉลิมไทยถูกใจฉันอย่างแรง


ซินเดอเรลล่า สโนไวท์ เจ้าหญิงนิทรา แต่งงานกับเจ้าชายเพราะ ‘รัก’ จริงหรือ? ในเรื่องมีบอกไว้ตอนไหนเหรอ?...
กระทู้นั้น มีreply เด็ดๆ อย่าง
ความคิดเห็นที่ 10
" ซินเดอเรลล่า - แต่งงานเพื่อจะได้แก้แค้น พอแต่งแล้วก็มาจับแม่เลี้ยงกับพี่ๆ ไปทรมาน
สโนไวท์ - ความจริงสโนวไวท์เธอมีอายุเจ็ดขวบเท่านั้น เธอโดนเจ้าชายที่เป็นโลลิค่อนหลอก
เจ้าหญิงนิทรา - เธอโดนเจ้าชายลักหลับ เกิดตั้งครรภ์ ต้องปล่อยเลยตามเลย
อ้าว...ลืมไป พูดถึงฉบับดิสนีย์นี่นา ขออภัย ^^;;
จากคุณ : vee vee'

ความคิดเห็นที่ 109

Sleeping Beauty - เราไม่คิดนะว่าเพราะรัก เจ้าหญิงหลับไปตั้ง 100 ปี เชียวนะ ถ้าไม่แก่ ก็ปากเหม็นนะเราว่า 555+ แล้วเจ้าชายมั่นใจได้ไงว่าเจ้าหญิงสวยจริง ตื่นมาแล้วจะรักเจ้าชาย เราว่าเป็นไปไม่ได้นะ ที่จะทำเพราะรัก เราคิดว่าที่เจ้าหญิงแต่งด้วยอาจเพราะ ไม่เหลือใครอีกแล้วก็ได้ คิดดูหลับไปตั้ง 100 ปี ญาติพี่น้องคงตายหมดอ่ะ ไม่แต่งกะเจ้าชายแล้วจะอยู่ยังไงล่ะ จริงมะ

Cinderella - หึ หึ นางนี้เราเห็นชัวร์ว่าแต่งเพราะอิทธิพลของเจ้าชาย ไม่ใช่เจ้าชายบังคับแต่งนะ แต่เธอแต่งเพราะเค้าเป็นเจ้าชายไงล่ะ 555+ หลังจากเป็นคนใช้ในบ้านตัวเองมานาน จู่ ๆ มีเจ้าชายมาหลงรัก ไม่ต้องเป็นคนใช้อีกต่อไปแล้ว แถมยังได้อยู่เหนือแม่เลี้ยงกะพี่สาวใจร้ายอีก ไม่แต่งก็บ้าแล้ว แต่เจ้าชายก็บ้าเนอะ หาเจ้าสาวจากรองเท้า...

Snow White - อันนางนี้เราก็ว่าหาใช่เพราะรักไม่ พ่อหลงเมียใหม่ โดนแกล้งจนต้องระเห็ดออกจากบ้านหนีเข้าป่า!! เรื่องนี้เราว่าคนแคระเก่งนะ ทำโลงแก้วใส่นางนี้ได้ด้วย เจ้าชายผ่านมาคงสงสัยว่าเป็นใครชะโงกไปดู แล้วหลงรัก? ใจง่ายชะมัดเลย นางนี้ไม่แต่งก็กลับบ้านลำบาก สู้แต่งกะเจ้าชายไปแล้วไปอยู่แบบสบาย ๆ ดีกว่าอยู่กะพ่อที่หลงเมียใหม่ ว่าแล้วก็จับเจ้าชายซะเลย

สรุป มันเป็นนิทานกล่อมเด็กนะ ทุกท่าน
จากคุณ : vanishgirl

ใครอยากทำลาย"มายาคติ" แห่งนิทานคลิกไปอ่านโดยพลัน อย่าพลาดความคิดเห็นที่ 274 อย่างเด็ดของคุณ Ginevra ด้วยล่ะ
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5697812/A5697812.html




ยังๆ ไม่พอเรายังโปรโมทนักเขียนคนโปรดของเราต่อไป



"ฮารูกิ มูราคามิ นักเขียนนามอุโฆษชาวญี่ปุ่นได้กลับบ้านเกิดแล้ว" - ปรีดี หงษ์สต้น แปล -บทความจากนิตยสาร TIME Asia สัปดาห์ที่สอง เดือนสิงหาคม 2007 มาให้แฟนๆ มูราคามิได้อ่านกัน

ไปอ่านได้ที่โอเพ่นออนไลน์ เว็บไซด์ที่เพียบพร้อมด้วยสาระ
http://www.onopen.com/2007/editor-spaces/2105

. . .จอห์น อัพไดก์ กล่าวว่า มูราคามิเป็น “นักวาดผู้นุ่มนวลในดินแดนที่ไร้คำนิยาม” บางทีนั่นอาจจะเป็นศักยภาพในการเขียนที่สามารถครองใจคนทั่วโลกได้

“เวลาผมเขียนนิยาย ผมจมลงไปในที่ซึ่งไร้คำนิยาม” มูราคามิกล่าว

จะมีอะไรสากลไปกว่าการเล่าถึงสิ่งต่างๆ อันไร้ชื่อในฝันยามหลับของคนเรา? มูราคามิไม่ได้ให้คำนิยามกับดินแดนซึ่งไร้คำอธิบายนั้น เขาปล่อยให้เรื่องราวเหล่านั้นดำเนินไป แต่ให้เพื่อนเดินทางมาแก่คนอ่าน, นั่นคือน้ำเสียงของเขา เพื่อที่เราจะได้ไม่เผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง

เออิโซ มัทสุมูระ ช่างภาพผู้รู้จักมูราคามิตั้งแต่เขาเปิดแจ๊สคาเฟได้เล่าถึงน้ำเสียงนั้น เขามีปัญหาเรื่องการได้ยิน ตามปกติจึงต้องอ่านปากในการสนทนา ยกเว้นญาติและเพื่อนสนิท แต่เขากลับได้ยินมูราคามิอย่างสมบูรณ์ที่สุด

เขาว่า “ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไร อาจจะเป็นแรงสั่นสะเทือน...หรืออาจเป็นอย่างอื่น”มันอาจฟังดูเป็นภาษากวีเหลือเกิน แต่สีหน้าเปี่ยมสุขของมัทสุมูระไม่ได้โกหก

“ผมได้ยินเสียงเขา มันดังกังวานอยู่เสมอ

ป.ล. ในบทความแปลข้างบนเราจะเห็นการทำงานที๋โคตรจะมีวินัยของมูราคามิ แถมทุกวันนี้เขายังออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายสำหรับการเขียนนวนิยาย ซึ่งมูราคามิบอกว่าต้องใช้พลังงานสูงมาก ( ซึ่งจริงมาก เวลาอ่านนวนิยายของมูราคามิจบลงฉันรู้สึก " หมดพลัง" อยู่เสมอๆ)

คลิกไปอ่านกันโลดค่ะ


Create Date : 29 สิงหาคม 2550
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 14:25:59 น. 40 comments
Counter : 4967 Pageviews.

 

โอ น่าสนใจทุกเรื่องราวที่ จขบ.กล่าวถึง
ขอบคุณมากสำหรับสารดีๆที่นำมาบอกกล่าว




โดย: p_tham วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:18:58:59 น.  

 
ไว้กลับไปจะลองไปร้าน Vanilla Garden ดูค่ะ ชอบร้านแบบสไตล์ใหม่ๆแบบนี้ ขอบคุณที่แนะนำร้านดีๆอีกหนึ่งร้านนะคะ


โดย: TaMaChAN (narumol_tama ) วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:19:07:23 น.  

 
อืมม แล้วที่ร้านเขาจะมีพี่มุราคามิให้เลือกกินหรือเปล่าคะเนี่ย รสชาติพี่แกจะเป็นอย่างไรหนอ หนุบหนับเข้มข้น แซมรสขมขื่นหน่อยๆ อาจมีเกล็ดอะไรแทรกไว้ให้เคี้ยวกรุบๆ อืมม อืมม


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ IP: 58.9.18.195 วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:19:41:25 น.  

 
จิ้มไปอ่านเรื่อง มรคม. โดยพลันจ้า


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:20:19:20 น.  

 
อะโห หายไปนาน กลับมาทีอย่างไฮโซ อะโห ๆ ผมพึ่งอ่านเรื่องสวนวนิลา จาก Wallpapers (มีเอสมิ?) ภาษาไทย เล่มล่าสุด ยังแอบคิด โอ้ว อยู่ในเมืองไทยรึ

พี่แป๊ดเอามาลงซะแร้ววว

อา มูราคามิ อ่านหนังสือเค้าไม่ค่อยรู้เรื่องอะฮะ ยากทีเดียว แต่ว่าที่ย่าสนใจคือ เค้าออกกำลังกายและเตรียมตัวเองอย่างหนักเพื่อให้เขียนหนังสือได้

โอ้วววว วิถีบูชิโดมาก



โดย: superblackpig วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:20:28:51 น.  

 
ร้านสวยดีอ่ะ

ช่วงนี้รู้สึกตัวเองห่างเกินกับ มรคม. ยังไงไม่รู้


โดย: merveillesxx วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:21:08:56 น.  

 
แว่บแรกนึกถึงโฮสต์คลับ
โฮสต์คือนักเขียนในเมนู
(ได้รับอิทธิพลจากคุณป้า ซึ่งบอกว่าเวลาอ่านหนังสือจะพลิกไปดูหน้าคนแต่งด้วย ถ้าหล่อ..ก็หยวน ๆ ได้ถ้าไม่ค่อยสนุก)


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:21:15:56 น.  

 
แปลว่าคห.ข้างบนดูหน้าคนเขียนประจำสิเนี่ย อุอุ

ร้านวานิลลาการ์เด้นดูหรูหรามากค่ะพี่ ไว้นัดมีตติ้งกันที่นี่มันดีกว่า


โดย: พัท (Il Maze ) วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:23:46:02 น.  

 
น่าไปเยือนร้านนี้จัง


โดย: สายลมอิสระ IP: 222.123.113.195 วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:0:11:03 น.  

 
อู๊ยยย ชอบๆๆๆ
สโนว์ไวท์ให้แม่เลี้ยงเต้นจนตาย
คัลต์มากๆ


โดย: nanoguy วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:4:49:40 น.  

 
ร้านดูดีน่าเข้าจังเลย

กระทู้ที่แนะนำก็ฮาดีค่ะ ขอบคุณนะคะ


โดย: พุดน้ำบุศย์ IP: 58.10.234.167 วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:7:50:54 น.  

 
ดีใจๆ ที่มีคนชอบกระทู้นั้นแล้ว

ว่าแล้วก็ความคิดเห็นที่ 274 มาแปะด้วย

..เราว่า ถ้าคิดไปคิดมา...มันอาจจะเป็นความรักแบบปรากฏการณ์สะพานแขวนก็ได้นะ
แบบว่า ชีวิตเจ๊ๆทั้งหลาย ที่ชอกช้ำรันทดมาตลอด มีหนุ่มหล่อแสนดีมาช่วยในนาทีระทึกใจ ก็ใจเต้นตึกตักกันไป
ถ้าเป็นเรา แอปเปิ้ลติดคอเจียนตายตาเหลือกอยู่ แล้วมีหนุ่มหล่อหน้าใสแต่งตัวดีดูมีชาติตระกูล มาช่วยฟาดหลังให้มันหลุดออกมาได้ ก็คงแอบหวั่นไหวอยู่

ส่วนเรื่องวิเคราะห์นิทาน เราก็เห็นมาหลายที่ หลายแบบนะ เชื่อว่ามันมีเค้าโครงที่ลึกล้ำกว่าที่เราเห็นๆกันแน่ และยืนยันว่าโครงเรื่องเก่าๆไม่เหมือนปัจจุบัน เพราะเราชอบอ่านรวมนิทานเก่าๆ แบบโหดๆก็เยอะ มันแทรกอยู่นิดๆหน่อยๆทุกเรื่องแหละ ตอนอยู่ประถมเคยอ่าน แบบรวมนิทานกริมม์ 3 เล่ม จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร(อ่านนานมากแล้ว)

เพิ่มเติมเรื่องการมัดเท้าของหญิงคนจีน เล่ากันว่าเริ่มต้นมาจากนางรำคนหนึ่งซึ่งเมื่อเข้าวัง ได้แสดงการร่ายรำที่ทำให้ฮ่องเต้โปรดปรานมาก โดยที่นางสามารถขึ้นไปรำอยู่บนฐานดอกบัวทองคำได้ ทำให้นางในทั้งหลายเลียนแบบตาม โดยพยายามมัดเท้าตนตามนาง เพื่อให้"เท้าเล็กเหมือนดอกบัว" จึงกลายเป็นประเพณีสืบทอดกันมายาวนาน โดยที่หญิงชาวจีนจะนิยมการเย็บปักถักร้อย ลายปักบนรองเท้าคู่เล็กๆที่งดงามจะเป็นหน้าเป็นตาของพวกเธอได้อย่างดี บางทีในการดูตัว แม่สื่อจะจัดรองเท้าคู่เล็กๆที่มีลายปักฝีมือแม่หญิงเหล่านี้ไปให้ฝ่ายชายพิจารณาด้วย - แต่ประเพณีประหลาดๆนี้ได้ค่อยๆจางไปในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งห้ามมิให้สตรีแมนจูมัดเท้าตามสตรีชาวฮั่น ทำให้ประเพณีการมัดเท้าได้ลดลงบ้าง

ส่วนมู่หลาน เป็นวีรสตรีที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์จีน แต่ไม่ได้มีประวัติโลดโผนขนาดนั้น แค่นางไปออกรบแทนพ่อแก่ชรา และน้องชายที่ยังเล็ก ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่านางมีสกุลว่าอะไร บ้างก็ว่าแซ่ฮวา(ฮัว) บ้างก็ว่าแซ่มู่ และไม่แน่ชัดว่าเป็นคนในราชวงศ์ใด เพราะหลักฐานที่หลงเหลือมา คือตำนาน และเรื่องเล่าในอุปรากรจีน (เราอยากให้ดิสนีย์ทำเรื่องของขุนศึกตระกูลหยางอะ เหอๆๆ อยากให้ทำเรื่องของ เสอไซ่ฮวา ภรรยาประมุขตระกูลหยางที่นำทัพจีน+คุมขุนศึกตะกูลหยางที่เหลือ ที่เป็นสะใภ้ของลูกชายทั้ง7ที่ตายไป และลูกสาวของตนออกรบอะ สุดยอดๆๆๆ กับเรื่องของ มู่กุ้ยอิง ที่เป็นหลานสะใภ้ของเสอไซ่ฮวา คนนี้ก็เก่งเวอร์มากๆ)

***********************

เราว่านิทานเด็กๆเหล่านี้ มีเรื่องโหดร้ายแทรกอยู่บ่อยๆนะ แต่เราไม่ค่อยสังเกตเอง หรือว่าเพราะทุกคนมักจะชินกับเทพนิยายของดิสนีย์ก็ไม่รู้ พอดีเรา ที่บ้านเลี้ยงมาด้วยนิทานทุกเรื่องที่แม่หาได้ -*-" เล่มเล็กเล่มใหญ่ รวมเรื่องสั้น แยกเป็นเล่มๆ นิทานภาพ จนเราเองก็แอบเอะใจ ทำไมมันต้องโหดแบบนี้ด้วยนะ -*-...

สังเกตดูดีๆ นิทานไทยก็ไม่ต่างกันเลย อย่างเรื่องปลาบู่ทอง แม่ปลาบู่ตายอนาถไม่รู้ตั้งกี่รอบ แล้วอย่างเรื่อง นางสิบสอง อีก โดนควักลูกตาบ้างละ กินลูกตัวเองบ้างละ นางเมรีอกแตกตายบ้างละ

นิทานฝรั่ง อย่าง รัมเปลสติลล์สกิน ไอ้เจ้าคนแคระโรคจิตนั่นอีกๆ -*-" พระราชาก็โหดเหลือเกิน ให้ฟั่นฝ้ายเป็นทองคำ ได้ก็รับเป็นเมีย ไม่ได้ก็ประหาร คนแคระโรคจิตที่จะมาช่วย แต่ต้องแลกของ สุดท้ายจะเอาลูกคนแรก พอโดนจับไต๋ได้ก็กระทืบเท้าจนขาจมพื้น กระชากขาตัวเองขาดต่ออีก (Rumpelstiltskin - The Brothers Grimm ต้นฉบับตีพิมพ์ครั้งแรก คศ.1882)
หรือสโนไวท์ ที่ฉบับแรกมีแม่เลี้ยงพยายามฆ่าถึง3รอบ รอบแรกใช้ผ้ารัดอก(คอเซท)ที่แน่นมาก รอบสองใช้หวีสับอายพิษ รอบ3ใช้แอเปิ้ลมีพิษครึ่งซีก และพอเสร็จการฆาตกรรม (และสโนไวท์ฟื้นแล้ว) แม่เลี้ยงถามกระจกอีก แล้วกระจกบอกว่า ราชินีผู้เยาว์ของเมืองที่ห่างไกล งามกว่าผู้ใด แล้วแม่เลี้ยงตามไป ในงานเลี้ยงแต่งงานของสโนไวท์ สโนไวท์เลยทหารจับแม่เลี้ยงใส่รองเหล้าเหล็ก บังคับให้เต้นรำไปจนขาดใจตาย...น่ากลัวออก ( Snowdrop - The Brothers Grimm ตีพิมพ์ครั้งแรก คศ.1812 จริงๆดูเหมือนกับว่า สโนไวท์นั้นจริงๆชื่อสโนว์ดรอป - ชื่"สโนว์ไวท์"นั้น ปรากฏอยู่ในอีกเรื่อง คือเรื่อง "สโนว์ไวท์และโรสเรด" ของ กริมม์ เช่นเดียวกัน ตีพิมพ์ในปีเดียวกัน - เป็นเรื่องของสองพี่น้องที่ชื่อสโนว์ไวท์และโรสเรด)

เชื่อเถอะค่ะ...ว่านิทานพวกนี้ เคยเป็นแบบนี้มาก่อนจริงๆ

จากคุณ : Ginevra


โดย: จขบ. IP: 58.9.192.2 วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:8:51:24 น.  

 
ไปอ่านทู้ดาร์คๆมาแล้วฮะ
ดาร์คจริงๆ ฮ๋าๆ แต่กำลังคิดว่า

"ความเป็นเด็ก" นี้เริ่มเมื่อไหร่ในประวัติศาสตร์ ที่เด็กจะได้รับสิทธิ์ไม่ต้องทำงาน เรียนหนังสืออย่างเดียว จนกว่าจะโต

คิดว่าความคิดแบบนี้น่าจะเกิดขึ้นในช่วงโมเดิร์นที่แยกตำแหน่งของแต่ละคนออกจากกันชัดๆ (รึเปล่า)

การที่นิทานเหล่านี้ถูกบิดเบือนเพราะว่าผู้คนต้องการ 'ปกป้อง' เด็ก นั้นน่าสนจายยย เพราะว่า ถ้าเด็กๆที่ว่าหมายถึงเด็กๆ ตั้งแต่ประมาณ เจ็ดสิบปีที่ผ่านมา เราทุกคนในตอนนี้ก็เป็นเด็กที่อยู่ในช่วง ถูกปกป้อง กันทุกคนเลยสิ

เหมือนเด็กไทยต่อไปที่จะมี นหนู ททหาร เป็นปักหมุด ป้องกันเรื่องร้าย ต่างๆ แอะ แวะไปจิกกัดชาวบ้าน

คำถามที่ต่อมา(เอง) คือ แสเงว่าคนสมัยก่อนไม่ได้คิดว่ามันเลวร้ายใช่มั้ย แล้วทำไมคนสมัยนี้คิดว่ามันเลวร้าย

อะไรคือการแบ่ง ระหว่าง เด็กดูได้ และเด็กดูไม่ได้ และ อะไรคือความโหดร้าย อ๊ะ พิมมายาว แวะเอาไปตอบในทู้ด้วยดีกัวเนะๆ


โดย: superblackpig IP: 203.150.117.109 วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:9:31:03 น.  

 
^
^ พี่ว่าความคิดที่จะ "เพียวริฟาย" สิ่งต่างๆ นี่มันมีมาตั้งแต่ก่อนโมเดิร์นแล้วล่ะ และดีที่มันยังมีนิทานแบบโหดๆ เหลือรอดมาถึงทุกวันนี้อยู่ด้วย
( และมีการเขียนใหม่อยู่ตลอด )
ไปดูนิทานพื้นบ้านไทยดิ มันส์จริงๆ

อะไรที่มันดูสะอาดสะอ้าน ดูดี ดูใสๆ มันยอมรับได้ง่ายกว่าน่ะ
และแพร่หลายได้มากกว่า เป็นปรกติอยู่แล้ว

ถ้าเราเป็นพ่อคนแม่คน เราคงตะขิดตะขวงใจเหมือนกันนะที่จะอ่านนิทานเวอร์ชั่นร้ายๆ ให้ลูกฟัง

เพียงแต่ถ้าเด็กๆ มันโตขึ้น อาจจะต้องบอกว่า นิทาน ไม่ได้มีแบบเดียวนะ ไม่ต้องปกป้องพวกเขาจากโลกอันโหดร้ายมากก็ได้

จำได้ว่าสมัยเด็กๆ เคยได้อ่านเจอนิทานโหดๆ ของฝรั่งเหมือนกัน



โดย: grappa IP: 58.9.192.2 วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:9:44:21 น.  

 
อ่านกระทู้นั้นแล้วก็แอบขำๆเหมือนกันค่ะ ประมาณว่า เออ จริงด้วยเนอะ
ร้านข้างบนน่าไปมากเลยค่ะ แต่ไกลจัง


โดย: PinGz (Kai-Au ) วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:10:07:15 น.  

 
5555++ ขำนิทาน ชอบบบบ



โดย: อั๊งอังอา วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:14:22:07 น.  

 
จะบอกว่ากระทู้นั้นเป็นกระทู้โพสต์โมเดิร์นก็คงไม่ผิด

ทำการรื้อและสร้างใหม่เอากันตามใจฉันกันมันส์ไปเลย

คนเรานี้ว่ากันไปก็สนุกสนานเฮฮา กับเรื่องที่แปลงอะไรเก่า ๆ ให้แปลกประหลาดอยู่เสมอ (ซึ่งผมชอบน่ะ ผมชอบเทพนิยายแบบดาร์ค ๆ)

เขียนใหม่พร้อมกับฟังงานของ Bjork คนหนาวไปทั่วหัวใจ


โดย: ดองเองครับ IP: 202.28.27.6 วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:17:31:18 น.  

 
ดีจังเลย


โดย: โลเล IP: 58.9.190.187 วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:18:58:51 น.  

 
กระทู่สโนไวท์ยาวมากๆ เลยพี เลยยังไม่ได้อ่าน

มูราคามินี่หน้าตานิ่งๆ ดีนะพี่


โดย: ปืนกล IP: 202.41.167.244 วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:19:04:39 น.  

 
เนี่ยว่าจะไปอีกรอบเสาร์นี้แหละค่ะ ได้กินของอร่อยอีกแล้ว

ป.ล.ขอบคุณนะคะอุตส่าห์ลิ้งค์ไปบล็อกฝนด้วย ฮี่ๆ


โดย: fonkoon วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:19:23:23 น.  

 
อ่านบล็อกวันนี้อย่างเมามันมากๆ เหอๆ

แต่ยังตามไปอ่านลิงค์ที่เกี่ยวข้องไม่ได้ค่ะ

ร้านนี้สะดุดใจตั้งแต่อ่านที่บล็อกคุณฝนแล้วค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไป ยังไงก็จะไปแน่ๆ ในวันหนึ่งค่ะ ร้านในฝันขนาดนี้



พี่สบายดีนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:23:31:15 น.  

 
ทีแรกเข้าไปอ่านกระทู้สโนว์ไวท์ฯลฯ เพราะงงว่าเป็นเรื่องอะไร แต่พออ่านไปๆ ก็ชอบ และเซฟเก็บไว้อ่านเล่นเรียบร้อยแล้วค่ะ

ร้านสวนวนิลา น่าไปเหลือเกิน

ส่วนมูราคามิ ยังขอผ่อนผันไว้ก่อนค่ะ
ทว่า พอเห็นประโยคดินแดนที่ไร้คำนิยาม โอ้...จี๊ด


โดย: quin toki วันที่: 31 สิงหาคม 2550 เวลา:0:58:48 น.  

 
ชอบกระทู้นั่นเหมือนกันครับ

อ่านแล้วคิดถึงคำว่า ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง...


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 31 สิงหาคม 2550 เวลา:5:29:30 น.  

 
อ๊ะ..วันนี้ดีจัง พี่เล่นเน็ตดึกเลยได้เจิมบล็อกหนูด้วย ขอบคุณค่า

ถ้าได้ดูมีมายเซลฟ์เมื่อไหร่ไปคุยกันนะคะ จะรอๆ


ดายฮาร์ดน่ะ ซับฯ สุดยอดจริงๆ ค่ะ แบบ..กวน มันส์ โหด หนูก็ชอบค่ะพี่ อิอิ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:0:47:47 น.  

 
กระทู้สโนไวท์ฯ เคยเอาให้เพื่อนอ่าน
เพื่อนบอก...ไม่ได้สิ เราไปวิเคราะห์โดยใช้กรอบค่านิยมแบบปัจจุบัน

แต่ไม่ได้มองถึงกรอบแบบเก่า ของยุคสมัยที่เรื่องนั้นๆ ได้รับการเขียนขึ้น

ต้องมองเรื่องนี้โดยสายตาของอดีต

อืม...ล้ำลึก
(จริงๆ เราก็ไม่เคยคิดถึงประเด็นที่ว่ามันเป็นเรื่องเล่าเมื่อนานมา...เลยนะ)


โดย: psycho patch วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:17:47:58 น.  

 
อยากกิน~


โดย: ทินา IP: 58.64.49.104 วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:23:29:04 น.  

 
ร้านน่านั่งมากๆเลยค่ะ
มีทั้งสวน และหนังสือ

กระทู้น่าสนใจจังค่ะ เดี๋ยวคลิ้กไปอ่านมั่ง

ขอบคุณพี่แป๊ดมากค่ะที่เขียนถึงบล๊อก ตอนแรกเพื่อนบอกยังงงเลย แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่เห็นหนังสือ ยังไม่มีใครว่างแสกนให้ดู
แต่ว่าไม่เป็นไรค่ะ เพราะว่าอีกเดือนนึงก็กลับเมืองไทยถาวรแล้วค่ะ ตอนนี้เลยพยายามเที่ยว ห่างจากอัพบล๊อกไปบ้าง ดีใจและตื่นเต้นที่จะได้กลับบ้าน



โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:3:51:41 น.  

 
ร้านน่ารักสว่างดีด้วย น่าไปทอดอารมณ์มากเลย คุณกรัปป้าชอบกระทู้สโนไวท์ ชอบที่เค้าเขียนนางเอกต่างภาพลักษณ์เหมือนชะนีสาวในละครช่องสาม ช่องเจ็ด อ่านแล้วฮาดีค่ะ ชอบๆ


โดย: แม่เจ้าฌอน [Special Ed.] IP: 24.5.131.121 วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:10:02:32 น.  

 
ร้านน่ารักสว่างดีด้วย น่าไปทอดอารมณ์มากเลย คุณกรัปป้าชอบกระทู้สโนไวท์ ชอบที่เค้าเขียนนางเอกต่างภาพลักษณ์เหมือนชะนีสาวในละครช่องสาม ช่องเจ็ด อ่านแล้วฮาดีค่ะ ชอบๆ


โดย: แม่เจ้าฌอน [Special Ed.] IP: 24.5.131.121 วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:10:02:33 น.  

 
ชอบมากๆค่ะ
ชอบทุกอย่างที่บล็อคนี้
ชอบประเด็น
ชอบเจ้าของบล็อค


ไม่แน่ ..บางทีฉันอาจหลรักคุณด้วย


โดย: เช้านี้ยังมีเธอ วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:10:19:58 น.  

 
แวะไปอ่านกระทู้นั้นมาแล้วครับ
บล็อคนี้สมเป็นบล็อคของนักเขียน นักอ่านจริงๆครับ



โดย: joblovenuk วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:14:46:28 น.  

 
พี่แป็ดขอบคุณมากๆอุตส่าห์แสกนให้ดูอ่า
ปลื้มที่พี่เขียนจัง อ่านแล้วยิ้มแก้มปริตรงบล๊อกสาวสวย ฮ่าๆ จริงๆไม่สวยนะ แต่ใครว่าสวยก็รับ ก็าก

ขอบคุณอีกทีค่า


โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:6:32:00 น.  

 
ิอัพหลากหลายเรื่องน่าสนใจค่ะ

กระทู้นั้น เห็นเหมือนกันแต่ยังไม่ได้คลิกเข้าไปอ่านเลย

อืมมมม

อ่านความเ็ห็นของคุณกรัปป้าใน blog ฉันแล้วค่ะ ได้รับรู้ในบางเรื่องที่จริงๆก็สงสัยอยู่ในใจลึกๆเหมือนกันค่ะ อ่านแล้วก็รับทราบ ถ้าคุณกรัปป้าเขียนเพิ่มใน blog ฉันว่าก็ดีค่ะ เพราะจริงๆแล้วคนที่คิดแบบฉันอาจมีเยอะก็ได้นา อย่างไรก็ตามพออ่านที่คุณกรัปป้าเขียนแล้ว กเลยว่าจะซื้อล่ะ หนังสือที่อยากอ่านแบบถ้าไม่อยากรอ


โดย: cottonbook วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:10:45:01 น.  

 
จำไม่ได้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่
ที่ผมได้เผลอคลิ๊กเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้
เป็นครั้งแรกๆที่ผมเห็นชื่อ มูราคามิ

จากนั้นไม่นานผมก็หลงรัก "ผม" อย่างถอนตัวไม่ขึ้น โดยไม่รู้ตัว



โดย: เด็กผู้ชายที่ไม่เตะบอลตอนกลางวัน (kanapo ) วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:1:01:39 น.  

 
แอบเห็นblogของพี่อยู่ในหนังสือ a day ฉบับล่าสุดดก้วยค่ะ (ฉบับที่พี่ป้อดกับพี่บอยอยู่บนปกอะคะ)


โดย: sakuradayori (sakuradayori ) วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:18:30:23 น.  

 
ู^
^
^

บล็อกเจ้าแม่ 555 ได้ลงรูปอยู่คนเดียว


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:20:33:41 น.  

 
มาขอบคุณที่แวะไปคอมเมนต์ให้ครับผม


โดย: ommyz วันที่: 9 กันยายน 2550 เวลา:10:11:34 น.  

 
ผมไปดูหนังดิจิตอลด้วยพี่ แต่ไปไม่ทัน รอรถนานมาก และรถติดแบบสุดๆ เลยไปเดินเล่น แล้วกลับบ้านเลย ขอโทษที่ไม่ได้โทรบอก


โดย: ปืนกล IP: 202.41.167.244 วันที่: 9 กันยายน 2550 เวลา:20:05:07 น.  

 
^
^ ยังพูดกับต่อเลย
ว่าปิ๊กจะมาดูหนังด้วยนะเนี่ยะ


โดย: จขบ. IP: 58.9.198.46 วันที่: 9 กันยายน 2550 เวลา:22:36:29 น.  

 
เราอยากรู้เค้าโครเรื่องจริงอย่างละเอียดของเทพนิยายอย่างพวกซินเดอเรลล่า อะไรพวกเนี่ย พอจะมีมั้ยค่ะ
เพราะที่รู้ๆมาก็มีแค่เจ้าหญิงนิทรากับหนูน้อยหมวกแดง
เค้าว่าเจ้หญิงนิทราถูกลักหลับตอนหลับและเกิดท้องเกิดลูกชาย-หญิง ฝาแฝด แต่ถูกภรรยาของคนที่ข่มขื่นตัวเองจับลูกไปแล่เนื้อทำเป็นอาหาร
ส่วนหนูน้อยหมวกแดงก็โดนหมาป่าขย้ำฉีกเป็นชิ้นๆหลังจากที่มันกินคุณยายของหนูน้อยหมวกแดงเข้าไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างรู้ของเรื่องอื่นด้วยอะค่ะ หาอ่านไปที่ไหนดีค่ะ ช่วยตอบด้วยน้า
Rudy_wildarms@hotmail.com
เมลล์นี้ก็ได้ค่ะ
ขอบคุณนะค่ะ


โดย: โฮตารุ IP: 203.113.51.196 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:50:15 น.  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




,











หนังสือ
ของสนพ.ระหว่างบรรทัด


การเดินทางของคชสาร
คชสาร ตั้งยามอรุุณ
images by free.in.th




บทอวสานของคชสาร
คชสาร ตั้ังยามอรุณ
images by free.in.th




เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4)
ปราบดา หยุ่น
images by free.in.th

Instagram






Padd Betweentheline

Create your badge
New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
29 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add grappa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.