แด่ ม.ร.ว.กีรติ เหยื่อของฝรั่งคนสุดท้ายในวรรณกรรมไทย (จบ)

แด่ ม.ร.ว.กีรติ
นิธิ เอียวศรีวงศ์

เณรพลายแก้วได้ปะหน้านางพิมวัยสาวเป็นครั้งแรก ตกดึกก็คร่ำครวญถึงนางพิมว่า "ทำไฉนจึงจะได้นางพิมชม" รักกับได้ชมแยกออกจากกันไม่ได้. เรื่องนี้ทำให้ผมอดคิดถึงละครทีวีและหนังไทยหลายเรื่องไม่ได้ พระเอกรักนางเอก แต่ด้วยความแค้นซังกะบ๊วยอะไรก็ตาม เขาจึงแก้ปัญหาด้วยการปล้ำ ทำจนนางเอกท้องบ้างไม่ท้องบ้าง แล้วผู้แต่งจะจบเรื่องอย่างไร น่าอัศจรรย์มากนะครับ นางเอกก็รักพระเอกแล้วก็แต่งงานอยู่กินกันจนชั่วฟ้าดินสลาย

การปลุกปล้ำข่มขืนเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความรัก นางเอกก็ยอมรับปรัชญาข้อนี้ จึงมีความรู้สึก "รัก" คนที่เคยข่มขืนตนได้ลงคอ ที่น่าอัศจรรย์คือผู้แต่ง (ซึ่งมักเป็นผู้หญิง) คิดได้อย่างไร แต่ที่น่าอัศจรรย์กว่านั้นคือผู้ชมละครทีวีหรือดูหนังก็ชื่นชมเรื่องอย่างนี้จนติด มันแปลว่าอะไรครับ ผมแปลว่าการ "ได้ชม" นั้น จะใช้วิธีไหนก็ได้ นับตั้งแต่มนต์มหาระรวยไปจนถึงกล้ามเนื้อ

เช่นเดียวกับอิเหนาเมื่อได้ใช้ปากพูดกับจินตะหราเป็นครั้งแรกก็ฝากรักว่า "...เพราะหวังชมสมสวาสดิทรามวัย สู้เอาชีวาลัยมาแลกรัก" ฉากรักในละครรำไปจนถึงลิเกก็คือการรุกและการป้องปัด พูดภาษาชาวบ้านคือปากว่ามือถึง

ไม่มีนะครับ อาการแห่งความรักบริสุทธิ์ เทิดทูนบูชา ฯลฯ อย่างที่ควรจะเป็นสำหรับความรักโรแมนติค เพราะความรักแบบไทยไม่ใช่ความรักโรแมนติค ครั้นเรารับเอาความรักโรแมนติคมาจากหนังและนิยายฝรั่งในภายหลัง ผมออกจะสงสัยว่าเรายังไม่รู้วิธีจะรวบยอดมันมาใช้ในการแสดง หรือแม้แต่ในวรรณกรรมได้

ผมควรย้ำไว้ด้วยว่า ความรักแบบโรแมนติคของฝรั่งก็ไม่ใช่อุดมคติดีเลิศที่เราต้องทำให้ได้นะครับ เพียงแต่ว่าเราไปลอกความรู้สึกแบบนั้นจากนิยายและหนังฝรั่งมาใช้ในหนังและนิยายของเราบ้าง แต่แล้วเราก็ใช้มันอย่างไม่แนบเนียนเท่าไร โดยเฉพาะในการแสดงความรักแบบนั้น

ผมเข้าใจว่าในวัฒนธรรมโบราณของไทยนั้น การได้เสียเป็นความรับผิดชอบ (พอสมควร-คือมากกว่าปัจจุบัน) ความคิดอันนี้สะท้อนออกมาในหนังและละครทีวีไทยอยู่เหมือนกันนะครับ ตัวละครที่เป็นฝ่ายคนดี ซึ่งรวมพระเอกด้วยมักรับผิดชอบกับเรื่องนี้เสมอ แม้แต่กับนางอิจฉาที่มอมเหล้าพระเอกแล้วไปนอนแก้ผ้าเป็นเพื่อนตลอดคืน ฉะนั้น ความรักแท้ของพระเอกในวรรณคดีไทยจึงแยกออกจากเรื่องได้เสียไม่ได้ รักแท้แล้วไม่ยอมได้เสียก็แสดงว่าไม่ได้รักจริงล่ะสิครับ

หญิงชายไทยในสมัยก่อนคงต้องใจกันบ้างถึงได้เสียกัน จะต้องใจกันได้ก็ต้องจีบกัน แต่จีบกันโดยไม่มีการได้เสีย จึงต้องทำโดยไม่มีพันธะต่อกันมากจนเกินไป

ในประเพณีแอ่วสาวของภาคเหนือ (หรือเว้าสาวของอีสาน) คำโต้ตอบของหญิงชายมีแบบแผนค่อนข้างตายตัวอยู่แล้ว ต่างฝ่ายต่างรู้กันว่าต้องพูดอะไร และต้องตอบโต้ว่าอะไร ความหมายที่แท้จริงจากใจผู้พูดแฝงอยู่อย่างละเอียดอ่อนในคำโต้ตอบนั้น เช่น ผมได้ยินมาว่า หากสาวในภาคเหนือถูกถามว่าเย็นนี้กินอะไร แล้วเธอตอบว่ากินอะไรที่เผ็ดๆ ก็แปลว่าเธอไม่ยินดีต้อนรับหนุ่มที่ถามนัก แอ่วพอเป็นมารยาทแล้วควรเขยิบหนีไปเรือนอื่นที่ลูกสาวเขาบอกว่ากินแกงฟักหรืออะไรที่เย็นๆ กว่านั้น

นักวิชาการฝรั่งอธิบายว่า ประเพณีโต้ตอบในการแอ่วสาวเหล่านี้ ช่วยกีดกันมิให้การสนทนาของแต่ละฝ่ายกลายเป็นข้อผูกมัดจนเกินไป (จนกว่าฝ่ายชายจะเอ่ยปากขออนุญาตส่งผู้ใหญ่มาขอ-ซึ่งต้องพูดโดยไม่มีภาษาแอ่วกำกับ) ซึ่งผมก็เห็นด้วย

ผมนึกถึงการเล่นโวหารของหนุ่มสาวสมัยนี้ อย่างที่เคยเห็นในทีวีเสมอ เช่น ผู้ชายบอกผู้หญิงว่า "ขอโทษ ช่วยเขยิบมาตรงนี้หน่อยเถิดครับ" "ทำไมหรือคะ" "หัวใจเราจะได้ตรงกันไงครับ" และโวหารอื่นๆ อีกมากมาย แล้วแต่ใครจะคิดขึ้นใหม่โดยไม่มีประเพณีของภาษาแอ่วมากำกับ. แต่... แล้วมันจริงหรือเล่นล่ะครับ ? คำตอบคือไม่ชัด จริงก็ได้เล่นก็ได้ แต่ที่แน่นอนคือไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ต่างเลยนะครับกับประเพณีการแอ่วสาวหรือเว้าสาว

แสดงว่า จนถึงทุกวันนี้ หลังจากดูหนังฮอลลีวู้ดกันมาคนละนับเป็นร้อยเรื่องแล้ว ความรักแบบโรแมนติคก็ยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบความสัมพันธ์ของไทย และเรายังไม่อาจแสดงความรักแบบนี้ได้เป็น ทั้งในศิลปะการแสดงและในชีวิตจริง

ผมคิดเรื่องนี้แล้วก็นึกเถียงตัวเองว่า ทำไมผู้คนจึงซาบซึ้งกับนวนิยายเรื่อง "ข้างหลังภาพ" ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ กันมากอย่างนั้นเล่า ความรักของ ม.ร.ว.กีรตินั้นแหละคือสุดยอดของความรักแบบโรแมนติคเลย ไม่มีบริบท, ไม่มีข้อเรียกร้องตอบแทน, (น่าจะ) ไม่มีความรู้สึกทางกามารมณ์ด้วย ขอแต่ให้ได้รักเท่านั้น หรือเธอเป็นเหยื่อของฝรั่งคนสุดท้ายในวรรณกรรมไทยกันหว่า

ในขณะที่คนอ่านสามารถเข้าใจเธอได้ แต่ทำตามไม่ได้ อย่างที่คนไทยปัจจุบันเข้าใจความรักแบบโรแมนติคได้ แต่ทำตามไม่ได้

ป.ล.1 บทความของอาจารย์นิธิชิ้นนี้นำมาจากบทความเผยแพร่ของเว็บไซด์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และบทความชิ้นนี้เคยตีพิมพ์ในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ด้วยค่ะ

ป.ล.2 จบแล้วค่ะ







Create Date : 19 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 16:35:28 น. 19 comments
Counter : 843 Pageviews.

 


โดย: rebel วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:8:14:13 น.  

 
น่าสนใจค่ะ


โดย: jaa_aey วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:8:50:41 น.  

 
หนูเป็นคุณหญิงกีรติ ตอนอวสานค่ะ



โดย: erol วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:07:29 น.  

 
กำลังมีความรัก
...แต่คิดว่าคงต้องจบในไม่ช้าเพราะเริ่มเรียกร้องอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่อยากเป็นอย่างคุณหญิงกีรติค่ะ
มันโรแมนติก - แต่เศร้า

------------
ป.ล. เมื่อก่อนเกลียด plot ไทยๆ ประเภทตบจูบหรือใช้กำลังมาก...
ดูทีไรได้แต่รำคาญนางเอกทำไม "กร๊วกมาก" อย่างนี้
และไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมไม่มีนางเอกที่จำยอมแต่งงาน
สุดท้ายจับพระเอกเชือดแล้วโยนให้เป็ดกิน เอิ๊กๆๆ


โดย: แพนด้ามหาภัยไร้รัก IP: 203.113.32.9 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:25:16 น.  

 
เคยดูหนัง (ฝนร้องไห้ด้วยอะคะ) พอดีเพื่อนฝนทำสารนิพนธ์เรื่องนี้ แต่ฝนไม่เคยอ่านในหนังสือเลย


โดย: foneko IP: 61.91.87.55 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:34:47 น.  

 
แล้วรักที่มีแต่รัก ก็หายากขึ้น
ยากขึ้นทุกที
ความรักเป็นเรื่องยากที่สุดในชีวิตผมเลยครับ


โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:16:46 น.  

 
อ่านแล้วอยากกลับไปจับหนังสือเล่มนี้อีกสักครั้งค่ะ... คิดถึงตอนอ่านเล่มนี้ครั้งแรกรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาดังๆ จังเลย


โดย: JewNid วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:24:59 น.  

 
เคยได้อ่าน ตอนลงในมติชนสุดฯ ครับ...

ผมชอบ ข้างหลังภาพนะ


โดย: Nutty Professor วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:44:48 น.  

 
กำลังจะเป็นท่านหญิงกีรติอยู่

แต่เรื่องปล้ำกันในละครไทยนี่
ใช่เลยนะ

ปล.เดี๋ยวจะเอาโค้ดที่บล็อคออก
ถ้ายังเต้นอยู่ก็บอกที
เพราะตัวเองไม่เคยเห็นว่ามันเต้นเลย




โดย: keyzer วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:57:40 น.  

 
เหมือนอย่างที่ผมบอกไปในบล็อกที่แล้วว่าเหมือนอ่าน หนังสือเรื่อง มายาคติ ของโรลอง บาร์ต เลยแฮะ

ยิ่งมาอ่านจนจบ ยิ่งคิดว่า โอ้ ใช่เลย

ความรักในอุดมคติ มีจริงไหม ไม่มีใครรู้

แต่ความคิดนี้ฝังลึกลงในรากของวัฒนธรรม เหมือนเรื่องของ ความเป็นลูกผู้ชาย พรหมจรรย์ ความดีความงาม สุนทรียะ ฯลฯ จนยากที่จะแยกว่านี้คือเรื่องธรรมชาิติเรื่องเรื่องมนุษย์สร้างขึ้น

ส่วนเรื่องความรักมันยากที่จะบอกกล่าว แต่ผมแน่ใจมากเลยครับว่า ม.ร.ว. กีรติคงมิใช่เหยื่อของฝรั่งคนสุดท้ายในวรรณกรรมไทยแน่นอน


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:34:57 น.  

 
นานมาแล้วที่เป็นคนหนึ่งที่ชอบคุณหญิงกีรติ


โดย: ปาลินารี วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:19:20:41 น.  

 
มาอ่านต่อครับ

ความรักไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แคนชอบทำตัวให้ยากเองครับ

อืมมม ผมก็เชื่อว่าม.ร.ว. กีรติไม่ใช่เหยื่อของฝรั่งคนสุดท้ายในวรรณกรรมไทยครับ


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:36:09 น.  

 
เชื่อว่า ม.ร.ว. กีรติ จะไม่ใช่เหยื่อของฝรั่ง
คนสุดท้าย ในวรรณกรรมไทยเหมือนกันค่ะ


โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:54:24 น.  

 
พี่แกร๊ปป้าค่ะ
จริงๆหนูก็สนใจมากมานานแล้วหน่ะค่ะ แต่ด้วยทราบดีว่าเรานั้นค่อนข้างจะเบาปัญญา จึงไม่ค่อย แสดงความคิดเห็นมากนัก และหนูเองก็ไม่ได้รักชอบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ เพียงแต่...
แหมจะพิมพ์อะไรทีในนี้ต้องสงวนท่าทีหน่อยนะค่ะ เดี่ยวโจ๊งคลึ๊ม..มมม

ดีใจถ้าพี่จะช่วยชี้แนะค่ะ


โดย: erol วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:23:17:15 น.  

 
อ่านแล้วก็เห็นด้วยอยู่นิดๆกับความคิดของ อ.นิธิ แต่ถึงอย่างไร ความรักของ กีรติ คงไม่ใช่ความโรแมนติกสุดท้ายในวรรณกรรมไทยแน่ เชื่อเช่นนั้นเหมือนกันนะ
ล่าสุดอ่าน "ซากุระในสายลมร้อน" แล้วก็คิดว่าโรแมนติกดีเหมือนกัน โดยเฉพาะพระเอก เป็นรักที่เสียสละ ไม่ยึดครอง หวังเพียงให้คนรักของเขาได้สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเท่านั้นเอง


โดย: ป้อจาย วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:0:20:17 น.  

 
พบกันพรุ่งนี้นะค่ะ
ฝันดีค่ะ



โดย: erol วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:0:33:25 น.  

 
ส่วนตัวไม่เชื่อเลยในความรักที่แบบ ฉันเกิดมาเพื่อเธอคนเดียว

ข้างหลังภาพนี่อ่านตอนแรกก็ชอบนะคะ พอมาอ่านอีกที ดันเฉยๆไป


โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:51:10 น.  

 




โดย: p_tham วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:2:02:15 น.  

 
ผมดูข้างหลังภาพจบก็บอกกับเพื่อนที่ดูด้วยกันว่า -แกต้องไม่เป็นอย่างนี้ แกต้องเรียกร้องในสิ่งที่แกจะเรียกร้องได้-

จะว่าไปแล้ว ชอบประโยคนี้จัง
-ผมเข้าใจว่าในวัฒนธรรมโบราณของไทยนั้น การได้เสียเป็นความรับผิดชอบ (พอสมควร-คือมากกว่าปัจจุบัน)-

ผมว่าปัจจุบัน ความคิดแบบนี้คงหายไปจวนหมดแล้วล่ะครับ


โดย: apower IP: 61.91.170.219 วันที่: 15 ธันวาคม 2548 เวลา:6:50:01 น.  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




,











หนังสือ
ของสนพ.ระหว่างบรรทัด


การเดินทางของคชสาร
คชสาร ตั้งยามอรุุณ
images by free.in.th




บทอวสานของคชสาร
คชสาร ตั้ังยามอรุณ
images by free.in.th




เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4)
ปราบดา หยุ่น
images by free.in.th

Instagram






Padd Betweentheline

Create your badge
New Comments
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
19 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add grappa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.