- - - - - เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง-ฮารูกิ มูราคามิ ความเรียงที่ทำให้เราร้องไห้ - - - - -



ดิฉันพบว่าการเขียนถึงหนังสือที่เราชอบมากๆ หรือ"อิน" มากๆ ช่างทำได้ยากเย็น จริงๆ ดิฉันอ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่หนังสือเล่มนี้ออกใหม่ๆ ไม่นับว่าเคยอ่านฉบับภาษาอังกฤษไปแล้วครึ่งเล่มก็วาง หลังจากรู้ว่าคุณนพดลกำลังแปลหนังสือเล่มนี้อยู่-รออ่านภาษาไทยอย่างใจจดจ่อ

อ่านฉบับภาษาไทยไปได้แค่บทแรกก็วางอีก ไม่ใช่เพราะหนังสือมันไม่สนุก ตรงกันข้ามหนังสือเล่มนี้เข้าไปนั่งกลางใจดิฉันตั้งแต่บทแรก จำได้ว่าอ่านบทแรกในรถไฟฟ้าใต้ดิน (กำลังจะไปเปิดบู้ทในงานหนังสือเมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา) อ่านจนรถไฟฟ้าใต้ดินเลยป้ายศูนย์ประชุมสิริกิติ์ เลยไปป้ายบางซือ ป้ายสุดท้าย ดิฉันนั่งน้ำตาซึมอยู่ในรถไฟฟ้าใต้ดินป้ายสุดท้าย ป้ายที่ทุกคนกำลังเดินออกจากรถไฟฟ้า มีดิฉันนั่งนิ่ง น้ำตาซึมอยู่คนเดียว ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้เลย (อายคนก็อายนะ นั่งร้องไห้ในรถไฟฟ้าใต้ดิน)

มันไม่ได้ร้องไห้เพราะความเศร้า แต่มันปิติเหมือนเราเจอเพื่อนที่ตอบคำถามบางอย่างให้เราได้ ตอนเดินออกมาจากรถไฟฟ้าใต้ดิน ดิฉันบอกตัวเองว่า มูราคามิ ยังคิดแบบนี้เลยนะเว้ย คิดแบบที่เราคิด มูราคามิผู้ยิ่งใหญ่ยังคิดแบบนี้ มูราคามิยังตั้งคำถามกับตัวเอง แล้วเราล่ะ เราผู้เป็นคนธรรมดาจะพลุ่งพล่านกับตัวเองไปทำไม

อย่างที่มูราคามิบอกหนังสือเล่มนี้

" หนังสือเล่มนี้พูดถึงการวิ่ง หาใช่สารนิพนธ์ว่าด้วยการฝึกร่างกายให้แข็งแกร่ง ผมไม่พยายามจะสอนสั่งว่า ' ลุกขึ้นมาได้แล้ว ทุกคนเลย ออกไปวิ่งทุกเช้าเพื่อสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ' ไม่เลยครับ หนังสือเล่มนี้รวบรวมความคิดที่การวิ่งให้ความหมายต่อผมในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เป็นแต่เพียงหนังสือที่ผมวิเคราะห์ครุ่นคิดเรื่องที่อยู่ในหัว และคิดออกมาดังๆ "

และนี่เป็นแค่หนึ่งในหลายตอนที่ดิฉันชอบมากจากหนังสือเล่มนี้

"เมื่อผมแก่ตัวมากขึ้น ผมค่อยตระหนักได้ว่า ความเจ็บปวดและบาดแผลเช่นนี้ เป็นส่วนสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ ลองคิดดูเป็นเพราะเราแตกต่างจากผู้อื่น เราจึงสร้างตัวตนเราขึ้นมาได้ ยกผมเป็นตัวอย่างก็ได้ ผมมีความสามารถคว้าจับบางส่วนในฉากชีวิตที่คนอื่นทำไม่ได้ สัมผัสรับรู้ได้แตกต่างจากผู้อื่นและเลือกใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมือนผู้อื่น ...ผมก็คือผมไม่มีใครอื่นที่เป็นสินทรัพย์ทรงค่าสำหรับผม แผลบาดลึกเชิงอารมณ์เป็นราคาที่คนเราต้องต้องจ่ายชำระ เพียงเพื่อจะเป็นตัวของตัวเอง

ดิฉันคาดเดาเอาเองว่า (และอาจะผิดก็ได้) คนหนุ่มสาวอาจจะไม่ชอบหนังสือเล่มนี้เท่าใดนัก คงไม่เท่า "ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย "ซึ่งเป็นเรื่องของช่วงชีวิตวัยหนุ่มสาว และเล่มนั้นมูราคามิผสานชีวิตของเขาเข้ากับจินตนาการเขียนเป็นนวนิยาย

แต่เกร็ดความคิดบนก้าววิ่งอันนี้เป็นความเรียง เป็นการเฝ้าครุ่นคิดถึงชีวิตช่วงวัยที่เรียกว่าเลยวัยหนุ่มมาแล้ว เป็นช่วงชีวิตที่ไม่ใช่ช่วงวัยแสวงหา มูราคามิเลยจุดนั้นมานานนักแล้ว แต่เป็นช่วงชีวิตที่รู้ว่าความสำคัญสูงสุดในชีวิตคืออะไร และจะดำเนินชีวิตไปได้อย่างไรในยุคศตวรรษ 21 แห่งนี้

กล่าวอย่างง่าย จะบอกว่าหนังสือเล่มนี้บอกเล่าปรัชญาการใช้ชีวิตของมูราคาก็ได้ แต่มันก็เล่าถึงชีวิตทางกายภาพของเขาด้วย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนามธรรมๆ หนังสือเล่มนี้ยังบอกว่ามูราคามิฝึกร่างกายให้ทนทานต่อการวิ่งระยะไกลอย่างไร นอกจากจะเคยลงแข่งวิ่งมาราธอนแล้ว มูราคามิยังเคยลงแข่งไตรกรีฑาด้วย

และอย่างที่คุณนพดลบอกไว้ในคำนำ

"...ในเล่มนี้ได้อ่านชีวิตมูราคามิ และวิธีการเติมพลังให้แกร่งเพื่อที่ได้ทำงานที่ตนเองรัก-เขียนนิยายสืบไป"
มองในแง่หนึ่ง เรารู้จักทำนองชีวิตของยอดนักเขียนผู้นี้ได้ดีขึ้น ชื่นชมต่อการต่อสู้อันเงียบงันที่ไม่ได้ประกาศให้โลกรับทราบ..."

ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองไหม ดิฉันรู้สึกว่าคุณนพดลคือมูราคามิ มีสำนวนภาษาที่ไม่มีใครเทียบได้ ตอนอ่านภาษาไทยในชั้นแรกๆ ดิฉันไม่ชอบคำว่า "ทัณฑ์ทรมาน" แต่หลังจากครุ่นคิดไปสักพัก ดิฉันว่ามันใช่เลย Suffering คือ ทัณฑ์ทรมาน

หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบดิฉันรู้สึกเหมือนได้เข้าใกล้มูราคามิอีกนิดนึง ได้รู้จักนักเขียนคนโปรดมากขึ้น แต่ยิ่งไปกว่านั้น ดิฉันพบแล้วว่า คราใดที่ดิฉันพลุ่งพล่าน ฉุนเฉียวกับชีวิตของตัวเอง ดิฉันจะคุยกับใคร ดิฉันควรจะอ่านหนังสือเล่มไหน

และดิฉันก็บอกตัวเองได้ว่า ไม่ว่าจะยากลำบากหรือท้อแท้ขึ้นมาเมื่อใด สิ่งหนึ่งที่เราทำได้คือ ทำงานของเราต่อไป เหมือนที่มูราคามิบอกดิฉันครั้งแล้วครั้งเล่าในหนังสือเล่มนี้

ป.ล. ตอนที่ชอบมากอีกตอนคือ ตอนที่มูราคามิพูดถึงมิก แจ๊กเกอร์ในบทแรก ลองไปหาอ่านกันดูนะคะ


Create Date : 08 ธันวาคม 2552
Last Update : 23 สิงหาคม 2557 18:35:01 น. 27 comments
Counter : 1371 Pageviews.

 
ผมชอบประโยคที่ว่า "ความเหนื่อยล้าเป็นเพียงสถานะปกติ" อะครับพี่


โดย: เอ๋ IP: 118.173.99.116 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:02:55 น.  

 
หนังสือเล่มนี้ขายดีมากที่ร้าน ตอนเงินเดือนออกหนูกำลังจะซื้อ แต่หนังสือก็หมดพอดี เลยยังไม่ได้อ่าน
ตอนนี้สั่งเพิ่มไปแล้ว รออ่านด้วยใจจดจ่อค่ะ ยิ่งอ่านที่พี่แป๊ดเขียนที่นี่
ยิ่งอยากอ่านมากขึ้นอีก


โดย: บลาสต์ IP: 124.121.229.22 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:03:11 น.  

 
พี่แป๊ดถึงกับอ่านไปน้ำตาซึมไปจนป้ายสุดท้ายเลย ตัวอักษรของลุงมูนี่สุดยอดจริงๆ

อป.ก็เขียนถึงหนังสือที่รักมากไม่ได้เหมือนกันค่ะ ไม่รู้ทำไม มันบรรยายความรู้สึกตัวเองได้ไม่หมด

หนังสือที่อ่านแล้วร้องโฮท่ามกลางสาธารณชน(พูดเกินไป..จริงๆแอบเอาหน้าซุกหนังสือแล้วกระซิกๆเงียบๆ)ของอป.ที่จำได้ก็มี the color purple น่ะค่ะ อ่านที่มหาลัยพอดี..โฮก

"ไม่ว่าจะยากลำบากหรือท้อแท้ขึ้นมาเมื่อใด สิ่งหนึ่งที่เราทำได้คือ ทำงานของเราต่อไป เหมือนที่มูราคามิบอกดิฉันครั้งแล้วครั้งเล่าในหนังสือเล่มนี้" เติมพลังให้ฮึดสู้หลังวันหยุดค่ะ^^



โดย: อป (apple_cinnamon ) วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:08:59 น.  

 
^
^ พี่ยังจำความรู้สึกตอนนั่งนิ่งในรถไฟฟ้าบางซื่อได้เลย คือในรถแทบจะไม่มีคนแล้วน่ะ ออกไปนอกรถในสถานีก็ไ้ม่ค่อยมีคนมีแต่เรากับน้ำตาซึมๆ T-T

color purple เศร้าโคตร พี่ดูหนังจำได้ว่าเศร้ามาก




โดย: grappa วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:15:22 น.  

 
พี่แป๊ดเขียนแบบทิ้งไว้ให้สงสัยมากๆ เลยพี่--ว่ามันอะไรยังไง 555
ผมยังไม่ได้อ่านเล่มนี้เลยครับ
คงต้องเก็บความสงสัยอันนี้เอาไว้จนกว่าจะมีโอากาสได้อ่านเอง :)


โดย: จี้ IP: 124.120.145.136 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:43:23 น.  

 
^
^
^
ตั้งใจนะจี้ เล่าหมด ก็ไม่หนุกสิ

อ่านเองกันเถิด หนังสือดีๆ แบบนี้

แล้วอีกอย่างพี่ก็ไม่ค่อยชอบบอกคนเท่าไรนักว่า มันดียังไง ความดีไ่ม่ดี นี่มันแล้วแต่คนนะ

แต่ความชอบไม่ชอบนี่บอกกันได้


โดย: grappa IP: 58.9.190.11 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:50:26 น.  

 
ด้วยวัยที่อ่อนเยาว์กว่า (ฮ่า) แต่อยู่ในช่วงพ้นการแสวงหา เริ่มเข้าสู้เส้นทางที่เลือกเองแล้ว หนูอ่านเล่มนี้แล้วรู้สึกมีกำลังใจที่จริงๆ แล้วกระบวนการ "สร้างและรักษาตัวตน" จนสามารถสร้างผลงานออกมาได้ ไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ เพียงแค่มีความเพียรพยายาม มีความสม่ำเสมอมุ่งมั่น เกิดจากการทำงานหนัก ต่อสู้กับตัวเองมากกว่าต่อสู้กับคนอื่น

ส่วนภาวะหลัง "มีตัวตน" ที่พี่ว่า อาจจะต้องรออีกสักพัก แล้วจะหยิบมาอ่านอีกรอบ


โดย: มิว IP: 122.172.6.171 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:55:19 น.  

 
ได้มาจากสุรวงศ์บุ๊คเชียงใหม่
อ่านแล้วได้เห็นทางที่เค้าผ่านมา ไม่ได้เห็นแค่ยอดเขาที่ไปถึง จริงใจดีที่เค้ายอมบอก อ่านสร้างเสริมกำลังใจ ว่าแล้วกลับไปเขียนเรื่องของตัวเองต่อดีกว่า อิอิ


โดย: nongentle IP: 58.9.34.146 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:11:05:44 น.  

 
พี่แป๊ดครับ ไม่ผิดหวังที่รออ่านเลยครับพี่ ผม เปิดบล็อคพี่รอแต่เช้าเลยครับ
ผม รู้สึกเหมือนพี่ทุกประการเลยครับ
และก็ดีใจมากที่มีคนรู้สึกเหมือน ผม ที่ว่า คุณนพดล คือ มูราคามิ สำนวนที่ไม่มีใครเทียบเคียง (ผม ชมผ่านเมลลและบอร์ดกำมะหยี่หลายครั้งครับ แต่คุณนพดล ก็ยกเครดิตให้เฮียมูเหมือนเดิมครับ) ...

ปล.ระหว่างรอบล็อคพี่ บล็อคก็เสร็จเรียบร้อยครับ http://mycodenamev.blogspot.com/ เรื่องแรก ก็เป็นเรื่องเดียวกับของพี่เลยครับ ว่างว่างแวะไปเยี่ยมบ้างนะครับ


โดย: VICTOR IP: 58.137.141.11 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:11:31:47 น.  

 
ต้องไปหามาอ่านบ้างแล้ว


โดย: alienboon IP: 124.120.165.248 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:11:43:02 น.  

 
จากที่อ่านบล้อก
ถ้าหนูได้อ่านหนังสือเล่มนี้
หนูคิดว่าหนูน่าจะชอบเล่มนี้มากกว่าด้วยรัก ความตายและหัวใจสลาย

^^


โดย: I am just fine^^ วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:11:43:55 น.  

 
ตอนแรกผมรอซื้อเพื่อจะอ่านแบบพรวดเดียว แต่พอนั่งอ่านไปหน้าหนึ่งก็รู้ว่าไม่ได้การละ อย่างนี้มันต้องอ่านช้าๆ !

ป.ล.เห็นด้วยว่าคุณนพดลแปลเหมาะมากจริงๆครับ


โดย: omega IP: 61.90.8.61 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:12:36:20 น.  

 
พี่แป๊ดรู้สึกไปเองครับ

ผมเป็นเพียงผู้โดยสาร
ทำหน้าที่เพียงแค่ถ่ายทอดเรื่องราวที่มูราคามิเขียน

เรื่องสั้นสามเล่มที่พี่แป๊ดเป็นแม่งานอยู่ ก็ถ่ายทอดความคิดและอารมณ์ของคนเขียนออกมาได้เช่นกัน

น้ำตาพี่แป๊ดในรถใต้ดิน เป็นน้ำตาของพี่แป๊ดเองที่เพื่อนเก่า-มูราคามิแอบมากระซิบข้างหูปักเข้ากลางใจ


โดย: นพดล IP: 110.164.116.175 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:14:45:23 น.  

 
จำได้ว่าตอนอ่านเล่มนี้แบบสดๆ
เชียงใหม่ฝนกำลังปรอยลงมา บรรยากาศไม่น่าย้ายตัวไปไหนไกลพ้นชายคา

แต่เกิดรู้สึกอยากผูกเชือกรองเท้าแล้วพุ่งออกจากบ้านเลยพี่แป๊ด...
ตัวหนังสือของเฮียมูแกมีของ 55


โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 67.210.103.122, 67.210.103.122 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:14:49:28 น.  

 
^^

กรี๊ดดดดด คุณนพดล


อันล่างนี้เป็นความคิดของเพื่อนคนนึงในเฟชบุ้ค เอามาใส่ไว้ด้วย

...
ร้องเหมือนกันนะพี่ น้ำตาไหล ไม่ได้ร้องเพราะความโศกเศร้าหรืออะไร แต่เพราะปีติตื้นตันมากกว่า ในความพยายามต่าง ๆ นานาของเขา แล้วผมก็ชอบตรงที่เขาวิ่งในลักษณะจิตว่าง คือ วิ่งไปว่างไป ร้อนก็ว่าร้อน หนาวก็ว่าหนาว อะไรอย่างนั้น "I run in order to acquire a void." อ่านแล้วนับถือยิ่งขึ้นไปอีก- Nat Luenthaisong


โดย: grappa IP: 58.9.190.11 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:14:50:22 น.  

 
อุ๊ย เพิ่งเห็นข้างบนว่าคุณนพมา... สวัสดีค่ะ


โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 67.210.103.122, 67.210.103.122 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:14:51:09 น.  

 
เส้นแสงผมยังอ่านไปได้ประมาณกึ่งนึงเองครับ TT

ทึกทักเอาว่าตัวเองเป็นคนหนุ่มสาว (ไม่ต้องทึกทักหรอก เพราะยังเป็นอยู่น่ะ) แต่อ่านจากที่พี่แป๊ดมาถ่ายทอดให้ฟัง พบว่ามันอาจปรับมาใช้ได้ทุกวัยเลย ถึงแม้สภาพแวดล้อมอาจต่างกัน แต่จริงๆแล้วเส้นทางการใช้ชีวิตก็ไม่น่าผิดแผกไปจากกันเท่าไร

ผมยังเข้าไปไม่ถึง มุราคามิ ครับ แต่ปีหน้าผมจะได้พิสูจน์มัน ในฐานะทากหนังคนหนึ่งจากเรื่อง Norwegian Wood พี่แป๊ดว่ามันจะออกมาดีไหม


โดย: BloodyMonday วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:15:12:14 น.  

 
hero ผม มาแล้วววว
.
.
นั่งแอบดูบล็อคพี่ทั้งวัน
โชคดีสองต่อครับบบบ


โดย: victor IP: 58.137.141.11 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:16:07:26 น.  

 
ฝนยังอ่านไม่จบเลย เพราะเรียนหนักจริงๆ
กว่าจะทำการบ้านเสร็จก็เที่ยงคืนแล้ว -_-"
เป็นเล่มโปรดอีกเล่มนึงเลยค่ะ
อยากให้ทุกคนได้อ่านค่ะ ^^


โดย: fonkoon วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:16:30:23 น.  

 
สาวกเยอะจริงๆ นะ ว่าที่นักเขียนรางวัลโนเบลคนนี้
ยังไม่ได้อ่านผลงานของเขาเสียที


โดย: คนขับช้า IP: 115.67.237.173 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:18:07:20 น.  

 
เมื่อเล่มนี้สิ้นสุดลง ผมรู้สึกเหมือนนั่งบนริมทางเท้านานมากแล้ว พอเงยหน้าขึ้นมาอีกหน เหมือนไม่มีใครอยู่อีกแล้ว ทั้งถนนที่แล้วมา หรือ ถนนต่อจากนี้ไป

สิ่งที่รู้สึกต่อจากนั้น คือ ควรลุกขึ้นเสียที


โดย: กาแฟสอง วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:19:35:44 น.  

 
ผมเหมือนคุณบลัดดี้ครับ คือยังเข้าไม่ถึง (ต่างกันตรงที่ผมอ่านเส้นแสงฯจบแล้ว) ผมอาจจะยังไม่เจอเรื่องของมุราคามิที่จะรู้สึกคลิกกับมันก็ได้ แต่ก็ไม่ได้ถอดใจที่จะศึกษานะ เดี๋ยวจะลองกับเล่มนี้ดูอีกครั้ง เพราะพี่แป๊ดเขียนถึงซะน่าอ่านเลย ^ ^


โดย: แฟนผมฯ IP: 112.142.208.61 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:21:11:10 น.  

 
อ่า..อ่านแล้วรู้สึกว่า..หนูอาจจะขอแลกที่ไม่ต้องเป็นตัวของตัวเอง ถ้ามันจะไม่ต้องพบความเจ็บปวดค่ะ เหอๆ

แต่เรื่องนี้ยังไงก็ต้องซื้อเก็บตามประสาสาวกมูราฯ หละค่ะ แล้วได้อ่านเมื่อไหร่จะมาคุยที่บล็อกพี่อีกทีนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:12:33:52 น.  

 
เล่มนี้อ่านจบคืนที่ได้มาเลยครับ ความรู้สึกคือ มันเป็น mixed feelingปนๆกัน ระหว่างความรู้สึกนับถือในตัวแก กับ เฉยๆในงานเล่มนี้..

ปล.ดีใจด้วยครับที่ค้นพบหนังสือคู่กาย ผมก็มีอยู่2-3เล่ม ไว้พูดคุยด้วยเวลาไม่ค่อยสบายใจ ^^


โดย: tent IP: 124.121.159.80 วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:8:20:13 น.  

 
ฮือ อยากร้องไห้ด้วยค่ะ


โดย: kajui IP: 124.122.186.248 วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:14:36:22 น.  

 
ทำเพิ่มอีกบล็อคครับพี่แป๊ด แวะไปเยี่ยมบ้างนะครับ


โดย: i.am.Victor วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:22:10:16 น.  

 
เราพลาดอะไรไปเนี่ย........


โดย: ~เสียงของความเงียบ~ IP: 192.168.0.40, 113.53.73.212 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:33:25 น.  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




,











หนังสือ
ของสนพ.ระหว่างบรรทัด


การเดินทางของคชสาร
คชสาร ตั้งยามอรุุณ
images by free.in.th




บทอวสานของคชสาร
คชสาร ตั้ังยามอรุณ
images by free.in.th




เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4)
ปราบดา หยุ่น
images by free.in.th

Instagram






Padd Betweentheline

Create your badge
New Comments
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
8 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add grappa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.