- - - นวนิยายมีมือ และ บทสนทนาข้ามไปมาระหว่างเมือง เชียงใหม่-เซี่ยงไฮ้ - กรุงเทพ - - -



ว่าด้วยหนังสือ นวนิยายมีมือ

นวนิยายจริงตนาการ ที่เขียนขึ้นเพื่อความสนุกสนานสถานเดียว ประกอบด้วยส่วนผสมของความรักและการสืบสาว (สืบหาสาว) ในปริมาณเท่าๆ กัน เรื่องราวเกิดขึ้น เมื่อเขาเริ่มอ่านหนังสือของ ฮารูกิ มูราคามิ เพราะข้องใจว่ามีอะไรดี แล้วเรื่องประหลาดก็เกิดขึ้นในชีวิตของเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้ต้องไขปริศนาไปตลอดเล่ม และชวนให้คุณร่วมไขไปพร้อมๆ กัน

แนะนำตัวละคร ในบทสนทนา

แจ่ม นั่งพิมพ์คำพูดอยู่ที่คอนโดเก่าๆ แห่งหนึ่งในกรุงเทพ แจ่มเป็นชื่อใน MSN
( บางวันเธอเป็นบรรณาธิการ บางวันก็นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์นานๆ จนปวดตา )

การไล่ล่าความสุข นั่งพิมพ์คำพูดอยู่ในบ้านกึ่งโมเดิร์น กึ่งอนุรักษ์นิยมที่เชียงใหม่ มีชื่ออีกชื่อว่า หมูดำ (บางวันหมูดำนั่งเขียน
วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท บางวันเป็นสถาปนิค )

A + นั่งพิมพ์คำพูดอยู่ที่ออฟฟิศทันสมัย ( หรือเปล่าหว่า ? ) ที่เซี่ยงไฮ้ มีชื่ออีกชื่อว่า เอ๋ ( บางวันเป็นนักเขียน บางวันเป็นนักโฆษณา ) เอ๋ เป็นคนเขียน นวนิยายมีมือ

. . .

แจ่ม ค.ส. ที่ร้านหนังสือในพารากอน พี่รีบเดินตรงรี่ไปหา ถามว่าไม่ชอบนวนิยายมีมือหรือ เห็นเงียบไป

A+ ฮ่า ฮ่า

แจ่ม ค.ส.บอกว่าไม่เชิงไม่ชอบ แต่คิดว่า นวนิยาย น่าจะมีอะไร นุ่มนวล ขยี้ๆ กว่านี้ ค.ส เข้าใจเรื่องการครีเอท วิธีการสื่อสาร นักเขียนก็ต้องสร้างอะไรใหม่ๆ

A+ มันก็เหมือนต้องเลือกนะครับพี่ ขยี้ หรือทำให้มันมีเรื่อง มีรายละเอียดมากกว่านี้ก็ได้

แจ่ม ค.ส ถามพี่ว่า เอ๋ ไม่เคยอกหักใช่ไหม 5 5 ถ้าอกหัก จะเขียนได้ขยี้ๆ กว่านี้

A+ เคยดิพี่ แต่ไม่เฮิร์ทแล้ว ฮ่า ฮ่า

A+ ผมรู้สึกตั้งแต่เขียนเสร็จแล้วว่ามันคล้ายการ์ตูนมากกว่าคือ ฉึบฉับ เร็วๆ รายละเอียดน้อย แล้วจุดใหญ่เลยที่ทำให้มันเป็นแบบนั้น เพราะผมไม่ได้โฟกัสที่ "เรื่อง" มาก ผมโฟกัสที่ "วิธี” คนที่อ่านเอา "เรื่อง" ก็อาจผิดหวังหน่อย

A+ อยากให้คนอ่านแบบพวกถอดโครงสร้างได้ลองอ่าน เพราะผมว่า นิยายเล่มนี้มันมีวิธีอ่านได้อีกแบบ คือถอยตัวออกมาจากเรื่อง อ่านก็ได้

การไล่ล่าความสุข has been added to the conversation.

แจ่ม ทำไมถึงคิดว่านวนิยายมีมือ เป็นนวนิยายดีคอนล่ะ

การไล่ล่าความสุข ก็พออ่านไปถึงตอนเกือบๆสุดท้ายที่เฉลยตอนจบ ก็แบบว่ารู้สึกนึกถึงหนังอะแดบเตชั่น

A+ ใส่ได้เต็มที่เลยหมูดำ ชอบฟังๆ มาถูกทางแล้ว (นี่ถอดรหัสอะไรกันอยู่หว่า?) ตั้งใจตั้งแต่แรกว่า อยากเชื่อมสามโลกเข้าด้วยกัน โลกจริงของเรา, โลกแต่งของมูราคามิ, โลกแต่งของเรา มันเป็นงั้นมั้ยฮะ

การไล่ล่าความสุข ตอนผมอ่าน ผมคิดงี้ฮะ มีโลกในนิยายของตัวเอกชื่อผมโลกเดียว แล้วอีกสองโลกมันส่งผลกระทบเข้ามา คือคิดว่าเรื่องนี้เกิดจากการเก็บ"ความทรงจำ"ของมูราคามิมาเป็นเหมือนร่องรอยบางอย่าง แล้วพี่ก็เอาเรื่องแต่งซ้อนเข้าไป เหมือนกับว่ามีจุดๆ อยู่แล้วพี่ลากเส้นต่อด้วยเรื่องของผม

การไล่ล่าความสุข ชิมิๆ

การไล่ล่าความสุข พออ่านไปจนจบ พี่ยังสร้างเรื่องของคนเขียนซ้อนไปอีก อะจะว้ากกก

การไล่ล่าความสุข คือผมคิดว่า เรื่องที่เห็นมีเรื่องเดียวอะฮะ แล้วอีกสองอันที่ซ้อนๆอยู่ก็ทำให้นวนิยายเรื่องนี้เป็นนวนิยายที่เปิดให้พื้นที่สำหรับคนอ่านสามารถ "อ่าน" ได้

A+ เรื่องเดียวที่ว่าคือ...

การไล่ล่าความสุข เรื่องของ"ผม"อะครับ เหมือนกับว่า เรื่องของมูราคามิเป็นเส้นร่างๆ ที่เราไม่เห็น แต่มันมีอิทธิผล อ้อ ๆ เหมือนไม้แบบๆ ป่าวว ถอดออกไปแล้ว แต่ว่าฟอร์มที่เกิดขึ้นยัง แสดงถึงไม้แบบนั้นอยู่

A+ โหย...คมคาย

การไล่ล่าความสุข (เรื่องของผมเป็นเหมือนโปรดักท์สุดท้าย) แต่พี่ได้แสดงร่องรอยของไม้แบบในนิยายด้วย แล้วยังไม่พอยังเอาบันทึกคนเขียนมาใส่ตอนท้ายอีก อิอิ มันทำให้ไม่มีอำนาจของคนเขียนอย่างเดียวแต่ยังสามารถให้คนอ่านอ่านได้ด้วย จึงเป็นนวนิยายดีคอนด้วยประการฉะนี้แล

A+ แล้วรู้สึกว่ามันอนุญาตให้คนอ่าน "เขียน" ไหม? คนเขียนกระโดดขอบหนังสือตายทิ้งคนอ่านไว้ให้เขียนต่อไหม?

การไล่ล่าความสุข อืม ยากจัง


การไล่ล่าความสุข ผมคิดว่า มันมีช่องว่างที่กว้างใหญ่พอสมควรระหว่าง มูราคามิ เรื่องของผม และ เรื่องของพี่นิ้วกลม (อิอิ) ผมว่าพื้นที่กว้างๆตรงนั้นมันเปิดโอกาสให้คนอ่านตีความคิดไปได้สารพัด และ อาจจะเขียนขึ้นมาได้

การไล่ล่าความสุข ก็สำหรับผมไม่ค่อยชอบตอนนิ้วกลมออกมาอะครับ

A+ เพราะ?

การไล่ล่าความสุข ผมว่ามันชัดไปหน่อย คือถ้าเทียบกับระดับร่องรอยของมูราคามิที่ เป็นบทสนทนา ที่ส่งผลต่อเรื่องกับ การที่นิ้วกลมเข้ามานั่งพูดผมว่ามันทรีทไม่เท่ากัน

A+ คิดว่า ควรให้ความสำคัญอะไรมากกว่า? ประเด็นนี้น่าสนแฮะ เพราะมันเริ่มจากการผสมนิยายมูราคามิ แต่ดันมาจบด้วยการมีคนเขียนอีกคนเข้ามา อืม...จะว่าไป มันซ้อนกันสองเทคนิค

การไล่ล่าความสุข ผมว่ามูราคามิเหมือนไม้แบบคือไม่เข้ามามีอิทธิพลโดยตรง แต่คนเขียนนั้น เข้ามามีอิทธิพลโดยตรง แต่ว่าถ้าคนเขียนไม่เข้ามามันก็จะไม่รื้อสร้างนิยายตัวเองนิ คือผมคิดว่าเข้ามาน่าสนใจดีฮะ แต่ว่ามันอาจจะมาแบบ ไม่รู้อะ แบบอื่นๆ

A+ จริงๆ แล้ว การที่คนเขียนเข้ามาถูกวางไว้แต่แรกแล้ว เพราะมันถูกย้ำมาตลอดว่า เหมือนมีคนขยับปากให้มันพูด

แจ่ม เออๆ น่าสนใจประเด็น คนเขียนรื้อสร้างนวนิยายตัวเอง

แจ่ม พี่คิดว่า ตอนที่เอ๋เขียนแรกๆ กับตอนที่เอ๋จบเรื่อง วิธีคิดของเอ๋จะเปลี่ยนตลอด เลย ตอนที่พี่อ่าน พี่ก็อ้าว มันคิดอีกแบบไปแล้ว

A+ ช่ายๆๆๆๆๆๆๆๆ

A+ จริงครับพี่ เหมือนวาดเติมไปเรื่อยๆ

การไล่ล่าความสุข มันเหมือนแบบว่า ใช้เอาตัวเราเป็นที่ตั้งแล้วไปเก็บข้อมูล พอมีอะไรมากระทบเราก็ตีความมันออกมา จริงๆแล้วนวนิยายมีอคือประสบการณ์หนึ่งๆต่างหาก

การไล่ล่าความสุข มันไม่ใช่นิยายแต่เป็นการเอาประสบการณ์ในการเขียนนิยายมาตีความในรูปของนิยาย

แจ่ม นวนิยายมีมือ คือ ตัวเอ๋ไง พอเขาเปลี่ยนวิธีคิด เขาก็บอกคนอ่าน

การไล่ล่าความสุข แล้วอีกอย่าง มันเหมือนดูหนังแล้วตัวเอกมันหันมาคุยกับเราอะครับ ผลักเราออกมาว่า เฮ้ย อย่าอิน อันนี้หนัง

A+ ช่ายเลย โหย ยิ่งพูดยิ่งชัด (ตื่นเต้นนะเนี่ย)

แจ่ม ปัญหาคือ คนอ่าน ชอบอ่านแบบ อิน ไง ยิ่งเป็น นวนิยาย ขอ "อิน" หน่อย ภาษาค.ส. คือ ต้อง" ขยี้ๆ

การไล่ล่าความสุข อ้าว รักจะเป็นดีคอนก็ต้องบอกชาวบ้านสิ ว่า เอ้ย อย่าอิน

A+ แล้วไอ้เล่มนี้บอกไหม ว่า อย่าอิน

การไล่ล่าความสุข บอกครับๆ โดยเฉพาะตอนพี่นิ้วกลมออกมา นี่ชัดมากๆ ถ้าอ่านเอาเรื่องมาก่อนนี่จะรู้สึกถูกหักหลัง! เหมือนกับเอาก้อนหินมาทุบๆ ตื่นๆ

A+ เพราะมันไม่เล่าต่อด้วย มีคนโกรธเยอะเหมือนกัน มีเพื่อนคนนึงบอกว่า โอเคกูไม่ยุ่งกับมึงก็ได้ กูจะอ่านของกูไปเรื่อยๆ ก็มึงกำหนดหมดแล้วนี่ (ฮ่าฮ่า)

แจ่ม 5 5 คนอ่านอยากให้เอ๋เป็นหนุ่มน้อยไร้เดียงสา เหมือน "ผม" ในโตเกียวไมมีขา

...



Create Date : 17 สิงหาคม 2550
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 14:27:39 น. 17 comments
Counter : 603 Pageviews.

 
เอ่อ..สงสัยต้องไปอ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนหรือเปล่าถึงจะอ่านบทสนทนานี้รู้เรื่องอ่ะค่ะ


โดย: idLer วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:15:04:04 น.  

 
^
^ ถ้ายังไม่อ่านหนังสือ อ่านบทสนทนาเอามันส์ก็ได้ค้า


โดย: grappa วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:15:16:53 น.  

 
ผมลองอ่านดูแล้วยังต้องย้อนกลับไปอ่านทั้งหมดใหม่อีกรอบราวกับประกาศของคณะปฏิวัติ สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน "นวนิยายมีมือ" มันก็ไม่ได้ยากเย็นซับซ้อนซ่อนเงื่อนถึงเพียงนั้นนะครับ เพียงแค่คิดว่ามันก็เหมือนหนังสือเล่มอื่นๆ ที่ "อ่าน" ได้หลายแบบ และได้มานั่งคุยกับเรื่องการอ่านการเขียนนี่ก็สนุกดีครับ ตอนคุยกับคุณ "แจ่ม" กับ "การไล่ล่าหาความสุข" นี่สนุกมากเลยครับ กระทั่ง "การไล่ลาหาความสุข" พูดออกมาว่า "เหมือนคุยกันอยู่ในโลกแมทริกซ์"

ที่เซี่ยงไฮ้จะมีการจัดสนทนาให้คนโน้นคนนี้มานั่งล้อมวงแล้วพูดถึงหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้กัน แบบไม่ใช่งานเปิดตัวหนังสือน่ะครับ แต่เป็นการแบ่งประสบการณ์และความคิดเห็นจากการอ่าน ซึ่งผมว่าน่าสนุกดี เสียดายที่หูยังฟังภาษาจีนได้ไม่แข็งแรง ก็เลยไม่ได้ไปนั่งฟังเค้าคุยกัน : )

ใครอ่านแล้วมาคุยกันเล่นๆ ได้ครับ
เหมือนที่พี่แป๊ดเคยบอกไว้
"เมื่อหนังสือสำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว มันก็กลายเป็นของผู้อ่านไปแล้วเรียบร้อย"

: )


โดย: A+ IP: 202.136.209.2 วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:15:45:44 น.  

 
"เรื่องราวเกิดขึ้น เมื่อเขาเริ่มอ่านหนังสือของ ฮารูกิ มูราคามิ เพราะข้องใจว่ามีอะไรดี"

ฮ่าๆๆ ขึ้นต้นคุ้นๆ เหมือนชีวิตตัวเองเลยครับ หลังจากคุยกับพี่แป๊ดไปเมื่อวันก่อน ตอนนี้เลยหยิบพินบอลมาอ่านไปได้ 100 หน้า ส่วนมีมือนี่คาดว่าคงอีกนาน ขอสร้างภูมิคุ้มกันมูราคามิก่อน


โดย: ปืนกล IP: 203.131.217.33 วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:17:01:09 น.  

 
หุๆ หนึ่งในหนังสือที่เล็งไว้ค่ะ คงได้ไปขนตอนงานหนังสือตุลาฯ แน่ๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ อ้าว..ล็อกอินไม่ติดหรือ? IP: 61.7.190.245 วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:17:10:34 น.  

 
มีคนพูดถึงเล่มนี้กันหลายคนแล้ว

ปรัชญาส่วนตัวแน่ ๆ เลยเล่มนี้


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:18:28:53 น.  

 
ไม่ได้อ่านหนังสือ
กะอ่านบทสนทนาเอาเรื่องแต่...
อ่านแล้ว งง อิอิ


โดย: cottonbook วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:21:40:32 น.  

 
อ่านแล้วก็งง
เคยแต่อ่านโตเกียวไม่มีขา ซึ่งก็อ่านเกือบจบ แต่เห็นชื่อนวนิยายมีมือที่นี้

งงดีนะ


โดย: zhzq IP: 58.9.198.185 วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:23:24:02 น.  

 
ยังไม่เริ่มอ่านมูราคามิเลย
เป็นคนอ่านเอา "เรื่อง" ด้วย
...แล้วจะอ่านเล่มนี้ไหวไหมเนี่ย

หนังสือนี่พออ่านแล้วเอามาคุยกันหลาย ๆ คนนี่มันสนุกดีนะพี่


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 18 สิงหาคม 2550 เวลา:1:01:27 น.  

 
ผมเป็นหนึ่งในคนพิมพ์บทสนทนา ยังอ่านไม่รู้เรื่องเลยครับ (ฮ่า)

ผมว่าธรรมชาติของเอมเอสเอนคือ มันต้องสดๆ มันต้องร่วมอยู่ในสถานการณ์นั้นๆ ถึงจะเข้าใจว่าพูดอะไรกัน

เหมือนเพื่อนผมบอกว่า ถ้าเราไปนั่งในวงเหล้าแล้วเราไม่กินเหล้า เราจะงง มากกว่ามันพูดอะไรกัน (ฮ่า)

แล้ว"เสียบปลั้ก"กันอีกเด้อค้าบ ;])



โดย: หมูดำ IP: 203.151.242.45 วันที่: 18 สิงหาคม 2550 เวลา:9:57:29 น.  

 
^
^ ช่ายแล้ว

Happening Art มากๆ
โดยเฉพาะเวลาคุยกันสามสี่คนในหน้าต่างเดียว


โดย: grappa IP: 58.9.194.172 วันที่: 18 สิงหาคม 2550 เวลา:10:16:56 น.  

 
^
^
มาขำด้วยคนครับ
บทสนทนาอาจจะอ่านไม่รู้เรื่องไปบ้าง แต่หนังสืออ่านรู้เรื่องนะครับ หุหุ

พี่แป๊ดกับหมูดำ ไว้เสียบปลั๊กคุยกันอีกครับ มึนพอๆ กับซดเหล้านั้นแล


โดย: A+ IP: 58.41.108.226 วันที่: 18 สิงหาคม 2550 เวลา:11:52:11 น.  

 
^
^ เช้าวันนั้นต้องมีใครสักคน เมากาแฟแน่ๆ เลย 55

อ่านหนังสือเล่มนี้จบด้วยเวลาแป๊บเดียว จนคนเขียน งง มาแล้ว ว่าทำไมอ่านจบเร็ว ขนาดนั้น

หนังสือมันอ่านไม่ยากเลย


โดย: พี่แป๊ด IP: 58.9.194.172 วันที่: 18 สิงหาคม 2550 เวลา:13:23:48 น.  

 
เรื่องแนวๆแบบนี้ เคยอ่านบางเรื่องแล้วไม่ถูกโรคกับผมเลยอ่าครับ หรือผมหัวเก่าไปมั้ง ชอบรูปแบบนวนิยายแบบเดิมๆอ่าครับ


โดย: ข้าวตู วันที่: 18 สิงหาคม 2550 เวลา:14:48:49 น.  

 
ขนาดอ่านหนังสือเล่มนั้นจบแล้ว มาอ่านบทสนทนานี้ก็ยังงง...


โดย: ฟ้าดิน IP: 58.8.87.202 วันที่: 19 สิงหาคม 2550 เวลา:2:03:18 น.  

 
กะซื้ออยู่ค่ะ แต่พออ่านที่a+บอกว่าถ้าใครอ่านเอาเรื่องแล้วจะผิดหวังนี่ ทำให้ลังเลอ่ะ
เฮ้อ...


โดย: เชอรี่ (cherydnk ) วันที่: 24 สิงหาคม 2550 เวลา:12:16:19 น.  

 
ผมก็เป็นแฟนของคุณพี่ "นิ้วกลม " อย่างเงียบๆครับ

เล่มนี้ก็เช่นกัน หลังจากได้กลับ
จาก สามจังหวัด นี่ก็เป็นหนังสือเล่มแรกที่ผมหยิบซื้อ
อาจเพราะผมพึ่งได้อ่าน พินบอล 1973 จบก็เป็นได้

ขนาดหนังสือมันพอเหมาะพอเจาะอย่างไม่น่าเชื่อ
ผมบอกเพื่อนผมว่า "นี่เป็น ไซส์หนังสือในตำนาน "

อย่างไรก็ตามหลังอ่านจบ
ผมคงต้องบอกว่าไม่ได้โดนใจนัก
(หมายถึงใจผมน่ะครับ)

อาจเป็นเพราะผมอ่านวันเดียวจบ
มันเลยรู้สึกว่า เรื่องมันแกว่งๆอย่างไรไม่รู้ครับ
แต่คุณนิ้วกลมก็ได้บอกไว้เป็นระยะๆ
อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้เขียนรวดเดียว

แต่คำพูดเด็ดๆก็ยังมีแฝงออกมาเรื่อยๆครับ และผมก็รู้สึกว่าคุณ นิ้วกลม ได้ก้าวไปอีกขั้น อย่างแน่นอน

ติดตามผลงานต่อไปครับ





โดย: k (kanapo ) วันที่: 28 สิงหาคม 2550 เวลา:17:51:18 น.  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




,











หนังสือ
ของสนพ.ระหว่างบรรทัด


การเดินทางของคชสาร
คชสาร ตั้งยามอรุุณ
images by free.in.th




บทอวสานของคชสาร
คชสาร ตั้ังยามอรุณ
images by free.in.th




เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4)
ปราบดา หยุ่น
images by free.in.th

Instagram






Padd Betweentheline

Create your badge
New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
17 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add grappa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.