+ + + + + อ่านเป็นเห็นชีวิต + + + + +



อ่านเป็นเห็นชีวิต

ภาพที่ผมคิดว่างดงามและติดตรึงใจทุกครั้งที่เห็นก็คือภาพเด็กหญิงเด็กชายนั่งอ่านหนังสือคอยพ่อแม่ที่ไปจับจ่ายซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต ความสนใจทั้งหมดในช่วงยามนั้นจมอยู่กับหนังสือในมือ ไม่สนใจสรรพเสียงรอบข้าง บางครั้งผมถึงกับเดินเข้าไปใกล้ๆ เกือบๆ จะเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กน้อยด้วยความเอื้อเอ็นดู แต่ก็ยั้งใจไว้ได้ทุกครั้ง ผมเคยอยู่ในโลกแบบนี้มาแล้ว ผมไม่อยากให้สัมผัสของผมดึงเธอหรือเขาออกมาจากโลกจินตนาการแห่งการอ่านที่กำลังนำพาไปอย่างไม่มีขอบเขต และ ณ ห้วงเวลาแห่งความสุขนั้นมีแต่เรา - -ที่รักการอ่านเหมือนกันถึงจะเข้าใจ

ผมเข้าไปอยู่ในโลกแห่งการอ่าน ตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนประถมเมื่อตอนอายุ 8 ขวบ เริ่มต้นอ่าน ก.ไก่ เป็นอักษรตัวแรกเช่นเดียวกับเด็กอื่นๆ เพียงขึ้นชั้นประถม 2 ผมก็อ่านภาษาไทยแตกฉาน จากกนั้นผมก็ไม่เคยหยุดอ่านมาเลยตลอดชีวิต ผมอ่านหนังสือมาแล้วกี่ร้อยกี่พันเล่ม อ่านอักษรมาแล้วกี่แสนกี่ล้านตัว ผมไม่รู้ ผมรู้แต่เพียงว่า ยังมีหนังสืออีกมากมายที่ผมยังไม่ได้อ่าน หนังสือเป็นทรัพย์สมบัติเพียงชิ้นเดียวที่ผมคิดว่ามีน้อยเกินไป

ผมไม่เคยถูกสั่งสอนมาให้อ่าน พ่อแม่ของผมหอบเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีน ซึ่งแน่ละไม่มีหนังสือติดมาด้วยสักเล่ม แล้วผมไปเอายีนแห่งการชอบอ่านมาจากไหน? แต่โลกของเด็กต่างจังหวัดในปี 2490 ไม่ได้กว้างจนผมต้องครุ่นคิดเรื่องนี้ ไม่ได้แปลกใจด้วยที่เด็กในละแวกใกล้เคียงไม่มีใครเป็นแบบผม และไม่แปลกใจที่ผมตัวเองเป็นแบบนี้ อย่างเงียบๆ และเป็นไปปีแล้วปีเล่าในบ้านสวนผักท่ามกลางแสงตะเกียง ผมเริ่มมองเห็นโลกกว้างออกไปเรื่อยๆ จากการอ่านทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา แม้ว่าตลอดเวลาจะถูกห้ามจากพ่อแม่ที่ครั้งนั้นคิดว่าการอ่านหนังสือเป็นอาชีพไม่ได้ หัดขายก๋วยเตี๋ยวหรือขายกาแฟสิ หัดเป็นช่างไม้หรือช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์สิ ถึงจะเป็นอาชีพได้ หนังสือของผมจึงถูกเผาหรือถูกทำลายทุกครั้งที่นำเข้าบ้าน แต่ไม่สำเร็จโลกของเด็กชายคนนั้นไปไกลเกินกว่าที่ใครจะสามารถดึงกลับมาได้ เด็กชายคนนั้นยังคงหาทางอ่านและอ่านต่อไป

มีผลงานวิจัยจากหน่วยงานของรัฐระบุว่า คนไทยอ่านหนังสือโดยถัวเฉลี่ยปีละ 8 บรรทัด
โอ้ ถ้าไม่มีคนอย่างผมมาถัวเฉลี่ยด้วย ตัวเลขคงต่ำกว่านี้ แต่นี่ยังไม่ใช่ตัวเลขที่น่าเศร้าอย่างที่หลายๆ คนรู้สึกหรอก มันจะน่าเศร้ายิ่งกว่าไหมถ้ามีรายละเอียดจริงๆ แจงออกมาว่า 8 บรรทัดที่คนไทยอ่านแต่ละปีเขาอ่านอะไร ? เป็นไปได้ไหมที่เขาอ่านอะไรเรื่อยๆ เปื่อยๆ สักแต่ว่าอ่าน 7 บรรทัด ?
อ่านประเทืองปัญญาและความคิด 1 บรรทัด ?
หรือว่าโดยถัวเฉลี่ยทั้ง 8 บรรทัดนั้นอยู่ในแบบแรก ?

พ่อแม่ของผมให้สตางค์ไปโรงเรียนวันละ 50 สตางค์ ผมกินขนมหนึ่งสลึง (ข้าว-หิ้วปิ่นโตไปจากบ้าน ) อีกหนึ่งสลึงผมไปเช่าหนังสืออ่าน เริ่มตั้งแต่หนังสือการ์ตูน นิยายภาพ ขึ้นชั้นมัธยมผมถึงเริ่มซื้อหนังสือเล่ม ตอนนั้นได้ค่าขนมเพิ่มเป็นวันละ 2 บาท และทางบ้านก็เลิกเผาหนังสือของผม พวกท่านเริ่มยอมรับว่าเป็นกรรมของผมที่ "ติดหนังสือ" และตอนนั้นเองที่ผมเริ่มอยากเป็นนักเขียน

โลกแห่งการอ่านของผมเปลี่ยนไปตอนย่างเข้าวัยรุ่น มันเปลี่ยนแปลงชีวิตและความคิดของผมโดยสิ้นเชิง เมื่อผมพบกับหญิงสาวข้างบ้านคนหนึ่ง สังคมในยุคหลังปี 2500 ความคิดหัวก้าวหน้าแบบเธอถูกเรียกว่าเป็นพวกหัวเอียงซ้าย เธอคนนี้เองที่แนะนำให้ผมรู้จักอ่าน "สิ่งที่เป็นสาระและความคิด" เธอนำผมไปรู้จักกับงานเขียนของ ศรีบูรพา,เสนีย์ เสาวพงศ์, สด กูรมะโลหิต,ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ และใครต่อใครอีกหลายคน เส้นทางใหม่แห่งการอ่านนี้ทอดยาวไกลออกไปอีก มันนำผมไปสู่โลกและชีวิตที่กว้างและลึกซึ้งออกไปอีก มันจุดประกายความคิดใหม่ๆ ให้ทุกครั้งที่ลงมืออ่าน เป็นเส้นทางที่ผมท่องเดินไม่รู้จบ มันทั้งบอกเล่า ทั้งให้การการเรียนรู้ ให้เราขบคิด ให้เราตระหนักว่าสังคมนี้ไม่ใช่จะคิดถึงแต่เราคนเดียว มีคนอีกมากมายที่เราต้องคิดถึงด้วย

มีภาพงดงามอยู่ 2 ภาพ ภาพแรกเป็นสาวสวย กำลังอ่านหนังสือที่ไม่นำเธอออกไปจากโลกแคบๆ (คุณคงรู้ว่าผมหมายถึงหนังสืออะไร ) ภาพที่ 2 เป็นภาพหญิงสาวไม่สวยนัก แต่เธออ่านหนังสือที่นำเธอออกไปจากโลกแคบๆ ( คุณคงรู้ว่าผมหมายถึงหนังสืออะไรอีก )
คำถาม : ในความรู้สึกของคุณ ผู้หญิงสองคนนี้คนไหนจะงดงามกว่ากัน

ผมไม่รู้ว่าผมจะมีชีวิตยืนยาวอีกนานแค่ไหน แต่ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ ผมรู้ว่าตราบใดที่ดวงตาของผมยังมองเห็น ผมก็จะยังคงอ่านหนังสือ และวันใดที่ผมจะตายก่อนที่ดวงตาของผมจะปิดสนิท ถ้าภาพสุดท้ายที่ผมเห็นเป็นภาพของคนกำลังอ่านหนังสือ ผมก็ยังจะยืนยันว่านั่นเป็นภาพที่งดงามที่สุด งดงามกว่าอัญมณีบนสร้อยคอของสาวสวย (นอกเสียจากว่าสาวสวยคนนั้นจะอ่านหนังสือ ) งดงามกว่าภาพบ้านพักบนเชิงเขา ( นอกเสียจากว่าในบ้านนั้นจะมีคนอ่านหนังสือ) งดงามกว่าดอกไม้ (นอกเสียจากว่าดอกไม้นั้นจะอ่านหนังสือ )

โดย ปกรณ์ พงศ์วราภา
ประธานกรรมการบริหาร/กรรมการผู้จัดการบริษัทจีเอ็ม มัลติมีเดียจำกัด ( มหาชน)

นำมาจาก "อ่านเป็นเห็นชีวิต " เมื่อ 31 บรรณาธิการชั้นหัวกะทิของนิตยสารถ่ายทอดมุมมองว่าด้วย "อ่านเป็นเห็นชีวิต "

หมายเหตุ : ขอบคุณพี่แจ๊ด ณิพรรณ กุลประสูตร สำหรับหนังสืออันทรงคุณค่าเล่มนี้

หนังสือเล่มนี้จัดทำประกอบงาน ประวัตินิตยสารไทย โดยสมาคมนิตยสารไทย


Create Date : 16 มกราคม 2550
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 14:58:19 น. 48 comments
Counter : 557 Pageviews.

 
อ๊ะ น่าสนใจค่ะ ^^


โดย: Clear Ice วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:8:20:38 น.  

 
น่าสนใจๆ
ขอบคุณจขบ.ค่ะที่แนะนำมา
ไม่ได้เดินร้านหนังสือมาสองอาทิตย์แล้วค่ะ เดี๋ยวต้องไปสำรวจแผงซะหน่อยแล้ว

^^


โดย: I am just fine^^ IP: 58.8.122.52 วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:9:21:22 น.  

 
^
^ ไม่แน่ใจว่าหนังสือเล่มนี้มีขายทั่วไปหรือเปล่านะคะ ( น่าจะไม่) เด๋วจะเช็คให้ค้า


โดย: grappa วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:9:47:46 น.  

 
ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะครับพี่ว่าโดยปกติคนที่ไม่ปรารถนาการอ่านหนังสืออย่างเรา ๆ แปดบรรทัดนั้นเขาอ่านอะไรกัน

ตอนนี้ผมกำลังอ่านคินดะอิจิเล่ม 7 (เวอร์ชั่นนิยาย) อยู่ครับ บรรยากาศเด็ดมากเลยพี่ อ่านไปก็ขนลุกไป 555

ป.ล. อีกเล่มที่อยากอ่านคือ รุกสยามในพระนามของพระเจ้าครับ พี่แป็ดเชื่อไหมว่าที่หอสมุดกลางจุฬามันขึ้นใน opac ที่เอาไว้ใช้หาหนังสือว่าสั่งซื้อไปแล้วแต่ของยังไม่มาส่งตั้งแต่ประมาณเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

ไม่รู้ว่าห้องสมุดไม่ตามหรือสำนักพิมพ์ขี้เกียจกันแน่


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:10:12:49 น.  

 
ชีวิตในวัยเด็กของผมคล้ายกับผู้เขียนบทความนี้ ทุกวันนี้ผมก็ยังอ่านหนังสืออยู่ และยังรักที่จะเป็นเจ้าของหนังสือดีๆทุกเล่ม ถึงแม้สายตาของผมตอนนี้จะอ่านหนังสือไม่สะดวกแล้ว เพราะไปผ่าตัดต้อกระจกมา
ขอบคุณที่นำข้อเขียนดีๆมาให้อ่าน แต่ว่าจะหาหนังสือเล่มที่คุณกล่าวถึงได้อย่างไร?


โดย: หนุ่มร้อยปี (หนุ่มร้อยปี ) วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:10:18:06 น.  

 
เรื่องน่าสนใจดีครับ ภาพวาดก็สวยดี เหมือนจะของ Monet ใช่ไหมครับ ?


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:10:50:24 น.  

 
ทุกวันนี้ได้แต่อ่านนิยาย เลยไม่รู้ตัวเองว่าเป็น "8 บรรทัดนั้นอยู่ในแบบแรก ?" หรือเปล่า แต่ก็ยังคงอ่านต่อไป ได้แต่หวังว่าเมื่อเราโตขึ้น แนวการอ่านของเราก็คงจะหลากหลายมากขึ้น (มั้ง?)


โดย: กระปุกกลิ้ง วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:11:17:30 น.  

 
เห็นด้วยค่ะว่า อ่านเป็นเห็นชีวิต

ขอเพียงให้อ่านและรู้จักคิดให้เห็นทุกชีวิตในสิ่งที่อ่าน


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:11:32:26 น.  

 
- Johann sebastian Bach

ใช่ค้าคุณบาค ภาพข้างบนวาดโดย
Claude Monet ชื่อภาพว่า Reader


โดย: grappa วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:11:47:54 น.  

 
อยากอ่านหนังสือเล่มนี้ค่ะ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:11:50:04 น.  

 
นักอ่าน..จริงๆ นะคะ


ถึงทุกวันนี้เราก็ยังสงสัยว่า คนไทยอ่านหนังสือปีละ ๘ บรรทัดจริงๆ หรือ

แต่ก็นะ...

ถ้าเทียบกับจำนวนประชากรแล้ว

อาจจะเป็นดังว่าก็ได้ค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:11:56:32 น.  

 
อารมณ์ของการเข้าสู่ "ภวังค์" เวลาที่กำลังอ่านหนังสือ เป็นอารมณ์แห่งความสุขจริงๆ สิ่งรอบข้างดูเหมือนว่าจะหายไปจากห้วงความคิดหมดเลย...






แม้กระทั่งคุณภรรเมียของตัวเอง

ผมเคยถูกงอนมาหลายครั้งแล้ว เพราะหาว่าเราไม่สนใจเขา แต่หลังๆ เขาก็เริ่มชิน (กับไอ้บ้านี่) แล้ว...


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:13:15:59 น.  

 
เป็นคนอ่านหนังสือเป็นพักๆ

บางอารมณ์อยากอ่าน

บางอารมณ์ไม่อยากอ่าน

บางอารมณ์อยากอ่านแต่ขี้เกียจ

แต่ถ้าถามว่าชอบอ่านหนังสือมั้ย

ก็จะตอบว่าชอบอยู่ดี


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:13:44:53 น.  

 
นึกภาพดอกไม้อ่านหนังสือแล้วอดยิ้มไม่ได้ น่ารักจังเลย


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ IP: 58.9.18.186 วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:14:35:10 น.  

 
รู้สึกว่าตัวเอง ไม่ค่อยใช้ชีวิตคุ้มค่า ก็เมื่อห่างหนังสือไปนี่ละค่ะ
ตอนนี้จึงพยายามหาอ่านทางอินเตอณืเน็ทให้มากที่สุด เพราะนั่งกับหนังสือไม่ทนเสียแล้ว

นึกภาพน้องแป๊ดอยู่ท่ามกลางหนังสือแล้ว ก็อยากมีโอกาสแบบนั้นมั่ง


โดย: ป้ามด วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:16:09:27 น.  

 
เราว่าที่เฉลี่ยมาเป็น 8 บรรทัดเพราะว่า มีคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือเลยหรืออ่านไม่ออกจำนวนมากอ่ะค่ะ (แต่ถ้าอ่าน เค้าคงไม่อ่านแค่ 8 บรรทัดมั่งคะ มันยังไม่จบเลยง่ะ)

เวลาเห็นคนบ้าอ่านหนังสือ แล้วรู้สึกน่ารักดีอ่ะค่ะ



โดย: yodmanud^ying IP: 86.144.42.19 วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:16:11:40 น.  

 
นู๋ก็ชอบอ่านหนังสือ รวมทั้งกินและกัด ตอนนี้คุณแม่ก็อ่านหนังสือให้ฟังทุกวัน นู๋จะได้เป็นคนรักการอ่านตั้งแต่เล็กๆ ..... นู๋เกมส์
นู๋ชอบอ่านหนังสือมากๆ บางวันก็จับคุณพ่อกะคุณแม่มานั่งให้นู๋สอน นู๋อ่าน A-Z เป็นแล้วนะ นับ One - Ten ก็ได้ ...นู๋กิ๊ฟ
หนังสือคือโลกที่เราสามารถค้นคว้าได้ไม่มีวันจบค่ะ รักการอ่านคือสิ่งที่วิเศษ และพยายามสอนให้ลูกๆ รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน.... คุณแม่




โดย: นู๋กิ๊ฟ นู๋เกมส์ (giftgame ) วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:16:27:42 น.  

 
น่าอ่านจังค่ะ
เป็นเด็กที่ชอบอ่านหนังสือ ทั้งๆที่ในบ้านไม่มีใครชอบอ่านเลย จนตอนนี้ทุกคนเริ่มหันมาชอบอ่านหนังสือตามเราแล้วล่ะ


โดย: BoOKend (BoOKend ) วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:18:20:52 น.  

 
กรี๊ด ชอบภาพข้างบนของโมเน่ต์ค่ะ เคยเอามาทำ screensaver ของตัวเองอยู่พักนึงค่ะ

เป็นคนชอบอ่านแต่เด็กเหมือนกันค่ะ พ่อแม่จะพาไปร้านหนังสือทุกอาทิตย์เพื่อให้เลือกหนังสือกลับไปอ่านที่บ้าน จำได้ว่าตอนพักที่โรงเรียนแทนที่จะเล่นก็จะไปนั่งข้างสนามอ่านหนังสือ (อ่านเล่น-แบบนิทานที่แปลมาจากของฝรั่ง) พอโตขึ้นหน่อก็เข้าไปอ่านในห้องสมุดทุกพักเที่ยงค่ะ

ชักอยากอ่านหนังสือ "อ่านเป็นเห็นชีวิต" ซะแล้วค่ะ


โดย: the Vicky วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:19:53:32 น.  

 
มีผลงานวิจัยจากหน่วยงานของรัฐระบุว่า คนไทยอ่านหนังสือโดยถัวเฉลี่ยปีละ 8 บรรทัด
ฟังดูเเล้วอาจจะคิดว่าเป็นไปได้เหรอ ทำไมตัวเลขมันต่ำมากกกกกกก
เเต่เราว่าเป็นไปได้ ถ้าเปรียบเทียบคนไทยกับคนชาติอื่น...สังเกตุได้ง่ายๆเลย
เวลารอรถหรือนั่งรถไปไหนเนี่ย คนไทยทำอะไร...ก็ยืนรอ หรือนั่งไปให้ถึงจุดหมาย
เเต่คนต่างชาติจะมีหนังสือติดตัว ว่างก็หยิบมาอ่าน เข้าห้องน้ำก็มีหนังสือติดไปด้วย
ก่อนนอนก็จะอ่านหนังสือ เเต่คนไทยไม่มากที่จะปฏิบัติเเบบนี้ เมื่อก่อนเราก็เป็นหนึงในนั้น
เเต่ทุกวันนี้จะติดหนังสือไปไหนด้วยตลอดถ้าออกนอกบ้าน อย่างน้อยมันก็ทำให้เรา
ได้รู้อะไรมากขึ้นทุกครั้งที่หยิบมันมาอ่าน


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:20:15:54 น.  

 
ขอบคุณที่เอาเรื่องดีๆ มาฝากกันนะคะ ^^


โดย: คอเล่า IP: 202.44.135.35 วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:23:24:15 น.  

 
รออัพเดทว่าหนังสือเล่มนี้หาอ่านได้จากที่ไหนบ้างค่ะ

เรื่องคนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัดนี่ ตกใจเหมือนกันค่ะ มันน้อยขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ?


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:0:03:34 น.  

 
ผมอ่านหนังสือมาแล้วกี่ร้อยกี่พันเล่ม อ่านอักษรมาแล้วกี่แสนกี่ล้านตัว ผมไม่รู้ ผมรู้แต่เพียงว่า ยังมีหนังสืออีกมากมายที่ผมยังไม่ได้อ่าน หนังสือเป็นทรัพย์สมบัติเพียงชิ้นเดียวที่ผมคิดว่ามีน้อยเกินไป
^
^
.. ชอบท่อนนี้มากเลยค่ะ


โดย: แม่มดพันปี วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:0:07:08 น.  

 
แวะมาทักทายครับ

เป็นบทความที่น่าสนใจนะครับ

"คนไทยอ่านหนังสือโดยถัวเฉลี่ยปีละ 8 บรรทัด " <----- 8 บรรทัดสงสัยไม่เรียกว่าอ่านแล้วล่ะ เค้าเรียกว่าผ่านตา


โดย: Tony KooN (tk_station ) วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:0:27:54 น.  

 
มีภาพงดงามอยู่ 2 ภาพ ภาพแรกเป็นสาวสวย กำลังอ่านหนังสือที่ไม่นำเธอออกไปจากโลกแคบๆ (คุณคงรู้ว่าผมหมายถึงหนังสืออะไร ) ภาพที่ 2 เป็นภาพหญิงสาวไม่สวยนัก แต่เธออ่านหนังสือที่นำเธอออกไปจากโลกแคบๆ ( คุณคงรู้ว่าผมหมายถึงหนังสืออะไรอีก )
คำถาม : ในความรู้สึกของคุณ ผู้หญิงสองคนนี้คนไหนจะงดงามกว่ากัน


เป็นคำถามที่ตอบยากมากท่านประธาน !!



โดย: ShadowServant วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:1:40:18 น.  

 
^
^ กร๊าก เข้าใจได้เลยครับท่าน


โดย: grappa วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:7:51:01 น.  

 
^
^
^
ผมไม่รู้ว่าหนังสืออะไรอ่ะ ไม่รู้จริงๆ นะ เพราะว่าหนังสืออะไร เวลาอ่านมันก็น่าจะเปิดโลกเราได้ทั้งนั้นแหละนะ จะมากน้อยก็อีกเรื่องหนึ่ง


โดย: strawberry machine gun วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:8:51:36 น.  

 
^
^ น้องปืนกลสตรอเบอร์รี่

คุณทาสเงา เขาหมายถึงคนที่อ่าน น่ะ ไม่ใช่หนังสือ เขาตัดสินไม่ได้ว่าคนไหนจะงดงามกว่ากัน
555


โดย: grappa IP: 58.9.187.232 วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:9:13:38 น.  

 
จริงด้วยครับ
การอ่านช่วยเปิด สมอง เปิดใจ
ซึ่งก็คล้ายช่วยให้เราเปิดตา เห็นอะไรต่อมิอะไรในชีวิตของเรา

ป.ล.
อย่าลืม เอา"ของ" มาโชว์ นะคร้าบบบ


โดย: กุมภีน วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:11:10:24 น.  

 
โห น่าสนใจครับเล่มนี้

รอดูคำตอบอยู่ว่ามีวางแผงไหมครับ


โดย: poser (poser ) วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:14:26:12 น.  

 
ถัวเฉลี่ย 8 บรรทัด
ถ้าอ่านพาดหัวข่าววันละครั้งก็น่าจะเกิน (แต่เขาคงไม่นับรวมการอ่านหนังสือพิมพ์)


โดย: rebel วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:20:23:37 น.  

 
โฮ...ถ้าพ่อแม่ให้ตังไปโรงเรียนวันล่ะ2สลึง...55555555...เจอแล้ววุ้ย...แต่ผมได้มากกว่าน่ะ...งั้นแสดงว่าเรายังไม่แก่นี่หว่า...อิอิ...งั้นเดี๋ยวผมจะพยายามเอารายละเอียดมาให้อ่านกัน...ผมว่าน่าสนใจมากมาย...ยังไม่รู้เลยว่าจะทำได้รึเปล่า...ขี้โม้ซะแหละ...เพราะไม่รู้อะไรเลยวุ้ย...อิอิ...


โดย: แอบมาดู IP: 125.26.39.171 วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:10:19:01 น.  

 
ผมก็ชื่นชอบ หญิงสาวที่รักการอ่าน เหมือนกันครับ


โดย: calcium_kid วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:22:50:43 น.  

 
รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่สามารถอ่านหนังสือบนรถได้ ผมจึงไม่จำเป็นต้องกลัวรถติดในกทม. หรือกังวลกับทางไกลในถนนสู่ภูธร


โดย: lomocat วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:0:20:58 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่ะพี่

อ่านที่พี่ไปคอมเม้นท์แล้วนึกถึง "ศิราณี" ขึ้นมาเลย



แล้ว..พี่ให้คำตอบเค้าไปว่าไงอะคะ? แล้วเค้าเหล่านั้นรู้สึกว่าได้คำตอบที่ถูกใจตัวเองกันบ้างหรือเปล่าคะ?



ทุกวันนี้ถามและพยายามหาคำตอบ แต่ยังไม่เจอเลย

หรือควรจะเลิกถามซะทีน้อ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:13:46:08 น.  

 
น่าสนใจมาก ๆ เลยครับเล่มนี้


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:17:48:08 น.  

 
"ภาพหญิงสาวไม่สวยนัก แต่เธออ่านหนังสือที่นำเธอออกไปจากโลกแคบๆ.."
^
^
อยากให้มีผู้ชายเลือก ญ คนที่ 2 เยอะๆจัง


โดย: ลูกหนอน. วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:18:52:58 น.  

 
มาสารภาพว่า ทุกวันนี้ตัวเองอ่านน้อยลงค่ะ เพราะต้องพยายามกลั่นกรองว่า ถ้าอ่านแล้ว...ต้องเป็นหนังสือที่ให้ความคิดกับตัวเอง ไม่เสียเวลา ต้องได้อะไรกับความคิดและสามารถนำไปต่อยอดได้ทันที ถ้าเพื่อบันเทิงอย่างเดียว เหมือนดูทีวี ก็วางก่อนเลยค่ะ สงสัยจะเป็นคนอ่านหนังคับแคบอย่างที่คุณปกรณ์ว่าเสียกระมัง.... เอานะ ยังไงก็หน้าตาดี

มาเพราะความคิดถึง จขบ. ค่ะ


โดย: โตมิโต กูโชว์ดะ วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:18:53:17 น.  

 



แวะมาลากิจสักพัก ไว้ปลายเดือนหรืออาจจะเลยไปต้นเดือนค่อยกลับมาเยี่ยมใหม่ค่า



โดย: haiku วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:19:42:56 น.  

 
คุณเฮียได้รับเหมือนกัน แต่ฝนยังไม่ได้อ่านอะค่ะ
ดีใจมากที่ได้หนังสือพี่แจ๊ดด้วยอะค่ะ
เพราะตอนนั้นอ่านที่พี่กรัปป้าแนะนำไว้และอยากอ่านมาก
ช่วงนี้ก็เลยมีหนังสือตุนให้อ่านเยอะเลยล่ะค่า


โดย: fonkoon วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:21:29:05 น.  

 
ผมรู้สึกชอบมองเด็กที่กำลังอ่านหนังสืออย่างสมาธิจัดๆนี่เหมือนกันนะ มันดูน่าชื่นชมดี และจะหงุดหงิดทุกครั้ง ที่ได้ยินพ่อหรือแม่ดุลูกว่าเลิกเลือกซื้อหนังสือได้แล้ว ออกมาจากร้านซะที แย่มากที่ไม่สนับสนุนให้เด็กอานหนังสือ ถึงแม้จะอ้างว่าราคามันแพง แต่ก็น่าจะบอกว่า เดี๋ยวจะไปยืมห้องสมุดให้ก็ได้

ผมชอบมุมมองของคุณปกรณ์มากๆ ชอบอ่านบทบรรณาธิการของแก (แต่ตอนเอารวมเล่ม ผมกลับไม่ได้ซื้อแฮะ) คิดดู ผมซื้อจีเอ็มตั้งกะเล่มหนึ่งน่ะ (ตอนเด็กๆเลยนะนั่น) แต่มาเว้นช่วงซื้อซักพักใหญ่ แล้วตอนทำงานถึงมาเริ่มซื้ออีก อยากอ่านความคิดของแกในตอนที่ฟองสบู่แตก แล้วแกทำยังไงให้จีเอ็มรอดพ้นมาได้ จนยืนหยัดได้จนถึงตอนนี้น่ะ (จะอ่านที่ไหนได้ล่ะนี่)

อ่อ ฝากบอกคุณณิพรรณหน่อยสิ ว่าเมื่อไหร่จะเขียนหนังสืออีกอ่ะ


โดย: คูต้าว IP: 203.113.0.194 วันที่: 20 มกราคม 2550 เวลา:11:15:06 น.  

 
นึกไปถึงตอนเด็กๆ ชอบอ่านวรรณกรรมเยาวชนของสำนักพิมพ์เรจีนาแล้วจินตนาการไปตามฉากต่างๆ มีความสุขที่สุดเลยค่ะ สมัยเด็กนี่เวลาอยู่คนเดียวจะชอบปิดทีวีอยู่เงียบๆแล้วเปิดหนังสืออ่านประจำ เด่วนี้ถ้าว่างก็เปิดแต่คอมเล่นแต่เน็ท หนังสือแทบไม่ได้แตะ แย่จังเรา


โดย: CTL IP: 58.8.61.100 วันที่: 20 มกราคม 2550 เวลา:13:59:39 น.  

 
แวะมาเยี่ยมอีกทีครับ เรื่อง La dolce vita เป็นไงสนุกดีไหมครับ


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 20 มกราคม 2550 เวลา:20:22:41 น.  

 
แค่ 1 คนที่นำมาให้อ่านก็เห็นชีวิตบ้างแล้วนะครับ อีก 30 คนคงมีมุมมองที่น่าสนใจแน่ๆ อยากอ่านเพิ่มจัง


โดย: ป้อจาย วันที่: 20 มกราคม 2550 เวลา:20:30:55 น.  

 
"มีภาพงดงามอยู่ 2 ภาพ ภาพแรกเป็นสาวสวย กำลังอ่านหนังสือที่ไม่นำเธอออกไปจากโลกแคบๆ (คุณคงรู้ว่าผมหมายถึงหนังสืออะไร ) ภาพที่ 2 เป็นภาพหญิงสาวไม่สวยนัก แต่เธออ่านหนังสือที่นำเธอออกไปจากโลกแคบๆ ( คุณคงรู้ว่าผมหมายถึงหนังสืออะไรอีก )
คำถาม : ในความรู้สึกของคุณ ผู้หญิงสองคนนี้คนไหนจะงดงามกว่ากัน"

ไม่รู้อ่ะค่ะว่าหมายถึงหนังสืออะไร มีเฉลยมั้ยคะ (แอบเห็นหลายคนข้างบนถามเหมือนกันนะเนี่ย หุหุ )


โดย: หวัน (หวันยิหวา ) วันที่: 21 มกราคม 2550 เวลา:0:36:09 น.  

 
อืม
อืมมมม
อืมมมมมมมมม์----

ถ้าอ่านเพื่ออยู่ในโลกแคบ แต่โลกแคบที่ว่าก็คือโลกที่กว้างแล้วละ
จะว่ายังไงดี

อืม
อืม

(ขอโทษค่ะ พูดอะไรไม่ค่อยออก พออ่านจบแล้วมันแค่ให้ความรู้สึกว่า อืมมม...)


โดย: Crisis IP: 210.86.215.187 วันที่: 21 มกราคม 2550 เวลา:15:06:12 น.  

 
อยากอ่านเรื่องที่ จขบ. ทำกับข้าวกับ
อบขนมปังอ่ะน่ะ

สำหรับเรื่องนี้ ผมคิดว่าหนังสือเล่มหนึ่ง
จะนำท่านไปสู่หนังสืออีกเล่มหนึ่งเสมอ
ครับ


โดย: event26th IP: 202.139.213.81 วันที่: 21 มกราคม 2550 เวลา:22:06:24 น.  

 
แวะเข้ามาเยี่ยมครับ ^_^
เมื่อเช้าเพิ่งลองฟัง 99.5
ชอบมากๆ เลยครับ


โดย: จี้ IP: 210.213.1.170 วันที่: 22 มกราคม 2550 เวลา:12:49:02 น.  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




,











หนังสือ
ของสนพ.ระหว่างบรรทัด


การเดินทางของคชสาร
คชสาร ตั้งยามอรุุณ
images by free.in.th




บทอวสานของคชสาร
คชสาร ตั้ังยามอรุณ
images by free.in.th




เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4)
ปราบดา หยุ่น
images by free.in.th

Instagram






Padd Betweentheline

Create your badge
New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
16 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add grappa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.