พุ่งเข้าสู่หัวใจอย่าง "ธรรมดาและเรียบง่าย" & OST A Love That Will Never Grow Old





ธรรมดาและเรียบง่าย
ซู เบนเดอร์ เขียน
สุภาพร พงศ์พฤกษ์ แปล
ซู และริชาร์ด เบนเดอร์ ภาพประกอบ

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่จขบ.หยิบมาอ่านอยู่เสมอ เป็นหนังสือในดวงใจ เป็นหนังสือที่เอาไว้อ่านเวลาที่ตัวเองอยากรู้สึก "สงบ " อยากรู้สึก "นิ่ง" อ่านในเวลาที่รู้สึกว่าความคิดและหัวใจตัวเองช่างวุ่นวาย

ซู เบนเดอร์ ผู้เขียนเรื่องนี้ เป็นนิวยอร์คเกอร์ ที่มีชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเบิร์คเลย์ แคลิฟอร์เนีย เป็นเมียและแม่ของลูกชายสองคน เป็นศิลปินและนักบำบัดผู้มีสองปริญญา จากฮาเวิร์ดแผ่นหนึ่งและเบิร์คเลย์อีกแผ่นหนึ่ง เธอให้คุณค่ากับความสำเร็จ ความเป็นคนพิเศษโดดเด่น ให้คุณค่ากับผลที่จะออกมา

ในโลกที่เธอเติบโต การมีสิ่งให้เลือกมากขึ้น หมายถึงการมีชีวิตที่ดีกว่า เธอต้องการไปเสียทั้งหมด ต้องการประสบการณ์ ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นความตื่นเต้น ความเย้ายวน สิ่งหลอกล่อทุกทิศทาง เธอเคยเชื่อว่าเธอโชคดีที่มีตัวเลือกมากมาย เธอเคยเชื่อว่าเธออาจใช้ชีวิตแบบนั้นๆ ได้หมด

แต่ มีวัตถุบางชิ้นพุ่งเข้าสู่หัวใจเธอ



มันเป็นผ้าต่อตะเข็บของเก่าแห่งชุมชนอามิช มีลวดลายเป็นรูปทรงเรขาคณิตง่ายๆ มีทั้งรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส สี่เหลี่ยมเปียกปูน สี่เหลี่ยมผืนผ้า มันพูดกับเธอโดยตรง มันรู้บางอย่าง มันพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจเธอ อย่าง "เงียบเหมือนฟ้าผ่า"

ในที่สุดเสียงในตัวเธอ ก็บอกว่า ซู ไปเถอะ ไปอยู่กับครอบครัวอามิช



นับตั้งแต่นั้นวิธีคิดของเธอก็เปลี่ยนไป

การติดตาม"หนทางที่มีหัวใจ" ให้บทเรียนแก่เธอมากมาย

" ฉันไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร หากมีใครสักคนถามฉันในงานเลี้ยงว่า "คุณมีอาชีพอะไร" เป็นศิลปิน เป็นนักเขียน เป็นนักบำบัด ภรรยา หรือแม่ ฉันก็จะถูกตัดสินโดยป้ายที่ฉันเลือกติด สำหรับพวกอามิชแล้ว ไม่มีความแตกต่างกัน ไม่มีใครที่จะถูกติดป้ายว่าเป็นแม่ครัว คนเย็บผ้าต่อตะเข็บ หรือแม่บ้าน ความเป็นจริงก็คือว่า การทำตัวให้โดดเด่นออกมา ย่อมเป็นสัญญาณบอกถึงทิฐิมานะผิดๆ

ฉันยังจำได้ถึงคำพูดของมิเรียม แม่บ้านอามิช บอกว่าการทำซุปผักสักหม้อหนึ่ง ย่อมเป็นการไม่ถูกต้องที่หัวแครอท จะพูดว่า ฉันมีรสอร่อยกว่าถั่วลันเตา หรือถั่วลันเตาจะพูดว่าฉันต่งหากที่มีรสชาติอร่อยกว่ากะหล่ำปลี จริงๆ แล้วผักทุกอย่างทำให้ซุปผักอร่อย

หากฉันถามตัวเองว่าตอนที่อายุยี่สิบ สามสิบ หรือสี่สิบ ว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตฉัน ฉันคงบอกว่าการเป็นอิสระและมีทางเลือกมากมาย แต่ก็มีหลายอย่างที่ฉันไม่ได้เลือก ครอบครัวดีและน่ารักที่ฉันได้ถือกำเนิดมา สังคม ศาสนา สภาพเศรษฐกิจของครอบครัว หรือการที่ฉันสูง 175 เซนติเมตร ผมสีน้ำตาล รูปร่างผอม และมีสุขภาพแข็งแรง หรือมีธรรมชาติของการตั้งคำถาม

การได้กลับคืนสู่เรื่องราวในอดีต รู้ว่าฉันมาจากไหน การได้รู้จักและรักพี่ชาย ลูกพี่ลูกน้องของตนเอง รู้ความต้องการในเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรมต่างๆ เห็นความจำเป็นที่จะต้องกินอาหารมื้อเย็นในวันเทศกาลขอบคุณพระเจ้ากับครอบครัวทุกปีเป็นประจำมาสามสิบปีแล้ว หรือการที่ฉันเป็นคนกระตือรือร้น แข็งขันที่จะมีส่วนร่วมในวัฒนธรรม มองความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องสวยงามอยู่เสมอนั้น ทั้งหมดนี่คือตัวฉัน

"หลักการแรก ของ นักสู้ คือ ต้องไม่กลัวว่าเขาเป็นใคร " ประมุขของชาวทิเบตผู้ชาญฉลาดพูดไว้ ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจในสิ่งที่ท่านพูด

ฉันมีทางเลือกอื่น คือการยอมรับในสิ่งที่ฉันไม่ได้เลือก ฉันอาจตั้งความปรารถนาที่จะมีธรรมชาติอันสงบศานติในตัวฉัน และอื่นๆ อีกนานาประการเป็นบัญชีหางว่าว แต่ท้ายที่สุดก็คือช่องว่างน้อยๆ ที่อยู่ระหว่างสิ่งฉันได้รับการหยิบยื่น

ในพื้นที่น้อยๆ นั่นคือเสรีภาพ


ป.ล. 1. "ฉัน" ในประโยคที่ยกมาคือ ซู เบนเดอร์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้

ป.ล. 2. อามิชเป็นกลุ่มชนทางศาสนากลุ่มหนึ่งที่อพยพมาจากยุโรป คนกลุ่มนี้มีวิถีชีวิตแบบชนบทดั้งเดิม ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ผู้ชายสวมหมวกปีกกว้าง ใส่ชุดสูทดำ และไว้เคราเมื่อแต่งงานแล้ว ผู้หญิงจะใช้ผ้าคลุมศีรษะ สวมกระโปรงยาวครึ่งแข้งหรือถึงตาตุ่ม สำหรับอามิชแล้ว เสื้อผ้าไม่ได้เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่สะท้อนถึงศรัทธาของพวกเขา อามิชไม่ได้ปฏิเสธความทันสมัย แต่จะรับไว้เฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อามิชกระจายกันอยู่ใน 22 รัฐ ทั่วสหรัฐอเมริกา รวมทั้ง รัฐออนแทรีโอ ในแคนาดา โดยกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ที่แลงแคสเตอร์ เพนซิลเวเนีย
(คำอธิบายชุมชนอามิช นี้มาจาก บทความ Amish in the City โดย รุ่งมณี เมฆโสภณ คอลัมน์ รุ่งมณีฟรีสไตล์ จากเว็บไซด์ ผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2547 คุณ รุ่งมณี เป็นคอมลัมนิสต์คนโปรดของ จขบ.คนหนึ่ง )



เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รางวัลลูกโลกทองคำ
A Love That Will Never Grow Old ร้องโดย Emmylou Harris เพลงจากหนังเรื่อง Brokeback Mountain พึ่งมีการประกาศผลรางวัลไปเมื่อเช้านี้ จขบ.รู้สึกว่าเพลงนี้เข้ากับเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ดี เลยมั่วนิ่มเอาเพลงมาใส่เสียเลย


Create Date : 17 มกราคม 2549
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 16:42:16 น. 55 comments
Counter : 1272 Pageviews.

 
เอ..เหมือนเคยๆ อ่านหนังสือแนวๆ นี้แหละค่ะ แต่เป็นหนังสือของเพื่อน


ไว้จะลองไปเปิดๆ ดูว่าเล่มเดียวกันหรือเปล่านะคะ




มาสู่ที่พี่ไปคอมเม้นท์

นั่นสิพี่ มันก็เลยไม่สามารถสรุปได้ว่า เราควรให้เค้ารักอย่างที่เราเป็นหรือเปล่า (ในเมื่อสิ่งที่เราเป็นมันก็มีสิ่งเลวร้ายอยู่) หรือมันต้องหาความพอดีคือเป็นตัวของตัวเองในระดับหนึ่ง และบังคับตัวเองในระดับหนึ่ง



แต่ความพอดีนี่..มันตรงไหนกันล่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:10:16:28 น.  

 
ไม่เคยเห็นเลยครับ

แบบนี้ต้องไปหาอ่านละครับ



ส่วนเรื่องดีเจสุหฤท

ดีเจสุหฤท ตอนนี้ช่วง bedroom ไม่มีแล้วนะครับพี่ พี่โต้แกก็เลยไม่ได้จัดรายการไปพัก แต่ตอนนี้มาจัดช่วง Entrance กับดีเจวราฤทธ์และวรายุทธ ทุกคืนวันศุกร์ สี่ทุ่มครับ

รายการนี้เขาก็จะเอาเพลงซิงเกิลใหม่ของแต่ละสัปดาห์มาเปิดให้ฟัง โดยไม่บอกชื่อเพลง ชื่อนักร้อง ไม่บอกค่าย แล้ววิจารณ์กันที่ตัวเพลงกันครับ ฟังแล้วฮาดี เพราะทั้งสามคนนี้ปากจัดมาก


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:10:33:16 น.  

 
นึกถึงหนังสือ
"ตาข่ายแห่งความคิด"
ของท่าน กฤษณะ มูรติ ครับ

ความจริงแล้ว ทุกสิ่งในโลกนี้
รวมทั้ง ตัวตนของเรา และสังคมคนรอบ ๆ ข้าง ไม่ใช่สิ่งใดเลย นอกจากความคิดของเราและเขาต่างสานโยงใยเป็นตาข่าย ครอบคลุม ยึดจับเราไว้

ความลับแห่งพลังอำนาจของมัน (ตาข่ายความคิด) ก็คือ
"ความกลัว"
คนเรากลัวที่จะสูญเสีย
กลัวที่จะรัก
กลัวที่จะถูกรัก
กลัวที่จะถูกไม่รัก
กลัวที่จะถูกทอดทิ้ง
และกลัวที่จะต้องตาย พรากจากกัน
...
(อ่านมาแล้ว เข้าใจว่า ประมาณนี้ แหละ)


โดย: a_somjai วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:10:46:43 น.  

 
โอ้...สำหรับผม หนังสือแบบนี้ ต้องสร้างอารมณ์ก่อนอ่าน ไม่งั้นจะเบื่ออย่างรวดเร็ว แต่ถ้าสร้างมาดีๆ ก็อ่านจนปรุได้เช่นกันครับ


โดย: เซียวเปียกลี้ วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:11:01:04 น.  

 
...น่าอ่าน


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:11:38:40 น.  

 
ไม่ค่อยได้จับแนวนี้เลยค่ะ
ติดนิยาย

=)


โดย: hunjang วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:12:07:09 น.  

 
น่าสนใจดีนะคะ


โดย: prncess วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:12:11:55 น.  

 

น่าสนใจจังค่ะ


โดย: p_tham วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:12:46:35 น.  

 
มาอ่านข้อมูลหนังสือน่าอ่านค่า


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:12:57:56 น.  

 
เขินจัง มีแต่คนชอบอ่านหนังสืออะ

ว่าแล้วก็เอาเพ็นกวินมาวิ่งเล่นดีกว่า





โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:12:58:28 น.  

 
น่าอ่าน ๆๆๆๆๆๆ เด๋วเสาร์อาทิตย์นี้ จะไปยืนอ่านที่ร้าน กร๊ากก จะยังมีขายไม๊หนอ


โดย: ไ่่ก่ย่างคุกกี้กรอบหมีชอบหมด วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:13:18:22 น.  

 
พี่แกร๊ปป้าค่ะ จะเชื่อไหมค่ะว่าหนูเป็นคนที่ซื้อหนังสือเก่งมาก แต่พอมีเยอะก็ไม่รู้จะหยิบเล่มไหนมาอ่าน

Image Hosted by ImageShack.us
ร้อนจริงๆ


โดย: erol วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:13:42:01 น.  

 
น่าสนใจดีค่ะ



โดย: keyzer วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:13:56:53 น.  

 
น่าสนใจค่ะ ...


โดย: Mutation วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:15:09:14 น.  

 
คุณ grap ยังคงเเนะนำได้ดีเช่นเคยนะครับ
ผมขอทำความรู้จักหน่อยก็เเล้วกันครับ
ไม่คุ้นกับการอ่านหนังสือเเนวนี้เลย
เเต่ก็น่าอ่านดีครับ


โดย: Dark Secret IP: 58.9.2.213 วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:15:16:14 น.  

 
ชอบจังเลยค่ะ


โดย: เช้านี้ยังมีเธอ วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:15:54:55 น.  

 
เพลงเพราะครับ

ยิ่งชวนให้อยากดูหนังเรื่องนี้มากขึ้นกว่าเดิมทีเดียว


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:15:55:52 น.  

 
มาเยี่ยมอีกรอบ มาบอกว่า ตอบความเห็นของพี่แล้วจ้ะ





โดย: Mutation วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:16:54:54 น.  

 
เพลงเรื่องนี้เพราะหลายเพลงเลยนะครับ เคยฟังจาก Blog ของ Bayrocku จะเป็นอีกเพลงหนึ่ง เพราะเหมือนกัน

"ธรรมดาและเรียบง่าย" เป็นหนังสือที่เหมาะเอามาใช้กับชีวิตของคนกรุงที่ยุ่งๆ และแสวงหาตลอดเวลาได้ดีนะครับ ช่วยให้เราหยุดคิดแล้วก็กลับมามองตัวเอง ยอมรับตัวเอง คล้ายๆกับหลังพุทธศาสนาเหมือนกันนะ การนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเรา คงช่วยให้เรามีความสุขมากขึ้นนะ ความสุขง่ายๆเกิดขึ้นได้รอบตัวเรา


โดย: ป้อจาย วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:17:22:49 น.  

 
ชอบประโยคนี้จังค่ะ

การติดตาม"หนทางที่มีหัวใจ"


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:17:59:23 น.  

 


หนังสือน่าสนใจมากค่ะคุณ grappa

นึกถึงหนังสือในดวงใจเล่มหนึ่งเลยค่ะ

หนังสือชื่อ หยุดสักนิด คิดสักหน่อย (หมุดหมายเลข ๑) ของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

หนังสือให้แง่คิดและมุมมองที่คล้ายกันมากค่ะ

ขอบคุณคุณ grappa นะคะ ที่แนะนำหนังสือดีๆ เสมอเลย


โดย: มัชฌิมา วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:19:12:49 น.  

 
แล้วตอนไหนกลุ่มอามิชถึงจะเผากัน แล้วเจ๊ซูแกไปแฝงกาย คลายเงื่อนกันตอนไหนอ่ะ ตอนจบจะทวิสต์ปล่าว

อ้าว ไม่มีรึ จิ๊


โดย: ข้าวตู วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:19:41:36 น.  

 
บ้านป้าแจ๋วขยันซื้อหนังสือกันค่ะ 3 คน ช่วยกันซื้อ แล้วมันก็มาตั้งคอยคิวให้ถูกอ่านจ๊ะ


โดย: ป้าแจ๋วแหวว วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:20:18:23 น.  

 
สำหรับคนที่อยากอ่านหนังสือเล่มนี้
ตอนนี้น่าจะหายากแล้วค่ะ งานสัปดาห์หนังสือปลายเดือนมีนาคม น่าจะพอมี
แล้วจะมาส่งข่าวค่ะ

- ข้าวตู
ไม่มีย่ะ ดูหนังฮอลลีวูด มากไปเปล่า


โดย: grappa วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:20:23:52 น.  

 
น่าอ่านมากครับ ผมได้แรงบันดาลใจในการทำงานและในการคิดลายๆอย่างมาจากการอ่านหนังสือบางเรื่อง เหมือนเปิดมุมมองเปิดสมองของเราจริงๆ จะหามาอ่านครับ


ดูโกลเด้นโกล้บเมื่อเช้าเหมือนกัน อยากฟังเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ และอยากดูหนังเรื่องนี้มากๆครับ


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:20:31:59 น.  

 
น่าอ่านครับ

ป.ล.ที่ถามไว้ที่บลอก ถูกต้องนะคร้าบบบ


โดย: บ่าวเจียงใหม่ (กุมภีน ) วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:21:06:03 น.  

 
น่าสนใจค่ะ


โดย: rebel วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:21:11:52 น.  

 
เพลงเพราะ หนังสือดี
ขอบคุณค่ะ


โดย: shadow-of-art (shadow-of-art ) วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:21:27:21 น.  

 
เคยดูเรื่อง witness ที่แฮริสัน ฟอร์ด เล่น ฉากสวยมาก ประทับใจชุมชนอามิชมาก หนังสือเล่มนี้ก็เป็นเล่มโปรดเหมือนกัน ขอบคุณที่ช่วยเตือนความจำให้นึกถึง เพลงเพราะค่ะ


โดย: pipkin (แสงไต้ ) วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:21:56:05 น.  

 
^
^ ใช่แล้วค่ะ หนังเรื่อง witness ทำให้รู้จักชุมชนอามิชเป็นครั้งแรก OST จากหนังเรื่องนั้นก็น่ารักดี เพลง
Wonderful World (Don't Know Much) วันหลังเอามาใส่บล็อกดีกว่า


โดย: grappa วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:22:51:06 น.  

 
เมื่อคืนดู golden globe เเบบ เปิดทีวีทิ้งไว้เเล้วก็นั่งฟังไประหว่างทํางาน

ได้ยินเพลงประกอบจากหนังเรื่องเดียวกัน (เเบบบรรเลง) เปิดบ่อยมากๆ
จริงๆเพลงเขาก็ดี(มากๆ)

เเต่รายการในทีวีชอบเอามาเปิดล้อหนัง"ฉากคาวบอยเกย์"ซะจนเพลงช้ำ
ทีนี้พอได้ยินเพลงขึ้นมาทีไร ก็พาลจะนึกถึงมุขเกย์ต่างๆ ทั้งที่มันก็ขําบ้างไม่ขําบ้าง

ถ้าจ.ข.บ.ได้ดูหนัง เพลงนี้จะทําให้เศร้าไปทั้งวัน ... ดังนั้นอย่าลืมไปอุดหนุน

เคยมีโชว์ชื่อ Amish in the city ประมาณ สองปีที่เเล้ว เป็นreality show
เอาอามิชมาอยู่รวมกับวัยรุ่นจากเเคลิฟอร์เนีย จุดประสงค์ค่อนไปทางล้อเลียน

เเต่ก็ไม่เคยดูจริงจ้ง
จะว่าไร้สาระก็ ว่าได้ไม่เต็มปาก



โดย: fawn- IP: 24.210.47.68 วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:6:40:04 น.  

 
ทำไมไม่เคยเห็นหนังสือเล่มนี้เลยหนอ...

ป.ล.ดีใจด้วยค่ะกับรางวัล เหมาะสมอย่างยิ่ง :)


โดย: foneko IP: 61.91.87.175 วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:9:01:40 น.  

 
เป็นหนังสือที่เอาไว้อ่านเวลาที่ตัวเองอยากรู้สึก "สงบ" อยากรู้สึก "นิ่ง" อ่านในเวลาที่รู้สึกว่าความคิดและหัวใจตัวเองช่างวุ่นวาย

จริงเหรอคะ หนังสือเล่มนี้ช่วยให้รู้สึกนิ่งในเวลาที่จิตใจเราสับสนวุ่นวานได้จริงเหรอ

งั้นบี๋หามาอ่านมั่งดีกว่าค่ะ ยังจะมีขายมั๊ยคะเนี่ยะ


โดย: ยัยบี๋ วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:9:48:05 น.  

 
ขอบคุณค่ะ พี่


โดย: ยัยบี๋ วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:10:04:03 น.  

 
มาเชิญวัยรุ่นไปลงนามในบลอกว่างๆ ค่า


โดย: rebel วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:10:07:35 น.  

 
Image Hosted by ImageShack.us


โดย: erol วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:10:09:04 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือ แนวนี้เหมือนกันค่ะ

ของนักเขียนคนนี้ ก็ชอบพิเศษ ค่ะ

ติช นัท ฮันห์(THich Nhat Hanh)


โดย: samranjai วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:10:33:30 น.  

 
พี่แป๊ดคะ

พอดีน้องมรกตนาคสวาทเคยบอกไว้ว่า ถ้าอยากเก็บความฝันและจินตนาการแบบเดิมๆ ไว้อย่าอ่านเล่ม ๗ (น้องมอฯเค้าอ่านแล้ว และเสียใจมากที่อ่าน)


เต้ยก็เลยลังเลน่ะพี่


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:11:03:08 น.  

 
อืมม์..ที่ทูน่าบอกก็น่าสนใจจริงด้วยค่ะพี่

น้องแขก็บอกว่าเมื่อศิลปินสร้างงานแล้วเราก็ควรตามเค้าไปให้สุดทาง

พี่แป๊ดก็สนับสนุนเนอะ

ก็เลย...น้ำหนักไปทางคงจะอ่านแล้วล่ะค่ะ แต่รออ่านความเห็นอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยน่ะค่ะ


ขอบคุณนะคะพี่ที่ไปแลกเปลี่ยนความเห็น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:11:18:29 น.  

 
เรื่องหนังสือพักไว้ก่อน ไปฟังเพลงกันดีกว่า

เอาอัลบั้มใหม่ (แต่ออกนานมากแล้ว) มาแนะนำกันอีกเช่นเดิม

ลองฟังกันได้เลยครับ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:11:53:12 น.  

 
^
^ ไปเม้นท์มาแล้วจ้า

หวา มาเข้าบล็อกตัวเอง
ตอนหลังอาหารแล้วฟังเพลงนี้
ง่วงๆ เหมือนกันหนา


โดย: grappa วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:12:46:55 น.  

 
สงสัยช่วงนี้ต้องหาหนังสือเล่มนี้หรือประมาณนี้มาอ่านบ้างเเล้วค่ะ
ตัวเองเวลาฟุ้งซ่าน จะหยิบหนังสือของท่านพุทธทาสมาอ่าน
ชอบเล่ม "ตัวกู ของกู" มาก อ่านหลายรอบมากๆเพราะว่าเข้าใจยาก
((ดิฉันกิเลศหนาค่ะ)) เเต่หลังๆมา เวลาเกิดปัญหา จากตัวเองหรือคนอื่น
ข้อความในหนังสือจะลอยมาตรงหน้าเลย ว่าอ๋อ...มันคือย่างนี้นี่เอง


เอ่อ...มาชวนคุณกรัปป้าเป๋นอกเรื่องซะเเล้ว


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:17:14:23 น.  

 
แวะมาแสดงความยินดีด้วยสำหรับผลโหวตครับ...

ช้าไปหน่อย..

จะแวะเข้ามาอ่านและใช้บริการข้อมูลบ่อยๆนะครับ...


โดย: namit วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:17:29:01 น.  

 
หนังสือที่หยิบมาอ่านเวลาอยากนิ่งหรือสงบ
คือ Snoopy ค่ะ 555+
(บอกแล้วว่าเป็น Snoopaholic ^^)
เพราะรู้สึกว่าอ่านแล้วไม่ค่อยจะต้องใช้ความคิด
ทำให้สมองสงบลงไปเยอะเลยค่ะ
(ดูเหมือนไม่ค่อยเกี่ยวกันเลยนะเนี่ย)

ถ้ามีโอกาส จะลองหาเล่มนี้มาอ่านบ้างค่ะ


โดย: แมงปอเฒ่าเจ้าค่ะ วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:22:13:27 น.  

 
ตั้งแต่อ่านหนังสือมาไม่เห็นเห็นเล่มนี้เลยได้ยังไง ให้ตายสิคะคุณ

ไม่เคยผ่านตาซักครั้ง เป็นไปได้ยังไง?

ความคิดของซูน่าเอามาคิดทบอีกทีค่ะ
น่าสนๆ... ไม่ได้ละ!


โดย: Crisis IP: 203.148.177.210 วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:7:47:43 น.  

 
คนมีบุญค่ะ หลับง่าย


โดย: erol วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:9:05:56 น.  

 
เพลงเพราะ .... ไม่เรียกว่ามั่วนิ่มหรอกค่ะ
ชอบอ่าน


โดย: ป้ามด วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:9:43:39 น.  

 
อ่านไม่ค่อยเข้าใจนักอะ แบบว่าพี่ไม่ค่อยชอบการอ่านอะจะ แต่จะพยายามนะ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:11:24:41 น.  

 
น่าไปหามาอ่านจังค่ะ คุณ Grappa ตามหาเส้นทางที่มีหัวใจ ความพอ นี่ มันอยู่ที่ปัจเจกจริงๆนะคะ
ตอนนี้ หนังสือที่อยู่หัวเตียงอิฉันคือ คูมือมนุษย์กับคนตายไม่ได้อ่านน่ะค่ะ ทำให้ใจสงบไปได้เยอะ
วันไหนจะไปสถานที่อโคจรก็เอาผ้าปิดๆหน้าปกไว้หน่อยนึง อิอิอิ


โดย: นางกอแบกเป้ วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:14:14:14 น.  

 
ขอคารวะผู้เขียนหนังสือเล่มนี้

คุณปรีดาได้ยินเพลงก็ว่าคุ้นๆ อยู่เหมือนกัน ที่แท้จากหนังBrokeback นี่เอง


โดย: ปรีดา (Aka Prita ) วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:17:41:47 น.  

 
Image Hosted by ImageShack.us
sawat d ja


โดย: erol วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:18:38:16 น.  

 
หายยุ่งลงนิดนึง
แต่ก็ต้องจัดการอีกเพียบน่ะค่า
แงๆ


โดย: foneko (fonkoon ) วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:21:27:06 น.  

 
เพลงเพราะมากค่ะ ขออนุญาตแอบจิ๊กหน่อยนะคะ ขอบคุณค่า

เอ..หน้าปกคุ้นๆ ยังไม่เคยอ่านแต่ไม่แน่ใจว่าซุกอยู่ในตู้หนังสือตรงไหนหรือป่าวน้อ ต้องไปหาๆ


โดย: CTL IP: 61.91.145.129 วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:0:18:17 น.  

 
ชอบมากๆเลยค่า ต้องไปหามาอ่านมั่งแล้ว

เพิ่งรู้ว่าพี่ grappa ขนะโหวต เย้ๆ ดีใจด้วยนะคะ :-)



โดย: yodmanud^ying IP: 86.144.25.229 วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:4:10:44 น.  

 
รู้จักเอมิชจากหนังเรื่อง Witness น่ะค่ะ เลยได้ภาพที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่มา คล้ายๆ เป็นสังคมเผด็จการที่มีการควบคุมกันสูงน่ะค่ะ big brother มาก


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ IP: 58.11.1.31 วันที่: 21 มกราคม 2549 เวลา:20:20:57 น.  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




,











หนังสือ
ของสนพ.ระหว่างบรรทัด


การเดินทางของคชสาร
คชสาร ตั้งยามอรุุณ
images by free.in.th




บทอวสานของคชสาร
คชสาร ตั้ังยามอรุณ
images by free.in.th




เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4)
ปราบดา หยุ่น
images by free.in.th

Instagram






Padd Betweentheline

Create your badge
New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
17 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add grappa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.