สู้เพื่อลูก-ใครจะคิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะเปลี่ยนแปลงชีวิตแม่ทุกสิ่ง....
Group Blog
 
All blogs
 

Always Our Beloved King ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ บันทึกครั้งหนึ่งในชีวิตได้ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย









Always Our Beloved King ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย


๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ 
วันนี้ไปทำงานด้วยความรู้สึกเศร้าสลด หัวใจแตกสลาย คิดแต่ว่าอยากไปส่งเสด็จพระองค์ท่าน 
แต่ถึงมีประกาศจากรัฐบาลให้เป็นวันหยุดงาน ก็ยังมีงานด่วนค้างอยู่และที่ทำงานยังไมไ่ด้ประกาศหยุด จึงยังเดินทางไม่ได้ 

ต่อมาเมื่อเข้าช่วงบ่ายได้ร่วมไว้อาลัยกับที่ทำงานและ เคลียร์งานได้ จึงตัดสินใจที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปส่งเสด็จ
แม่ตัดสินใจโทรหาน้องกะบูนซึ่งเรียนพิเศษปิดเทอม และไปรับที่โรงเรียนภัทรติวเตอร์ น้องกะบูนกำลังเรียนทำอาหารกับเพื่อนๆ และไม่อยากไปกับแม่
ตอนที่แม่บอกบุญว่า คิดให้ดี โอกาสนี้มีครั้งเดียวในชีวิต เมื่อผ่านไปแล้วบุญจะเอาคืนไม่ได้อีกเลย แล้วตอนแรกน้องกะบูนบอกว่าไม่ไป แม่ก็ทำใจแล้วว่าต้องปล่อย เพราะงานนี้ไปต้องใช้ใจ มีเหนื่อยแน่ๆ จึงไม่บังคับ แต่บุญมาเปลี่ยนใจในวินาทีต่อมา แม่จึงคิดว่า ไม่เสียแรงสั่งสอนลูกมา
เราจึงเริ่มเดินทางกัน
เราขี่มอร์เตอร์ไซด์ไปจอดหน้าบิ๊กซีนครปฐมและรอรถโดยสาร ตอนนั้นบ่าย 2 แล้ว รถไม่มีเลย


รอจนบ่าย2กว่าเราจึงได้รถตู้จอมบึง - หมอชิต จึงได้เริ่มออกเดินทาง



กระนั้นก็ยังช้าไม่ทันใจแม่เนื่องจากรถตู้แวะเติมแก้สที่ปั้มแก้สสาย 7 และเหมือนมีอุปสรรคอีก เพราะรถตู้ไม่ยอมเข้าไปถึงตลิ่งชัน จอดให้เราแม่ลูกลงที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (สาย2) โดยคิดเงินเราแค่40บาทเพราะไปส่งไม่ได้ แม่ก็คิดว่าไงก็ได้ เดี๋ยวไปต่อกันเอง 
โชคดีมากๆที่ได้รถเมล์ที่จะผ่านพาต้า -ศิริราช  รวมผู้โดยสารประมาณ7-8 คน ทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การได้ไปส่งเสด็จ 


รถเมล์มาส่งเราได้แค่แยกก่อนถึงห้างพาต้าเพราะมีการปิดถนนแล้ว รถเมล์ต้องวนกลับ ผู้โดยสารทั้งหมดพร้อมใจกันเดินต่อไป


คนเดินกันเป็นสายตลอดทาง  เราสองแม่ลูกสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว เดินร่วมกันไปกับพี่น้องคนไทยหัวใจเดียวกัน 


บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น มีการตั้งจุดแจกน้ำให้แก่ประชาชน หลายจุดมากๆ



ในภาพคือมีคนเป็นลมค่ะ มีจิตอาสาคอยดูแลกันอยู่ 


เราพยายามวิ่งบ้างเดินบ้างเพราะใกล้4โมงแล้ว  เครือข่ายโทรศัพท์ล่มเป็นระยะๆ ไม่สามารถโทรเช็คจากเพื่อนที่อยู่จุดอื่นๆได้  ไม่แน่ใจว่า ขบวนพระบรมศพจะมาเมื่อไร 
ที่สุดแล้ว ก็ต้องปักหลักกันที่สี่แยกอรุณอมรินทร์ เพราะไม่สามารถเดินต่อได้


ถึงตรงนี้ มีรถกระบะหลังคาเหล็กคันนึง ใจดีรับน้องกะบูนขึ้นไปอยู่ด้วย  แม่จึงเบาใจว่าอย่างน้อย น้องกะบูนก็ปลอดภัยแล้ว จึงสั่งให้อยู่กับรถคันนี้จนกว่าแม่จะมารับและตัวแม่เองก็เดินหาจุดตั้งหลักต่อไป แต่ไม่ไกลมาก พอมองเห็นน้องกะบูน 

เมื่อได้ที่พอจะเห็นถนนได้ ก็ปักหลักรอกันค่ะ 



ที่พอจะนั่งได้ไม่บังคนและพอยืนให้หายเหน็บชาบ้าง ณตอนนี้แบตเริ่มน้อย จึงค้นของจึงรู้ตัวว่าเอาพาวเวอร์แบงค์มาแต่ ลืมสายชาร์ทซะแล้ว



มีคนใจดีให้ยืมสายชาร์ทค่ะ ขอบคุณสำหรับน้ำใจที่มีให้กัน 

หลังจากนั้น ๑๖.๓๐ น. ขบวนพระบรมศพจึงเดินทางมา ณ จุดนั้น ได้แต่พนมมือไหว้ กราบส่งเสด็จในหลวง  ไม่มีคำพูดใดนอกจากน้ำตาที่ไหลออกมา....




เมื่อพระบรมศพผ่านไป เราแม่ลูกได้เดินไปที่กลางแยกอรุณอมรินทร์ เพื่อจะถ่ายภาพบรรยากาศ แต่ทหารได้จัดแถวใหม่เพื่อรับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ที่จะผ่านมา เราจึงจับจองที่หน้าสุดไว้ซึ่งตอนแรกเราไม่รู้ว่าใครเสด็จ





แต่เมื่อขบวนเสด็จใกล้เข้ามา เสียงประชาชนตะโกนเซ็งแซ่ว่ พระราชินีทรงพระเจริญ เราขนลุกซู่ ปลาบปลื้มน้ำตาไหล ได้แต่พนมมือตะโกนว่า "พระราชินีทรงพระเจริญๆ" ซ้ำๆ ภาพที่เห็นคือรถพระที่นั่งค่อยๆแล่นผ่าน ท่านนั่งในรถด้านที่เราอยู่ โบกพระหัตถ์ และเปิดกระจกรถลงมาครึ่งหนึ่ง ความทุกข์ที่เสียพ่อของแผ่นดินเหมือนจะหายไป ดวงใจที่กำลังสลายกลับมีความสุข เมื่อคิดได้ว่า "แม่ยังอยู่กับเรา" น้องบุญร้องไห้ และเราสองแม่ลูกกอดกันด้วยความดีใจที่วันนี้เรามีบุญได้รับเสด็จท่าน ขอให้ท่านทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน .....


เมื่อท่านเสด็จผ่านไปแล้ว คนเริ่มเดินทางกลับทางพาต้าซึ่งมีจำนวนหนาแน่นมาก 
ตอนแรกแม่ยังสองจิตสองใจว่าจะไปสนามหลวงต่อดีหรือไม่ แต่เนื่องจากวันเสาร์ต้องทำงานพิเศษ ไม่สามารถกลับดึกมากได้ จึงตัดสินใจเดินไปทางศิริราชเพื่อจะกลับทางรถไฟและขอซึมซับบรรยากาศร่วมกับพี่น้องชาวไทยอีกสักหน่อย


เดินกลับพร้อมทหารเลยค่ะ 


อยากเห็นโรงพยาบาลศิริราชอีกสักครั้ง ทุกครั้งที่ได้มาได้เข้าไปไหว้พระรูปของสมเด็จพระบิดาและสมเด็จย่า ได้ขอพรให้ในหลวงหายประชวร.....เมื่อเดินไปได้พบภาพพี่น้องที่ถือภาพในหลวงเดินกันเป็นขบวนลงมาจากสะพานยิ่งใจหาย...








รพ.ศิริราชวันนี้ ไม่มี"พ่อ"อีกแล้ว 




เดินต่อไปทางสถานีรถไฟกันค่ะ 

คงไม่บ่อยนักที่เราจะเดินกันมาทางนี้ใช่ไหม 


เราแม่ลูกแวะพักเหนื่อยและหาของกินกันที่ร้านโกลเด้นท์เพลสที่หอพยาบาลค่ะ 
ได้กินนมจากโครงการในพระราชดำริและได้เห็นภาพนี้ ใจยิ่งสั่น


เมื่อหายเหนื่อยแล้วก็ไปขึ้นรถไฟกัน ปรากฎว่า เกือบทั้งขบวน คือคนที่มาส่งเสด็จด้วยกันนั่นเอง 


ขอปิดท้ายบันทึกนี้ ด้วยข้อความชองน้องกะบูนที่ได้เขียนบรรยายความรู้สึกของวันนี้ลงไปที่เฟสบุคด้วยค่ะ  









 

Create Date : 15 ตุลาคม 2559    
Last Update : 15 ตุลาคม 2559 14:31:32 น.
Counter : 1746 Pageviews.  

ทริปข้ามฟากพาลูกเที่ยวทะเลตะวันออก หาดนางรอง สัตหีบ ชลบุรี







สวัสดีค่ะ ไม่ได้มาอัพบล็อคนานเลย วันนี้เก็บเรื่องราวจากการเดินทางมาฝากไว้เป็นข้อมูลค่ะ

ปกติที่บ้านจะเที่ยวแต่ทะเลฝั่งตะวันตก เนื่องจากเดินทางจากนครปฐมบ้านเราสะดวกมาก แต่เนื่องจากทริปนี้นัดรวมเพื่อนๆที่อยู่กรุงเทพ การเดินทางไปฝั่งตะวันออกจะง่ายกว่าสำหรับส่วนใหญ่ จึงเบนเข็มไปทางตะวันออกกัน 
ได้รับมอบหมายจากเพื่อนๆให้หาสถานที่และจองที่พัก การเลือกสถานที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากเวลากระชั้น มีเวลาเที่ยวน้อยและไม่เคยมาทางนี้นานมาก เลยค่อนข้างเบลอๆ
โจทย์ อยากได้ทะเลสวย /  ที่พักติดทะเล  / เวลา2วัน 1 คืน 
เพราะฉะนั้นไปเกาะไม่ได้ถึงจะทะเลสวย 
ทะเลใกล้ๆ ก็ต้องเลือกแบบดีๆ สวยๆ 
เลือกอยู่นานจนกระทั่งลงตัวที่สัตหีบ แต่ต้องมาเลือกที่พักอีก ถ้าเป็นที่เอกชนจะไม่ติดทะเล ต้องเป็นที่ทหาร ซึ่งก็ไม่เคยเห็นหน้าตากันมาก่อน ต้องใช้วิธีสุ่มเอา ไปลงตัวที่บ้านดิน หาดนางรองค่ะ เราติดต่อไปจองที่ 0884472461 ได้บ้าน 2 ห้องนอน 1 คืน3200 บาท ไปอาทิตย์กลับวันจันทร์ ลางานกันวันนึงค่ะ
เตรียมตัวมานาน พอถึงเวลาก็แบกเป้ไปขึ้นรถตู้พัทยา - นครปฐมหน้ามอ ศิลปากร แต่เช้าตรู่  (ขับรถข้ามกทม.ไม่เป็นค่ะ ไม่มี GPS ด้วย)  
พาน้องกะบูนแวะกินอาหารเช้ากันนิดส์นุงนะคะ 

ใช้เวลาไม่มากเพราะรถไม่ติด เรานัดเพื่อนๆไว้จะเที่ยวบางแสนกันก่อน ลงรถที่ตลาดหนองมนค่ะ  

ตลาดหนองมนวันนี้กับในอดีตแตกต่างกันมาก ร้านค้าที่มีเรียงรายในสมัยก่อนเหลือกระหย่อมเดียว ผลจากการตัดถนนมอร์เตอร์เวย์นั่นเองทำให้คนไม่ค่อยผ่านทางนี้แล้วค่ะ  เรานั่งรถ 2 แถวแดงๆในภาพไปลงหาดบางแสนที่อยู่ใกล้ๆเพื่อรอเพื่อนๆจากกรุงเทพ
มาถึงหาด ร้านค้ามีสะดวกสบาย ภาพรวมๆก็ดูดีนะคะ เพียงแต่เราต้องการอะไรที่ใสกิ๊งกว่านี้ 

บรรยากาศก็โอเค ชิลล์ๆ แต่น้ำออกสีขุ่นๆ น่าจะเป็นเพราะฝนตกก่อนหน้านี้ 

ชมหาดกันสักพักเพื่อนๆจากกรุงเทพใกล้มาถึงจุดนัดพบ  เลยย้อนมาที่ สถาบัณวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาลัยบรูพา เพื่อพาเด็กๆเรียนรู้ชีวิตในทะเลกันก่อน



โครงกระดูกปลาวาฬตัวนี้ตั้งแต่แม่เป็นเด็กๆแล้วนะคะ ใกล้จะเป็นฟอสซิสแล้ว 555+


เสียค่าบัตรกันแล้ว เข้าชมด้านใน เปลี่ยนไปมาก มีปลาใหม่ๆ แถมมีสัตว์ใหม่ๆเยอะเลย 
ดาราประจำที่นี่คือปลาหมอทะเลตัวมหึมา 









ที่เด็กๆชอบกันมากคือส่วนที่จัดแสดงแมงกะพรุน สวยมากเลยค่ะ แปลกตา 









คุ้มค่ามากๆ ในราคาที่จับต้องได้ มีเวลาต้องพาเด็กๆมาอีกแน่นอนค่ะ 

ออกจากจุดนี้ พวกเราก็ยิงยาวไปที่สัตหีบ ใช้เวลาพอสมควร ไปกินมื้อเที่ยงกันที่สัตหีบ ร้านในใจที่หาไว้คือสโมสรหาดน้ำหนาวค่ะ 

บรรยากาศดีพอสมควร  ลูกค้ามาเรื่อยๆ ด้วยความหิวจึงจัดไป



อาหารสด รสชาติอร่อย แต่ รู้สึกว่าแต่ละจานจะน้อยไปหน่อย กินกันไม่สะใจ
น้ำ/น้ำแข็ง/ข้าวสวย / ยำหมึก/หอยหวาน หอยแมลงภู่นึ่ง /หอยแครงลวก / ทอดมันปลา /ต้มยำทะเล /ปลาหมึกย่าง
ทั้งหมดราคา 1170 บาท ก็ไม่แพงนะคะ

กินเสร็จเราเตรียมไปหาดนางรองเข้าที่พัก แวะซื้อของตรงแสมสารก่อน 
ตะลึงค่ะ ของสดเยอะมากกกกกก  ปรุงให้เลยด้วย 
รู้สึกเสียดายที่ไปกินที่ร้านเบย
(แต่มาคำนวนทีหลังปรากฎว่าพอๆกันค่ะ เพียงแต่มีให้เลือกเยอะกว่า มันดูลานตา 555+) 









ต้องเลือกดูเหมือนกันนะคะ บางอย่างทำให้สดๆโอเคค่ะ 
แต่บางอย่างที่ทำใส่ถุงไว้ก็ไม่สดนะ 
ด้านหลัง หรือด้านติดทะเลเริ่มสกปรก น่าเป็นห่วงนะคะ 



เข้าที่พักกันดีกว่า หาดนางรอง  ถัดจากหาดนางรำ ตอนไปคือบ่ายวันอาทิตย์ คนเยอะมากกกกก


เข้าบ้านดิน เป็นที่พักทหาร สภาพรวมๆโทรมบ้าง ประตูกระจกติดทะเลชื้นตลอดเวลาจากไอทะเล แอร์ไม่เย็น ทีวีเปิดดูไม่ได้ 1 ห้อง  น้ำไหลน้อย  ที่นอนเสริมพอนอนได้  แต่กว้างขวางดี สะดวกกับการเที่ยว ให้คะแนนแค่พอผ่านนะคะ


ลงทะเลกันดีกว่า 


หาดสวย น้ำใส   บรรยากาศดีสุดๆค่ะ 
อารมณ์ประมาณเสม็ดเลยนะเนี่ย  คะแนนทะเล 8 เต็ม 10 เนื่องจากคลื่นแรงมากและตอนที่ลงคนเยอะ 



กิจกรรมทางน้ำก็มีนะคะ แต่พอดีสมาชิกเล่นไม่ไหวค่ะ เลยได้แต่ห่วงยางซึ่งเด็กๆก็โอเคชอบมากค่ะ 


พอ5-6 โมงเย็น คนน้อย บรรยากาศดีเต็ม 10 เลยค่ะ สวยมากกกก









เนื่องจากตอนเย็นเจอราคาข้าวไข่เจียวกล่องละ50บาท ที่ร้านติดหาด คือแพงไปสำหรับเรานะคะ 
เช้ามาเราเลยอพยพไปกินข้าวที่ด้านนอก จะมีแยกก่อนลงหาดที่มีจุดสังเกตคือ  7-11  จะมีศูนย์อาหารอู่ท่าเรือราคาปกติซึ่งคนแถวนั้นกินกันอยู่ค่ะ 
รูปไม่ค่อยชัดนะคะ





เสร็จจากตรงนี้ก็จะไปเล่นน้ำทิ้งทวนกันที่หาดนางรำซึ่งติดกับนางรองนั่นเอง 
ในภาพคืออาคารที่พักของหาดนางรำนะคะ 


หาดนางรำก็สวยใช้ได้ค่ะ วันที่ไปเป็นวันจันทร์ คนน้อยอยู่  คลื่นจะสงบกว่าหาดนางรอง 







เล่นน้ำเสร็จ เนื่องจากเพื่อนเอาอุปกรณ์วาดรูปไป เด็กๆเลยมานั่งชิลล์วาดรูปกันที่ชายหาดนางรองอีกหน่อย



ภาพของน้องกะบูน พอได้ไหมคะ 



แม่ๆก็เก็บของปิดจ๊อบชายหาด ไปต่อที่สุดท้ายใกล้ๆหาด คือเรือหลวงจักกรีนฤเบศค่ะ เปิดให้ประชาชนชมฟรีค่ะ
เด็กๆชอบมากค่ะ





เดินไม่เท่าไร ฝนมาซะก่อน 




ปิดทริป ยิงยาวกลับมาขึ้นรถตู้ที่บิ๊กซีพัทยาใต้กลับนครปฐมค่ะ 


ขากลับผ่านตลาดหนองมนมีหม้อแกงมายื่นขายด้วย เจ้าแรก2กล่อง100 เจ้าที่สองมา3กล่องร้อย เอิ่มมมม...ตกลงมันกี่บาท

ยิ่งใกล้กรุงเทพรถยิ่งติด ขึ้นรถ4โมงเย็นจากพัทยา ถึงนครปฐม 2ทุ่มค่ะ! แม่จ้าวววว


เหมือนขาไปตอนเช้าที่รถไม่ติดแป้บเดียวชลบุรี จะเป็นแค่ภาพฝัน 
ถามน้องกะบูนว่าเข็ดไหม  ไม่เข็ดค่ะมาอีกก็ได้ ทะเลตะวันออกยังมีไม่ได้ไปอีกหลายที่ 
แต่ถ้าเลือกได้ ไปทางหัวหินเหมือนเดิมดีกว่า 555+

ปิดท้ายด้วยรูปนี้ของน้องกะบูนนะคะ ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ 




















 

Create Date : 24 กันยายน 2559    
Last Update : 24 กันยายน 2559 10:50:35 น.
Counter : 609 Pageviews.  

วันเปิดเทอมของน้องกะบูน อนุบาล - ป.5 อีกนิดเดียวก็จะถึงมัธยม .






firstday of kindergarten - grade 5.
she's grow up , and i 'll walk beside her.
อนุบาล - ป.5 อีกนิดเดียวก็จะถึงมัธยม .
แม่ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกโรงเรียนมัธยมฯให้บุญตามแนวคิดเดิมที่เลือกโรงเรียนประถมให้บุญเป็นโรงเรียนอนุบาลเสริมปัญญา
คือเน้นความสุขในการเรียนมากกว่ากระแสสังคม ไปตามความถนัดของเด็กและทักษะอื่นๆมากกว่าวิชาการ ซึ่งทำให้เด็กเรียนรู้วิชาการได้ดีกว่าการเน้นอย่างเดียวซะอีก
จากอนุบาล ถึงป.5 มั่นใจว่าเลือกได้ถูกแล้วเหมาะกับน้องบุญที่สุด บุญได้เป็นตัวของตัวเองและได้เรียนรู้ทักษะเสริมต่างๆอย่างสบายใจ
ต่อไปนี้เราจะมุ่งหน้าไป English Program โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย
งานนี้ไม่มีกลับหลัง
สู้ๆนะ เทวดาน้อยของแม่




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2559    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2559 19:20:19 น.
Counter : 580 Pageviews.  

ใกล้ถึงทางแยกเตรียมเดินทางไปสู่อนาคต ชีวิตมัธยมศึกษา







เตรียมเดินทางไปสู่อนาคต ชีวิตมัธยมศึกษา
Journey to the Future, Life in high school class.


รู้ไหม มีลูกเนี่ยไม่ง่ายนะ
จากผลการเรียนป.4ของบุญ คะแนนภาษาอังกฤษ90 แต่คณิต-วิทย์ 80กว่า
แม่ก็มานั่งจับเข่าคุยกับบุญว่า ตอนมัธยมอยากเรียนแผนอะไร บุญบอกว่าชอบภาษาอังกฤษ อยากเรียนสายภาษา
แต่คติฝังหัวผู้ปกครองและเด็กรุ่นแม่่คือ วิทย์เก่งกว่าศิลป์ภาษา อะไรๆจับไปวิทย์ก่อน ต้องยึดสายวิทย์ไว้เพื่อความมั่นคงทางอนาคต ว่าจะได้หลายทางกว่า
แม่ก็อยากให้บุญลองดูตัวเองอีกสัก2ปี ให้แน่ใจ หรือจะลองม.ต้นไปวิทย์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจอีกที
วันก่อนได้คุยกับเพื่อนแม่ เป็นเด็กสายวิทย์ ด้วยกันชอบBiology และEnglish ไปได้ดีกับ zoology botany ecology เกลียด Math physiology เฉยๆกับchemistry
คุยกันว่า นะ ถ้าตอนนั้นไม่ยึดติดกับสายวิทย์ เป็นเด็กวิทย์งั้นๆ ไม่ได้เก่งกาจสามารถอะไรมากมาย ถ้าไปสายภาษา ชีวิตอาจจะไปรุ่ง ไปอีกทางนึงเลยก็ได้
แม่ก็ไม่อยากให้บุญมาเสียเวลากับวิชาที่ต้องเรียนเพื่อแค่เป็นความมั่นคงของอนาคตเฉยๆ ไม่ได้ไปในทางที่ตัวเองถนัดและรัก ไปเป็นExpert ทางนั้นไป
แม่อาจจะต้องให้บุญเลือกทางเดินไปเหมือนตอนที่เลือกโรงเรียนประถม
คือเน้นความสุขในการเรียน ปูพื้นฐานอนาคตด้วยความสุข
ถ้าถึงตอนนั้น อย่าลืมที่แม่สอนเสมอว่า ห้ามทิ่้งดนตรีไทย แม่ให้สิ่งนี้หนูไว้เพื่อให้หนูมีสิ่งงดงามติดตัว วันนึงสิ่งนี้จะพาหนูไปในทางที่ดี
จูงมือไปสู่อนาคตด้วยกันต่อนะลูก
ชีวิตยังต้องเจออะไรอีกเยอะ แม่โดนมาเยอะแล้ว หนูต้องมีภูมิต้านทานดีๆ
รักนะ จุ๊บๆ




 

Create Date : 22 เมษายน 2559    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2559 19:24:06 น.
Counter : 505 Pageviews.  

ชีวิตบนรถไฟชานเมืองสู่สถานีบางกอกน้อย

Lifes on the trains.
การเดินทางพาลูกไปทำกิจกรรมต่างๆที่กรุงเทพทำได้หลายแบบ เพราะมีทั้งรถเมล์ รถตู้ แม้กระทั่งการขับรถไป
ตอนนี้ฉันก็สามารถทำได้หากไปด้วยเส้นทางคุ้นเคยใกล้ๆ 



แต่รถไฟ ก็ยังเป็นทางเลือกอันดับต้นๆเสมอ 


รถไฟขบวนที่ใช้จะเป็นรถชานเมืองเพื่อประชาชน ไปลงที่สถานีบางกอกน้อย 
เดินเข้ารพ.ศิริราชไปเคารพพระรูปสมเด็กพระบิดาและสมเด็จย่า 
เพื่อจะไปต่อเรือข้ามพากสู้จุดหมายเช่นโรงละครแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์พระนคร และพื้นที่อื่นๆ 






การเดินทางแบบนี้ ถึงจะต้องเจอกับ "กลิ่นรถไฟ"ติดตัว หรือรอรถไฟเลท 
แต่ก็ทำให้ฉันรอดพ้นจากการเมารถซึ่งมีอาการมากขึ้นทุกวัน 
และอีกอย่างที่เป็นเสน่ห์ของรถไฟคือ "บรรยากาศ" ที่ผิดกับการขึ้นรถทัวร์หรือรถตู้
หากคุณขึ้นรถทัวร์รถตู้บ่อยๆ สิ่งที่คุณจะทำเมื่อนั่งบนเบาะคือการหยิบเครื่องมือขึ้นมาเล่นหรือฟังเพลง หลีกเลี่ยงกับการพูดคุยกระทั่งคนที่มาด้วยเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังและ..หลับ 
แต่รถไฟไม่ใช่อย่างนั้น 



หลายครั้งที่การสนทนาเริ่มต้นมาตั้งแต่ที่ชานชลา จนจบไปที่การลาจากกันที่สถานีปลายทาง 
การสนทนาง่ายๆ กับน้ำใจเล็กๆน้อยๆ ระหว่างผู้โดยสาร

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่ได้พบคุณยายท่านหนึ่งส่งยิ้มให้กันตั้งแต่ที่ฉันหน่อยตัวนั่งลงในเบาะตรงข้าม คุณยายมีไมตรีเผื่อแผ่ให้ทุกคนรอบตัว บางคนก็รับ บางคนก็มีพื้นที่ส่วนตัว 
มีคุณลุงที่ขึ้นมาสถานีเดียวกับฉันและได้คุยกันมาเรื่อยๆเรื่องลูกของคุณลุงที่เรียนที่มหิดลศาลายากับอนาคตการเรียนลูกของฉัน
คุณลุงสานต่อพูดคุยกับคุณยายทำให้ฉันเข้าไปสู่การสนทนาด้วย
คุณยายอยู่ตัวคนเดียว เพราะสามีตายจากกันไปเมื่อ2-3 ปีที่แล้ว 
ทุกวันนี้คุณยายนั่งรถไฟฟรีมาลงที่สถานีธนบุรีและ "เดินเล่น นั่งเล่น" อยู่แถวๆตลาด 2-3 ชั่วโมง พอรถไฟเที่ยวบ่ายจะกลับก็ขึ้นรถกลับ มีใครให้กินอะไรก็กิน ใครให้อะไรก็รับ ไม่ต้องใช้เงิน สายตาคุณยายยังดีอ่านหนังสือได้ ว่างๆก็หยิบมาอ่าน คุณยายชอบเขียนเลขใส่กระดาษเล็กๆใส่มือคนที่คุยด้วยและถูกอัธยาศัย หนักๆเข้าก็เอาหนังสือคุ่สร้างคู่สมที่พกมา1ห่อแจกคนละเล่ม คุณลุงที่คุยด้วยให้เงินไว้ซื้อของ20บาท คุณยายหยิบพระในกระเป๋าใส่มือให้อีก 
ฉันส่งขนมและน้ำไว้ให้คุณยายเป็นเสบียง คุณยายจึงให้หนังสือมาด้วย จึงบอกว่าอ่านแล้วจะเอาไปไว้ที่ห้องสมุดประชาชนให้ คุณยายดีใจยิ้มชอบใจ คุณลุงได้ยินดังนั้นจึงฝากอีกเล่มที่ยายให้ลุงไว้ไปห้องสมุดด้วยกัน

เมื่อถึงสถานีศาลายา ก่อนจากกันเมื่อเห็นว่าคุณยายไม่มีรองเท้า คุณลุงสัญญาว่า ถ้าเจอกันอีกจะเอารองเท้ามาฝาก 
ฉันไปต่อกับคุณยายจนถึงสถานีธนบุรี หอบหิ้วกันลงมาเมื่อเดินข้ามรางรถไฟถึงชานชลาเรียบร้อยฉันก็ให้ลูกสาวไหว้ลาจาก 

ชีวิตคุณยายดำเนินต่อไป ฉันก็เช่นกัน แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้ แบ่งปันซึ่งกันและกัน จะเป็นสิ่งที่เราติดตัวกันไป 
คุณล่ะ ชอบนั่งรถไฟเหมือนฉันไหม







 

Create Date : 06 มีนาคม 2559    
Last Update : 6 มีนาคม 2559 13:15:30 น.
Counter : 465 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  

แม่น้องกะบูน
Location :
นครปฐม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




(สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด )
New Comments
Friends' blogs
[Add แม่น้องกะบูน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.