สู้เพื่อลูก-ใครจะคิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะเปลี่ยนแปลงชีวิตแม่ทุกสิ่ง....
Group Blog
 
All blogs
 
ไม่ได้งานเพราะมีลูกแล้ว(แบ่งปันประสบการณ์ตกงาน)








สวัสดีอีกครั้งค่ะ วันนี้จิตใจซึมเศร้ามากๆ ทั้งๆที่เพื่อนเราหลายๆคนเมล์มาปลอบใจก็แล้ว แชทก็แล้ว แม่มันเศร้าค่ะ

เรื่องเดิมๆที่โดนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราก็จบมานานแล้วค่ะ จบมาได้1ปีก็แต่งกับพ่อน้องบูนเลย แล้วช่วงมีน้องบูนก็ถูกเลิกต่อสัญญาจ้างงาน(ปี/ปี) จากนั้นมา ก็หางานที่เป็นหลักแหล่งไม่ได้เลยได้แต่ทำโน่นทำนี่ก๊อกแก๊กไปตามเรื่อง จนกลับมาอยู่บ้านที่นครปฐมเต็มที่ แม้จะพยายามหางานทำแล้วแต่อย่างว่านะคะ อายุเกิน30 มีลูกอ่อน ยากค่ะ...

เมื่อวานได้ไปสมัครงานนักวิชาการศึกษาที่ราชภัฎประจำจังหวัด ตอนสอบทั่วไปก็พอทำได้ค่ะ สอบคอมไม่ได้นิดหน่อยตรงACCESS เพราะไม่เคยใช้ในงานเลย (ปกติใช้EXCEL) แต่พอช่วงบ่ายสัมภาษณ์ เรื่องก็มาค่ะ

เปิดประตูเข้าห้อง แนะนำตัว มีอาจารย์ 3 ท่าน อาจารย์มีอายุผู้หญิง ผู้ชาย และอาจารย์หัวหน้าสำนักงานบัณฑิตฯที่จะรับเจ้าหน้าที่นี่ล่ะค่ะ อายุประมาณ30ปลาย เป็นคนถามเราว่าชื่อแปลว่าอะไร เราก็บอกไป แล้วก็ถามว่าทำไมเปลี่ยนชื่อ เราก็อธิบายเนื่องจากว่าชีวิตตอนนั้นแย่เหลือเกินมีคนทักว่าน่าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน อาจารย์หน.สนง.ก็ถามว่าเปลี่ยนแล้วดีไหม ถ้าไม่ดีอีกจะเปลี่ยนไหม เราก็ว่าคงไม่แล้วเพราะไม่เห็นผล ดูท่าทางการเปลี่ยนชื่อนี่จะเหมือนการงมงายใช่ไหมคะ แต่คนกำลังทุกข์มีอะไรที่น่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้นได้เราก็ทำล่ะค่ะ

จากนั้นก็ซักประวัติค่ะ ถามว่าทำไมถึงยังไม่มีงานทั้งๆที่จบสูงเราก็ว่าอายุเกิน30หางานยากเนื่องจาก ต้องการอยู่ในพื้นที่ใกล้บ้าน ไม่อยากไปทำงานไกลเช่นกทม. บางที่ เขาก็กำหนดเกณฑ์อายุไม่เกิน30 อาจารย์หน.สนง.แกก็ถามอาจารย์คนอื่นว่าแล้วของราชภัฎเรามีกำหนดไหม กำหนดก็ดีนะ เราก้เริ่มรู้สึกปุดๆล่ะค่ะ แต่พยายามสะกดไว้ เนื่องจากอยากได้งาน จากนั้นก็สัมภาษณ์เรื่องประสบการณ์ทำงาน ที่เดิมเราเล่าไปว่าทำสัญญาปีต่อปี พอมีอาจารย์จบเอกมามากๆเขาก็เอาอัตราจ้างออก เราเป็นอัตราจ้างซึ่งกำลังมีน้องด้วยก็ยิ่งโดนออก ซึ่งตอนที่ออกไม่ได้มีการประเมินใดๆเพียงแต่บอกว่าไม่ได้ต่อสัญญาจ้างเท่านั้น (ไม่ได้ประเมินออก) เขาก็หันไปคุยกันเองอีกว่าแล้วของราชภัฎนี้ มีเกณฑ์ประเมินหรือเปล่า เราก็เริ่มรู้สึกแย่นะคะแต่พยายามนิ่งไว้

ต่อมาถามเรื่องครอบครัวอีก ว่ามีลูกอายุเท่าไร เราก็บอกไปว่า 4ขวบ ตอนนี้อยู่อนุบาล 1 อาจารย์ก็พูดว่า ที่สำนักงานก็มีเจ้าหน้าที่คนนึงที่มีลูกซึ่งอาจารย์จะแตะอะไรไม่ได้ นิดหน่อยก็เรื่อลูก ทำงานไม่เต็มที่ เราก็ใกล้ปรอทแตกแล้วค่ะ แต่พยายามตอบไปว่า มันอยู่ที่ความรับผิดชอบมากกกว่า แต่อาจารย์แกไม่ยอมค่ะ พยายามย้ำว่า คนที่มีลูก ทำงานไม่เต็มที่ รับผิดชอบงานไม่ได้ แต่ต้องยังจ้างไว้อีก เราก็ไม่ทนแล้วค่ะ ปริ๊ดแตก งานนี้ตูไม่ได้แน่ๆ เถียงไปว่าแล้วที่นี่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอยู่ก็สามารถมีลูกได้ไม่ใช่เหรอ มันเป็นธรรมชาติของคนเลยนะไม่ใช่ว่ารับเข้าไปแล้วจะไม่สามารถมีลูกได้ แกก็บอกว่าผมเข้าใจผมก็รักแม่ผม ผมมีแม่เหมือนกัน(เหมือนเหรอ) เราก็ยังเถียงล่ะค่ะ เน้นว่าคนมีลูกไม่ใช่คนไม่รับผิดชอบเรามียายคอยดูแลหลาน แกก็ถามว่าเราหย่าแล้ว งั้นที่บ้านมีกี่คน เราบอกว่ามี3 คนเรา ยาย หลาน และมีคนอื่นเวียนมาอย่างพ่อเค้า ตา ลุง แต่อาจารย์แกว่า สุดท้ายถ้าลูกป่วยลูกเจ็บลูกมีปัญหา ก็ต้องไปดูเองอยู่ดี ถึงตอนนี้บรรยากาศเริ่มเถียงกันแหลกแล้วค่ะ อาจารย์อีก 2 ท่านไม่เห็นซัก เห็นพูดอะไรเลย มาเถียงกันแต่เรื่องคนมีลูกทำงานไม่ได้นี่อ้ะค่ะ เราก็บอกว่ามันอยู่ที่บุคคลและความรับผิดชอบมากกว่า จนอาจารย์หนสนง.พูดออกมาว่า ก็เหมือนคนเป็นมะเร็ง คนที่เป็นแล้วกับคนที่ยังไม่เป็น คุณจะรับใครล่ะ ตอนนั้นสีหน้าเราคงเอาเรื่องมาก อาจารย์ผู้หญิงท่านจึงบอกว่า เกณฑ์ที่รับเข้าทำงานไม่ได้มีแต่เรื่องสัมภาษณ์อย่างเดียว มีคะแนนตอนเช้าด้วย คะแนนที่สอบคอมด้วย คุณทำได้ไหม เราก็บอกว่าทำได้แต่accessทำไม่ค่อยได้ค่ะ เลยพูดกันเรื่องคะแนนอื่นนิดหน่อย แล้วการสัมภาษณ์ก็จบ เราก็บอกทิ้งท้ายว่า ทีนี้อาจารย์รู้แล้วใช่ไหมคะ ทำไมเราจบวุฒิสูงแต่ยังไม่ได้งาน

กลับมาเศร้ามากค่ะ เจอหน้าลูกตอนกลับจากรร.กอดลูก คิดในใจว่า ขอโทษที่บางทีแม่ก็คิดว่าบูนเกิดมาทำให้แม่ไม่ได้งานถึงแม้บูนเกิดมาแล้วชีวิตแม่จะเปลี่ยนแปลงหมดทุกสิ่งจริงๆ แต่แม่รักบูนมาก

ตอนนี้เราก็วางแผนชีวิตต่อไปค่ะ จะลองสมัครต้นกล้าอาชีพตอนธค.แล้วรอสอบกพ. หาอะไรทำต่อไป สมัครต่อไป คงมีสักที่ ที่เราจะยืนอยู่ได้ ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2552 19:25:47 น. 31 comments
Counter : 985 Pageviews.

 
เป็นกำลังใจให้ค่ะ

สู้.สู้นะคะ


โดย: nLatte วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:19:52 น.  

 
เฮ๊ย ถอนใจอ่าน แล้ว เค้าคงมีเด็ก เส้นแล้วกะมัง อย่าคิดมาก ทำวันนี้ให้ดี ที่สุดคิดว่าพรุ่งนี้ ต้องดีกว่าวันนี้ ให้สามีหาเลี้ยง บ้าง นะสู้ๆๆ


โดย: ไหมสีตอง วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:33:54 น.  

 
สู้ต่อไปนะคะ เอาใจช่วยนะคะ


โดย: chawarin วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:44:04 น.  

 
อย่าพึ่งท้อนะคะ เราคนนึงจะขอเป็นกำลังใจให้ ที่จริงเรื่องลูกไม่น่าใช่ปัญหาหรอกค่ะ ที่เราคิดทีแรก สงสัยเลยว่าหน่วยงานที่คุณไปสมัครเขาไม่ได้มีเด็กเส้นเตรียมไว้แต่แรกหรือคะ ตามที่เราเข้าใจ ถ้าเป็นการทำงานที่มีการสอบเข้า คะแนนสัมภาษณ์นี่แทบจะไม่มีผลอะไรเลย จะดูก็แค่คะแนนข้อสอบกับดูว่ามีเส้นหรือเปล่า ยิ่งเดี๋ยวนี้ไม่ว่าเป็นงานอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับราชการหรือสถาบันการศึกษา ต้องมีเส้นสายหรือมีเงินใต้โต๊ะทั้งนั้น สู้งานเอกชนไม่ได้หรอกค่ะ แต่งานเอกชนก็เป็นปัญญหาตรงที่ว่าต้องเป็นเมืองใหญ่เท่านั้นถึงจะรุ่ง เราเองก็มีลูกเล็กๆคนนึง เข้าใจเลยค่ะว่าไม่อยากจากลูกไปไหน อยากอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตามีตายายอยู่ใกล้ๆ ถ้าถามคำถามว่าจะเลือกอะไรระหว่างลูกกับอนาคตตัวเอง เราก็คงต้องตอบว่าเลือกลูกอยู่ดี
อยากบอกว่าอย่าคิดมากว่าลูกเป็นปัญหาเลยค่ะ คนที่มีอคติกับคนมีลูกว่าจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ถือว่าเป็นคนใจแคบไม่รู้จักให้โอกาสคน สนใจแต่ผลประโยชน์ของตัวเองอย่างเดียว เท่ากับเป็นการไม่ส่งเสริมสถาบันครอบครัว ซึ่งถือเป็นสถาบันพื้นฐานของสังคม ที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าประเทศชาติจะเจริญได้แค่ไหน ถ้าทุกคนคิดแบบนี้มากๆ อีกหน่อยประชากรในอนาคตจะเหลือแต่เด็กที่เกิดมาจากแม่ที่ไม่มีความรู้ความสามารถเท่านั้น แล้วประเทศชาติจะเป็นอย่างไร
สำหรับเราเองก็เจอมาเหมือนกัน ปัญหาเรื่องลูกกับผู้บังคับบัญชาไม่เข้าใจ ต้องการให้เราไปอบรมที่ใกลๆตั้งสองอาทิตย์ ทั้งที่ลูกเราต้องกินนมแม่ทุกวัน พอเราบอกเหตุผลไปก็ต่อว่าเราแรงๆ เราก็ได้แต่คิดในใจว่า เพราะพ่อ(ตัวผู้บังคับบัญชา) คิดอย่างงี้(ไม่ให้ความสำคัญกับลูก) ลูกเขาถึงเกเรไม่มีใครได้ดีซักคน
ต่อให้เรามีชีวิตหน้าที่การงานที่ดี แต่ลูกเรากลับเกเร มันจะมีความหมายอะไรล่ะคะ
เรื่องเปลี่ยนชื่อ เคยเข้าไปเช็คที่เว็ป Fortunename.com รึยังคะ ว่าชื่อที่เปลี่ยนมาดีหรือยัง ยังไงก็สามารถเปลี่ยนได้อีกครั้งนึง สำหรับเรามีความเชื่ออย่างเหนียวแน่น ว่าตัวอักษรในชื่อ มีผลกับชีวิตถึงครึ่งนึง

ขอให้โชคดีค่ะ


โดย: นวชล IP: 125.26.183.44 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:02:31 น.  

 
เป็นกำลังให้นะคะ...สู้ๆเพื่อลูกรัก...ขอใหได้งานเร็วๆนะคะ


โดย: phaclam วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:11:52 น.  

 
อย่าท้อนะคะ..สู้ๆค่ะ ขอเอาใจช่วยให้ได้งานค่ะ..


โดย: ฟ้ามีตา IP: 202.57.152.203 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:38:22 น.  

 
สวัสดีค่ะแตนแวะมาอ่านพอเห้นที่คูณเขียนก็เขาใจเลยว่ารู้สึกอย่างงัยตอนเรียนก็เสียเงินเรยนอย่างแพงเพื่อที่จะใด้มีงานดีแต่พอจบมาเจอแบบนี้ก็ท้อเหมือนกันนะแต่ก็ขอให้สู้เพื่อลูกและอย่างไปคิดติดกับใบประกาศที่มีเพื่อลูกรองหันมาทำอย่างอื่นรอช่วงที่รองานที่จะใด้เป็นคูรปลูกผักขายทำร้านขายของขายอาหารทุกอย่างเป็นอาชีพใด้เหมือนกันนะค่ะ สู้ๆๆๆเป็นกำลังใจให้เพราะแตนกำลังตั้งท้องอยู่เหมือน


โดย: คนต่างบ้าน วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:45:20 น.  

 
อย่าท้อค่ะ พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว
เมื่อไรที่พระอาทิตย์ยังขึ้น ชีวิตมีขึ้นมีลง
คิดในแง่ดี
เรามีเวลาให้ลูกนะค่ะ


โดย: JJ2000 IP: 124.157.154.154 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:46:05 น.  

 
หวัดดีค่ะคุณแม่น้องกะบูน


ปรกติป้าเดซี่ไม่ค่อยไปเม้นท์บล็อกคนไม่รู้จัก แต่เห็นหัวบล็อกนี้ปุ๊บ อดเข้ามาดูไม่ได้ค่ะ เพราะป้าเดซี่เคยผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว และอยากเอาใจช่วยให้คุณแม่น้องกะบูนผ่านมันไปให้ได้ด้วยความอดทนนะคะ


ป้าเดซี่ไม่กล้าวิจารณ์หน่วยงานของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ เพราะตั้งแต่เรียนจบทำงานมาก็ทำงานบริษัทเอกชนมาตลอด


เห็นด้วยว่าหน่วยงานห้างร้านหรือบริษัทในเมืองไทยเนี่ย ยังมีทัศนคติในเชิงลบและไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงซึ่งมีครอบครัวหรือลูกเล็กมากนัก อย่างที่เค้าว่าไว้ก็ถูก คนที่มีภาระกับไม่มีภาระเลย เค้าย่อมที่จะเลือกคนที่ไม่มีภาระไว้ก่อน nothing personal just business ค่ะ


ขณะเดียวกัน การใช้วาจาซึ่งเหมือนจะดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือไม่ให้เกียรติผู้ถูกสัมภาษณ์ ในการสัมภาษณ์ของหลาย ๆ บริษัท บางครั้งมีจุดประสงค์เพื่อทดสอบความอดทน อดกลั้นของผู้ให้สัมภาษณ์นะคะ ป้าเดซี่คิดว่า คุณแม่ลองเก็บประสบการณ์การสัมภาษณ์แต่ละครั้งไว้เป็นบทเรียน


คำถามแต่ละคำถามที่กรรมการถามมา ป้าเดซี่เชื่อว่าถ้าคุณแม่น้องกะบูนยังไม่ท้อ ใจยังสู้ สมัครงานหรือสัมภาษณ์เรื่อย ๆ คำถามเหล่านั้นจะต้องกลับมาอีกแน่นอน คราวหน้าคุณแม่น้องกะบูนคงมีคำตอบที่ดีกว่า มัดใจกรรมการให้อยู่หมัดนะคะ


มันต้องมีวันของเราเข้าซักวัน สู้ ๆ นะคะ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:59:25 น.  

 
มาสนับสนุนคุณป้าเดซี่ค่ะ พี่ก็เคยสัมภาษณ์คนเข้าทำงาน
ในส่วนราชการบ่อย ๆ เขาดูอารมณ์ของผู้สมัครว่าจะมี
ความอดทนอดกลั้นไหม ข้าราชการที่เขาตั้งใจทำ
งานเพื่อคำๆเดียวว่า "ข้าของพระเจ้าแผ่นดิน" ที่ต้องทำงานหนักก็ยังมีอยู่เยอะ.. คุณแม่น้องกะบูนสู้ใหม่นะคะ อย่างน้อยก็คิดว่า ที่เขาคิดว่าเขาต้องเลือกคนทำงานให้ดีที่สุดก็เพื่อให้สมกับเงินภาษีของประชาชนที่อยู่ในความควบคุมกำกับของเขานะคะ..สู้สู้ค่ะ จะรอฟังข่าวดีของคุณแม่น้อง
กะบูนะคะ


โดย: pidee IP: 192.168.202.72, 127.0.0.1, 61.19.22.186 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:56:35 น.  

 
อ่านแล้วจะร้องไห้เลย
เป็นกำลังใจให้นะคะ
สู้ สู้


โดย: cooper_baby วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:57:12 น.  

 
อ่านครบทุกคอมเม้นท์นะคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ อ่านไปก็อยากจะร้องไห้ แต่ตอนนี้กำลังดูกะบูนทำการบ้านอยู่ค่ะ ต้องปรับอารมณ์กันน่าดู ขอบคุณนะคะ ชีวิตตอนนี้ความสุขก็อยู่ที่ลูกค่ะ กับพ่อเค้า เราเป็นเพื่อนกันเฉยๆค่ะ ช่วยกันเลี้ยงลูก จะพยายามคิดในแง่ดีต่อไป งานของเราตอนนี้ 24 ชม.คือเป็นแม่ค่ะ ต้องเลี้ยงกะบูนให้ดีให้ได้อ้ะ สู้ๆ


โดย: แม่น้องกะบูน (แม่น้องกะบูน ) วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:19:01 น.  

 
เอ ! ฟ้องศาลปกครองได้ไหมว่าเขาเอาเรื่องลูกมาเป็นข้ออ้างไม่รับ เพราะ ไม่เกี่ยวกับการทำงานตามเวลา แต่น่าจะเกี่ยวกับความสามารถมากกว่า

คนรับสัมภาษณ์แบบมี ไบแอส


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:38:20 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณตุ๊ก แนะนำเหมือนเพื่อนเลยอ้ะ ฟ้องไม่ได้หรอกค่ะ อย่างที่ว่าค่ะ คะแนนมันมีหลายภาค ทั้งข้อเขียน ทั้งคอมทั้งสัมภาษณ์ ถ้าคราวหลังสอบทำงานที่ราชภัฎ เราคงต้องเลี่ยงสำนักงานนี้มากกว่าอ้ะค่ะ เดี๋ยวว่าจะลงต้นกล้าอาชีพ เผื่อจะมีอะไรที่ดีๆเกิดขึ้นค่ะ ปล. นั่งเล่นจิ๊กซอว์กันอยู่ค่ะเดี๋ยวพานอนแล้วค่ะ


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:49:54 น.  

 
มาให้กำลังใจค่ะ...
ยังมีอีกหลายคนก็เจออย่างเราไม่ใช่เราคนเดียว
สู้สู้นะคะ....เพื่อลูก


โดย: narellan วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:42:13 น.  

 
สู้สู้ค่ะ ตอนนี้เรากำลังจะคลอดน้องเหมือนกัน ลูกคือที่สุดในชีวิตเราค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณแม่น้องบูนมากๆนะคะ


โดย: น้องเข็มทิศ IP: 114.128.48.233 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:51:44 น.  

 
เข้ามาอ่านเรื่องของคุณแม่น้องกะบูน อ่านแล้วโกรธแทนเลยค่ะ ไร้เหตุผลสิ้นดีค่ะ

คุณแม่สู้ สู้นะคะ เป็นอีกหนึ่งกำลังใจค่ะ

ขอบคุณนะคะที่แวะไปทักทายกันที่บล็อกค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ


โดย: แม่หนมจีนน้อย วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:45:36 น.  

 
ปิเอ้ย
สอบตกตั้งแต่สัมพลาด
การสัมภาษณ์มีหลักเกณฑ์ในการทำให้ผู้ถูกสัมภาษณ์แสดงอารมณ์ออกมาได้
และยังมีอีกหลายสิ่งที่ประกอบกัน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งกาย อารมณ์ และบุคคลิก
เดี๋ยวเพื่อนๆจะหาว่าชั้นว่าแกอีก
ลองวิเคราะห์ตัวเองนะ อย่าพึ่งไปว่าคนอื่นเลย
คนอื่นๆที่ไม่รู้จักแก อาจจะคิดว่าชั้นแรงกะแก(อีกแล้ว)
แต่ถ้ายื่นปลาให้ แล้วเมื่อไหร่แกจะหาปลากินเองได้
อย่าโทษลูกหรือคนอื่น ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา
ปิคงรู้ว่าใครนะอิอิ


โดย: เพื่อนเธอ IP: 112.142.41.198 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:37:03 น.  

 
อ่านแล้วปรี๊ด ปรอทแตกตามมากค่ะ เข้าใจคุณแม่มากๆค่ะ ทำไมคนหัวเก่าแบบนี้ยังอยู่ในสังคมไทยอีก ทำไมเค้าไม่คิดล่ะว่าคนที่ทั้งเป็นแม่ทั้งเป็นเวิร์คกิ้งมัมต้องมีความรับผิดชอบมากกว่ามนุษย์ปกติแค่ไหน เข้าใจความรู้สึกค่ะ ตอนนี้ขนาดเอ๋ ก่อนมีลูกทำงานดีแทบตาย พอมีลูกเราต้องลาเกือบเดือนละครั้งเพื่อพาลูกไปฉีดวัคซีน ยังแอบโดนเพ่งเล็งเล็กๆ แต่คิดในแง่ดีนะคะเค้าปฏิเสธเราแต่เนิ่นๆก้อดีจะได้รู้ว่าคนมันมองคนละแบบ ไปทำงานกะเค้าเราก้อเหนื่อยเปล่า


โดย: มี๊นู๋ออโต้ วันที่: 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:48:47 น.  

 
คิดตามเพื่อนว่าแล้วนะ (เพื่อนเราอ้ะ รู้นะว่าใคร ขอบใจที่เป็นห่วงนะ) เราว่าไม่ใช่การทดสอบหรอกเพราะที่เคยสมัครงานมา ถ้าเขาจะทดสอบ เขาก็ช่วยกันรุมอ้ะล่ะ พูดง่ายๆ เคยโดนแล้ว แต่เราว่าเราไม่ได้แสดงออกเป็นการวีนมากหรอกเพื่อน เพียงแต่ว่าเราไม่ยอมรับ ว่าการที่มีลูกจะทำให้เราไม่รับผิดชอบหน้าที่และทำให้งานเสีย แต่อาจารย์แกไม่ยอมไง แล้วหน้าที่นี้เขาเอาไปทำฐานข้อมูลบัณฑิตด้วย เราแล้วตอนเราฟังว่าเปรียบเหมือนมะเร็งนั่นล่ะ ที่เราปริ๊ดมาก แต่ไม่ได้พูดอะไรเลยหรอกนะ เพราะมันอยู่ในห้องสอบ อาจารย์ผู้หญิงแกก็พูดคั่นเข้ามาด้วย

บทบาทอาจารย์อีก2คนตอนสัมภาษณ์แทบจะไม่มีเลย นอกจากตอนท้ายที่อาจารย์มาเบรคการโต้เถียงของเรา แล้วอาจารย์ผู้ชายอีกคนที่ตอบหัวหน้าสนง.ที่ถามว่าจะสัมภาษณ์อะไรไหม แกบอกว่า"ไม่มีอะไร"

เราเลยคิดเข้าข้างตัวเองว่า อาจจะไม่ได้มีหลักการอะไรทดสอบเหมือนที่เพื่อนบอกหรอก

บางทีตอนนี้เราอาจจะไม่เหมาะกับงานสำนักงาน หรือเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกแล้วจริงๆอ้ะนะ แล้วก็คงติดลูกมากจริงๆอย่างที่เพื่อนว่า ขอโทษที่ดูเหมือนเฉื่อยหรือทำตัวอ่อนแอเรื่องการหางานนะ แต่เราทิ้งกะบูนไม่ได้หรอกเพื่อน กะบูนมันมีเราคนเดียวเป็นหลักน่ะ เชื่อไหมเนี่ย ว่าเรายังสู้อยู่





โดย: แม่น้องกะบูน (แม่น้องกะบูน ) วันที่: 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:27:21 น.  

 
โลกทรรศน์ของอาจารย์แคบเหลือเกิน


โดย: MoxMint IP: 125.27.184.67 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:24:22 น.  

 
อ่านแล้วก็ได้แต่ปลงกันคนที่มีความคิดปัญญาอ่อนแบบนี้

เราไม่เชื่อหรอกว่าคนมีลูกจะทำงานไม่เต็มที่
พวกที่ไม่มีลูกแต่มีแฟนก็เอาแต่ติดแฟนไม่เต็มที่ได้เหมือนกัน
เพราะมีคนพวกนี้บ้านเมืองถึงไม่เจริญสักที
ที่เมืองนอกนอกจากไม่รังเกียจเค้ายังให้สิทธิ์คนเป็นแม่ได้เต็มที่

เอาน่ะ
คุณแม่น้องบูนก็เป็นคนที่เสียสละมาก
ถึงการมีลูกทำให้ไม่ได้ทำงาน
แต่คิดในแง่ดีว่าคุณได้อยู่กับลูก ดูการเติบโตของเค้าตลอดเวลาน่ะ

ยังไงก็เข้มแข็ง สู้ สู้
สักวันต้องได้เจอองค์กรที่ดีๆ ที่ไม่เป็นกบในกะลา


โดย: จ้าว..จอม วันที่: 21 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:54:22 น.  

 
เป็นกำลังใจให่ค่ะ ซักวันต้องมีคนเห็นความสามารถของเราเหมือนกัน เราก็มีปัญหา เราจบมาแล้วก็แต่งงานและมีลูกเลย ตอนนี้ที่ทำงานหัวหน้าและคนในฝ่านงานเราเข้าใจนะ แต่นอกฝ่ายเริ่มมีปัญหาเพราะมองว่าเรากลับบ้านก่อนเวลา เราก้พยายามทำตามกฏของที่ทำงานจะได้เอามาอ้างได้ว่าเราทำตามกฏทุกอย่างแล้วมันผิดตรงไหน ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นเพราะไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาว่าเราอีกมั้ง สู้ๆๆๆ ซักวันที่ลูกโตคุณก็จะรู้ว่าลูกรักเรามากแค่ไหน เค้าจะต้องภูมิใจในความเสียสละของคุณค่ะ


โดย: แนน IP: 114.128.122.181 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:54:48 น.  

 
อ่านแล้วน่าต่อยปากคนพูดมากเลย

สงสัยตัวเค้าคงจะห่วยแตกหาคู่ไม่ได้

ก็เลยพาลกล่าวหาว่าการมีลูก มีครอบครัว แย่เหมือนเป็นมะเร็ง

ดีแล้วล่ะค่ะ ที่ไม่ได้ร่วมงานกับคนประเภทนี้


เราเองก็อายุ 30 กว่า แถมยังหยุดทำงานไปตั้ง 3 ปี
และก็ยังหางานทำไม่ได้เหมือนกัน

ยังไงก็อย่าพึ่งท้อนะคะ คนที่แย่กว่าเรามีเยอะแยะ


การเปลี่ยนชื่อเป็นสิทธิส่วนบุคคล เราเองก็เปลี่ยน
ไม่เห็นจะเป็นไรเลย

ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครสักหน่อย

อย่าได้แคร์คนเรียนสูงแต่จิตใจต่ำ...



ขอเป็นกำลังใจให้ได้งานทำเร็ว ๆ นะคะ
และตั้งใจเลี้ยงลูกให้ดี ดี

เพราะลูกคือ สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของคนเป็นแม่....


คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: แม่น้องปีย่า (NooPeeYa ) วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:1:12:38 น.  

 
อย่าเพิ่งท้อ เป็นกำลังใจให้ สู้ ๆ ค่ะ


โดย: nongpor วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:26:18 น.  

 
ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง
ในฐานะคนที่มีลูก(ตั้งสองคน)
ในฐานะคนที่เคยเปลี่ยนชื่อ(หลังจากตั้งชื่อลูดชายคนโต ก็เลยเปลี่ยนบ้าง)
...มีลูกแล้วมันต่างจากคนอื่นก็ตรงที่...ชีวิตตลอด24ชั่วโมงมันโอบล้อมด้วยความรัก รักลูกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มันทำให้ทักลมหายใจมีคุณค่า มีความหมาย เพราะลูกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
...เราเปลี่ยนชื่อหลังมีลูกแล้ว สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นก็คือเราได้ภารกิจใหม่ในชีวิตก็คือการเป็นพ่อมือาชีพ พ่อที่รักลูกสุดๆรักแบบสะอาดปราศจากสารพิษ
...อาจารย์ท่านนั้นครับ...อาจารย์น่าจะเคารพ ให้เกียรติในความเป็นมนุษย์ ในความเป็นแม่ ในความเป็นผู้หญิงของคนวัย30กว่าๆคนหนึ่งด้วยนะครับ มีวิธี มีคำถามอื่นๆอีกมากมายที่จะใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงาน...ผมว่าคนเป้นแม่ยิ่งมีวุฒิภาวะ ละเอียด รอบคอบ ใจเย็น เป็นคนเต็มคนนะครับ
...แวะมาเยี่ยมอุ๋ย กะบูน และคุณยาย แต่พออ่านแล้ว"ของขึ้น" เราและครอบครัวส่งกำลังใจให้นะ ต้องมีสักวันที่ดีกว่านี้ แต่สำหรับอุ๋ยเราเชื่อบนถนนที่มีบททดสอบมากมาย...ระหว่างเดินทาง ทุกๆก้าวย่างอุ๋ยจะเป็นแม่อีกคนในโลกนี้ที่มีความสุข ทั้งในยามที่กะบูน ตื่น หลับ น่ารัก และดื้อบ้างตามประสาเจ้าหญิงตัวน้อย ให้กำลังใจนะ
จาก ชาย คนที่มีลูก และรักลูกเหมือนกัน


โดย: ชาย-ไทยมุง-ทีวีไทย-สจล. IP: 124.122.133.119 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:43:33 น.  

 
ผลสอบออกแล้วล่ะ เราสอบไม่ได้หรอก แค่อยากจะบ่นว่า คนที่ได้น่ะก็จบโท(พอดีคุยกันหน้าห้อง) ทำงานโรงงานมาก่อน แล้วก็ลาออกมาตกงานอยู่4-5 เดือนแล้ว เป็นคนโสดอ้ะนะ เพิ่ง27-28 เอง ทางอาจารย์นั่นไม่เห็นถามว่าจบโทแล้วเดี๋ยวก็อยู่ไม่ทน หรือถามเรื่องส่วนตัวมากมายอย่างเราเลย อย่างนี้เขาเรียกมีอคติไม่ได้ทดสอบอารมณ์อะไรอย่างที่มีคนมาคอมเม้นท์ใช่มะ แถมตำแหน่งที่เปิดรับหลังจากนั้น มีกำหนดอายุแล้วด้วยว่าไม่เกิน 35 ทั้งๆที่เราตามงานราดพัดมา4-5 ปีไม่เคยมีกำหนด

ให้ตายเถอะ อยากร้องเรียนแต่งไม่มีประโยชน์เผื่อจะสมัครงานที่ราดพัดตำแหน่งอื่นต่อ ไม่ตกงาน ไม่มีลูกมั่งแล้วไป (ก็ขอให้ไม่มีตลอดไปด้วย)


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:23:22 น.  

 
มาขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ ยังไงแม่มะลิก็ต้องหางานทำให้ได้ค่ะ สานฝันของตัวเอง ไม่ได้งานที่นี่ก็ดีแล้วค่ะ สิ่งที่ดีกว่ารออยู่นะคะ


โดย: แม่มะลิ IP: 125.25.126.76 วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:15:45:51 น.  

 
กำลังจะเจอปัญหานี้เหมือนกัน ตอนนี้กำลังท้อง ได้ข่าวมาแล้วว่าเขาจะไม่ต่อสัญญา ก็พอจะรู้ได้ว่าต้องเป็นเรื่องที่เรากำลังจะมีลูกแน่ๆ ช่างมันเถอะไอ้พวกจิตใจคับแคบ ยังไงเราก็ยังคิดว่าลูกเราที่กำลังจะเกิดมานี้เขาน่าจะนำความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา ขอคลอดลูกดูแลลูกเต็มที่ก่อนเถอะ แล้วเราจะลุยต่อ เพื่อลูก


โดย: เอ้ IP: 14.207.112.31 วันที่: 10 มกราคม 2557 เวลา:1:37:53 น.  

 
อ่านแล้วเข้าใจเลยค่ะ เจอมาเหมือนกัน.. แต่ก็เป็นบางสถานประกอบการนะคะ สถานประกอบการงี่เง่าจะคิดแบบนี้ เรื่องการมีลูกมีคนสืบเชื้อสาย มันเป็นเรื่องธรรมดาและจำเป็นของมนุษย์ หากเขาเหล่านั้นใจกว้าง ความคิดกว้างกว่านี้ ประเทศไทยคงจะเจริญไปแล้วค่ะ


โดย: แวมไพร์น้อย IP: 49.230.228.11 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:34:59 น.  

 
อ่านแล้วเข้าใจเลยค่ะ เจอมาเหมือนกัน.. แต่ก็เป็นบางสถานประกอบการนะคะ สถานประกอบการงี่เง่าจะคิดแบบนี้ เรื่องการมีลูกมีคนสืบเชื้อสาย มันเป็นเรื่องธรรมดาและจำเป็นของมนุษย์ หากเขาเหล่านั้นใจกว้าง ความคิดกว้างกว่านี้ ประเทศไทยคงจะเจริญไปแล้วค่ะ


โดย: แวมไพร์น้อย IP: 49.230.228.11 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:58:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่น้องกะบูน
Location :
นครปฐม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




(สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด )
New Comments
Friends' blogs
[Add แม่น้องกะบูน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.