สู้เพื่อลูก-ใครจะคิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะเปลี่ยนแปลงชีวิตแม่ทุกสิ่ง....
Group Blog
 
All blogs
 

สอนลูกเข้าครัวทำขนมกล้วยกระทงน้อย




 




วันก่อนเสิร์ชเล่นๆหาหัวข้อ "สอนเด็กทำอาหาร" โอแม่จ้าว อะไรกันนี้สถาบันสอนเด็กทำอาหารเพียบ ค่านิยมแบบนี้มันมาจากไหนกันเนี่ย เดี๋ยวนี้พ่อแม่เค้าไมเกี่ยวก้อยลูกเข้าครัวกันแล้วเรอะ กะอีแค่แซนวิช ยังให้คนอื่นสอนลูกทำ เหวย.....เดี๋ยวบ่นยาว มาบ้านเราดีกว่า ได้ทำหนมกันอีกแล้วค่ะ ทำกันได้บ่อยๆ เดี๋ยวนี้ว่างๆก็ชวนลูกมั่งลูกชวนแม่มั่ง ทำกินกันไปอ้วนไป รักกันแม่ลูก โปรเจคของวันนี้ หนมกล้วยกระทงน้อย เนื่องจากได้ยืมหนังสือเล่มนี้มาจากห้องสมุดค่ะ ทำเอากะบูนอยากทำอะแม่อยากทำหนมกล้วยใส่กระทงมั่ง เอ้า ทำก็ทำรอกล้วยสุกงอมก่อนละกันจาได้อร่อยๆ รอไปก็บ่นอยากทำไปล่ะค่ะ



กล้วยที่ว่านี่แม่มันต้องซื้อติดบ้านไว้(บังคับ)ให้ลูกกินทุกวันค่ะ ไม่งั้นกะบูนจะท้องผูกได้ง่ายมาก ขาดผักผลไม้ไม่ได้เลยค่ะ ทำขนมกล้วยคราวนี้ทำตอนเย็นวันธรรมดา กะว่าเช้าอีกวันจะได้เอาไปให้คุณครูที่รร.กะบูนได้ด้วยค่ะ แม่มันไปตัดใบตองมาเตรียมทำ กะบูนเห็นใบตองไม่ได้ค่ะ วิณญาณลูกลิงเข้าส้งอยากทำกระทงเองมั่ง


ยุกยิกๆ ทำไม่เป็นหรอก ดื้อด้วย บอกให้มาช่วยแม่ทำดีก่าไม่ยอม จนใบตองเละไป1พับ ถึงมาช่วยแม่ได้ (แม่ก็ทำพอเป็นกระทงเท่านั้นเองไม่สวยหรอกค่ะ

ช่วยแม่เสร็จภูมิใจค่ะ จะได้เหมือนหนังสือแล้ว เย้


เหมือนเคยค่ะ ล้างมือก่อนนะลูก


หู๊ยยย ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากค่ะ หนูทำได้...


ปอกให้หมดนะเดี๋ยวแม่ยีให้เอง ได้เลยแม่ หนูทำได้ ดึงๆๆๆๆๆปอกๆๆๆ



หลังจากนั้นแม่มันก็เอาไปยีโดยใช้ส้อมช่วยค่ะ ทำง่ายมาก แต่มันไม่ใช่อ้ะ แม่ไม่เข้าใจบูน ในหนังสือเค้าใช้มือขยำนะแม่ แม่ทำผิดแล้ว ...อ้าวเรอะ อ้ะ อยากขยำก็ได้ ล้างมือแล้วมาเลย กริ๊ดๆๆ สนุกจังเลยแม่ (หวังว่าครูคงไม่มาเห็นภาพนี้)


พอแระ ได้ลองขยำก็พอแระ เดี๋ยวจะเลอะเอาตะหลิวกดดีกว่า จะได้ทั่วๆ ไปล้างมือมาเร้ว ได้เยยแม่

ยีๆๆๆ กล้วยได้ที่หรือยังเนี่ย ไม่ยู้ดิแม่แต่หนุกดีอ้ะ


เอ้าพอละ คงเละดีแล้ว มาตวงแป้งข้าวเจ้ามา (สูตรนะคะ เผื่อเอาไปทำเล่นกันจากหนังสือคือ กล้วย:แป้งข้าวเจ้า:น้ำตาล:กะทิ คือ 2:1:1:1 นะคะ ใส่เกลือและแป้งมันสัก2ช้อนโต๊ะค่ะ มะพร้าวทึนทึกขูดโรยหน้า)



เอ้าเท เราให้ลูกทำหมดเลยค่ะ ขั้นตอนพวกนี้แค่บอกให้เค้าทำตามค่ะ ผิดนิดๆหน่อยๆไม่เป็นไรค่ะ เรียนรู้กันไป


ใส่เกลือค่ะ กะบูนตักเองเลยลูก (เสริมความมั่นใจค่ะ พ่อแม่ต้องไว้ใจลูกนะคะ )


ตวงน้ำตาลใส่ แป้งมันใส่ แหม สนุกจริงหล่อน

ใส่กะทิค่ะ บ้านเราซื้อติดไว้ตลอดค่ะ ทำแกงก็ได้ ทำหนมก็ดี ไม่ได้ซื้อมะพร้าวไว้เลยทั้งๆที่กระต่ายขูดก็ยังมี เริ่มคิดๆเหมือนกันค่ะ ว่าน่าจะซื้อเป็นลูกๆมาไว้มั่งจะดีไหมน้อ


ใส่งาดำแทนมะพร้าวทึนทึก แก้ขัดค่ะ งาดำมันหาง่ายกว่าหนินา


กวนให้เข้ากันค่ะ ให้เธอทำไปเลยกำลังสนุก แหม หนมกล้วยนี่ทำง่ายจริงๆ เราก็ทำบ่อยค่ะ แต่ไม่ค่อยมีคนกินด้วย ตอนนี้พยายามลดขนมเลยทำน้อยลง เมื่อก่อนก็ไม่ได้ให้กะบูนช่วยหรอกค่ะ เพิ่งระยะหลังที่เค้าโตพอรู้เรื่องแล้วนี่เอง


เอ้าหยอดใส่กระทงหยอดเองเลยมีหกด้วยแต่แม่ก็พยายามให้ลองทำ


ครบแล้ว แม่ตั้งน้ำรอไว้แล้วค่ะ ยกให้แม่มะ เดี๋ยวจะนึ่งให้


ตอนรอขนม มานั่งอ่านหนังสือกันอีกรอบค่ะ นี่ๆ ถึงขั้นตอนนี้แล้วไง ขนมกล้วยนึ่งอยู่ในรังถึง



ตอนนี้ขนมกำลังห๊อมหอม (กะบูนก็เข้าใจขั้นตอนได้ดีขึ้นจากการอ่านทวนอีกครั้งค่ะ )


แต่วันนี้ขนมเยอะเลยนึ่งในกระทะค่ะ ผ่านไป 20 นาทีแล้ว จะลองเอามาดูว่าสุกหรือยัง


หน้าตาดูดี น่ากิน (ชมตัวเอง)


ให้กะบูนเอาส้อมจิ้มๆ เช็คว่าสุกดียัง ใช้ได้แล้ว เย้ เสร็จแล้ว(ทำขนมกับเด็กไม่ควรนานเกินค่ะ เดี๋ยวหมดความสนใจ )


แม่จ๋าหนูจะกินละน้า......อ้ามมมม .....ว้ายหยุดก่อนลูก ในหนังสือเขาเอาไปให้ใครก่อน ทำตามให้ทุกอย่างเด้


ถูกต้องนะคร้าบบบบบบ ให้ผู้ใหญ่กินก่อน (ดีจังสอนเด็กให้รู้จักรักผู้ใหญ่ด้วย) ให้ยายกินก่อนนะลูก (แหมกระทงเนี้ย จิ้มซะเละแล้วหนินานังกะบูน ยายปลื้มค่ะ หลานทำให้แต่มีบ่นทำไมไม่มีมะพร้าวโรย ไม่อร่อยเลย หู้ยยยหัวอนุรักษ์จริงๆ ไม่มีมะพร้าวขูดหนินา


ถึงตากะบูนแล้วนะ จะอ้ามละนะ


ปกติขนมแบบนี้โดนค่อนแคะว่าขนมคนแก่นะคเนี่ยเราว่าไม่เห็นจะต้องแบ่งเลยว่าเป็นขนมของวัยไหน มันก็อร่อยกันทั้งนั้นยิ่งทำเองร้อนๆนะคะ อร่อยทุกอย่างล่ะค่ะ ปกติกะบูนก็ไม่ค่อยกริ๊ด แต่ถ้าทำเองอย่างน้อยต้อง1ถ้วยค่ะ ลองชวนลูกๆหลานๆทำสิคะ เอ้าเป่าก่อนๆ ขนมสดๆใหม่ๆ ควันฉุยๆ


อืม รสชาติดีจังเลย อย่าลืมชวนลูกทำกิจกรรมกันนะคะ ขอบคุณที่มาอ่านค่า



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2552 15:17:46 น.  

สอนลูกเข้าครัวทำคุกกี้ฟักทอง




 



สวัสดีอีกครั้งค่ะ หลังจากได้กำลังใจไปอีกหลายจากชาวบล็อค+เพื่อนๆ ตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ พยายามกันต่อไป วันนี้เอากิจกรรมที่ทำกับลูกมาแบ่งปันอีกค่ะ จากที่ยายซื้อหม้ออบลมร้อนให้ แม่มันก็พยายามจะทำขนมที่อบได้ เพื่อที่ลูกจะได้สนุกและไม่เบื่อ ก็คิดไปถึงคุกกี้เพราะเธอชอบมากค่ะ แต่ติดที่ว่าหาสูตรไหนๆก็ต้องตีเนยตีไข่ แม่มันเข็ดจากทำหนมสาลี่ว่าตีไข่กันไม่ขึ้นเลยพยามจะหาสูตรที่ไม่ต้องตีไข่ แต่ก็ไม่มี เลยไปตั้งกระทู้ถามที่ห้องก้นครัวค่ะ ในลิ้งค์นี้ค่ะ แล้วก็พยายามทำกันตามมีตามเกิดค่ะ แอบใส่เกินสูตรด้วย มาลองดูเลยนะคะ

มีคนแซวเหมือนกันว่าบ้านนี้ชวนแต่ลูกทำกินเหรอเนี่ยไม่อ้วนกันแย่ อิอิอิ ไม่ได้ชวนทำกินอย่างเดียวหรอกค่ะ เล่นอย่างอื่นกันด้วย เช่นวาดรูป ขี่จักรยาน ฯลฯ เหมือนทุกๆบ้านล่ะคะ แต่หาเรื่องทำหนมกินกันสนุกๆเพราะแม่ชอบด้วยอ้ะ เอ้าทำหนมดีกว่าล้างมือก่อนนะลูก




ตวงแป้ง ให้ลูกตวงค่ะ ไม่ซีเรียส แม่รู้ว่ามันต้องหกบ้าง


ต่อมาก็ร่อนแป้ง สนุกมากกกก แม่ไม่ต้องช่วยหนูทำเอ๊งงง


โช๊ะๆๆๆๆๆ ร่อนแป้งหนุกจัง

ตอนตีเนยไม่ต้องช่วยก็ได้ ..ไม่เอาหนูจะช่วย หนูทำได้ อ้ะ ทำก็ทำ


ท่าทางจะไม่ฟูแน่ๆ เอ้าใส่น้ำตาล ...หนูใส่ให้นะ


ตอกไข่มาให้แม่ค่ะ ตีๆ จะขึ้นไหมเนี่ย ท่าจะยากกก

หนูตีม่างงงง เอาเลยลูก

ด้วยความอยากใส่ผักเลยจะใส่ฟักทองค่ะ แม่มันผสมสูตรมั่วเลย เอ้าบดๆๆๆ


เอ้าใส่ฟักทองบด เอใส่ตอนนี้หรือตอนหลังอ้ะ ไม่ทันแล้วใส่ไปหมดแล้วถึงคิดได้ (เพี๊ยงขอให้มันคล้ายๆเป็นคุกกี้ก็พอนะ )


ใส่งาด้วยเอ้า แม่มันมั่วเข้าปายยย



ลองเอาอันนี้ตีมั่งอ้ะ สนุกจังเลย นี่คุกกี้แน่ป่าวเนี่ย


ใส่แป้งดีกว่า บูนช่วยหน่อย


ผสมแป้งดีแล้ว (เละดีแล้ว) ก็เตรียมเตาทาถาดบูนขอทาเองสนุกล่ะสิ


*ภาพนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการชม * คืออยากจะบีบใส่ถาดน่ะค่ะ เลยลองใส่ถุงให้เธอทำแต่.....ตอนหลังแม่เลยทำเองดีกว่า ถ่ายมารูปเดียวเองด้วย แห่ะๆ ขออภัย


ใส่เตาแล้วค่ะ ลองอบเวลา-อุณหภูมิตามสูตรที่เขาว่าค่ะ ลุ้นๆ



เอ้ยยยยมันคล้ายๆคุกกี้ ไชโย้..ๆๆๆๆ


ถาดที่1 แม่ๆๆ นี่มันคุกกี้นี่แม่ ....เอ่อ..ใช่เลยลูก


ลองกินหน่อยๆๆ อ้ามมม


อร่อยม๊ากมากค่ะฝีมือหนู (แม่มันโล่งอกมากกกกก)


สงสัยจะใช้ไฟไม่เหมาะ ข้างในยังนิ่มๆ ต้องเอาไปหงายแล้วอบอีกรอบค่ะ

กะบูนภูมิใจมากจะเอาไปฝากเพื่อน + ครูที่โรงเรียนค่ะ เอาใส่ถุงกับยาย ช่วยกันนับอยากให้ได้ครบทุกคน

ขอเล่านิดนึงนะคะ วันที่บูนเอาไปให้เพื่อนๆ+ครู เราก็แอบไปเกาะหน้าต่างดูนะคะ เห็นเธอเอาไปให้ครูแล้วก็เดินกระดุ๊กๆส่งให้เพื่อน เลือกด้วยนะคะ คนไหนไม่ชอบเธอก็ไม่ให้ ให้แต่คนที่ชอบๆ บางคนก็รับ บางคนก็ไม่รับ เธอก็เอามานั่งกินเองด้วย เสร็จแล้วที่เหลือก็เอากลับบ้าน ดูแล้วก็น่าสงสารเหมือนกันนะคะ ที่โดนเพื่อนๆเมินบ้าง แต่ก็เป็นอีกก้าวที่ลูกต้องเผชิญอ้ะนะ การเข้าสังคมเนี่ยแม่ช่วยได้แค่ให้คำปรึกษาเท่านั้น ที่เหลือหนูต้องทำเองนะลูก แม่เคยผ่านมาแล้วหนูก็ต้องผ่านมาได้เหมือนกัน ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2552 20:57:42 น.  

ไม่ได้งานเพราะมีลูกแล้ว(แบ่งปันประสบการณ์ตกงาน)






 



สวัสดีอีกครั้งค่ะ วันนี้จิตใจซึมเศร้ามากๆ ทั้งๆที่เพื่อนเราหลายๆคนเมล์มาปลอบใจก็แล้ว แชทก็แล้ว แม่มันเศร้าค่ะ

เรื่องเดิมๆที่โดนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราก็จบมานานแล้วค่ะ จบมาได้1ปีก็แต่งกับพ่อน้องบูนเลย แล้วช่วงมีน้องบูนก็ถูกเลิกต่อสัญญาจ้างงาน(ปี/ปี) จากนั้นมา ก็หางานที่เป็นหลักแหล่งไม่ได้เลยได้แต่ทำโน่นทำนี่ก๊อกแก๊กไปตามเรื่อง จนกลับมาอยู่บ้านที่นครปฐมเต็มที่ แม้จะพยายามหางานทำแล้วแต่อย่างว่านะคะ อายุเกิน30 มีลูกอ่อน ยากค่ะ...

เมื่อวานได้ไปสมัครงานนักวิชาการศึกษาที่ราชภัฎประจำจังหวัด ตอนสอบทั่วไปก็พอทำได้ค่ะ สอบคอมไม่ได้นิดหน่อยตรงACCESS เพราะไม่เคยใช้ในงานเลย (ปกติใช้EXCEL) แต่พอช่วงบ่ายสัมภาษณ์ เรื่องก็มาค่ะ

เปิดประตูเข้าห้อง แนะนำตัว มีอาจารย์ 3 ท่าน อาจารย์มีอายุผู้หญิง ผู้ชาย และอาจารย์หัวหน้าสำนักงานบัณฑิตฯที่จะรับเจ้าหน้าที่นี่ล่ะค่ะ อายุประมาณ30ปลาย เป็นคนถามเราว่าชื่อแปลว่าอะไร เราก็บอกไป แล้วก็ถามว่าทำไมเปลี่ยนชื่อ เราก็อธิบายเนื่องจากว่าชีวิตตอนนั้นแย่เหลือเกินมีคนทักว่าน่าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน อาจารย์หน.สนง.ก็ถามว่าเปลี่ยนแล้วดีไหม ถ้าไม่ดีอีกจะเปลี่ยนไหม เราก็ว่าคงไม่แล้วเพราะไม่เห็นผล ดูท่าทางการเปลี่ยนชื่อนี่จะเหมือนการงมงายใช่ไหมคะ แต่คนกำลังทุกข์มีอะไรที่น่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้นได้เราก็ทำล่ะค่ะ

จากนั้นก็ซักประวัติค่ะ ถามว่าทำไมถึงยังไม่มีงานทั้งๆที่จบสูงเราก็ว่าอายุเกิน30หางานยากเนื่องจาก ต้องการอยู่ในพื้นที่ใกล้บ้าน ไม่อยากไปทำงานไกลเช่นกทม. บางที่ เขาก็กำหนดเกณฑ์อายุไม่เกิน30 อาจารย์หน.สนง.แกก็ถามอาจารย์คนอื่นว่าแล้วของราชภัฎเรามีกำหนดไหม กำหนดก็ดีนะ เราก้เริ่มรู้สึกปุดๆล่ะค่ะ แต่พยายามสะกดไว้ เนื่องจากอยากได้งาน จากนั้นก็สัมภาษณ์เรื่องประสบการณ์ทำงาน ที่เดิมเราเล่าไปว่าทำสัญญาปีต่อปี พอมีอาจารย์จบเอกมามากๆเขาก็เอาอัตราจ้างออก เราเป็นอัตราจ้างซึ่งกำลังมีน้องด้วยก็ยิ่งโดนออก ซึ่งตอนที่ออกไม่ได้มีการประเมินใดๆเพียงแต่บอกว่าไม่ได้ต่อสัญญาจ้างเท่านั้น (ไม่ได้ประเมินออก) เขาก็หันไปคุยกันเองอีกว่าแล้วของราชภัฎนี้ มีเกณฑ์ประเมินหรือเปล่า เราก็เริ่มรู้สึกแย่นะคะแต่พยายามนิ่งไว้

ต่อมาถามเรื่องครอบครัวอีก ว่ามีลูกอายุเท่าไร เราก็บอกไปว่า 4ขวบ ตอนนี้อยู่อนุบาล 1 อาจารย์ก็พูดว่า ที่สำนักงานก็มีเจ้าหน้าที่คนนึงที่มีลูกซึ่งอาจารย์จะแตะอะไรไม่ได้ นิดหน่อยก็เรื่อลูก ทำงานไม่เต็มที่ เราก็ใกล้ปรอทแตกแล้วค่ะ แต่พยายามตอบไปว่า มันอยู่ที่ความรับผิดชอบมากกกว่า แต่อาจารย์แกไม่ยอมค่ะ พยายามย้ำว่า คนที่มีลูก ทำงานไม่เต็มที่ รับผิดชอบงานไม่ได้ แต่ต้องยังจ้างไว้อีก เราก็ไม่ทนแล้วค่ะ ปริ๊ดแตก งานนี้ตูไม่ได้แน่ๆ เถียงไปว่าแล้วที่นี่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอยู่ก็สามารถมีลูกได้ไม่ใช่เหรอ มันเป็นธรรมชาติของคนเลยนะไม่ใช่ว่ารับเข้าไปแล้วจะไม่สามารถมีลูกได้ แกก็บอกว่าผมเข้าใจผมก็รักแม่ผม ผมมีแม่เหมือนกัน(เหมือนเหรอ) เราก็ยังเถียงล่ะค่ะ เน้นว่าคนมีลูกไม่ใช่คนไม่รับผิดชอบเรามียายคอยดูแลหลาน แกก็ถามว่าเราหย่าแล้ว งั้นที่บ้านมีกี่คน เราบอกว่ามี3 คนเรา ยาย หลาน และมีคนอื่นเวียนมาอย่างพ่อเค้า ตา ลุง แต่อาจารย์แกว่า สุดท้ายถ้าลูกป่วยลูกเจ็บลูกมีปัญหา ก็ต้องไปดูเองอยู่ดี ถึงตอนนี้บรรยากาศเริ่มเถียงกันแหลกแล้วค่ะ อาจารย์อีก 2 ท่านไม่เห็นซัก เห็นพูดอะไรเลย มาเถียงกันแต่เรื่องคนมีลูกทำงานไม่ได้นี่อ้ะค่ะ เราก็บอกว่ามันอยู่ที่บุคคลและความรับผิดชอบมากกว่า จนอาจารย์หนสนง.พูดออกมาว่า ก็เหมือนคนเป็นมะเร็ง คนที่เป็นแล้วกับคนที่ยังไม่เป็น คุณจะรับใครล่ะ ตอนนั้นสีหน้าเราคงเอาเรื่องมาก อาจารย์ผู้หญิงท่านจึงบอกว่า เกณฑ์ที่รับเข้าทำงานไม่ได้มีแต่เรื่องสัมภาษณ์อย่างเดียว มีคะแนนตอนเช้าด้วย คะแนนที่สอบคอมด้วย คุณทำได้ไหม เราก็บอกว่าทำได้แต่accessทำไม่ค่อยได้ค่ะ เลยพูดกันเรื่องคะแนนอื่นนิดหน่อย แล้วการสัมภาษณ์ก็จบ เราก็บอกทิ้งท้ายว่า ทีนี้อาจารย์รู้แล้วใช่ไหมคะ ทำไมเราจบวุฒิสูงแต่ยังไม่ได้งาน

กลับมาเศร้ามากค่ะ เจอหน้าลูกตอนกลับจากรร.กอดลูก คิดในใจว่า ขอโทษที่บางทีแม่ก็คิดว่าบูนเกิดมาทำให้แม่ไม่ได้งานถึงแม้บูนเกิดมาแล้วชีวิตแม่จะเปลี่ยนแปลงหมดทุกสิ่งจริงๆ แต่แม่รักบูนมาก

ตอนนี้เราก็วางแผนชีวิตต่อไปค่ะ จะลองสมัครต้นกล้าอาชีพตอนธค.แล้วรอสอบกพ. หาอะไรทำต่อไป สมัครต่อไป คงมีสักที่ ที่เราจะยืนอยู่ได้ ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2552 19:25:47 น.  

สอนลูกเข้าครัวทำของโปรดกุ้งชุบแป้งทอด




 



สวัสดีค่ะ วันนี้ชวนกะบูนทำกับข้าวง่ายๆที่เจ้าตัวชอบมากกกคือกุ้งชุบแป้งทอดค่ะ ปกติถ้ายายทำกุ้งให้กะบูนจะไม่ชอบกินเพราะยายจะทำกุ้งแบบไว้หางไว้หัว เวลากินจะแข็งอ้ะค่ะ แต่ถ้าแม่ทำให้ จะเอาหัวเอาหางออกหมด ผ่าหลังไว้เพื่อลูกสาวโดยเฉพาะค่ะ เมนูนี้เมื่อก่อนชอบทำกินเองเดี๋ยวนี้ไม่ได้แตะเลยไว้ให้ลูกโดยเฉพาะ คนอื่นเป็นแบบนี้ไหมคะเนี่ย

แรกๆที่ทำพวกชุบทอดก็ใช้แป้งสำเร็จค่ะ หลังๆขี้เกียจซื้อ เลยใช้แป้งในสต๊อก เช่นแป้งสาลีล้วนๆบ้าง แป้งข้าวเจ้าบ้างค่ะ

ตามเคยค่ะ ก่อนทำอาหารต้องล้างมือก่อนนะลูก


วันนี้ใช้แป้งข้าวเจ้าค่ะ ให้คุณเธอตักตามคำบอกค่ะ


ใส่งาดำด้วยค่ะ เพิ่มคุณค่า+ความอร่อยกันนิ้ดส์นึง เพราะเธอชอบกินแป้งทอดกรอบมากๆ


แม่ต้องเป็นคนใส่น้ำ+น้ำมันหอย+ซ๊อสให้ค่ะ ใส่เองมะได้เดี๋ยวผิดสูตรค่ะ


ให้เธอคนเองค่ะ ชอบเล่นแป้งมากเลย

ใส่เห็ดฟางด้วยค่ะ วันนี้ลองให้หั่นเอง เราว่ายังไม่ค่อยwork ค่ะ หั่นไม่ค่อยขาด กะไม่ค่อยถูก ต้องจับมือหั่นถึงจะโอเค เอาไว้หัดไปเรื่อยๆค่ะ

ใส่ละน้อ ของชอบเลยค่ะ บรรดาเห็ดทั้งหลายเนี่ย น่าสนับสนุนให้เด็กกินนะคะ เพราะเห็ดเป็นอาหารปลอดสารพิษด้วย มีสารเคมีเห็ดไม่ขึ้นนะเนี่ย



เอ้าคนๆๆ ชอบจริงๆเลยเล่นแป้งเนี่ยเวลาทำของโปรดนี่สมาธิจะสูงกว่าปกตินะเนี่ย




ตักกุ้งใส่ค่ะ วันนี้มีโควต้าให้ 6 ตัว แต่เธอขออีก2 ตัวเป็น 8 ตัว แหมๆๆๆๆ


จะได้กินแล้ว แม่ (กินคนเดียวอ้ะดิ แม่อด)



ลงกะทะค่ะ แม่ทอดให้ กะบูนเร่งมากต้องบอกว่าถ้าอยากกินกรอบๆ ต้องใจเย็นๆถึงจะสงบไปได้


กะทะแรกขึ้นปุ๊บมาปั้บ กินได้ไหมแม่จ๋า ...ลองดูดิว่าร้อนป่าว(คริๆ) เธอลองจับค่ะ ร้องจ๊ากเลยกุ้งยังร้อน ต้องรอให้ครบก่อนดิ ใจเย็นๆ (ลูกใครใจร้อนใช้วิธีนี้ก็ได้นะคะ เอาให้รู้ไปเลยว่ามันร้อนนน แค่ไหน)


เสร็จแล้ว 8 ตัวเลขสวย ตั้งโต๊ะค่ะ เตรียมกินแว้ว ข้าวไม่ต้องแป้งเยอะแล้ว


จะกินแว้วไม่ถ่ายแว้ว เอ้าลุย!


ยายขอกินก็ไม่ให้ แม่ขอก็ไม่ให้ เวลาจะขออะไรกะบูนต้องรอเธอกินไปแล้วสัก2-3 ตัวก่อนค่ะ ประมาณว่าหายอยากก่อน เดี๋ยวค่อยแบ่งให้


งั้มๆๆ อร่อยจริงๆนะคะเนี่ย อย่าลืมชวนลูกทำกิจกรรมกันนะคะ



Create Date : 17 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 8:32:26 น.  

สอนลูกเข้าครัว-เกณฑ์อายุเด็กกับการทำอาหาร




 



สวัสดีอีกครั้งค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ได้ชวนลูกเข้าครัวทำอาหารกันหรือยังคะ ถ้ายังลองอ่านบล็อคนี้ดูแล้วลองทำนะคะ รับรองค่ะ ว่านอกจากได้ขนม ได้สนุก ได้ฝึกลูกในหลายๆด้าน แล้วยังได้ความผูกพันธ์ในครอบครัว อย่างที่ไม่ได้จากที่อื่นด้วยค่ะ

การที่สอนน้องบูนเข้าครัวทำอาหารกัน ทำให้เธอติดใจอยากทำอะไรใหม่ๆมากค่ะ เดี๋ยวคงทยอยนำมาลงนะคะ ว่าทำอะไรกันไปบ้าง ออกมากินได้มั่งป่าว อิอิ แม่มันก็ต้องหาอาหารบ้างสูตรบ้าง ให้เหมาะกับวัยของลูกและห้องครัวอนาถาของเราที่มีอุปกรณ์จำกัดก็ได้ค้นคว้าจากเวบไซต์บ้าง จากห้องสมุดบ้าง ทำให้ได้ข้อมูลมาก และมีบางส่วนที่คิดว่า น่าจะเอามาแบ่งปันกันค่ะ

ห้องสมุดที่เราไปกันประจำคือห้องสมุด กศน.นครปฐม อยู่ข้างๆองค์พระปฐมเจดีย์ค่ะ มีมุมสำหรับเด็กโดยเฉพาะ มีของเล่นเสริมพัฒนาการ มีมุมวาดรูป ถึงจะเล็กแต่หนังสือเยอะเชียวค่ะ หนังสือที่จะเอามาแนะนำและขอข้อมูลมาแบ่งปัน คือเล่มนี้ค่ะ


จัดพิมพ์โดย หจก.CRS ยูนิเวอร์แซล (1986)ค่ะ น่าจะแปลมาจากหนังสือญี่ปุ่นเพราะขนมที่ทำข้างใน และนายแบบนางแบบน้อย เป็นสไตล์ญี่ปุ่นค่ะ มีขนมน่าทำทั้งนั้นเลยค่ะ อย่าลืมไปหามาอ่านนะคะ ถ้าใครอยู่นครปฐม อำเภอเมือง มาสมัครสมาชิกห้องสมุดได้เลยค่ะ ทีมบรรณารักษ์บริการดีน่ารักมากๆค่ะ

ที่อยากนำมาแบ่งปันวันนี้ คือเกณฑ์อายุเด็กกับการทำอาหารค่ะ


ขอแบ่งตามอายุก็แล้วกันนะคะ

เริ่มจาก อายุ 2-4 ปี (ช่วงของน้องบูนเนี่ยล่ะคะ )

การผสม - ช่วยในเรื่องของการผสมได้ด้วยมือ โดยต้องผสมในชาม ควรเตรียมผ้าเช็ดมือ และคอยเช็ดขอบชามเสมอ

การเพิ่มส่วนผสม - ช่วยเทส่วนผสมที่ผู้ใหญ่เตรียมไว้ได้

การตัด - ยังไม่ควรให้ถือของมีคมแต่ช่วยคว้านได้

การปั้น - ควรให้เริ่มติดตา หู จมูก ให้เด็กจินตนาการ

ต่อไป อายุ 4-5 ปี

การผสม - ใช้ที่ผสมให้ฟูช่วยคนได้ เพราะไม่คมไม่อันตราย

การเพิ่มส่วนผสม - ให้เด็กช่วยตักส่วนผสมที่ผสมเสร็จแล้วลงใส่ทาร์ตหรือพายได้เพื่อเตรียมเข้าเตาอบ แต่ต้องระวังไม่ให้ล้นหรือน้อยไป

การตัด - ถือของมีคมได้แต่ผู้ปกครองต้องดูแลใกล้ชิดอาจช่วยประคองมือ อย่าให้ใช้ของมีคมโดยลำพัง

การปั้น - ให้แม่พิมพ์กดทับลงบนเนื้อขนมเพื่อนำไปอบได้

สุดท้ายคือเด็ก 5 ปีขึ้นไป

การผสม - ช่วยผสมและคนส่วนผสมต่างๆบนหม้อได้ แต่ต้องดูแลใกล้ชิด

การเพิ่มส่วนผสม - ใช้เหยือกเติมลงถ้วยหรือภาชนะต่างๆได้ แต่ไม่ควรให้หนักไป ควรดูแลใกล้ชิด

การตัด - อาจปล่อยให้ใช้อุปกรณ์มีคมได้แล้ว แต่อุปกรณ์ต้องพอดีมือ ไม่ใหญ่หรือหนักเกิน

การปั้น - ให้ใช้อุปกรณ์แต่งขนมที่ไม่มีคมตกแต่งหน้าตาขนมก่อนนำไปอบได้ เช่นส้อม


อันนั้นจากการอ่านหนังสือมานะคะ มาที่บ้านเราบ้าง ไม่ใช่การอวดลูกนะคะ เอาประสบการณ์มาแบ่งปันค่ะ ว่าเด็กพอจะทำอะไรได้บ้างเพื่อนำไปสู่การชวนลูกเข้าครัวของแต่ละบ้านค่ะ

การปั้น - ปั้นได้นะคะ อย่างบัวลอย บูนก็ปั้นเป็นรูปง่ายๆได้


เนี่ยค่ะ ปั้นได้ตั้งเยอะ สามาระช่วยกันปั้นเป็นรูปอื่นๆก็ได้ค่ะ


การผสม - ให้ลูกช่วยตักส่วนผสมตามคำบอกก็ได้นะคะ บางทีหกบ้างก็ปล่อยบ้างแต่เชื่อไหมคะว่าเด็กเค้าระมัดระวังยิ่งกว่าผู้ใหญ่อีกค่ะ


การร่อนแป้ง - ช่วยร่อนแป้งได้อีกต่างหากนะคะ มีหกบ้างแต่ถ้าร่อนในถาดก็โอเคค่ะ ลดความเสียหาย ร่อนได้สัก 4-5 เที่ยวค่ะ (จะเริ่มหมดความสนใจ)


การคนส่วนผสม- ก็พอทำได้นะคะ ไม่นานเกินไปเดี๋ยวจะเมื่อยแล้วพาลเลิกทำค่ะ สลับกันทำแม่ลูก จะได้ชวนกันทำด้วยค่ะ


การตัด (การใช้มีด) อันนี้ เราลองดูค่ะสังเกตุว่ามือเค้ายังไม่มีแรงพอ ตัดไม่ขาดค่ะ ขนาดหั่นเห็ดนิ่มๆ แต่ถ้าช่วยจับมือจะชอบมาก ถ้าหัดพอสนุกก็โอเคค่ะ แต่ห้ามหั่นเองโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูเด็ดขาด



การห่อไส้ - เคยแต่ห่อเกี๊ยวนะคะ ไส้ควรจะเหนียวไม่ร่วนเพราะเด็กจะทำไม่เรียบร้อยค่ะ ห่อแบบง่ายๆได้แต่ซับซ้อนมากไม่ได้ค่ะ



การตอกไข่ - ทำได้ค่ะ แต่ต้องเตรียมพร้อมเผื่อการหกไว้บ้างค่ะ การปอกไข่ต้มก็เป็นพื้นฐานที่ดีนะคะ ทำให้เด็กหัดคุ้นเคยกับไข่ก่อนค่ะ ที่สำคัญ ผู้ปกครองต้องทำใจก่อนค่ะ ว่าไข่คงไม่สวยแน่ๆ ทำใจนะคะ เราหัดลูก ฝึกลูก ทำกจกรรมกับลูกค่ะ ไม่ได้เทรนลูกเป็นเชฟกะทะเหล็กนะคะ


การใช้เครื่องปั่น ทำขนม ทำเครื่องดื่มได้เยอะนะเนี่ย ส่วนมากเด็กๆจะกลัวเสียงนะคะ (เครื่องที่บ้านเสียงดังมาก ถ้าไม่ไหวก็ให้ใส่ส่วนผสมลงเครื่องแล้วแม่ค่อยเอาไปปั่นก็ได้ค่ะ


การใช้เครื่องคั้นแยกกาก work มากค่ะ ไม่อันตรายเลย ทำให้เด็กชอบกินน้ำผักผลไม้อีกต่างหาก ซื้อแล้วคุ้มนะคะ ขอบอก บูนชอบคั้นแครอทมากค่ะ ลำบากตอนล้างอย่างเดียวค่ะ (แม่มันล้างอ้ะ)


อย่าลืมสอนให้ล้างมือก่อน-หลังการทำอาหารนะคะ ตัดเล็บซะหน่อย รวบผมให้เรียบร้อย ถ้าเป็นไปได้ลองให้ล้างจาน-ชามที่ไม่แตกสัก1-2 ใบ เพื่อเป็นการฝึกวินัย ล้างจานเก็บจาน เก็บบ้านตรงเนี้ย รร.สอนพิเศษไม่ได้สอนนะจ๊ะ พ่อแม่ต้องหัดค่ะ


ฝากอีกหน่อยนะคะ อาหารหรือขนมที่ทำไม่จำเป็นต้องเป็นเบเกอรี่ หรืออาหารฝรั่ง ญี่ปุ่น ฯลฯ เลยค่ะ ง่ายๆเช่นไข่เจียว ไข่ต้ม ก็เป็นที่ประทับใจให้ลูกได้แล้ว บ้านเป็นพื้นฐานของชีวิตนะคะ เตรียมพื้นฐานดีๆให้ลูก เพื่อให้เขาเป็นคนที่ได้รับความรัก ความผูกพันธ์ของครอบครัว ก่อนที่เขาจะไปสู่สังคมในช่วงวัยที่โตขึ้น อย่าพยายามผลักไสลูกไปหาคนอื่นเลยค่ะ วัยเด็กเล็กนี้ เรามาให้เวลาอันอบอุ่นกับลูกด้วยตัวเราเองเถอะค่ะ อย่าถือว่าเสาร์อาทิตย์เป็นเวลาพักผ่อนของพ่อแม่ แล้วผลักไสลูกไปเรียนพิเศษ แต่ให้ถือว่า เป็นเวลาของครอบครัว มาทำให้บ้าน เป็นบ้านกันเถอะค่ะ

พูดมากไปอีกแระ ขอตัวไปทำกับข้าวให้ลูกกินนะคะ ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ


Create Date : 13 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2552 14:24:30 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  

แม่น้องกะบูน
Location :
นครปฐม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




(สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด )
New Comments
Friends' blogs
[Add แม่น้องกะบูน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.