สู้เพื่อลูก-ใครจะคิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะเปลี่ยนแปลงชีวิตแม่ทุกสิ่ง....
Group Blog
 
All blogs
 
พาแม่ไปแแช่น้ำพุร้อนหินดาด พาลูกชมประวัติศาสตร์ที่ช่องเขาขาด

ทริปนี้เป็นทริปวันแม่ปี57  ได้เลือกการไปแช่น้ำพุร้อนหินดาดกาญจนบุรีให้ยายไปพักผ่อนโดยจองโปรของบ้านผาสวรรค์ทองผาภูมิไว้ค่ะ บ้านพักเป็นรูปผลไม้น่ารักดี 

เริ่มเช้าจะได้ขับสบายๆ เพราะเส้นทางยาวไกลกว่าที่เคยขับมา 
ก่อนออกเดินทางก็ไหว้พระกันสักนิดนึง 

เราจะไปกัน 2 วัน 1 คืน เริ่มแรกเพื่อความประหยัดบ้าง เราจะนึ่งข้าวกันไปเองไว้กินถูกบางมื้อ แพงบางมื้อสลับกันไปค่ะ  หมูปิ้งก็เจ้าเก่าแถวบ้าน 5 บาท/ไม้ติดไปเป็นเสบียง
อาหารเช้าผ่านไป มันเข้ากั้น เข้ากันค่ะ แวะปั้มเดินผ่อนคลายบ้างไรบ้าง ไปตามทางถนนไปกาญจนบุรีสะดวกสบายทุกอย่าง 

เนื่องจากกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มาบ่อยจึงไม่ได้แวะที่เที่ยวในเมือง  แวะกินข้าวกลางวันจุดแรกเลยแยกแก่งเสี้ยนมาที่ร้านกาแฟสดคุณหญิงอำเภอเมืองกาญจนบุรี ร้านนี้เคยผ่านบ่อยได้ฤกษ์ลองซะทีค่ะ นักท่องเที่ยวแวะกันเยอะมาก  จริงๆยายกับบุญไม่หิวเลยสั่งกาแฟและไอศครีมมากินกัน  บรรยากาศดีนะคะ



ราคา+รสชาติอร่อยมาตรฐานคนกรุงค่ะ

เรามุ่งหน้าไปกันต่อแวะดูร้านขายของริมทางบ้างเป็นระยะๆ หน้านี้ผลไม้ออกค่ะ เงาะกาญจนบุรีเอกลักษณ์เค้าคือไม่แดงมากมีเขียวเยอะ แต่ร่อนดี


ขับชมวิวกันไป หลบไบค์เกอร์ไปบ้าง  ถนนไม่อันตรายเท่าไร ให้ลูกสาวถ่ายภาพวิวให้ 


เลยไทรโยคไปแล้ว ฝนตกค่ะ กลัวนิดหน่อย 

งมทางมาจนถึงน้ำพุร้อนหินดาดจนได้ เดินลงมาจากรถเจอร้านค้าขายของมีผลไม้และที่เด่นคือกล้วย และต้นไม้พวกกระเจียวชอบมากๆ



ราคาไม่แพงด้วย 
ที่เด่นในแถบนี้คือกล้วยนากค่ะ สีออกแดงๆ  รสชาติจะออกเปรี้ยวนิดๆ ในเมืองหากินยากแต่ที่นี่ราคาไม่แพงเลยค่ะ 


ลงไปที่น้ำพุร้อนกันดีกว่า ต้องเดินข้ามสะพานไปอีกฝั่ง เพื่อลงบ่อน้ำร้อน


น้ำพุร้อนหินดาด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียนิยมแวะมาแช่น้ำที่นี่กันเป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ไม่ควรพลาด เพราะบ่อน้ำร้อนทางธรรมชาติ มีแร่ธาตุ และช่วยบำบัดรักษาโรคต่างๆ ได้ 

น้ำพุร้อนหินดาด หรือน้ำพุร้อนกุยมั่ง ตั้งอยู่ที่บ้านกุยมั่ง ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ ถูกค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นที่คุมเชลยศึกมาสร้างรถไฟสายมรณะ ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ ที่มีตาน้ำอยู่ใต้ดิน มีน้ำไหลตลอดปี สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ไว้เป็นบ่อแช่ มีด้วยกัน 3 บ่อ ที่มีความร้อนต่างระดับกันไป คือบ่อน้ำร้อนมาก ร้อนปานกลาง มีบ่อเล็กสำหรับเด็กที่น้ำไม่ร้อนมาก และยังมีบ่อสำหรับพระสงฆ์แยกอยู่ต่างหาก อุณหภูมิน้ำร้อนที่ผิวดินอยู่ในช่วง 40-100 องศาเซลเซียส อุณหภูมิน้ำบ่อแช่ประมาณ 45-55 องศาเซลเซียส เชื่อกันว่าการอาบน้ำแร่ แช่น้ำพุร้อน มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีสรรพคุณในการรักษา และบรรเทาอาการของโรคต่างๆ ได้ เช่น

- บรรเทาอาการปวดกระดูก ปวดกล้ามเนื้อ เหน็บชา ไขข้อ
- ช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้สะดวก ขยายหลอดเลือดทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น
- ช่วยในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและกลูโคสระหว่างเส้นเลือดฝอยและเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย
- ช่วยขยายรูขุมขน ช่วยให้ขับสิ่งอุดตันใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณดูสดใส
- ช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกาย และจิตใจ ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย เป็นการลดความเครียดได้อย่างหนึ่ง

บ่อน้ำพุร้อนนี้อยู่ในความดูแลของ อบต. หินดาด ในเรื่องการรักษาความสะอาด และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาแช่พุร้อนเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่มีการรักษาความสะอาดล้างบ่อ และดูแลเปลี่ยนน้ำ ถ่ายน้ำใหม่ทุกวันจันทร์ และวันศุกร์ ในช่วงบ่าย 3 โมง

บริเวณริมบ่อน้ำพุร้อนรายล้อมด้วยธรรมชาติ มีต้นไม้ร่มรื่น ติดกับบ่อน้ำร้อนมีลำธารน้ำเย็นอยู่ติดกัน คั้นด้วยทางเดินตรงกลาง ลำธารนี้ไหลในแนวขนานกับบ่อน้ำร้อน เป็นน้ำที่ไหลลงมาจากน้ำตกผาตาด หากใครที่ไม่ต้องการแช่น้ำร้อน ก็สามารถเล่นน้ำในลำธารได้ น้ำไม่ลึก เป็นน้ำไหล ไม่ถึงกับเชี่ยว ผู้ที่ไม่เล่นน้ำ ต้องการพักผ่อนคลายเส้น ก็มีจุดบริการนวดแผนโบราณ ทั้งนวดตัว และนวดฝ่าเท้า
เครดิตข้อมูลจาก http://www.kanchanaburi.co/th


ที่บ่อน้ำร้อนโดยจะแยกความร้อนเป็น3ระดับ และแยกบ่อสำหรับพระสงฆ์ต่างหาก





เมื่อแช่บ่อน้ำร้อนแล้วสักพักก็ไปแช่ในลำธารสลับกัน (ลำธารน้ำเย็นสีขุ่นๆเพราะฝนเพิ่งตกมา) 
ถ้าเด็กๆต้องระวังความแรงของน้ำสักนิด  อยู่แค่ช่วงขอบๆค่ะ 

เอาห่วงยางไปแต่ไม่ได้ใช่ค่ะ น้้ำแรงเกิน




แช่กันจนพอใจแล้ว ก็มานั่งจกข้าวเหนียวกันอีก ก่อนจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตรงไปที่บ้านผาสวรรค์


บ้านผาสวรรค์จะเข้าไปจากทางหลวงอีก20กม. แต่ไม่หลงค่ะมีป้ายตลอด 
เราได้พักที่บ้านมังคุด หลังนี้เลย 


สถานที่สวยต้นไม้ร่มรื่น มีเรือถีบให้เล่นด้วย บุญไม่รอช้าขอลงแต่ไม่ไม่ไหวค่ะ ขับรถเหนื่อยยายเลยลงแทน 



เสร็จแล้วก็อาบน้ำ  เดินเล่นเตรียมกินข้าวเย็น  พอดีว่าไปหลังฝนตก น้ำค่อนข้างเชี่ยวเลยไม่ลงเล่นกันค่ะ 




ฝนตกอีกแล้ว อากาศน่านอนมาก 


ในโปรโมชั่นมีอบสมุนไพรด้วย ยายไม่ยมอบเพราะกลัวเรื่องความดัน แม่มันกับกะบูนเลยอบแทนค่ะ (เสียเงินให้กะบูนอบ แม่ฟรีค่ะ) 



สบายตัวแล้วเราไปกินข้าวกัน  กินในบ้านผาสวรรค์เลยเพราะที่นี่ค่อนข้างไกลชุมชนมากค่ะ ออกไปกินไม่ไหว 




อาหารที่อยากกิน ผัดผักกูด

ของกะบูนง่ายๆค่ะ เอาไว้กินกับผัดผัก


ยายของต้มยำปลาคังหน่อยอยากกินน้ำซุปแซ่บๆร้อนๆ 

แถมด้วยไก่รวนเค็มค่ะ 

อาหารทั้งหมดอร่อยค่ะ กินกันอิ่มหนำสำราญดี 

บอกแล้วว่ากินถูกบ้างแพงบ้างสลับกันนะคะ  เพื่อความยั่งยืน แฮ่ 



อิ่มแล้วก็เดินเล่นกันอีกรอบ  มีต้นไม้สวยๆเยอะ ลำธารที่นี่จะไหลมาจากน้ำตกผาสวรรค์ค่ะ










เดินไปสวนฝั่งตรงข้ามค่ะ ผ่านสะพานแขวนพอเสียวๆเพลินๆ 













ที่นี่สะดวกสบาย wifi แรงดีค่ะ เช้าแล้วเราไปทานอาหารในแพคเก็จค่ะ

มาตรฐานอาหารเช้าโรงแรมค่ะ

เดินเล่นกันอีกหน่อย ก่อนจะไปชมสวนผลไม้ของบ้านผาสวรรค์ 












มีเจ้าหน้าที่พาไปชมสวนผลไม้ค่ะ จะต้องขึ้นเนินไป ติดกับบ้านพักคนงาน ตอนไปมีแต่เงาะค่ะ 



มีทั้งพันธุ์สีชมพูและโรงเรียน  สวยๆ เด็ดกินได้เลย สั่งเป็นกิโลกลับบ้านก็ได้

ภาพแดงๆนี่เงาะพันธุ์สีชมพูค่ะ ออกเปรี้ยวนิดนึง

ปลายเขียวๆคือเงาะพันธุ์โรงเรียน หวานร่อน


มีลองกองบ้าง




กะบูนได้มะเขือการ์ตูนมาเล่นด้วยค่ะ 


ถึงเวลาอำลาห้องพักแสนสุข


แพ็คเกจโปรโมชั่นวันแม่ที่เราไปกัน บ้านผสวรรค์จะมีพวงมาลัยไหมพรมไหว้แม่ด้วยค่ะ แม่มันกับกะบูนเลยไหว้ยาย เป็นเซอร์ไพร้สเล็กๆ 

(คนถักคือเจ้าหน้าที่ ที่พาชมสวนค่ะ)


เดินทางออกจากบ้านผาสวรรค์ จะไปแช่น้ำพุร้อนกันอีกรอบค่ะ
ทางเข้าป่าๆดีจัง

มาที่น้ำพุร้อนแช่กันสลับร้อนเย็น สบายใจ 


ได้ฤกษ์ซื้อของกลับบ้านค่ะจัดไป 


สะตอก็มีนะคะ เพราะที่นี่อากาศใกล้เคียงกับทางใต้ 

ยายให้ซื้อกล้วยนากไปแจกเครือนึงค่ะ จัดไป

ออกมาจากน้ำพุร้อน ระหว่างทางกลับก็แวะกันไปเรื่อยๆ  เอาที่ยายสบายใจก็แล้วกันนะ แต่ราคามันพอๆกับที่นครปฐมป่าวเนี่ย



เราจะแวะเที่ยวกันอีกที่คือ  
ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจํา


ช่องเขาขาด หรือ ช่องไฟนรก (Hellfire Pass) เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ) ที่กองทัพญี่ปุ่นได้จัดการก่อสร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อเป็นช่องทางในการเดินทางเข้าไปบุกประเทศอินเดีย และโจมตีกองทหารอังกฤษ ตลอดเส้นทางรถไฟสายมรณะนี้มีหลายจุดที่เป็นหิน ภูเขา หน้าผา หรือแม้กระทั่งหุบเหว ขวางเส้นทาง ในการก่อสร้างจึงต้องขุดให้เป็นช่องสำหรับวางทางรถไฟให้วิ่งผ่านไปได้ ช่องเขาขาดหรือช่องไฟนรกนี้เป็นจุดที่ใหญ่ที่สุดบนเส้นทางรถไฟสายนี้ การขุดเจาะและก่อสร้างนั้นมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก และได้สร้างความเจ็บช้ำทารุณต่อคนงานหรือเฉลยที่ถูกเกณฑ์มาเป็นอย่างมาก คร่าชีวิตไปเป็นจำนวนมหาศาล จึงถูกขนานนามดังชื่อที่กล่าวไปข้างต้น

ในเวลาต่อๆ มาได้เกิดการตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นเพื่อเป็นสถานที่เก็บรวบรวมเนื้อหาและภาพต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ของช่องเขาขาด โดยการก่อสร้างเกิดจากการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลีย นอกจากจะเป็นสถานที่เก็บรวบรวมภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว พิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำแห่งนี้ยังมี Mini Theatre สำหรับการฉายภาพยนตร์เงียบแบบขาว-ดำ ซึ่งถ่ายทำจากเหตุการณ์จริงในระหว่างการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะ

นอกจากจะมีพิพิธภัณฑสถาน หรือโรงฉายภาพยนตร์เป็นเครื่องมือเล่าประวิติศาสตร์ของช่องเขาขาด หรือช่องไฟนรกแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเอิบล้นกับความรู้สึกได้มากขึ้นด้วยการไปชมสถานที่จริงผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวลงไปสู่ช่องเขาที่มีขนาดกว้างเพียง 17 เมตร ซึ่งยังหลงเหลือร่องรอยของทางรถไฟ รวมถึงร่องรอยการระเบิดหินในขณะการก่อสร้าง ยิ่งเดินเท้าเข้าไปชมเส้นทางนี้ลึกมากเท่าไรก็จะยิ่งรู้สึกได้ถึงความโหดร้ายทารุณอันเป็นที่มาของสถานที่ที่น่าสนใจและสำคัญต่อประวัติศาสตร์แห่งนี้



เมื่อมาถึงแล้ว ก่อนที่จะลงไปยังช่องเขาขาด  อยากให้เข้าชมส่วนอาคารพิพิธภัณฑ์ก่อน เพื่อให้ได้ทราบประวัติศาสตร์ของสถานที่ก่อนจะลงไปแล้วจะรู้สึกดี  อินมากๆ

คนที่เป็นผลักดันตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาคือเชลยศึกในครั้งนั้นเอง  นำเสนอสถานที่ได้ดีมากๆค่ะ ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และความโหดร้ายของสงครามได้อย่างดี  












เมื่อรับความรู้จากพิพิธภัณฑ์แล้ว เราถึงจะลงไปที่ช่องเขาขาดค่ะ 
ทางลงชันแต่ด้วยการออกแบบบันไดทำให้สะดวกและสวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติ 






ลงมาถึงก็จะเป็นทางรถไฟเก่าที่มีร่องรอยเหลืออยู่ 





เดินไปตรงจุดที่มีการอนุรักษ์รางรถไฟไว้กันค่ะ 




จากที่รับรู้ข้อมูลมาจากพิพิธภัณฑ์มาก่อน ทำให้เกิดความรู้สึกอาลัยไปกับความโหดร้ายของสงคราม และเดินชมสถานที่ด้วยความเคารพ 






ออกจากช่องเขาขาด สมาชิกเกิดหิวข้าวกลางวันค่ะ 
ไม่รู้จะแวะที่ไหนเนื่องจากเคยผ่านเห็นร้านที่นักที่องเที่ยวแวะบ่อยๆเลยจัดไปค่ะ 
ครัวผักหวานบ้านนฤบดินทร์ เลยไทรโยคมาค่ะ

จานแรกมาก่อนเพื่อน หมูสะเต๊ะ 




ผักหวานบ้านชุบแป้งทอด


ถ้วยนี้แกงเลี้ยงผักหวานบ้านปรากฎว่าใส่พริกเผ็ด กะบูนกินไม่ได้


จานนี้ยายขอมา ปลาช่อนทอดน้ำปลา

เต็มที่นะคะ 


อาหารรสชาติโอเค  ราคานักท่องเที่ยวค่ะ 


ออกจากที่นี่แวะร้านแก้วซื้อของฝากกันอีกหน่อย ก็ดิ่งกลับบ้านอย่างเดียวเลย 



ถึงบ้านปิดทริปกันสบายใจ ให้รถคันเก่งได้พักผ่อน 



หวังว่าจะมีประโยชน์บ้าง ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ







Create Date : 28 ตุลาคม 2558
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2558 7:51:42 น. 13 comments
Counter : 712 Pageviews.

 
แต่ละคนสนุกสนาน มีความสุขค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 พฤศจิกายน 2558 เวลา:16:19:45 น.  

 
ตามมาเที่ยวและส่งกำลังใจค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
แม่น้องกะบูน Travel Blog ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 1 พฤศจิกายน 2558 เวลา:19:28:54 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยครับ
กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่ไม่ไกลบ้าน แต่ไปได้ไม่กี่ที่เองครับ
เก็บเป็นข้อมูลประกอบการเที่ยวครั้งต่อไปครับ


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 1 พฤศจิกายน 2558 เวลา:23:52:41 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2558 เวลา:2:33:12 น.  

 
ข้าวเหนียวดำ น่ากินค่ะ

ไปเที่ยวบ่อย อันไหนประหยัดได้ เซฟได้ ก็ต้องช่วยกัน จะได้เที่ยวได้บ่อยๆ นะคะ ที่บ้านก็ยึดหลักนี้ล่ะค่ะ

น้ำพุร้อนหินดาด กับ ช่องเขาขาด ยังไม่เคยแวะเลยค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 2 พฤศจิกายน 2558 เวลา:20:28:01 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ โหเยอะเลย สนุกเลยนะคะ ชอบๆค่ะ

น้องซียังไม่เคยไปเลย

ปล.เข้าค่ายดีหน่อยค่ะไปเช้าเย็นกลับ ถ้าค้างแม่คงเอาเต้นท์ไปกางเลย 555 ป.1


โดย: มี้เก๋+ป๊าโอ๋=ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2558 เวลา:17:03:32 น.  

 
สวัสดีค่ะ
นานๆได้เที่ยวกับครอบครัวแบบนี้ราคาอาหารชั่งมันเนอะแพรเจอบ่อยๆเหมือนกัน
แต่ได้สนุกแบบนี้อิจฉาจังเลย


โดย: praewa cute วันที่: 3 พฤศจิกายน 2558 เวลา:18:15:17 น.  

 
เป็นทริปสบายๆ ดูน่ารักดีครับ
คุณยายและหลานดูมีความสุขมาก
เป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
สำหรับการออกแบบการเลือกสถานที่ที่จะไป
และการวางแผนการเดินทางครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 3 พฤศจิกายน 2558 เวลา:19:48:11 น.  

 
บางทีเซฟๆ ไว้ได้ก็เป็นเรื่องดีครับ ทำไปเองเรามั่นใจในเรื่องรสชาติแน่นอน เพราะมันคุ้นลิ้น เป็นของเคยกิน อาหารถูกบ้างแพงบ้างขอให้อร่อยถือว่าใช้ครับ พูดถึงอาหารแพง อาหารไม่ค่อยแพงเท่าไหร่หรอกครับ ที่แพงจะเป็นพวกของกินเล่นอย่าง เค้ก ขนมปัง หรือกาแฟมากกว่า

เคยได้ยินเรื่องอบสมุนไพร ความดันขึ้น แต่ไม่รู้จริงไม่จริง ไม่ได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมครับ

ดูแล้วเป็นทริปท่องเที่ยวพักผ่อนอย่างแท้จริงเลยครับ พักสบายๆ กันเลย~

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2558 เวลา:23:47:50 น.  

 
ศวัสดียามเช้าค่ะ


โดย: praewa cute วันที่: 8 พฤศจิกายน 2558 เวลา:10:42:29 น.  

 
มี้กับซี ก็เล่นฮูล่าฮูปไม่เป็นเลยค่ะ 5555


โดย: kae+aoe วันที่: 9 พฤศจิกายน 2558 เวลา:14:05:36 น.  

 
พี่ไปอ่าวมะนาวด้วยค่ะ แต่น่าจะอีกหลายตอนกว่าจะถึงอ่าวมะนาว


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 10 พฤศจิกายน 2558 เวลา:17:49:57 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ เห็นบ้านพักแล้วอยากไป


โดย: quilt วันที่: 14 พฤศจิกายน 2558 เวลา:0:27:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่น้องกะบูน
Location :
นครปฐม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




(สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด )
New Comments
Friends' blogs
[Add แม่น้องกะบูน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.