สู้เพื่อลูก-ใครจะคิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะเปลี่ยนแปลงชีวิตแม่ทุกสิ่ง....
Group Blog
 
All blogs
 
Always Our Beloved King ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ บันทึกครั้งหนึ่งในชีวิตได้ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย









Always Our Beloved King ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย


๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ 
วันนี้ไปทำงานด้วยความรู้สึกเศร้าสลด หัวใจแตกสลาย คิดแต่ว่าอยากไปส่งเสด็จพระองค์ท่าน 
แต่ถึงมีประกาศจากรัฐบาลให้เป็นวันหยุดงาน ก็ยังมีงานด่วนค้างอยู่และที่ทำงานยังไมไ่ด้ประกาศหยุด จึงยังเดินทางไม่ได้ 

ต่อมาเมื่อเข้าช่วงบ่ายได้ร่วมไว้อาลัยกับที่ทำงานและ เคลียร์งานได้ จึงตัดสินใจที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปส่งเสด็จ
แม่ตัดสินใจโทรหาน้องกะบูนซึ่งเรียนพิเศษปิดเทอม และไปรับที่โรงเรียนภัทรติวเตอร์ น้องกะบูนกำลังเรียนทำอาหารกับเพื่อนๆ และไม่อยากไปกับแม่
ตอนที่แม่บอกบุญว่า คิดให้ดี โอกาสนี้มีครั้งเดียวในชีวิต เมื่อผ่านไปแล้วบุญจะเอาคืนไม่ได้อีกเลย แล้วตอนแรกน้องกะบูนบอกว่าไม่ไป แม่ก็ทำใจแล้วว่าต้องปล่อย เพราะงานนี้ไปต้องใช้ใจ มีเหนื่อยแน่ๆ จึงไม่บังคับ แต่บุญมาเปลี่ยนใจในวินาทีต่อมา แม่จึงคิดว่า ไม่เสียแรงสั่งสอนลูกมา
เราจึงเริ่มเดินทางกัน
เราขี่มอร์เตอร์ไซด์ไปจอดหน้าบิ๊กซีนครปฐมและรอรถโดยสาร ตอนนั้นบ่าย 2 แล้ว รถไม่มีเลย


รอจนบ่าย2กว่าเราจึงได้รถตู้จอมบึง - หมอชิต จึงได้เริ่มออกเดินทาง



กระนั้นก็ยังช้าไม่ทันใจแม่เนื่องจากรถตู้แวะเติมแก้สที่ปั้มแก้สสาย 7 และเหมือนมีอุปสรรคอีก เพราะรถตู้ไม่ยอมเข้าไปถึงตลิ่งชัน จอดให้เราแม่ลูกลงที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (สาย2) โดยคิดเงินเราแค่40บาทเพราะไปส่งไม่ได้ แม่ก็คิดว่าไงก็ได้ เดี๋ยวไปต่อกันเอง 
โชคดีมากๆที่ได้รถเมล์ที่จะผ่านพาต้า -ศิริราช  รวมผู้โดยสารประมาณ7-8 คน ทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การได้ไปส่งเสด็จ 


รถเมล์มาส่งเราได้แค่แยกก่อนถึงห้างพาต้าเพราะมีการปิดถนนแล้ว รถเมล์ต้องวนกลับ ผู้โดยสารทั้งหมดพร้อมใจกันเดินต่อไป


คนเดินกันเป็นสายตลอดทาง  เราสองแม่ลูกสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว เดินร่วมกันไปกับพี่น้องคนไทยหัวใจเดียวกัน 


บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น มีการตั้งจุดแจกน้ำให้แก่ประชาชน หลายจุดมากๆ



ในภาพคือมีคนเป็นลมค่ะ มีจิตอาสาคอยดูแลกันอยู่ 


เราพยายามวิ่งบ้างเดินบ้างเพราะใกล้4โมงแล้ว  เครือข่ายโทรศัพท์ล่มเป็นระยะๆ ไม่สามารถโทรเช็คจากเพื่อนที่อยู่จุดอื่นๆได้  ไม่แน่ใจว่า ขบวนพระบรมศพจะมาเมื่อไร 
ที่สุดแล้ว ก็ต้องปักหลักกันที่สี่แยกอรุณอมรินทร์ เพราะไม่สามารถเดินต่อได้


ถึงตรงนี้ มีรถกระบะหลังคาเหล็กคันนึง ใจดีรับน้องกะบูนขึ้นไปอยู่ด้วย  แม่จึงเบาใจว่าอย่างน้อย น้องกะบูนก็ปลอดภัยแล้ว จึงสั่งให้อยู่กับรถคันนี้จนกว่าแม่จะมารับและตัวแม่เองก็เดินหาจุดตั้งหลักต่อไป แต่ไม่ไกลมาก พอมองเห็นน้องกะบูน 

เมื่อได้ที่พอจะเห็นถนนได้ ก็ปักหลักรอกันค่ะ 



ที่พอจะนั่งได้ไม่บังคนและพอยืนให้หายเหน็บชาบ้าง ณตอนนี้แบตเริ่มน้อย จึงค้นของจึงรู้ตัวว่าเอาพาวเวอร์แบงค์มาแต่ ลืมสายชาร์ทซะแล้ว



มีคนใจดีให้ยืมสายชาร์ทค่ะ ขอบคุณสำหรับน้ำใจที่มีให้กัน 

หลังจากนั้น ๑๖.๓๐ น. ขบวนพระบรมศพจึงเดินทางมา ณ จุดนั้น ได้แต่พนมมือไหว้ กราบส่งเสด็จในหลวง  ไม่มีคำพูดใดนอกจากน้ำตาที่ไหลออกมา....




เมื่อพระบรมศพผ่านไป เราแม่ลูกได้เดินไปที่กลางแยกอรุณอมรินทร์ เพื่อจะถ่ายภาพบรรยากาศ แต่ทหารได้จัดแถวใหม่เพื่อรับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ที่จะผ่านมา เราจึงจับจองที่หน้าสุดไว้ซึ่งตอนแรกเราไม่รู้ว่าใครเสด็จ





แต่เมื่อขบวนเสด็จใกล้เข้ามา เสียงประชาชนตะโกนเซ็งแซ่ว่ พระราชินีทรงพระเจริญ เราขนลุกซู่ ปลาบปลื้มน้ำตาไหล ได้แต่พนมมือตะโกนว่า "พระราชินีทรงพระเจริญๆ" ซ้ำๆ ภาพที่เห็นคือรถพระที่นั่งค่อยๆแล่นผ่าน ท่านนั่งในรถด้านที่เราอยู่ โบกพระหัตถ์ และเปิดกระจกรถลงมาครึ่งหนึ่ง ความทุกข์ที่เสียพ่อของแผ่นดินเหมือนจะหายไป ดวงใจที่กำลังสลายกลับมีความสุข เมื่อคิดได้ว่า "แม่ยังอยู่กับเรา" น้องบุญร้องไห้ และเราสองแม่ลูกกอดกันด้วยความดีใจที่วันนี้เรามีบุญได้รับเสด็จท่าน ขอให้ท่านทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน .....


เมื่อท่านเสด็จผ่านไปแล้ว คนเริ่มเดินทางกลับทางพาต้าซึ่งมีจำนวนหนาแน่นมาก 
ตอนแรกแม่ยังสองจิตสองใจว่าจะไปสนามหลวงต่อดีหรือไม่ แต่เนื่องจากวันเสาร์ต้องทำงานพิเศษ ไม่สามารถกลับดึกมากได้ จึงตัดสินใจเดินไปทางศิริราชเพื่อจะกลับทางรถไฟและขอซึมซับบรรยากาศร่วมกับพี่น้องชาวไทยอีกสักหน่อย


เดินกลับพร้อมทหารเลยค่ะ 


อยากเห็นโรงพยาบาลศิริราชอีกสักครั้ง ทุกครั้งที่ได้มาได้เข้าไปไหว้พระรูปของสมเด็จพระบิดาและสมเด็จย่า ได้ขอพรให้ในหลวงหายประชวร.....เมื่อเดินไปได้พบภาพพี่น้องที่ถือภาพในหลวงเดินกันเป็นขบวนลงมาจากสะพานยิ่งใจหาย...








รพ.ศิริราชวันนี้ ไม่มี"พ่อ"อีกแล้ว 




เดินต่อไปทางสถานีรถไฟกันค่ะ 

คงไม่บ่อยนักที่เราจะเดินกันมาทางนี้ใช่ไหม 


เราแม่ลูกแวะพักเหนื่อยและหาของกินกันที่ร้านโกลเด้นท์เพลสที่หอพยาบาลค่ะ 
ได้กินนมจากโครงการในพระราชดำริและได้เห็นภาพนี้ ใจยิ่งสั่น


เมื่อหายเหนื่อยแล้วก็ไปขึ้นรถไฟกัน ปรากฎว่า เกือบทั้งขบวน คือคนที่มาส่งเสด็จด้วยกันนั่นเอง 


ขอปิดท้ายบันทึกนี้ ด้วยข้อความชองน้องกะบูนที่ได้เขียนบรรยายความรู้สึกของวันนี้ลงไปที่เฟสบุคด้วยค่ะ  









Create Date : 15 ตุลาคม 2559
Last Update : 15 ตุลาคม 2559 14:31:32 น. 2 comments
Counter : 1748 Pageviews.

 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: peepoobakub วันที่: 15 มีนาคม 2560 เวลา:15:32:43 น.  

 
อ่านแล้ว น้ำตาก็อดไหลไม่ได้


โดย: VELEZ วันที่: 1 เมษายน 2560 เวลา:21:26:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่น้องกะบูน
Location :
นครปฐม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




(สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด )
New Comments
Friends' blogs
[Add แม่น้องกะบูน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.