Life of Pi : ความสมดุลของลำเรือ (เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ)



เป็นแฟนหนังของผู้กำกับอังลีมาตลอด ชื่นชอบในความสามารถที่เล่าประเด็นขัดแย้งอันซับซ้อนได้อย่างละมุนละไม สำหรับ Life of Pi นอกจากจะไม่ทำให้ผิดหวัง มันยังทำให้เรารักและศรัทธาในศิลปินผู้นี้มากยิ่งขึ้น

เสน่ห์แรกที่สัมผัสได้คือตัวหนังเข้าถึงผู้ชมวงกว้างโดยไม่ทิ้งหรือละเลยคุณค่าเชิงศิลปะ พล็อตเรื่องแนวผจญภัยเร้าความอยากรู้อยากเห็นของเด็กๆ เนื้อหาเชิงปรัชญาชวนขบคิดก็ออกรสถูกปากผู้ชมผู้ใหญ่ ไม่สำคัญว่าความเข้าใจที่แต่ละคนมีต่อหนังจะเหมือนกันหรือไม่ หรือเมื่อเวลาผ่านไปแล้วย้อนมาดูซ้ำเราจะยังรู้สึกเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะ Life of Pi ไม่เพียงสะท้อนแนวคิดที่ตกผลึกของผู้สร้าง มันยังทำหน้าที่คล้ายผลึกแก้วที่สะท้อนมุมมองและคมคิดอันหลากหลายของผู้ชม

อังลีดูจะเข้าใจและเข้าถึงแก่นแท้ของนวัตกรรมภาพ 3 มิติ เชื่อมโยงเทคโนโลยีทันสมัยเข้ากับงานศิลปะได้ลงตัว อ่อนโยน มีชีวิตชีวา งานภาพที่สวยงามกระจ่างตาไม่ว่าจะถ่ายจากของจริงหรือซีจี ล้วนมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ นัยหนึ่งก็ส่งเสริมประเด็นหนังที่ชูพลังของภาพมายา มุมมองชัดลึกหลากหลายระดับเลือนเส้นแบ่งระหว่างผู้ชมกับจอภาพ ดึงเราให้จมดิ่งเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวน่าอัศจรรย์นี้

Life of Pi ว่าด้วยการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง (ทั้งสายพันธุ์ของสรรพสัตว์และชาติพันธุ์หรือลัทธิความเชื่ออันหลากหลายของคน) ในระดับสังคม ครอบครัว และจิตวิญญาณ ฉากหลังของเรื่องเริ่มขึ้นในเมืองหนึ่งของอินเดียซึ่งตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ครอบครัวของพายทำกิจการสวนสัตว์ แม่ศรัทธาในศาสนา ส่วนพ่อยึดมั่นในวิทยาศาสตร์ การเปิดกว้างทางความคิดของครอบครัวอินเดียสมัยใหม่เปิดโอกาสให้พายทำความเข้าใจโลกและเลือกที่จะหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจจากการค้นพบของตนเอง วิวาทะอย่างออกรสบนโต๊ะอาหารระหว่างพ่อและแม่สร้างบรรยากาศให้พายเป็นเด็กที่รักในการขบคิดวินิจฉัย แม้แต่เรื่องศรัทธาในศาสนาซึ่งพายเลือกที่จะวิจัยโดยการทดลองปฏิบัติศาสนพิธีกับตัวเอง

ความกระหายใคร่รู้ของพายต่อศาสนาต่างๆ (ฮินดู อิสลาม คริสต์) ที่ล้วนแต่ขัดเกลาจิตใจมนุษย์ให้บริสุทธิ์ดีงาม กล่อมเกลาทัศนคติของพายให้เป็นเด็กมองโลกในแง่ดี แม้กับสัตว์ดุอย่างเสือเบงกอล พายฝ่าฝืนข้อห้ามของพ่อเพื่อพิสูจน์ว่าเสือมีจิตใจบริสุทธิ์ด้วยการป้อนอาหารให้มันกับมือ โชคดีที่พ่อขัดขวางทันเวลา ก่อนจะสอนพายด้วยบทเรียนใหม่ให้เข้าใจความเป็นไปของธรรมชาติ โดยการนำแพะเป็นๆ มาให้เสือขย้ำกินต่อหน้าต่อตา

ความแฟนตาซีวัยเด็กดับลง ณ จุดนั้น หนังตัดฉับสู่ช่วงวัยรุ่นของพายที่พร่ำบ่นอย่างเบื่อหน่ายกับการเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ ในระบบโรงเรียน เขารู้สึกเหมือนกระหายใคร่รู้อีกครั้งเมื่อพบรักแรกในชั้นเรียนเต้นรำ หนังส่งเสริมความรู้สึกสดใสของพายด้วยองค์ประกอบภาพที่อิ่มไปด้วยสีสันของดอกไม้และเสื้อผ้า เขาตกอยู่ในภวังค์ความรัก ก่อนที่หนังจะตัดฉับอีกครั้งด้วยเสียงตะคอกของพ่อให้ตระหนักรู้ถึงความจริงและปัญหาที่ครอบครัวกำลังประสบ

ด้วยปัญหาทางการเงิน ครอบครัวของพายตัดสินใจย้ายไปอยู่แคนาดาและต้องขนสัตว์ลงเรือไปด้วย ระหว่างการเดินทางบนเรือญี่ปุ่นเกิดมรสุมรุนแรงแถบประเทศฟิลิปปินส์ เรือใหญ่จมหายในมหาสมุทร ส่วนพายรอดชีวิตมาได้บนเรือชูชีพ พร้อมกับม้าลายบาดเจ็บ ไฮยีน่า ลิงอุรังอุตัง หนู และเสือเบงกอลชื่อริชาร์ด ปาร์คเกอร์

หนังใช้เวลาส่วนใหญ่กับการพรรณนาภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งความขัดแย้งระหว่างสัตว์กินพืชกับสัตว์กินเนื้อ วิถีธรรมชาติที่จัดการกันอย่างโหดร้าย กระทั่งเหลือเพียง 2 ชีวิตคือพายและริชาร์ด ปาร์คเกอร์ หนังเล่าความสัมพันธ์ของทั้งสองที่เริ่มต้นอย่างปฏิปักษ์ มีการทิ้งระยะห่างที่ปลอดภัย ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าใกล้กัน เรียนรู้และพึ่งพิงกันในบางโอกาส เข้าใจกันเมื่อยามใกล้ตาย หนังให้ภาพแฟนตาซีถึงเกาะลึกลับที่เต็มไปด้วยตัวเมียร์แคทและบรรดาบ่อน้ำจืดที่ใสสะอาด เป็นห้วงเวลาที่พายและริชาร์ด ปาร์คเกอร์ได้พักชีวิตที่ตรากตรำมาอย่างสุขสงบ แต่ด้วยตระหนักถึงความไม่น่าไว้วางใจของเกาะยามค่ำคืน สัญชาตญาณของพายจึงตัดใจจากมาเพื่อสู้ชีวิตอีกครั้ง เรือชูชีพของเขาแล่นมาถึงชายหาดเม็กซิโก พายในสภาพอิดโรยเจียนตายได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านละแวกนั้น ส่วนริชาร์ด ปาร์คเกอร์ ค่อยๆ เดินหายไปในป่าริมหาด

ภาพที่เราเห็นในหนังส่วนใหญ่ถูกประกอบขึ้นจากเสียงบรรยายของพายวัยกลางคนให้นักเขียนหมดไฟคนหนึ่งฟัง นักเขียนเลือกที่จะเชื่อเรื่องราวอันสวยงามนี้เพราะมันสร้างแรงบันดาลใจและให้ความหวัง ตรงข้ามกับอีกเรื่องที่พายเล่าให้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นฟัง หนังนำเสนอฉากนี้ด้วยวิธีการเรียบง่ายแต่ทรงพลัง (ใช้ long take) จับเพียงใบหน้าของพาย ปราศจากการแต่งเติมทางเทคนิค พายเล่าว่ามีผู้รอดชีวิตอยู่ในเรือกับเขา คือแม่ พ่อครัว และลูกเรือชาวพุทธที่ได้รับบาดเจ็บ ในเรือชูชีพลำนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการปะทุอารมณ์ การทำร้ายและฆ่ากันตาย พายมีชีวิตรอดมาได้อย่างน่าสังเวช เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเลือกที่จะเชื่อเรื่องนี้เพื่อประกอบการทำรายงานเกี่ยวกับประกันภัย จากเหตุการณ์ที่ถูกเล่าใน 2 มิติคล้ายหนังกำลังถามผู้ชมอยู่ในทีว่าเราเลือกที่จะเชื่อเรื่องไหน ?

เดิม การนำเสนอให้เห็นเป็นภาพก็เพื่อจุดประสงค์ในการเล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างเป็นภาวะวิสัย บางครั้งก็ทำเป็นภาพย้อนอดีตเพื่อเปิดเผยปมในใจตัวละคร เรายอมรับและไม่จำเป็นต้องโต้แย้งข้อเท็จจริงนั้นอีก แต่โลกทัศน์ของหนังพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการก้าวข้ามวิธีคิดอย่างหยาบว่าความจริงมีเพียงชุดเดียว ความคลุมเครือที่ต้องเลือกเชื่อ (เข้าใจว่า) ถูกบุกเบิกโดยหนังญี่ปุ่นเรื่อง Rashomon ของอาคิระ คุโรซาว่า (เล่าเหตุการณ์เดิมซ้ำๆ แต่แตกต่างกันในรายละเอียด) ล่าสุดก็หนังจีนเรื่อง Hero ของจางอี้โหมวซึ่งได้รับแรงบันดาลต่อกันมา การถ่ายทอดภาพจากมุมมองและความคิดเห็นของตัวละครผู้เล่าเป็นเพียงอัตวิสัยของปัจเจก (คล้ายการเบิกความของพยานในศาล) เทคนิคนี้เชื้อเชิญผู้ชมให้เข้ามามีส่วนร่วมกับงานเพื่อใคร่ครวญและเลือกว่าจะเชื่อมุมมองของใครหรือจะคัดกรองความจริงออกมาจากแต่ละเรื่องเพื่อประกอบขึ้นเป็นความจริงชุดใหม่

Life of Pi มีตัวละครที่เล่าเรื่องคนเดียวแต่ถ่ายทอดเหตุการณ์นั้นออกมาเป็น 2 แบบ ตามแต่เจตนารมณ์ของผู้ฟังที่จะเลือกเชื่อ ผมเห็นว่าระดับคุณค่าและความสำคัญของทั้ง 2 เรื่องไม่ต่างกัน แม้หนังจะอุทิศเวลาและปรุงแต่งอารมณ์ให้กับเรื่องแรกเป็นหลัก แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องหลังมีน้ำหนักและสมจริงยิ่งกว่า Life of Pi ก้าวไปอีกขั้นจากทัศนคติเดิมที่เคยชี้นำหรือโน้มน้าวให้ผู้ชมรักความจริงและรังเกียจความเท็จ เพราะในชีวิตเราไม่จำเป็นต้องเลือกเอาหรือตัดทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง เหมือนกับครอบครัวของพายที่ประกอบด้วยแม่ที่เปี่ยมศรัทธาในศาสนาและพ่อที่ยึดมั่นในสัจจะความจริง ความสมดุลของทั้ง 2 ขั้วปรุงแต่งให้ตัวละครของพายเกิดความสมบูรณ์

เอกลักษณ์ในหนังของอังลีจากเรื่องก่อนๆ ยังคงปรากฏให้เห็น โดยเฉพาะวิธีคิดแบบหยิน-หยาง หรือวิพากษ์ทวิลักษณะของสรรพสิ่ง ประเด็นเรื่องผู้ปกครองและผู้ใต้ปกครอง การควบคุมและการปลดปล่อย ในมุมสังคม หนังกล่าวถึงเขตหนึ่งของอินเดียในยุคที่คนพื้นถิ่นยังล้าหลังงมงายและตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ประเทศซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจผู้มีอารยะ ต่อมาอินเดียได้รับอิสรภาพให้ปกครองตัวเอง ความไม่รู้เดียงสาในเสรีช่วงแรกทำให้คนในชาติเข่นฆ่าแย่งชิงอำนาจกันอย่างป่าเถื่อน

ในมุมที่แคบลงอย่างครอบครัว หนังกล่าวถึงศิลปะการปกครองของพ่อแม่ที่มีต่อลูก แม่ซึ่งเป็นนักพฤกษศาสตร์ปลูกฝังให้พายมีศรัทธาและจิตใจที่ดีงาม ส่วนพ่อซึ่งเป็นนักธุรกิจก็พร่ำสอนให้พายรู้เท่าทันโลก รู้จักปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด

ในมุมจิตวิเคราะห์ หนังนำเสนอการควบคุมสัญชาติญาณสัตว์ในตัวมนุษย์ ทั้งยามรักและโกรธ สอดแทรกผ่านฉากที่พายเดินตามหญิงคนรักเพื่อถามหาความหมายของดอกบัวในป่า ปรากฏภาพวาดบนกำแพงเป็นรูปชาย-หญิงเล้าโลมกัน (อังลีนำเสนอฉากการปะทุของอารมณ์เพศแบบไร้การควบคุมได้ชัดเจนในเรื่อง Lust , Caution และฉากร่วมรักครั้งแรกในเรื่อง Brokeback Mountain) ส่วนอารมณ์โกรธก็ตอนที่พ่อครัวกล่าวดูถูกคนอินเดียจนพ่อต้องบันดาลโทสะ อีกฉากที่ผมชอบมาก คือตอนที่ลิงอุรังอุตังถูกฮายีน่าฆ่าตาย (หรือพ่อครัวฆ่าแม่) เสือซึ่งซ่อนใต้ผ้าใบพุ่งทะยานออกไปฆ่าไฮยีน่าในทันที (พายฆ่าพ่อครัว) ณ จุดนี้ สัญชาติญาณสัตว์ในตัวพายถูกปลดปล่อยออกจากกรง พายจะต้องเรียนรู้เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับมันในฐานะผู้ปกครอง (อังลีเคยนำเสนอเรื่องการปะทุความโกรธและการควบคุมจิตใจจากเรื่อง Hulk )

นอกจากฉากหลังของเรื่องที่สะท้อนอารมณ์ตัวละครได้ดี เช่น ความกราดเกรี้ยวของทะเล ความสงบของผืนน้ำ อีกฉากที่น่าจะถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการเล่าเรื่อง คือฉากปลาบิน หนังเพิ่มขนาดขอบดำบนล่างให้มากขึ้น แล้วโชว์ภาพปลาซึ่งหลุดกรอบดำออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เข้ากันดีกับเรื่องราวซึ่งพายกำลังต่อสู้กับสัญชาติญาณสัตว์ในตัว นั่นคือละเมิดกฎมังสวิรัติเพื่อกินเนื้อสัตว์ประทังชีวิต ส่งเสริมกันอย่างวิเศษระหว่างการนำเสนอที่ฉีกกรอบและอารมณ์ตัวละครที่แหกกฎเพื่อค้นพบรสชาติใหม่

Life of Pi ใช้เรือชูชีพเป็นสัญลักษณ์หลักของเรื่อง ด้านหนึ่งเปิดโล่ง อีกด้านหนึ่งมีผืนผ้าใบปิดอยู่ คล้ายลักษณะของคนที่มีทั้งด้านดีงามซึ่งแสดงออกอย่างภาคภูมิในสังคม และอีกด้านที่ต้องซ่อนเร้นสัญชาติญาณสัตว์รอโอกาสแสดงตัวเมื่อจำเป็น ทั้ง 2 ด้านล้วนเป็นเจตนาของพระเจ้า ไม่มีผิด-ถูกหรือดี-ชั่ว เราแค่ต้องครองเรือลำนี้ให้สมดุลในแต่ละช่วงคลื่น




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2555
0 comments
Last Update : 21 เมษายน 2556 16:27:53 น.
Counter : 640 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


beerled
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




"หนัง".....ไม่ได้มีดีเพียงแค่ "ผิว"
New Comments
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add beerled's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.