บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
4 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
มุมมองต่างชาติกับการทำงานแบบไทย

ผมได้รับเมล์มาฉบับหนึ่งเขามีบทความให้อ่านเป็นข้อคิดไว้ ซึ่งถ้ามองเผินๆอาจจะจริง แต่ผมก็ขอสังเคราะห์ตามความรู้ความเข้าใจของผมที่ทำงานกับคนต่างชาติมามากกว่า 15 ปี ซึ่งความคิดของผมอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่อย่างน้อย ผมแค่จะชี้ประเด็นที่คนเหล่านั้น กล่าวถึงคนไทยว่าเป็นเช่นใด เขานำเอามุมมองเหล่านั้นมาจากอะไร และ จริงๆแล้ว เราต้องทำเช่นนั้นหรือไม่อย่างไร ซึ่งผมขอ Comment โดยใช้อักษร WBJ- นำหน้าวรรคไว้ละกัน

บทความที่ผมได้รับมีดังนี้...


บ้านเราเดี๋ยวนี้มีคนต่างชาติเข้ามาทำงานหลายพันชีวิต พอฝรั่งกับไทยมาเจอกัน ความอลเวงก็เลยเกิดขึ้น เพราะนอกจากภาษาและความเคยชินจะต่างกันชนิดฟ้ากับเหวแล้ว นิสัยการทำงานก็ยังไม่เหมือนกันอีกด้วย ฝรั่งจะนินทาคนไทยว่ายังไรบ้าง มาแอบฟังกันดีกว่า....

เราคว้าตัวฝรั่งมาทั้งหมด 12 คน ซึ่งแต่ละคนโชกโชนกับการทำงานในแวดวงคนไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี เมื่อถามว่าพวกเค้ามีความเห็นอย่างไรกับการทำงานแบบไทยๆ เราก็ได้คำตอบว่า:

1. ทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง

คนไทยมักจะยึดติดกับความเคยชินแบบเดิมๆ เคยทำมาอย่างไรก็จะทำอยู่อย่างนั้น ไม่ค่อยมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง และถ้าฝรั่งเอาวิธีใหม่ๆ เข้ามาทำให้พวกเขาต้องทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม ก็จะถูกมองว่าเป็นการสร้างความรำคาญให้พวกเขา มักจะไม่ค่อยได้รับความร่วมืออย่างเต็มที่หรือไม่ก็ถึงกับถูกต่อต้านก็มี

- เจฟฟรีย์ บาร์น

WBJ - ในวัฒนธรรมของชาติตะวันตกแล้ว การบริหารจะใช้แบบการสั่งการเป็นส่วนใหญ่ เพราะเนื่องจากได้ผลแบบฉาบฉวย และ ได้แสดงอำนาจของตนออกมาได้ อีกทั้งยังทำให้ปกปิดข้อบกพร่องของตนเองไว้ได้ด้วย ดังนั้น ไม่แปลกเลยที่ผู้กล่าวลักษณะนี้จะพบว่ามีการต่อต้านจากสังคมคนไทยขึ้น การนำเอาทฤษฎี หรือ แนวทางปฏิบัติใดมาใช้กับคนไทย ต้องใช้ในลักษณะซึมซับ เพราะวัฒนธรรมของไทยนั้น ไม่ชอบการบังคับ ดังนั้นเมื่อเกิดการบังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลงคนไทยยิ่งจะต่อต้าน ซึ่งนี่เป็นการบ่งชี้ให้เห็นถึงการขาดการบริหารการขัดแย้งของผู้ให้สัมภาษณ์หรือไม่ ก็ต้องขึ้นกับสภาพแวดล้อมของผู้ให้มุมมองเหล่านี้ ซึ่งอาจจะไม่เป็นไปตามที่ผมกล่าวไว้ก็ได้ แค่วิเคราะห์ตามหัวข้อที่มีเท่านั้น

2. การโต้แย้ง

เมื่อมีการเจรจา คนไทยจะไม่กล้าโต้แย้งทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังเสียเปรียบ ส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนคุมเกม บางคนบอกว่ามีนิสัยอย่างนี้เรียกว่า “ขี้เกรงใจ” แต่สำหรับฝรั่งแล้ว นิสัยนี้จะทำให้คนไทยไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร

- ทานากะ โรบิน (จูเนียร์) ฟูจฮาระ

WBJ - ผมคิดว่า เขาไมรุ้จักคนไทยจริงๆ คนไทยในตลาดสดเห็นด่ากัน เห็นโต้แย้งกันแบบถึงพริกถึงขิงมากๆ แต่เพราะคนไทยมีการปลูกฝังว่า ฝรั่งเก่ง ฝรั่งดี เขามีอะไรที่เหนือกว่าเรา มาเกินไป ทำให้จิตใต้สำนึกของคนไทยส่วนใหญ่เลยคิดว่า ฝรั่งคิดน่าจะถูกต้องกว่าคนไทยคิด นี่เป็นการปลูกฝังความคิดที่ผิดๆให้กับคนในประเทศของเรา ทำให้คนต่างชาติเอาจุดนี้มาด่าคนไทยเราทั้งประเทศ ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นเพียงข้อด้อยของพฤติกรรมของคนในชาติ ผมก็ยอมรับว่าจำนวนคนที่คิดว่าคนต่างชาติดีกว่าคนในประเทศมีจำนวนมาก แต่ไม่ใช่ทุกคน เพราะไทยที่ไม่เกรงใจฝรั่งพวกนี้ก็มีอีกมาก โดยเฉพาะคนที่ทำงานร่วมกับคนต่างชาติจะเห็นว่า จริงๆแล้ว คนไทยมีความคิด มีแนวทางการปฏิบัติได้ดีกว่าฝรั่งอย่างมาก ไม่อย่างนั้นจะมีคำว่า "ฝรั่งขี้นก" มาเปรียบเทียบกับคนต่างชาติหรือ..

3. ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด

เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคนไทยคือ มักจะไม่ค่อยกล้าบอกความคิดของตัวเองออกมาทั้งๆ ที่คนไทยก็มีความคิดดีไม่ไม่แพ้ฝรั่งเลย แต่มักจะเก็บความสามารถไว้ ไม่บอกออกมาให้เจ้านายได้รู้ และจะไม่กล้าตั้งคำถาม บางทีฝรั่งก็คิดว่าคนไทยรู้แล้วเลยไม่บอกเพราะเห็นว่าไม่ถามอะไร ทำให้ทำงานกันไปคนละเป้าหมาย หรือทำงานไม่สำเร็จ เพราะคนที่รับคำสั่งไม่รู้ว่าถูกสั่งให้ทำอะไร

- ไมเคิล วิดฟิล์ค

WBJ - เรื่องนี้คนกล่าวอาจจะคิดผิดไป ไม่อย่างนั้นจะมีบทความและบทวิเคราะห์เหล่านี้หรือ? แต่สาเหตุที่คนไทยไม่กล้าตั้งคำถาม หรือ ไม่บอกให้เจ้านายรู้ ไม่ใช่เพราะไม่กล้า แต่จริงๆแล้วคนไทยเป็นสังคมของการใช้ภาษาไทย ไม่ใช่ภาษาต่างชาติ ถึงแม้นเรียนมามากก็ยังพูดไม่ได้กันเยอะมาก การสื่อสารที่เป็นภาษาอังกฤษเลยไม่สามารถอธิบายได้อย่างที่ความคิดของเขาต้องการ เอาแค่หัวแดงลองสั่งงานคนไทยเป็นภาษาไทยดูซิ เราก็จะบอกว่า พวกเจ้านายก็ไม่มีความคิด สั่งงานอะไรแบบแย่ๆ ออกมาก็ได้ ดังนั้น การมองในมุมเดียว ไม่ใช่มุมมองของคนที่ฉลาดจริงๆ ผมคิดเช่นนั้น

4. ความรับผิดชอบ

1. ฝรั่งมองว่าคนไทยเรามักทำไม่ค่อยกำหนดระยะเวลาในการทำงานไว้ล่วงหน้า ทั้งๆทีงานบางชิ้นต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดยิ่งงานไหนให้เวลาในการทำงานนานก็จะยิ่งทิ้งไว้ทำตอนใกล้ๆ จะถึงกำหนดส่ง เลยทำงานออกมาแบบรีบๆ ไม่ได้ผลงานดีเท่าที่ ควร

2. ไม่ค่อยยอมผูกพันและรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าให้เซ็นชื่อรับผิดชอบงานที่ทำคนไทยจะกลัวขึ้นมาทันที เหมือนกับกลัวจะทำไม่ได้ หรือกลัวจะถูกหลอก

- สเตฟานี จอห์นสัน

WBJ - พฤติกรรมเช่นนี้มีในทุกๆชนชาติ ไม่ใช่ในประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้น การกล่าวหาโดยยกพฤติกรรมของคนทั่วโลกมาให้คนไทยอย่างเดียวผมว่าไม่ยุติธรรม แต่การกล่าวเช่นนี้ถูกหรือไม่ ผมก็บอกได้ว่ามีคนไทยหลายๆคนเป็นเช่นนี้เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับบุคคลไม่ใช่คนส่วนใหญ่ ถ้าคนไทยเป็นเช่นนี้ทุกคน บริษัทฯใหญ่ๆโตๆก็คงไม่เกิดขึ้นมาในไทยมากมายเช่นนี้ ปัญหาของจุดนี้คือ ฝรั่งบริหารคนไทยในพฤติกรรมของคนไทย หรือ เขาเอาแต่พฤติกรรมของเขามาบริหารงานคนไทย..?


5. วิธีแก้ไขปัญหา

คนไทยไม่ค่อยมีแผนการรองรับเวลาเกิดปัญหา แต่จะรอให้เกิดก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ไปแบบเฉพาะหน้า หลายครั้งที่ฝรั่งพบว่าคนไทยไม่รู้จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรต้องรอให้เจ้านายสั่งลงมาก่อนแล้วค่อยทำตามถ้าเจ้านายไม่อยู่ทุกคนก็จะประสาทเสียไปหมด

- ดร.มาเรีย โรเซนเบิร์ก

WBJ - ฝรั่งนี่ก็แปลกเนอะ การที่เขาย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย หรือ แม้นแต่เปิดธุรกิจในไทย ส่วนใหญ่ต้องการลดค่าใช้จ่าย และพยายามขยายตลาด โดยการลดค่าใช้จ่ายเพราะต้องการจ้างงานแรงงานถูกๆ ดังนั้น เมื่อได้แรงงานถูกๆ ผลก็จะได้อย่างที่เขากล่าว แต่ถ้าเขาได้แรงงานระดับดีๆไป เขาก็ต้องจ่ายให้แทบจะราคาเดียวกับประเทศของเขา ซึ่งเขาก็ไม่ยอมเช่นกัน ดังนั้น คนเหล่านี้เลยเอาพฤติกรรมของคนทำงานระดับล่าง มาเทียบกับคนไทยทั้งหมด ซึ่งผมคิดว่าไม่ถูกต้อง

คนที่คิดแผนสำรองได้ส่วนใหญ่ต้องได้รับการศึกษาในระดับค่อนข้างสูง การที่ผุ้กล่าวสามารถบอกเช่นนี้ได้ เพราะกำลังเอาพฤติกรรมส่วนตัว มาเทียบกับคนอื่น ดังนั้นจึงไม่ใช่เหตุผลที่สมควรมากนัก ถ้าผู้กล่าวเอาไปเปรียบเทียบกับคนในกลุ่มเดียวกัน ก็จะไม่มีข้อแตกต่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน


6. บอกแต่ข่าวดี

คนไทยมีความเคยชินในการแจ้งข่าวที่แปลกมาก คือ

1. จะไม่กล้าบอกผู้บังคับบัญชาชาวต่างชาติเมื่อเกิดปัญหาขึ้น จนกระทั่งบานปลายไปเกินแก้ไขได้จึงค่อยเข้ามาปรึกษา

2. จะเลือกบอกแต่สิ่งที่คิดว่าเจ้านายจะชอบ เช่น บอกแต่ข่าวดีๆ แทนที่จะเล่าไปตามความจริงหรือถ้าหากเจ้านายถามว่า จะทำงานเสร็จทันเวลาๆไหม ก็จะบอกว่าทัน (เพราะรู้ว่านายอยากได้ยินแบบนี้) แต่ก็ไม่เคยทำทันตามเวลาที่รับปากเลย

- โจนาธาน ธอมพ์สัน

WBJ - การสื่อสารภาษาเป็นเรื่องสำคัญ คนไทยใช้ภาษาไทยภาษาเดียวตั้งแต่เกิด ดังนั้น ภาษาที่สอง จึงเป็นภาษารองๆที่เราจะศึกษากัน ซึ่งอาจจะเกิดจากจุดนี้ก็ได้ พฤติกรรมของคนไทยมักจะพยายามทำงานที่ได้รับมอบหมายมาให้ดีที่สุด พยายามทำด้วยตนเองให้มากที่สุด มันอาจจะเป็นทั้งข้อดีและข้อด้อยในตัว ทำให้เราไม่ทำงานเป็นทีม ไม่ปรึกษา แต่ก็เป็นจุดแข็งที่ทำให้เราสามารถแสดงศักยภาพของตนเองได้มาก และสามารถทำในเรื่องแต่ละเรื่องที่แต่ละคนถนัดได้รวดเร็วด้วยเช่นกัน นั่นก็ขึ้นอยู่กับทักษะของหัวหน้างานว่าจะใช้งานเป็นหรือไม่อย่างไร

กรณีการทำงานที่ต้องรับผิดชอบ หรือ ประมาณการที่ต่ำกว่ากำหนด ก็มาจากการประเมินจากความรู้สึก เพราะคนไทย เมื่อมอบหมายงานแล้ว ก็จะพยายามรับผิดชอบงานที่รับมอบหมายให้ดีที่สุด ผลมาจากการทำงานและตัดสินใจของตนเองเป็นหลัก อาจจะไม่ใช่การต้องการบอกในคำที่เจ้านายอยากได้ยินก็เป็นได้ ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นเช่นนั้น มันอาจจะมีเพียงบางกลุ่มคนเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้


7. คำว่า “ไม่เป็นไร”

เป็นคำพูดที่ติดปากคนไทยทุกคน ทำให้เวลามีปัญหา ก็จะไม่มีใครรับผิดชอบ และจะไม่ค่อยหาตัวคนทำผิดด้วยเพราะเกรงใจกัน แต่จะใช้คำว่า “ไม่เป็นไร” มาแก้ปัญญหาแทน

- เจนิส อิกนาโรห์

WBJ - คนไทยเป็นคนที่ไม่ชอบทำร้ายความรู้สึกเหมือนกับคนต่างชาติ ดังนั้น เมื่อระบบงานเกิดความผิดพลาด เราจะไม่ค่อยชอบหาคนที่ทำผิด แต่เราต้องการเพียงหาจุดที่ผิด แล้วแก้ไขจุดผิดเหล่านั้นเพื่อไม่ให้เกิดขึ้น มากกว่าการที่พยายามหาจุดผิดของใคร แล้วมาประนาม หรือ ให้เขารับผิดชอบไป แต่ไม่ได้แก้ไขสาเหตุจริงๆเหมือนฝรั่งบางประเทศ


8. ทักษะในการทำงาน

1. ไม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ ถ้าทำงานเป็นทีมมักมีปัญหาเรื่องการกินแรงกันบางคนขยันแต่บางคนไม่ทำอะไรเลย บางทีก็มีการขัดแย้งกันเองในทีม หรือเกี่ยงงานกันจนผลงานไม่คืบหน้า

2. ไม่ค่อยมีทักษะในการทำงาน แม้จะผ่านการศึกษาในระดับสูงมาแล้ว และไม่ค่อยใช้ความพยายามอย่างเต็มทีเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด

3. พนักงานชาวไทยที่รู้จัก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องราวความเคลื่อนไหวของโลกเท่าไรนัก และไม่ค่อยชอบหาความรู้เพิ่มเติมแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานก็ตาม

- เดวิด กิลเบิร์ก

WBJ - เรื่องการทำงานเป็นทีมนั้น เป็นจุดอ่อนของคนไทยก็จริง แต่การทำงานด้วยตัวของตัวเองของคนไทยนั้น เป็นจุดเด่น ดังนั้น ฝรั่งที่บริหารงานตามแนวฝรั่งจึงมักมีปัญหากับคนไทยในเรื่องนี้ แต่ถ้าฝรั่งที่บริหารตามความสามารถของบุคคลจริงๆ จะสามารถใช้งานคนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลเต็มที่

การศึกษาระดับสูง ไม่ได้รับประกันว่าคนๆนั้นจะมีทักษะการทำงาน การกล่าวเช่นนี้เท่ากับผู้กล่าวไม่รู้ถึงสภาพความเป็นจริงทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นสภาพการศึกษาของคนไทยหรือต่างประเทศ ก็ไม่สามารถรับรองเรื่องนี้ได้แน่นอน ส่วนเรื่องความพยายามในการทำงาน หรือ การเรียนรุ้ก็ขึ้นกับปัจเจกบุคคล บางคนอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่บางคนก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น คนต่างชาติก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน



9. ความซื่อสัตย์

พนักงานคนไทยควรจะมีความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมามากกว่านี้ หลายครั้งที่ชอบโกหกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น มาสาย ขาดงานโดยอ้างว่าป่วย ออกไปข้างนอกในเวลางาน

- เฮเบิร์ก โอ ลิสส์

WBJ - พฤติกรรมของคนไทยบางคนที่เจอก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน


10. ระบบพวกพ้อง

คนไทยมักจะนำเพื่อนฝูงมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเสมอ ผมไม่เคยชอบวิธีนี้เลย ตัวอย่างเช่น การจัดซื้อข้าวของภายในสำนักงาน พวกเขามักจะแนะนำเพื่อนๆ มาก่อนโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่บริษัทควรจะได้รับ นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ประสบมา การให้ความช่วยเหลือเพื่อนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทเลยเป็นอะไรที่แย่มาก และเมื่อพบว่าเพื่อนพนักงานด้วยกันทุจริต คนไทยก็จะช่วยกันปกป้อง และทำให้ไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าผู้บริหารจะตรวจสอบได้เอง

- มาร์ค โอเนล ฮิวจ์

WBJ - เรื่องนี้เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจก็จริง คนไทยบางคนเท่านั้นที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ คำถามง่ายๆคือ แล้วพฤติกรรมเช่นนี้ไม่มีในคนต่างประเทศหรือ? ถ้าตอบว่าไม่มีแสดงว่าคนในประเทศเขาไม่มีการโกงกินกันเลยหรือ ถ้ายังตอบว่าไม่มี แสดงว่าเขาคนนั้นไม่รู้จริง ต่อให้ประเทศที่มีแต่คนรวย หรือ มีระบบที่ไม่สามารถคอรัปชั่นได้ ก็ยังมีการคอรัปชั่น ไม่เชื่อไปดู PCI ดูได้ว่า ไม่มีประเทศใดได้คะแนนเต็ม ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า ไม่มีคนในประเทศใดที่มีความสุจริต 100% เพียงแต่เขาไม่ยอมรับในความทุจริตเหล่านั้น และ พยายามปกป้องตนเองมากกว่า โดยใช้นิสัยการปกป้องตนเอง และ โดนปลูกความรู้สึกรักชาติให้มากๆ มาปกป้องประเทศชาติของเขาเท่านั้น

11. แยกไม่ออกระหว่างเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว

คนไทยมักจะไม่รู้ว่าอะไรว่าอะไรคือเรื่องงาน และอะไรที่เรียกว่าเรื่องส่วนตัว พวกเขาชอบเอาทั้งสองอย่างนี้มาปนกันจนทำให้ระบบการทำงานเสียไปหมด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งขององค์กร

1. ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน

2. มักจะคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้บานปลายและนำไปสู่ข่าวลือ และการนินทากันภายในสำนักงาน

3. มักจะลาออกจากบริษัทโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้าตามข้อตกลง แต่กลับคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์เต็มที

4. ไม่ยอมรับความผิดชอบที่มีมากขึ้นในช่วงวิกฤติ

5. ต้องการเงินมากขึ้นแต่กลับไม ่ค่อยสร้างคุณค่างานอะไรเพิ่มขึ้นเลย

- วิลเลี่ยม แมคคินสัน

WBJ - มันเป็นพฤติกรรมของคนบางคนเท่านั้น บางคนก็ไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้น และแน่นอนว่า ต่างชาติบางคนก็เป็นคนลักษณะนี้เช่นกัน พฤติกรรมเหล่านี้ผมก็เจอบ่อยๆ ซึ่งผมก็ไม่ชอบคนต่างชาติก็น่าจะไม่ชอบ แต่ก็แปลกว่า คนไทยกับคนต่างชาติ เหมือนกันอยู่อย่างคือ เอาแต่คนไม่ดีสักไม่กี่คน มาทำให้คนดีๆที่ทำเต็มที่ และไม่ได้ทำเช่นนี้ เสียไปด้วย

12. นับถือระบบอาวุโส

คนไทยให้เกียรติคนที่อายุมากกว่ามากเกินไป จนไม่กล้าทำอะไรที่เรียกว่าเป็นการข้ามหน้าข้ามตา บางครั้งคนที่อายุน้อยกว่าอาจจะมีความคิดความสามารถมากกว่า แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกเพราะเกรงใจคนที่อายุมาก เป็นการทำลายโอกาสของตัวเอง และโอกาสของบริษัท

WBJ - นี่เป็นวัฒนธรรมของคนไทย ซึ่งชาวต่างชาติขาดแคลน ฝรั่งมักมองว่าคนไทยใช้ลำดับฐานะเป็นเครื่องมือในการกีดกัน แต่ความเป็นจริงแล้ว การให้เกรียติซึ่งกันและกัน และการนับถือผู้อาวุโส หรือ มีประสบการณ์มากกว่า เป็นสิ่งที่คนไทยนั้นทำกันมา คนบางคนเท่านั้นที่เกรงใจคนอายุมากจนไม่กล้าที่เสนอผลงานของตัวเอง หรือ อาจจะโดนคนอายุมากกดขี่ แต่ถ้ามองในทางกลับกัน คนสูงอายุที่โดดเดี่ยวมากที่สุด ก็คือคนที่อยู่ในประเทศที่บอกว่าตัวเองเจริญ หรือ ไม่ต้องให้เกรียติผู้มีอาวุโสกว่า ซึ่งเขากำลังสร้างพื้นฐานความสำเร็จ เพื่อแลกกับความทุกข์ของตนเองในอนาคต เพราะเขาเองก็จะต้องเป็นคนสูงอายุที่โดดเดี่ยว และมีอัตราการฆ่าตัวตายมากที่สุด แต่ในทางกลับกันในสภาพของสังคมไทยในอดีต คนอายุมากๆของไทย กลับมาความสุขในการใช้ชีวิตร่วมกับญาติพี่น้อง ลูกๆ หลานๆ เพราะการนำเอาวัฒนธรรมที่ผิดๆเข้าประเทศ คนสูงอายุของไทยเป็นจำนวนมากที่เลี้ยงลูกแบบตามวัฒนธรรมแบบไม่ใช้ความคิด เลยสูญเสียความสุขในบั้นปลายไป

การกล่าวถึง โอกาสของบริษัทฯ เท่ากับมองถึงประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก ซึ่งฝรั่งมักมองในจุดนี้เป็นหลัก บริษัทฯฝรั่งเลยต้องการเวลาทั้งหมดของคนทำงาน แต่กลับให้ค่าตอบแทนแค่เพียงพอต่อมีชีวิตอยู่เท่านั้นไม่มีทางรวยหรือ มีเงินเก็บมากมายได้ โดยใช้วัฒนธรรมองค์กรเพื่อสร้างค่าใช้จ่ายให้กับคนทำงาน เช่น หากตำแหน่งสูงขึ้น ก็จะพยายามให้เล่นกลอฟ หรือ ต้องซื้อบ้าน มีรถที่เหมาะกับฐานะ เป็นต้น เพื่อทำให้พนักงานที่มีรายได้สูงเหล่านั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทำให้พนักงานมีเงินเก็บน้อย ซึ่งเมื่อมีเงินเก็บน้อยก็จะต้องอยู่กับองค์กร เป็นพนักงาน ไม่สามารถออกไปเป็นเจ้าของบริษัทฯได้ แต่ก็ยังให้ความหวังเพียงเงินจากการเกษียร เพื่อไปตั้งตัวเท่านั้น แต่ถามหน่อยเถอะ คุณเคยเห็นคนเกษียรเปิดธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จ สักกี่คน ส่วนใหญ่ใช้จ่ายเงินที่ไม่เคยใช้กันจนหมด แล้วก็ต้องไปพึ่งพาญาติๆ หรือ ลูกหลานกันต่อไป...




ผมไม่คิดว่ามุมมองของผมจะถูกต้องทั้งหมด แต่ก็อยากจะชี้ให้เห็นว่า มุมมองของชาวต่างชาติก็ไม่ใช่ว่าจะถูกต้องทั้งหมดในสภาวะแวดล้อมของคนไทยเช่นกันครับ ดังนั้น จึงขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณในการตัดสินถึงแนวทางทั้งหลายที่กล่าวมาครับ...



Create Date : 04 มิถุนายน 2551
Last Update : 4 มิถุนายน 2551 20:42:59 น. 14 comments
Counter : 1415 Pageviews.

 
" เราจะไม่ค่อยชอบหาคนที่ทำผิด แต่เราต้องการเพียงหาจุดที่ผิด " ชอบเลย


โดย: มะลิ (salanare ) วันที่: 5 มิถุนายน 2551 เวลา:22:16:31 น.  

 
เห็นด้วยฝรั่งไม่ใช่เทวดา เอาผลประโยชน์จากพวกเราแล้วยังหาว่าคนไทยโง่อีก


โดย: ชมพู่ rm IP: 202.21.195.18 วันที่: 19 มิถุนายน 2551 เวลา:14:25:55 น.  

 
ชอบมากครับขออนุญาตนำไปบอกต่อ สอนต่อนะครับ


โดย: tt IP: 125.25.203.190 วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:11:56:25 น.  

 
ฝรั่งก็คน เหมือนกันคะ
มีนินทา มีหลบเลี่ยงงาน มีประจบ
มีทำงานเอาหน้า
มีการโยนความผิดให้คนอื่น
มีการเมืองในที่ทำงาน
มีเกือบทุกอย่าง ที่ว่า คนไทย


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:49:44 น.  

 
จริงจริงแล้ว ไอ้คำกล่วหาที่คนต่างชาติ ว่าเรานั้นก็ไม่เป็นจริง แต่ขอถามว่าคนไทยเราได้กระทำอะไรเพื่อเป็นการลบล้างข้อกล่าวหาเหล่านั้นหรือป่าว คนต่างชาตินะ ปากดีไปงั้นแหละ ถ้าให้เอาจริงก็ไม่กล้า คนต่างชาติทำงานยิ่งกว่าเราหลายเท่า ยิ่งกว่านี้อีก 55555


โดย: khwanlert IP: 124.120.118.62 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:36:08 น.  

 
ผมทำงานกะคนญี่ปุ่น เขาก้อมีมุมมอง อีกแบบกะคนไทยนะครับ


โดย: super-khem IP: 58.136.117.3 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:03:21 น.  

 
ส่วนใหญ่ทางฝั่งเอเชียจะชมว่าเราทำงานเก่งนะคะ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ชมคนไทยเรื่องความรับผิดชอบ ขยัน ทักษะ แต่ฝรั่งจะติ เรื่องเกี่ยวกับทัศนคติ และก็บุคลิกอะไรก็ได้ ไม่เป็นไร ไม่เสนอความคิดเห็น(แต่ไม่เห็นด้วย) อะไรประมาณนั้นค่ะ

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อ 2,3,5,7,8 10 ฮ่าๆ หลายข้อเหมือนกันแฮะ


โดย: Toodtoo Ohyeah! IP: 58.136.195.201 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:03:17 น.  

 
In my opinion,foreigner or Thai they are the same habit.


โดย: aseptic IP: 195.37.182.216 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:43:30 น.  

 
จากประสบการณ์ ชาวต่างชาติจะทุ่มเทกับงานที่เขาทำเต็มที่ คำว่าไม่เป็นไรนั้นหาได้ยากสำหรับเขา แต่หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความสามารถ มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ตรงต่อเวลาและ กระตือรือร้นขวนขวายอยู่เสมอแล้ว เขาจะไว้วางใจและเปิดโอกาส ให้คุณได้ใช้ความสามารถของคุณอย่างเต็มที่อีกทั้งคอยสนับสนุนคุณด้วย แต่ตรงกันข้ามหากเกิดการบกพร่องหรือผิดพลาดต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของตนแล้ว เขาจะตักเตือนคุณอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการรักษาน้ำใจ แต่หากคุณมีเหตุผลเพียงพอไม่คิดที่จะเข้าข้างหรือปกป้องตนเองเกินไป คุณก็จะสามารถที่จะผ่านจุดนั้นไปได้อย่างราบรื่น และคุณจะรักระบบบการทำงานแบบนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ กับทุก ๆท่าน ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการทำงานนะค่ะ อย่าทำเพียงเพราะว่าหน้าที่เท่านั้น


โดย: Oil IP: 222.123.93.3 วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:7:28:22 น.  

 
ยังไม่เคยทำงานกับต่างชาติ ...แต่ศึกษาแนวทางไว้ก่อนครับ


โดย: อภิรักษ์ IP: 124.120.181.151 วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:11:49:41 น.  

 
ขอบคุณมากครับ

หลังจากผมได้ FWD email เรื่องนี้ ผมก็เริ่มหา่ข้อมูลทา่ง internet เพิ่มเพราะ

1) เจ้าฝรั่งที่ว่านี้ มีตัวตนกันจริงหรือป่าว? ทำไมไม่ลงตำแหน่งหน้าที่ หรือ company มาด้วย เป็นการสร้างเรื่องจากคนไทยด้วยกันเองหรือไม่?

2) ถ้่ามีจริง ทั้งหมดที่เขียนมาเป็นนิสัยเสียของคนทั้งโลกขึ้นกับบุคคลไม่ใช่้เผ่าพันธ ผมทำงานมาทั้งไทยและเทศ ยืนยันได้

3) เหมือนอย่างที่ WBJ ว่า มุมมองพวกนั่นไม่ใช่ว่าถูกต้อง เรามีข้อดี ของเราซึ่งบางอย่าง หลากๆชาติชื่นชมเราด้วย

ส่วนตัวแล้ว ผมไม่เห็นด้วยกับ email นี่้เลย และอยากให้ช่วยกันวิเคราัะห็กันเหมือน WBJ ทำ มากกว่านี้ จะได้เลิก forward กันอย่าง งงงา่ย ไม่สนุกเลย


โดย: TNS IP: 128.125.163.141 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา:5:21:42 น.  

 
เคยทำงานกับเจ้านาย ทั้ง ญี่ปุ่น ไทย ฝรั่ง
เจ้านายญี่ปุ่น -- กดดันมากที่สุด กดดันแบบไร้เหตุผล ชอบไซโคลูกน้อง เสี้ยมให้ลูกน้องเขม่นกันเอง ถ้ามาทำงานช้ากว่าเจ้านาย มีเขม่น

เจ้านายฝรั่ง -- กดดันเช่นกัน แต่ยังให้โอกาสพักบ้าง ให้เงินเดือนเยอะ หลายใจ หลายครั้งที่ขี้งก ส่วนใหญ่ไม่ให้ OT ขี้โกหก

เจ้านายไทย -- ใจดี แต่บางครั้งใจดีเกินไป ขี้เกรงใจลูกน้องก็มี


โดย: หลายชาติ IP: 61.90.72.40 วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:18:55:08 น.  

 
ดิฉันเชื่อในบริบทของพฤติกรรม และทุกพฤติกรรมมีเหตุผลของผู้กระทำ ซึ่งอาจจะตรงหรือไม่ตรงใจบุคคลอื่น อย่างไรก็ตามข้อความที่อ่านมีประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองเพื่อส่วนร่วมทั้งสิ้นค่ะ


โดย: ช่อม่วง IP: 118.173.40.19 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:12:07:52 น.  

 
ตรงหมดเลย กับแรงงานขั้นต่ำ หรือคนทำงานไม่เอาถ่าน
แต่คนดี ๆ ที่ตรงข้ามนี้ก็มีมาก ให้สร้างเป็นวัฒนธรรมในองกรค์เอาเอง ถ้าพวกที่ดัดไม่ได้ก็ให้ออกไป


โดย: นายประหยัด IP: 223.206.231.96 วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:53:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 202 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.