Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
10 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
---ของเก่า 12 สิงหาคม 2550--- Man UTD VS Reading

สวัสดีครับ แฟนผีและไม่ผีทั้งหลายครับ ก็ผิดหวังเล็กๆไปสองดอกสำหรับการแข่งขันคืนก่อน ต้องขออภัยที่ไม่ได้เข้ามาวิพากษ์เร็วกว่านี้ เพราะติดวันหยุดครับ แต่ก็มาวิพากษ์ให้ในวันนี้แทนแล้ว ที่ว่าสองดอกก็คือ ไม่ชนะหนึ่งดอก กับรูนี่ย์เจ็บสองเดือนอีกดอกหนี่ง เศร้าไปตามระเบียบ


จะว่าไป การจัดตัวของท่านเซอร์วันนั้น ก็เล่นเอาผมคนหนึ่งล่ะที่หน้าแตกตอนเห็นรายชื่อกับตอนจบเกมครับ เพราะทีแรกดูแล้วว่า ซิลแวสตร์ กับบราวน์ คงจะก่อความหวาดเสียวจนถึงขั้นเสียประตูค่อนข้างแน่ ส่วนแนวรุก เป็นแนวเดิมของชุดเก่งปีที่แล้ว โดยมีแค่เอวร่าเท่านั้น ที่ลงมาเลื้อยทางซ้าย ซึ่งเขาทำผลงานในตำหน่งนี้ได้ดีมากตอนปรีซีซั่นครับ

แต่กลับกลายเป็นว่า แผงหลังของเราไม่ได้ทำงานหนักเลย บราวน์ได้เติมเกมบุกสวยๆหลายครั้งตลอดทั้งเกม แถมยังมีลูกล่อลูกชนมากขึ้นไปอีก ดูแล้วเขาน่าจะเหมาะกับบทบาทฟูลแบ๊กด้านขวามากกว่าเซ็นเตอร์ซะอีก ซึ่งตำแหน่งฟูลแบ๊กด้านขวานี้เอง ที่เป็นตำแหน่งสร้างชื่อให้เขา ตอนขึ้นชุดใหญ่มาใหม่ๆครับ ส่วนซิลแวสตร์ ก็ยังคงลุกลี้ลุกลนเหมือนเดิม แต่โชคยังดีที่ไม่ค่อยถูกเปิดเกมรุกเข้าใส่เท่าไหร่ ทำให้เกมวันนั้น แผงหลังของเราค่อนข้างสบายๆครับ

ปัญหากลับกลายเป็นกองหน้ายิงประตูไม่เข้านั่นแหละ ผมลุ้นมากทั้งเกม แต่ก็ได้แค่ลุ้น เสียวไปเสียวมา ไม่เข้าสักที จนจบเกม ผมยังนั่งงงๆอยู่ว่า ทำไมยิงไม่เข้า ปัญหาใหญ่ๆเลยก็น่าจะมาจากการเข้าฟอร์มสุดยอดพร้อมๆกันของสามหัวใจหลักแนวรับของเรดดิ้ง ก็คือ ฮาห์นีมันน์, ดูเบอร์รี่ และ เดอ ลา ครูซ ที่เก็บได้ทุกช็อตจริงๆครับ เมื่อบวกกับการที่เราเอง ดูแล้วเล่นติดประมาทไปนิดไม่ให้เสียงกัน ไม่ช่วยกันในจังหวะไล่บอลเท่าไหร่ ทำให้ผมดูแล้วเหมือนขาดแรงกระตุ้น ไม่เหมือนช่วงปลายๆฤดูกาลที่แล้ว ที่เราเล่นได้เหี้ยมเกรียมกว่านี้

ที่ผมบอกว่าติดประมาท ผมอยากให้สังเกตจากการครองบอลของ สโคลส์ ที่ถูกลอบมาจิ้มบอลจากข้างหลังบ่อยครั้งมาก และไม่ใช่แค่สโคลส์เท่านั้น คาร์ริคเอง หรือ กิ๊กส์เอง ก็โดนขโมยบอลอยู่บ่อยๆ อีกทั้งการเล่นหลอกล่อคู่แข่งอยู่บริเวณหน้ากรอบโทษตัวเองหลายต่อหลายครั้ง มันบอกออกมาอย่างโจ่งแจ้งเลยว่า ประมาทไปหน่อยแล้ว และมันไม่เป็นผลดีในการขึงเกมรุกกดดันเรดดิ้งอย่างต่อเนื่องเลย

ส่วนเรื่องความเอาจริงเอาจังกับเกม ไม่ใช่ว่านักเตะเหยาะแหยะ แต่ดูเหมือนว่าส่วนใหญ่จะใส่กันแค่แปดเก้าสิบเปอร์เซนต์ ไม่เต็มร้อย ซี่งดูแล้วเห็นจะมีแค่ รูนี่ย์กับโรนัลโด้เท่านั้น ที่มีความกระตือรือร้นในการไล่บอลและทำเกมบุกอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่ใช่แค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น สาเหตุนี้ น่าจะเป็นเพราะการบุกเข้าใส่ได้ต่อเนื่อง จนกลายเป็นทำให้นักเตะหลายคนไม่เนียนเท่าที่ควรในการเข้าทำจังหวะสุดท้าย อาจจะเพราะมัวแต่คิดว่า เดี๋ยวก็เข้า เดี๋ยวก็ยิงได้ เพราะบุกแทบจะตลอดเวลา จนสุดท้ายพอใกล้หมดเวลา จึงเกิดอาการลนลานเร่งรีบ ซึ่งก็ไม่ทันการแล้ว

อีกจุดหนึ่ง ก็คือ ท่านเซอร์เองก็ประมาท ที่ส่งหน้าอาชีพลงมาแค่คนเดียว และไม่มีแม้กระทั่งสำรอง เราจะสังเกตได้ว่า เมื่อรูนี่ย์เจ็บไป เราไม่มีหน้าอาชีพลงมาแทนเขา การดันเอากิ๊กส์, โรนัลโด้, หรือนานี่ เข้ามาทำหน้าที่แทน ก็ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่เหมือนตอนมีรูนี่ย์อยู่ ซึ่งผมอยากจะบอกว่า หากเราใส่เตเวซเป็นสำรองไว้ ถึงจะไม่ฟิต แต่การที่เขาเล่นแค่สี่สิบห้านาทีสุดท้าย ก็น่าจะพอไหว และน่าจะเปิดโอกาสให้เราเข้าทำได้น่ากลัวกว่านี้ อย่างน้อยก็จากจังหวะฟรีคิกหลายต่อหลายครั้ง ในช่วงสิบห้านาทีสุดท้าย ซึ่งโรนัลโด้ทำได้ไม่ดีเอาซะเลยครับ


ว่ากันไปแล้วสำหรับเรื่องไม่ดีของทีม ทีนี้ เรามาว่ากันต่อ ด้วยเรื่องดีๆบ้างนะครับ จากที่ผมสังเกต อันแรกค่อนข้างผิดหวังที่ไม่ได้เห็นนักเตะใหม่ๆลงมาวาดลวดลายให้ชม แต่ก็ทำใจได้ เมื่อมองว่าป๋าอาจจะรอให้เข้าขาเข้าจังหวะกันกว่านี้ จึงค่อยส่งลงมาเล่น อันนั้นไม่ว่ากันครับ

แต่เรื่องที่อยากชมก็คือ คืนนั้น ผมได้เห็นเกมรุกมิติใหม่ของผีแดง เป็นมิติที่มีความเร็วมากขึ้น และเข้าขา รู้ใจกันในการทำเกมมากขึ้น หากทุกท่านได้ดูในรายละเอียดการขึ้นเกมบุกแต่ละครั้ง จะพบว่า นักเตะเราไม่ยืนตำแหน่งตายตัวเลย แต่สลับตำแหน่ง สลับฟากสนาม รวมทั้ง ลงต่ำ ขึ้นสูง สลับกันไปมาอยู่ตลอด ไม่ว่า รูนี่ย์, กิ๊กส์, สโคลส์, เอวร่า, โรนัลโด้, คาร์ริค ทั้งหมดนี้ ผลัดกันทำเกม ผลัดกันสกัดบอล รวมทั้งทำชิ่งหนึ่งสองแบบ วันทัชฟุตบอลอย่างสวยงามอยู่ตลอด ซึ่งผมไม่เคยได้เห็นจากแมนยูมาก่อนนะครับ

รูปแบบการเล่นที่เห็น ทำให้ผมนึกไปถึง โททั่ลฟุตบอลในรูปแบบที่ฮอลแลนด์ยุคโยฮัน ครัฟฟ์เคยสร้างชื่อไว้ เพียงแต่มันยังไม่สมบูรณ์แบบนัก เพราะของเรา จะโททั่ลกันในแนวรุกแค่ ห้า หก คน ไม่ได้เป็นทั้งสนาม ทั้งสิบเอ็ดคน แต่มันก็ทำให้ผมตื่นตาตื่นใจมาก กับการเห็นความเร็วในเกมรุก และวันทัชฟุตบอลซึ่งเกือบจะเร็วเท่ากับที่อาร์เซนอลเข้าทำในสมัย เปอตีต์ เบิร์กแคมป์ ลุงเบิร์ก ตอนฮ็อตๆ เลย


ที่ดูจะยังไม่เข้าที่เข้าทางนักก็คือ การสลับสับเปลี่ยนกันเข้าทำ ก่อให้เกิดความหลากหลายในการเข้าทำก็จริง วันทัชฟุตบอล สร้างความรวดเร็วในการเข้าทำมากขึ้น แต่ที่ยังไม่ “คลิ๊ก” ก็คือจังหวะสุดท้ายครับ ที่ดูเหมือนกับว่ายังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าที่ควร คล้ายๆยังจูนไม่ติดในจังหวะจบสกอร์ ซึ่งหลายคนอาจแย้งว่าเรายิงเข้ากรอบเยอะมาก มีโอกาสยิงประตูบานตะเกียง แต่ผมอยากให้มองลึกลงไปอีกครับ ว่าจังหวะหรือโอกาสที่เราได้ยิงกันเยอะๆนั้น กลายเป็นเข้ากรอบแค่กี่เปอร์เซนต์ และลูกที่เข้ากรอบทั้งหมด ดูแล้วอันตรายหรือเฉียบคมจนควรจะเป็นประตูจริงๆแค่กี่เปอร์เซนต์ เมื่อเราเอาตัวเลขสุดท้ายมาเทียบกับโอกาสทั้งหมด เราจะพบว่า มันน้อยเกินไปครับ กับการสร้างสรรค์เกมรุกได้ขนาดนี้ แต่ความเฉียบคมยังน้อยเกินไป


ผมเองบอกตรงๆว่าเสียดายมาก ที่ไม่มีเตเวซลงสนามในครึ่งหลัง หรือแม้แต่การขายสมิธ หรือรอสซี่ออกไป ถ้าหากเรายังมีคนใดคนหนึ่งอยู่ในทีม ผมว่า เขาต้องได้ลงมาแทนรูนี่ย์ในครึ่งหลัง และอาจสร้างผลงานให้ทีมได้ดีกว่านี้ก็เป็นได้ แต่อย่างว่าครับ บอลจบไปแล้ว เราก็พูดได้ เอาเป็นว่าขอให้เฟอร์กี้ใช้เกมนี้เป็นบทเรียนด้วยก็จะดีครับ มีกองหน้าในทีมหลายคน แต่ไม่ใส่เป็นสำรอง ก็ไม่มีประโยชน์ ผมเองคิดในแง่ดีว่า เราเห็นตรงนี้ตั้งแต่นัดแรก ยังดีกว่าไปเจอเอาในตอนนี้กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม พลาดวันนี้ ยังดีกว่าไปพลาดเอาวันที่ไม่มีโอกาสแก้ไขอะไรได้


และผมเองก็ค่อนข้างเห็นใจรูนี่ย์พอสมควร ที่วิ่งเป็นบ้าเป็นหลัง ทำทุกๆอย่าง ทั้งลงมาเก็บบอล ทำเกมรุกไล่สกัดบอล หรือเข้าฮอส แต่สุดท้ายกลับจบด้วยการเสมอ แถมเขาเองก็กระดูกแตก ต้องพักอีกร่วมสองเดือน น่าจะเป็นการเปิดฤดูกาลที่ทำร้ายจิตใจเขาอย่างที่สุดครั้งหนึ่งครับ

เอ้า มองกันในแง่ดีสุดๆกันบ้างเถอะครับ เรายังไม่แพ้ เรายังคลีนชีต และมีเพียงแค่สี่ทีมเท่านั้นในตอนนี้ ที่ยังคลีนชีต นั่นก็คือ เรา, เรดดิ้ง, ซันเดอร์แลนด์ และ แมนซิตี้ ส่วนอีกสามทีมจากบิ๊กโฟร์ โดนเปิดไปเรียบร้อยแล้ว ถึงจะได้สามแต้ม แต่เสียประตูครับ เราได้แค่แต้มเดียว แต่ไม่เสียประตู โอ้โห ไม่ค่อยเข้าข้างตัวเองเลยนะครับเนี่ย


ทีนี้ มาว่ากันถึงรูปเกมในนัดหน้า ที่จะต้องไปเยือนปอร์ทสมัธ ทีมที่เสริมทัพได้น่ากลัวอีกทีมหนึ่งกันครับ เรามาดูกันว่า ท่านเซอร์จะจัดทัพอย่างไรในการลงสู้ศึกเพื่อการันตีชัยชนะให้ได้สถานเดียวเท่านั้น หากไม่ชนะ เราอาจต้องตามบิ๊กโฟร์อีกสามทีมถึงสี่หรือห้าแต้ม ซึ่งจะทำให้งานยากยิ่งขึ้นไปอีก ผมคิดว่า ป๋า น่าจะจัดตัวลงมาในรูปนี้ครับ


เดอร์ ซาร์

บราวน์ ริโอ วิดิช ซิลแวสตร์(เอวร่า)

กิ๊กส์ สโคลส์ คาร์ริค เอวร่า(นานี่)

โรนัลโด้ เตเวซ


แผงหลังคงไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากอาจจะให้เอวร่ามายืนแทนซิลแวสตร์ ส่วนคู่กองกลาง ผมยังคิดว่าจะเป็นคู่เดิม แต่อาจถูกเคี่ยวเรื่องความระมัดระวัง และไม่ประมาทมามากขึ้น ส่วนปีกสองข้าง หากใช้เอวร่ายืนหลัง ก็น่าจะเป็นกิ๊กส์ กับนานี่ แล้วให้โรนัลโด้ กับเตเวซเป็นกองหน้าคู่ แต่เมื่อลงเล่นจริง ก็คงปรับมาทำเกมรุกเป็น 4-3-3 โดยให้กิ๊กส์เติมขึ้นมาช่วย และให้โรนัลโด้ถ่างมาเล่นด้านกว้าง ส่วนเตเวซ น่าจะเป็นตัวฟรีในแดนหน้า คอยสอดส่ายหาจังหวะ และดึงกองหลังออกมาจากพื้นที่

นอกจากนี้ หากจะมีเซอร์ไพรส์ ผมว่า เราอาจได้เห็นอันแดร์สัน ลงมายืนเป็นหน้าต่ำก็ได้ หากเป็นเช่นนี้ กิ๊กส์ อาจจะยืนเป็นปีกซ้าย โรนัลโด้ขวา อันแดร์สันจะเป็นหน้าต่ำ ให้เตเวซเป็นหน้าเป้า หรือตัวฟรี หมากลักษณะนี้ ก็น่าจะมีโอกาสไม่น้อยครับ ลองพิจารณาตามนี้นะครับ

โรนัลโด้ สโคลส์ คาร์ริค กิ๊กส์

อันแดร์สัน
เตเวซ


ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น ในการเข้าทำก็เป็นได้ จากการที่มีทั้ง กิ๊กส์, โรนัลโด้, อันแดร์สัน และ เตเวซ คอยจู่โจมจากทุกทิศทาง

แล้วมาดูกันในคืนพรุ่งนี้นะครับ ขออวยพรให้แมนยูประสบความสำเร็จในการคว้าชัยชนะประเดิมฤดูกาลใหม่ด้วยครับ


สวัสดีครับ



Create Date : 10 กันยายน 2550
Last Update : 10 กันยายน 2550 11:07:30 น. 0 comments
Counter : 178 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.