Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
20090810 วิพากษ์ Man United VS Chelsea in Community Shield

ต้องยอมรับว่า...ยังแกร่งไม่พอ



สวัสดีซีซั่นใหม่ครับ ทุกๆท่าน กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากห่างหายกันไปสองสามเดือนเชียว หวังว่าจะยังจำกันได้อยู่นะครับ มาพบกันวันนี้ ผมก็มีข่าวร้ายเล็กๆมาแจ้งให้ทราบกัน สืบเนื่องจากหน้าที่การงานที่มากมายขึ้นเป็นกอง จากการได้รับมอบหมายงานเพิ่มทดแทนพนักงานท่านที่เกษียณอายุไปเมื่อเดือนที่แล้ว (แต่เงินกลับไม่ได้เพิ่มตามแฮะ) ทำให้ผมเองไม่อาจรับปากทุกๆท่านได้ว่า จะสามารถมาวิพากษ์ฟุตบอลอันเป็นที่รักได้ทุกๆเกมเหมือนซีซั่นที่ผ่านมา แถมยังอาจไม่มีเวลาตามกระทู้ที่ตัวเองวิพากษ์ได้ต่อเนื่องด้วยซ้ำไป จึงขออนุญาตทุกๆท่าน อย่าได้อารมณ์เสียไป หากผมตั้งกระทู้แล้วไม่ได้กลับมาแลกเปลี่ยนทรรศนะ หรือแม้แต่อาจจะไม่ได้ตั้งกระทู้เลยก็เป็นได้ จึงขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


มาพูดถึงเกมคอมมูนิตี้ ชีลด์ เมื่อคืนที่ผ่านมากันดีกว่า เมื่อพลันที่เห็นรายชื่อนักเตะที่ส่งลงสนาม ผมเองยังค่อนข้างแปลกใจพอสมควร เพราะเห็นเพียงแต่รายชื่อนักเตะเดิมๆเมื่อซีซั่นที่แล้ว โดยไม่มีนักเตะหน้าใหม่ ลงประเดิมสนามแต่แรกแม้แต่คนเดียว แถมยังมีนักเตะตัวหลักหลายรายที่ตกสำรวจอีกต่างหาก เพราะอาการบาดเจ็บ ไม่ว่า น้าซาร์, วิดิช, ราฟาเอล, บราวน์ นี่ก็ยังจะมีข่าวร้ายเพิ่มอีก เมื่อนายแพทย์ชาวเยอรมันเพิ่งออกข่าวว่า เจ้าฮากริบคงต้องพักเพิ่มอีกหกเดือนโน่น ตายกันพอดีครับ เฮ้อ...เอาล่ะ มาดูกันซิ ว่าเค้าจัดทีมกันอย่างไร

เริ่มจากเชลซีกันก่อน กับแท็คติคเพชร...เลอค่า...อมตะ ที่กุนซืออันเช่ นิยมชมชอบเป็นนักหนา ไลน์รับไล่เรียงมาตั้งแต่ ปีเตอร์ เช็ค เฝ้าเสา มีบรานิสลาฟ อิวาโนวิช, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, จอห์น เทอร์รี่ และ แอชลี่ย์ โคล มิดฟิลด์ตัวรับห้อยท้ายเป็น โอบี มิเกล วางสองมิดฟิลด์ตัวทำเกมเป็น มิชาเอง เอสเซียง และ แฟรงค์ แลมพาร์ด JR ให้มาลูด้าเล่นตัวรุกข้างหน้าแผงมิดฟิลด์ และส่งอาเนลก้า กับ ดร็อกบา เป็นหน้าเป้าคู่กัน ดูแล้วก็สยดสยองดีนะครับ เมื่อเห็นว่า ถ้าไม่นับอิวาโนวิชซะคน ที่เหลือก็เหมือนจะชุดใหญ่เต็มถังของเชลซีแล้ว

ในขณะที่ยูไนเต็ดเอง ไม่มีน้าซาร์ที่พักสองเดือน กับวิดิชอีกคน ทำให้แผงหลังมีฟอสเตอร์เฝ้าเสา แบ๊กโฟร์ตกเป็นของ จอห์น โอเช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอห์นนี่ เอแวนส์ และ ปาทริซ เอวร่า มิดฟิลด์ตัวกลางสองคนมี ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และ ไมเคิล คาร์ริค ตัวริมเส้นให้นานี่ กับ ตี๋ปาร์ค วางเบอร์บาตอฟกับรูนี่ย์เป็นหน้าคู่ ก็เป็นการยืนยันในมิสชั่น “แบ๊ค ทู เบสิค” หรือ “สูงสุด กลับสู่สามัญ” ได้เป็นอย่างดี กับการกลับมาเล่นในรูปแบบ conservative 4-4-2 อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของเรา



กับรูปเกมก็เป็นไปอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว นั่นคือ ตราบใดที่เรายังไม่หามิดฟิลด์ในระดับที่สมน้ำสมเนื้อกับทีมบิ๊กๆมาเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง เกมตรงกลางเราก็จะยังตกเป็นรองทีมอย่าง อาร์เซน่อล, เชลซี, และลิเวอร์พูลเหมือนเดิม อันนี้พูดถึงในกรณีที่ทีมเหล่านี้ส่งตัวจริงลงมาบู๊กับเรานะครับ ผมเองไม่เคยเชื่อครับ ว่า ไมเคิล คาร์ริค, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, ไรอัน กิ๊กส์ หรือแม้แต่ สโคลส์ ในวัยนี้ จะมาต่อกรกับ มาสเคราโน่-อลอนโซ่-เจอร์ราร์ด (ไปซะแล้วหนึ่ง) หรือ เชส-นาสรี่-โรซิคกี้ หรือ เดโก้-แลมพ์-มิเกล-บัลลัค-เอสเซียง ได้แบบสูสีตลอดเก้าสิบนาที ผมไม่เชื่อ โอเคว่าเราอาจมีจังหวะที่ทำได้ดีเป็นระยะๆ แต่ไอ้ที่จะมาครองเกมสู้กันกับสามทีมเหล่านี้ได้แบบถึงพริกถึงขิง ผมมองว่ายากมากๆ ช่วงซัมเมอร์ที่มีข่าวกับปีกดังๆ กับกองหน้าดังๆ ผมถึงเฉยๆ เพราะผมมองว่า หัวใจที่เราต้องการคือ มิดฟิลด์คุณภาพถึงระดับเพียงคนเดียว ที่จะเอามาเติมตรงกลางครับ

ที่พูดมา ไม่ใช่ว่าผมมองว่าแดนกลางเราอ่อน จริงอยู่ครับ ที่ซีซั่นหนึ่งๆ เราเจอกับอีก 19 ทีม ซึ่งผมก็เชื่อว่า มีเกิน 10-12 ทีมแน่นอน ที่เราสามารถเอาชนะได้ในการครอบครองพื้นที่กลางสนามแบบไม่ยากเย็นมากนัก (ไม่ได้หมายถึงเอาชนะนะครับ) แต่กับทีมใหญ่ๆอีกสามทีมที่ว่ามาเป็นอย่างน้อย คุณภาพของมิดฟิลด์ตรงกลางเขาแน่นและยืดหยุ่นกว่าเรามาก ถึงแม้ในเกมนี้ ผมจะเห็นว่าเฟล็ทเชอร์มีพัฒนาการมากขึ้นไปอีกขั้น กับความดุดันที่ดูจะมากขึ้น และทักษะการเล่นกับบอลที่ดีขึ้น ในขณะที่คาร์ริคเองก็เล่นได้สบายใจขึ้น มีเวลามากขึ้นในการหาตำแหน่งเพื่อนเพื่อจ่ายบอล แต่...คุณลองพิจารณาดูครึ่งหลังสิครับ ว่าหนังมันแทบจะคนละม้วนกันเลย



เกมในครึ่งแรก น่าแปลกครับ ที่ดูเชลซีเหมือนจะยังปรับจูนกันไม่ลงตัวกับแท็คติคเพชรอันนี้ของอันเชล็อตติ ยิ่งบวกกับการที่อิวาโนวิชค่อนข้างช้า เพื่อนๆต้องคอยพะวงมาช่วย ทำให้เกมตรงกลางออกมาค่อนข้างสูสี และดูยูไนเต็ดจะเหลื่อมๆกว่าด้วยซ้ำไป การขึ้นบอลของนานี่และเอวร่า สร้างปัญหาให้อิวาโนวิชโดยตลอดในครึ่งแรก จนอันเชล็อตติต้องลงมาชี้โบ๊ชี้เบ๊บ่อยๆ บอลของเชลซีถูกตัดทำลายเกมได้หลายครั้งตรงกลางและริมเส้น การต่อบอลและความต่อเนื่องของเกมเชลซีดูจะยังมีปัญหา และขาดๆเกินๆอยู่เรื่อยๆ ตรงนี้เองครับ ที่ทำให้เกมของแมนฯยูฯ ที่เล่นในรูปแบบ 4-4-2 ที่นักเตะทุกคนในโลกคุ้นเคย ทำได้ดีกว่าในแง่ทีมเวิร์ค และการต่อบอลออกทางริมเส้น จนมาได้ประตูนำจากนานี่ในที่สุด

เกมของเชลซียังน่าเป็นห่วงเมื่อคิดว่านี่ก็คือทีมเดิมๆ เพียงแต่เปลี่ยนแท็คติคกับโค้ช แต่ดูเหมือนว่า อันเชล็อตติจะไม่ดื้อดึงมากนัก มีการปรับการยืนและรายละเอียดของการเล่นในช่วงปลายครึ่งหลัง ซึ่งทำให้เกมของเชลซีดูดีขึ้นมาพอสมควร นั่นก็คือ หุบเอาเอสเซียงลงมาช่วยอิวาโนวิช และถ่างเอาอาเนลก้าออกมาเล่นริมเส้นทางซ้ายมากขึ้น ทำให้มาลูด้าและพี่แฟรงค์ขึ้นเติมได้ค่อนข้างสะดวก และเปิดพื้นที่ตรงกลางให้เล่นกันได้มากขึ้น คุณภาพนักเตะของเชลซีนั้น เทียบตำแหน่งต่อตำแหน่ง สูงกว่ายูไนเต็ดพอสมควรอยู่แล้ว พอมีพื้นที่มากขึ้น ก็จึงทำให้เกมของเชลซีทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับเกมของยูไนเต็ดที่ดูจะดาวน์ลงไป แต่ว่าก่อนหน้าที่เชลซีจะดีขึ้นมานั้น เกมของยูไนเต็ดช่วงที่ยังดีอยู่ กลับไม่สามารถเบิกสกอร์เพิ่มให้ขาดได้ เพราะความเหนียวแน่นของเช็คในการปัดป้องออกไปไม่ต่ำกว่าสามลูก จึงทำให้สกอร์ยังเป็นหนึ่งต่อศูนย์ในครึ่งแรก



ครึ่งหลัง อันเชล็อตติมีการปรับทัพตามคาด โดยการถอดเอาอิวาโนวิช ที่มีปัญหาค่อนข้างมากออกไป แล้วส่งโบซิงวาลงมาแทน ซึ่งตรงนี้ครับ ที่เป็นจุดเปลี่ยนของเกมเชลซีก็ว่าได้ เมื่อจุดอ่อนที่ทีมต้องพะวงและต้องช่วยกันปิดช่วยกันซ้อนถูกถอดออกไป เมื่อทีมไม่ต้องพะวงอีก และแต่ละคนสามารถรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองได้เต็มที่ เกมของเชลซีก็ดูดีขึ้นมาทันที อันเชล็อตติมีการปรับรายละเอียดการเล่นอีกนิดหน่อย จากที่เน้นการครองบอล และต่อบอลตามพื้นที่ว่างโดยใช้สปีดมาตรฐานที่แกเคยใช้สมัยคุมมิลาน ซึ่งนักเตะแมนฯยูฯ นั้นไม่ค่อยมีปัญหาในการตามเพรสซิ่ง อันเช่ ปรับเพิ่มสปีดการถ่ายบอลขึ้นมาอีกสเต็ปหนึ่ง และให้ลูกทีมเคลื่อนที่เร็วขึ้น พยายามฉีกตัวเองออกทางกว้างเพื่อเพิ่มพื้นที่เล่นบอลให้มากขึ้น และถ่างแนวรับแมนฯยูฯออกมาให้มากที่สุด ดร็อกบาและอาเนลก้า ถ่างออกมาเล่นริมเส้นมากขึ้น เปิดพื้นที่ตรงกลางให้มิดฟิลด์เติมได้สะดวก นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกมแมนฯยูฯต้องดร็อปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

เชลซีได้ประตูตีเสมอแบบน่าเขกกะโหลกนานี่ยิ่งนัก เมื่อเขาปล่อยให้คาร์วัลโญ่ที่ตามกันมาตลอดจากนอกกรอบ ได้เดินดุ่มๆเข้าไปค้ำที่เสาสองแบบเดี่ยวๆ โดยที่ตัวเองยังยืนดูอยู่นอกกรอบ บอลดูจะขลุกขลิกๆอยู่ทางเสาแรก ก่อนผู้เล่นเชลซีจะงัดเข้ามาหน้ากรอบ ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายโถมเข้าหาบอลทันที รวมทั้งฟอสเตอร์ ซึ่งออกมาชกบอลทะลักไปเสาสอง และก็กลายเป็นริคกี้ ที่ยืนคนเดียวโล่งๆ พุ่งโหม่งเสียบเสาสองไปแบบน่าเตะก้นนานี่จริงๆ หลังจากได้ประตูตีเสมอ เกมเชลซียิ่งดีขึ้น ในขณะที่ยูไนเต็ดเหมือนจะตื้อๆลงไป นานี่เมื่อมีปัญหาที่ไหล่จากการถูกสอยล้มลงก็ถูกเปลี่ยนออก และส่งวาเลนเซียลงมาแทน ในขณะที่บัลลัคลงมาแทนมิเกล แล้วถอยเอสเซียงลงมาเล่นรับแทน



เชลซีมาได้ลูกที่สองจากจังหวะที่เอวร่าถูกสอยล้มลง นักเตะยูไนเต็ดชะงักไปพักหนึ่ง แต่ไม่มีเสียงนกหวีดจากคริส ฟอย ในขณะที่เชลซีเองนั้นลากบอลขึ้นไปถึงริมกรอบโทษทางซ้ายแล้ว และเป็นสถานการณ์สามต่อสอง ดร็อกบาจ่ายข้ามมาให้ตัวที่สามเป็นแลมพาร์ด ที่ยิงเต็มข้อโล่งๆ ฟอสเตอร์ปัดไม่หลุด ลูกทะลักเข้าเสาแรกจนได้ ท่ามกลางเสียงประท้วงของผู้เล่นยูไนเต็ด หลังจากนั้น โอเว่น, สโคลส์ และฟาบิโอ ถูกส่งลงมาแทน เบอร์บาตอฟ, เฟล็ทเชอร์ และโอเช เกมยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ ในขณะที่เชลซีส่งเดโก้ลงมาแทนมาลูด้า และกาลูลงมาแทนอาเนลก้า เกมของแมนฯยูฯยังต่อกันไม่ค่อยติดเท่าไหร่นักจากคุณภาพนักเตะตรงกลางที่ยังห่างกันอยู่ นักเตะที่สามารถครองบอลและเอาตัวรอดได้ดีของเชลซี มีทั้งเดโก้, บัลลัค, เอสเซียง, แลมพาร์ด ไหนจะดร็อกบาอีกคน ทำให้เกมตรงกลางไล่ไปข้างหน้าของเชลซีค่อนข้างไหลลื่น ผิดกับช่วงต้นเกมอย่างเห็นได้ชัด

ในขณะที่แมนฯยูฯต้องหนีการเล่นตรงกลางที่เชลซีคุมพื้นที่ได้ดีมากๆด้วยการวางบอลออกปีก หรือไม่ก็เน้นไปที่บอลสวนกลับเมื่อนักเตะเชลซีหนุนสูงขึ้นมา ซึ่งประตูตีเสมอในช่วงทดเจ็บก็มาจากลูกลักษณะนี้ กิ๊กส์ได้บอลก่อนจะแทงบอลขึ้นหน้าให้รูนี่ย์ ที่ดูเหลื่อมๆจะล้ำหน้าอยู่ครึ่งช่วงตัว รูนี่ย์ลากเข้าก่อนจะยิงดีดข้ามตัวปีเตอร์ เช็คเข้าไปทางเสาสอง ช่วยให้ยูไนเต็ดไม่ต้องแพ้ในเกม แต่ก็ต้องไปดวลจุดโทษกันต่อทันที ซึ่งผลก็อย่างที่ทราบกันไปแล้ว แลมพาร์ด, บัลลัค, ดร็อกบา และกาลู สี่คนนี้ยิงให้เชลซีไม่พลาดเลย ส่วนยูไนเต็ด เปิดด้วยกิ๊กส์ที่พลาดเข้าตรงกลางไปถูกเช็คใช้ขาเซฟได้ คาร์ริคยิงเข้าไป และปิดด้วยเอวร่าพลาดยิงแปเบาๆให้เช็คล้มตัวรับได้ง่ายๆ ทำให้จบเกมด้วยการที่เชลซีเป็นฝ่ายชนะการดวลจุดโทษไป 4:1



ผมเองค่อนข้างแปลกใจมากกับนโยบายนักเตะในซัมเมอร์นี้ของทีมเรา การเสียโรนัลโด้และเตเวซนั้น ไม่ได้อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของผมนัก เรื่องนั้นผมพอเห็นเค้ารางมาก่อนแล้วและเดาไว้แล้วว่าต้องจบแบบนี้ แต่ที่ไม่เข้าใจเลยก็คือ ผลงานปีที่ผ่านมามันฟ้องค่อนข้างชัดเจนว่า กองกลางเรายังไม่สามารถต่อกรกับยอดทีมได้ดีนัก ยังมีความห่างกันอยู่ระดับหนึ่ง ผลงานมินิลีกปีที่แล้วก็ฟ้องให้เห็นในข้อนี้ และยิ่งตอกย้ำชัดลงไปอีกในเกมกับบาร์เซโลน่าที่กรุงโรม เมื่อกองกลางของเรา ถูกปั่นหัวคล้ายๆเป็นลิงในเกมลิงชิงบอลก็ไม่ปาน แต่เมื่อได้เงินจากการประเคนโรนัลโด้ไปร่วมแปดสิบล้านปอนด์ เซฟเงินจากเคสเตเวซอีกร่วมยี่สิบห้าล้านปอนด์ นั่นเท่ากับเรามีเงินในคลังกว่าร้อยล้านปอนด์ในซัมเมอร์นี้ การวอดวายไปกับวาเลนเซีย, โอแบร์กตอง, และโอเว่น ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก แถมเป็นการปิดจุดที่หายไปของโรนัลโด้กับเตเวซเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นการถมจุดอ่อนเรื่องกองกลางแต่อย่างใด

ยิ่งตามข่าวนักเตะที่สโมสรเราสนใจ ผมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ จะบินหรือไงครับป๋า จะเอาแต่ปีก จนปีกจะล้นทีมแล้ว แต่กองกลางเราพอหมดสโคลส์ในช่วงพีคไป กลับไม่มีตัวแทนที่สมน้ำสมเนื้อขึ้นมาเลย คาร์ริคเล่นดีครับผมไม่เถียง เฟล็ทเชอร์ก็เล่นดี สองคนนี้เล่นได้ดีมากๆ แต่ยังขาดอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ บุคลิกในการคอนโทรลเกม การบงการรูปเกม และการกำหนดลักษณะการเล่นของทีมครับ ทั้งคู่ทำได้ดีมากๆในการเล่นเกมของตนเอง แต่ไม่สามารถปรับตัวเองในการเล่นรูปแบบอื่นๆให้รับมือการแก้เกมของคู่ต่อสู้ได้ดีนัก ตรงนี้ลองสังเกตดีๆนะครับ ทักษะและเซนส์บอลของคาร์ริค กับเฟล็ทเชอร์ ผมว่าต่างกับคีนและสโคลส์ไม่มากหรอก ไม่ห่างชั้นกันขนาดเห็นได้ชัด แต่ที่ห่างกันเยอะก็คือ คีนกับสโคลส์นั้นมีความยืดหยุ่นดีกว่ามาก สามารถปรับเกมของตัวเองได้ตลอด ไม่ว่าจะเอาลูกหนัก, ลูกดุดัน ขยันในเกมรับ หรือจะครองบอล ถ่ายบอลไปมา แม้แต่การจ่ายคิลเลอร์พาส หรือเติมขึ้นไปยิง รวมทั้งบารมีในการขู่นักเตะฝั่งตรงข้ามให้หงอทางด้านจิตวิทยา คีนกับสโคลส์ทำทั้งหมดนี้ได้ และเมื่อกองกลางสามารถปรับเกมตัวเองได้หลากหลาย ยิ่งหลากหลายเท่าไหร่ การแก้เกมในสนามก็ทำได้ดีขึ้นเท่านั้น



หลายๆคนอาจไม่เห็นด้วย เรื่องความจำเป็นของนักเตะมิดฟิล์ที่เราดูจะมีในทีมไว้เพียบ หากไม่นับพวกเฒ่าชแรแก่ชรา ฮาริบที่เดี้ยงไม่หาย เราก็มี เฟล็ทช์, คาร์ริค, แอนนี่, กิ๊บสัน, พอสเซบอน, ลายิชหกคนเข้าไปแล้วที่ลงได้ แต่คุณภาพในระดับที่ผมว่าไว้ ยังหาไม่เจอจากกลุ่มนักเตะเหล่านี้เลย จริงอยู่ ที่เราไม่จำเป็นต้องครอบครองพื้นที่กลางสนาม ขอเพียงจังหวะเข้าทำที่เด็ดขาด เราก็น่าจะเก็บสามแต้มได้ไม่ยาก แต่อย่าลืมครับ ว่าหากปล่อยให้คู่ต่อสู้สามารถครองเกมได้เรื่อยๆ ก็เท่ากับคุณมีความเสี่ยงที่จะถูกยิงประตูอยู่ตลอดเวลานั่นเอง มันจะดีกว่านี้ไหม ถ้าเราสามารถผลัดกันครองเกมได้ด้วย หาโอกาสเข้าทำได้ด้วย เหมือนช่วงที่เรามีร็อบโบ้-อินซ์, อินซ์-คีน หรือ คีน-สโคลส์ ในช่วงรุ่งๆ

ผมลองสังเกตไล่เรียงดู ยุคนี้ ดูจะเป็นยุคที่ทีมเรามีความลงตัว มีความสมดุลในแต่ละตำแหน่งสูงที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา อันนั้นจริงครับ แต่มิดฟิลด์ตรงกลางกลับดูจะไม่สมบูรณ์แบบเท่ากับชุดที่ผ่านๆมา ผมมองว่า คาร์ริคหรือเฟล็ทเชอร์น่าจะแสดงผลงานได้ดีกว่านี้อีกด้วยซ้ำ หากเรามีกองกลางฮาร์ดแมนคุณภาพดีๆ สักคนมาช่วยเสริมในจุดนี้ กองกลางที่สามารถปลุกกระตุ้น เร้าเพื่อนร่วมทีมได้ กองกลางที่สามารถเล่นร่วมกับคาร์ริค หรือเฟล็ทเชอร์และทำให้เราปรับรูปแบบการเล่นได้หลากหลายขึ้นในสนาม กองกลางที่สามารถข่มขวัญคู่ต่อสู้ให้รู้สึกยำเกรงได้ บอลสมัยนี้ผมมองว่าปีกสองข้างนั้นส่งผลต่อประสิทธิภาพของเกมได้น้อยกว่ามิดฟิลด์ครับ โอเคคุณอาจมีปีกที่รวดเร็ว จัดจ้าน วูบวาบ โจมตีคู่ต่อสู้ได้ดีมากๆ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรเล่า หากมิดฟิลด์ไม่สามารถหาบอลมาจ่ายให้ปีกได้เข้าทำบ่อยๆ (เหมือนเมื่อคืน นับครั้งได้ที่วาเลนเซียได้ลากเลื้อย) หรือต่อให้ปีกจะช่วยให้กองหน้ามีโอกาสทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ถ้ามิดฟิลด์ไม่สามารถครองเกมได้ ไม่สามารถเบรคเกมรุกคู่ต่อสู้ได้ มันก็รอเวลาที่จะเสียประตูเหมือนกันครับ



ถึงนาทีนี้ ผมยังเชื่ออยู่ว่า ขุมกำลังที่มีตอนนี้ ยังไหวครับที่จะขับเคี่ยวลุ้นแชมป์จนนาทีสุดท้าย หากเราสามารถเก็บสามแต้มจากทีมที่เป็นรองกว่าเราได้เรื่อยๆ ส่วนเกมกับบิ๊กโฟร์ก็ไปลุ้นเอานัดต่อนัดเหมือนซีซั่นที่แล้ว ที่มินิลีกกับบิ๊กโฟร์เราห่วยมากๆ แต่ก็ยังอุตส่าห์เป็นแชมป์ได้ แต่ผมก็เชื่ออีกเช่นกันครับ ว่าถ้าเราไม่เติมมิดฟิลด์ศักยภาพสูงๆอีกสักคน โอกาสในแชมเปี้ยนส์ลีก ก็คงน้อยลงไปอีกเยอะนะครับ


แล้วมาลุ้นให้ป๋าคิดเหมือนผมกันนะครับ


สงบใจ



Create Date : 10 สิงหาคม 2552
Last Update : 10 สิงหาคม 2552 10:30:29 น. 4 comments
Counter : 224 Pageviews.

 
ผมว่าเชลซีไม่มีน้ำใจนักกีฬาอ่ะครับ ถึงจะมาชนะลูกจุดโทษตอนหลังก็ตาม


โดย: rugby34 วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:12:13:58 น.  

 
ผมว่าป๋าไม่ได้มองข้ามเรื่องนี้หรอกครับ แต่ก็อย่างที่รู้กัน แมนยูฯ เล็งใครเป็นต้องแพงทุกที และยิ่งรวยจากการขายโด้มาด้วย ยิ่งโดนโขก แมนยูฯ มักจะแบบนี้แหละครับ เสียน้อยเสียมาก เสียยากเสียง่าย คิดเรื่องธุรกิจอันดับแรก และสุดท้ายก็ต้องมาแก้ปัญหาทีหลัง
และตลาดซื้อขายนักเตะรอบสอง ถ้ากองกลางชุดนี้ยังไม่ยกระดับตัวเองขึ้นมา เราจะได้เห็นว่าป๋าจะซื้อใครเข้ามาเพิ่ม


โดย: จีโน่ IP: 202.142.193.15 วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:15:02:58 น.  

 


555 man utd กระจอกนึกว่าจะเเน่ทีใหนได้แพ้ลูกโทษอิอิอิอิอิอิอิ


โดย: jab IP: 222.123.239.69 วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:19:45:28 น.  

 
^
^
^
^
^
เ มิง เก่ง กว่า เค้า หรอ ไอ่ ดอ


โดย: ........ IP: 192.168.1.9, 112.142.124.129 วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:10:17:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.