Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
11 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
20071211 วิพากษ์ Man UTD VS Derby County

สวัสดีครับ ทุกๆท่าน กลับมาพบกับผมอีกครั้งเหมือนเช่นเคยนะครับ แต่วันนี้ ออกจะช้าไปสักหน่อย นั่นก็เพราะว่าเตะกันวันเสาร์ และวันจันทร์เป็นวันหยุด ทำให้ผมไม่ได้เข้ามาวิพากษ์เหมือนทุกๆครั้ง แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้อัพเดตข้อมูลเพิ่มเติมให้มากขึ้นในกระทู้วันนี้นะครับ

สำหรับเมื่อคืนวันเสาร์นั้น เราได้เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของพลพรรคแกะเขาเหล็ก ดาร์บี้ เคาน์ตี้ และเป็นการหมายมั่นปั้นมือที่จะเก็บเพิ่มอีกสามแต้ม เพื่อกดดันลิเวอร์พูลที่จะเตะตามหลัง และกดดันอาร์เซนอลอีกต่อ ซึ่งจะมีโปรแกรมออกไปเยือนริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยมในวันถัดไป

สำหรับเกมในลักษณะนี้ ผมเองค่อนข้างหวั่นใจไม่ใช่น้อย เพราะจากการเฝ้าเชียร์ทีมรักมาร่วมๆยี่สิบปีนั้น ทำให้รู้ดีว่า ป๋ามักจะโรเตชั่นในช่วงนี้ เพื่อคงความสดของนักเตะในช่วงโปรแกรมถี่ยิบ และเลี่ยงอาการล้า อาการบาดเจ็บให้มากที่สุด เพียงแต่ที่ผ่านๆมา การโรเตชั่นของป๋า นั้นมักจะเน้นไปที่การให้ตัวสำรองและดาวรุ่ง ลงมาเป็นสิบเอ็ดตัวแรก ในขณะที่ตัวหลักๆ คอยอยู่ข้างสนาม เพื่อพลิกเกม หากบรรดาตัวสำรองทำอะไรไม่ได้ และนั่นเอง ที่ทำให้เราเสียแต้มไปไม่น้อยเลยในอดีต

มาคราวนี้ เหมือนป๋าจะเปลี่ยนยุทธวิธีการโรเตชั่น โดยยึดถืออาร์เซนอลช่วงห้าปีที่ผ่านมาเป็นแม่แบบ นั่นคือ ส่งตัวจริงลงบู๊แต่แรก เพื่อเปิดสกอร์ให้เร็วที่สุด และพยายามยิงให้ขาดไว้ก่อน จากนั้นจึงค่อยทยอยเอาสำรองลงมาเปลี่ยน ซึ่งผมสังเกตมาจากนัดชนะฟูแล่มเมื่อสุดสัปดาห์ก่อนได้ครั้งหนึ่ง มาคราวนี้ เห็นแบบนั้นอีก ผมค่อยโล่งใจ เพราะหนึ่งก็คือจะทำให้ตัวสำรองเล่นง่ายขึ้นเมื่อสกอร์นำไปแล้ว และสอง หากตัวจริงลงมาเปลี่ยนเกมในแบบเดิมๆ และต้องการประตูอย่างมากในช่วงท้ายเกม อาจทำให้มีความกดดันสูง และเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้ตัวจริงต้องบาดเจ็บจากการเร่งเกม และเข้าปะทะเพื่อหาโอกาสยิงประตูให้มากที่สุด ในขณะที่เวลามีน้อยนั่นเองครับ

ซึ่งตัวจริงในค่ำคืนดังกล่าวก็ไม่พลิกโผแต่อย่างใด เพียงแต่การที่ฮาร์กรีฟส์เจ็บน่องเล็กน้อย ทำให้คาร์ริคต้องถูกส่งมาแทนในวินาทีสุดท้าย นั่นก็คือ แผนการเล่นเปลี่ยนไปในช่วงก่อนคิกออฟเท่านั้นเอง จากเดิมที่เป็นแอนนี่กับฮาร์โก้ ซึ่งเน้นการตัดบอล และเข้าทำเร็ว วูบวาบ มาเป็น แอนนี่ กับคาร์ริค ที่ทำให้เกมมีสปีดช้าลงมาอีกนิด แต่มีความแน่นอนมากขึ้น ผู้รักษาประตูยังคงเป็นน้าซาร์ แผงแบ๊คโฟร์เป็นบราวน์, ริโอ, วิดิช, และเอวร่า กองกลางสี่คนมี โรนัลโด้, คาร์ริค, แอนนี่ และกิ๊กส์ คู่หน้าเป็นเตเวซ กับรูนี่ย์

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทีมกะทันหันในวินาทีสุดท้ย น่าจะส่งผลให้แท็คติคที่เตรียมมานั้นต้องปรับเปลี่ยนไปเช่นกัน และนั่นเอง ที่ส่งผลให้ในช่วงแรก คาร์ริคกับแอนนี่ ดูคล้ายๆจะมีปัญหาพอสมควรกับแท็คติคเกมตรงกลาง และเป็นดาร์บี้ซะอีก ที่ฉวยโอกาสดังกล่าว ต่อบอลกันเข้าโจมตีแมนยูไนเต็ดได้ค่อนข้างน่าหวาดเสียวเป็นระยะๆ โดยที่เจ้าบ้านเอง ยังตั้งเกมได้ไม่ค่อยถนัดในช่วงแรกๆ และเกมยังคงเป็นในรูปแบบนั้นอยู่ประมาณสิบห้านาที เจ้าบ้านจึงเริ่มตั้งหลักได้ แอนนี่ และคาร์ริค เริ่มเล่นได้เข้าที่เข้าทาง และเล่นเกมของตัวเองได้มากขึ้น จากนั้น เกมก็ออกแนววันเวย์ครับ คือแมนยูไนเต็ดครองเกมกดดันผู้มาเยือน โรนัลโด้ กับกิ๊กส์ และแอนนี่ ที่ดันขึ้นสูงบ่อยๆ เป็นตัวปั่นป่วนแนวรับดาร์บี้ เตเวซ กับรูนี่ย์ สลับกันลงมาล้วงลูกและทำเกมหน้ากรอบ เจ้าบ้านมีโอกาสทำประตูมากมายหลายต่อหลายครั้ง และกดดันผู้มาเยือนโดยตลอด

จนมาสำเร็จเอาก็ในนาที 40 เมื่อเจ้าถิ่นกดดันอย่างหนัก ได้ครองเกมอยู่หน้ากรอบหลายนาที และพาเหรดกันเข้าไปยิงโดยที่ผู้มาเยือนไม่สามารถโต้กลับได้เลย และเป็นโรนัลโด้ ที่หาจังหวะยิงจากหน้ากรอบอย่างหนักหน่วง ทำให้บายวอเตอร์ต้องล้มตัวทุบออกมา แต่ก็ไปเข้าทางปืนกิ๊กส์ ที่อ่านจังหวะก่อนแล้ว และชาร์จตามเข้ามาคนเดียว ยิงเข้าประตูไป และเป็นลูกที่ 100 ที่กิ๊กส์ทำได้ในลีกไปแล้วด้วย จากนั้น ทางยูไนเต็ดก็เปลี่ยนมาเป็นครองเกม และเล่นการเข้าทำเร็วเมื่อมีจังหวะ จนมาได้อีกลูกก่อนหมดเวลาครึ่งแรก เมื่อโรนัลโด้ หลอกทำท่าจะยิงฟรีคิก แต่กลับเปลี่ยนเป็นตักบอลเข้าหน้ากรอบ กลายเป็นลูกชุลมุนอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เตเวซซึ่งยิงจังหวะแรกวืดเต็มๆ จะยิงซ้ำลูกเดิมอีกครั้ง คราวนี้ เข้าไปง่ายๆ ทำให้ออกนำไป 2-0 ก่อนหมดครึ่งแรก

เมื่อเริ่มครึ่งหลัง แมนยูก็เปลี่ยนแท็คติคมาเล่นครองเกมเต็มตัว และผ่อนคันเร่งลงเล็กน้อย ไม่โหมเกมเหมือนช่วงที่ยังยิงไม่ได้ แต่เน้นการครองบอล และหาพื้นที่ เพื่อเข้าทำเร็วตามแต่โอกาสจะให้ ทำให้ดาร์บี้ มีโอกาสสวนบ้างประปราย แต่พอนาทีที่ 60 บราวน์ที่เติมหลุดมาทางกราบขวา ก็จ่ายบอลสั้นให้เตเวซ ซึ่งแต่งบอลแล้วก็ยิงเสียบเสาสองอย่างสุดสวย ซึ่งลูกนี้ กองหลังดาร์บี้ประกบห่างจริงๆครับ คงไม่คิดว่าเตเวซจะยิงจากจังหวะนี้ได้ พอขึ้นนำขาด ท่านเซอร์ก็ทยอยเปลี่ยนตัว โดยเอาเฟล็ทเชอร์ลงแทนอันแดร์สัน และกิ๊กส์ออกมาพัก ให้ซาฮาลงมาแทน แท็คติคจึงเปลี่ยนไปเป็นประมาณ 4-3-3 และนั่นเองที่เริ่มทำให้ดาร์บี้กลับมาสู่เกมได้มากขึ้น เพราะกลางเหลือแค่สามคน คือ คาร์ริค เฟล็ทเชอร์ และโรนัลโด้ แต่ เจ้าโด้เองก็ออกไปในแนวกราบสุดเหมือนกันในเกมนี้ ทำให้กลางเราเหลือสองคนเป็นส่วนใหญ่

เกมเริ่มจะกลายเป็นแมนยูไนเต็ดที่รับแล้วโต้บ้าง จากการที่กลางเหลือแค่สองคน ทำให้เกทตรงกลางค่อนข้างด้อยลงอย่างเห็นได้ชัดโดยมีโรนัลโด้, รูนี่ย์ กับเตเวซ เป็นตัวทะลุทะลวงจากหลัง และซาฮาพักบอลในแดนหน้า ซึ่งการโต้กลับลักษณะนี้ กลับทำได้น่ากลัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะความเร็วของโด้ รูนและเตเวซนั่นเองครับ และเจ้าถิ่นก็ขยับเปลี่ยนนักเตะอีกครั้ง โดยเอาโอเช ลงมาแทนริโอ และก็ขยับเอาบราวน์ไปยืนเซ็นเตอร์คู่กับวิดิช โอเชเล่นแบ๊คขวาแทนและก็กลายเป็นสิบห้านาทีสุดท้ายของดาร์บี้ เมื่อเกมของยูไนเต็ดไม่ไหลลื่นเหมือนเดิมอีกต่อไป การทำเกม และการครองบอล ไม่ได้ทำได้ง่ายๆเหมือนเดิม และเนื่องจากการไม่เสี่ยงด้วย ยิ่งทำให้ดาร์บี้เริ่มมีกำลังใจมากขึ้น และก็มาได้ประตูเยือนลูกแรกในฤดูกาลนี้ในที่สุด เมื่อน้าซาร์อ่านจังหวะเปิดของผู้เล่นดาร์บี้พลาดไป ออกมาปิดมุมแต่ลูกอยู่ห่างตัวเหลือเกิน ทำให้ดาร์บี้ได้จังหวะเปิดสวนน้าซาร์มาหน้าปากประตู ที่มีฮาวเวิร์ดตามมาซ้ำ แต่กลายเป็นกองหลังแมนยูไนเต็ดที่เคลียร์บอลไปกระแทกฮาวเวิร์ดเข้าไป ซึ่งก็ต้องชมดาร์บี้ครับ ที่บุกกดดันจนได้ในที่สุด

เกมทำท่าว่าจะจบลงแบบนี้ แต่ในนาทีสุดท้าย โรนัลโด้ได้โอกาสลากหลุดเข้าไปในกรอบ และก็เป็นกองหลังผู้มาเยือนที่พลาด แหย่ขามาสกัดโด้ล้มลงไปในกรอบ คราวนี้ได้จุดโทษครับ และจากการที่ผมดูภาพช้าในจังหวะดังกล่าวนั้น โรนัลโด้ถูกแหย่ขาสกัดจริงๆ เพียงแต่ว่า จังหวะนั้น โรนัลโด้เองก็น่าจะเห็นแล้วว่า เมียรส์นั้น อ้อมมาจากทางซ้าย และแหย่ขาเข้ามาซึ่งโด้ก็ลากขาซ้ายมาพอดิบพอดีในจังหวะนั้น ผู้ตัดสินก็คงเห็นเช่นกันว่าโดนจริงๆ ทำให้เป่าให้ได้จุดโทษครับ ซึ่งผมเองมองว่าจังหวะมันถูกจริงๆ เพียงแต่ผมเองก็บอกได้เช่นกันว่า โรนัลโด้เป็นผู้สร้างให้เกิดจังหวะนั้นขึ้นมาครับ จากการลากขามาโดนแหย่นั่นแหละครับ ถามว่าเป็นจุดโทษไหม บอกได้ว่าเป็นแน่ๆ แต่ถ้าถามว่าได้แบบแมนๆไหม ผมเองคงบอกว่าโด้ไม่แมนเท่าไหร่ครับ แต่ก็นั่นแหละ จังหวะเช่นนั้น อาจจะเร็วเกินไปที่โด้จะคิดทำในช็อตอื่นๆ และเขาก็เลือกที่จะสร้างโอกาสให้ได้จุดโทษแทน ซึ่งโด้ก็ลุกขึ้นมาสังหารเข้าไปไม่พลาด เป็นประตู 4-1 และเป็นประตูที่ทำให้โด้ยังเป็นผู้นำร่วมอันดับดาวซัลโวต่อไป

หลายๆท่านอาจจะเห็นแย้งกับผม ก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ อยู่ที่มุมมองแต่ละคน แต่สำหรับผม บอกตรงๆว่ามันจะแจ้งไปหน่อย กับจังหวะลากขาของโด้จังหวะนั้น ในขณะที่เมียรส์แหย่ขาเข้ามาก่อนแล้ว ผมมองว่า เป็นโชคร้ายของเมียรส์ครับ และเป็นโชคร้ายของดาร์บี้เช่นกัน ที่เสียจุดโทษลักษณะนี้ แต่ผมเองก็ยังขอมองอย่างเป็นกลางต่อไปว่า โอเคแหละครับ ยังไงซะก็ไม่ได้พุ่งเต็มๆซะทีเดียวให้โดนด่า และเทียบกับที่เราน่าจะได้จุดโทษแล้วไม่ได้อย่างนัดที่แล้วเป็นต้น ก็น่าจะพอกล้อมแกล้มไปได้ แต่อย่างว่าครับ เกมขาดไปก่อนแล้ว ลูกนี้จึงไม่ส่งผลอะไรเท่าไหร่นัก แต่เหนือสิ่งอื่นใด ประตูในเกมนี้ของดาร์บี้ต่างหาก ที่น่าจะเป็นกำลังใจให้พวกเขาได้เป็นอย่างดี จากการยิงประตูในการออกนอกบ้านไม่ได้เลย แต่กลับมายิงได้ที่นี่ ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด บ้านของแมนยูไนเต็ด ก็น่าจะเป็นแรงผลักให้ดาร์บี้นั้น เล่นได้ดีขึ้นบ้างในนัดต่อๆไป

เกมในคืนนั้น ผมคงพูดอะไรไม่ได้มาก เพราะดูเหมือนป๋าจะไม่ได้เน้นให้ลูกทีมเล่นเต็มที่ เต็มสูบ เข้าปะทะ หรือ เข้าบอลจังหวะห้าสิบห้าสิบ ก็เป็นเพราะเลี่ยงโอกาสบาดเจ็บนั่นแหละครับ ทำให้รูปเกมที่ดูเหมือนจะครองบอลข้างเดียวก็จริง แต่หากดูในเนื้อแท้แต่ละนาทีแล้ว จะพบว่า เราไม่ได้โหมเกมขนาดนั้น แต่เข้าทำตามจังหวะที่มีต่างหาก และพยายามออกบอลเร็วตลอดเวลา เพื่อเลี่ยงการถูกทำฟาล์วจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งก็ได้ผลในที่สุด เป็นสองเกมล่าสุด ที่ได้หกแต้มเต็มตามที่ตั้งใจ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องชมผู้เล่นดาร์บี้ด้วยครับ ที่พยายามจริงๆ ยังคงสู้ไม่ถอย แม้จะถูกนำขาด แต่ยังคงมุ่งมั่น เพื่อยิงประตูให้ได้ แม้จะไม่มีผลที่ทำให้กลับมาชนะได้แล้ว แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นเพื่อยิงประตูให้ได้จริงๆครับ

ผู้เล่นที่เล่นได้ดีจริงๆ ของเราก็คือเตเวซนั่นแหละครับ ทำได้สองประตู โรนัลโด้กับกิ๊กส์ ก็สลับสับเปลี่ยนกันลากแต่ละฝั่งได้สุดยอดจริงๆ ส่วนรูนี่ย์ถือว่าโชคร้ายมาก ที่ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดนัดนี้ ทั้งๆที่พยายามอย่างสุดชีวิตแล้วแท้ๆ ส่วนริโอกับวิดิชก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยงามเช่นเดิม เหมือนที่ผ่านๆมา และเป็นโอเช ที่ปิดโอกาสการคัมแบ๊คของปิเก้ไปซะในเกมนี้ ทำให้ผมเริ่มมองไม่ออกแล้ว ว่าปิเก้จะได้รับโอกาสอีกครั้งเมื่อไหร่ ขนาดเกมกับดาร์บี้ ยังไม่มีโอกาสได้ลงสนามเลย น่าสงสารจริงๆ พลาดแค่เกมเดียว กลับหายยาวเลย คงต้องวานใครสะกิดป๋าหน่อยแล้วครับ ว่าขอโอกาสเด็กคนนี้อีกสักครั้งเถอะ

ส่วนดาร์บี้นั้น ฮาวเวิร์ดตั้งแต่ถูกเปลี่ยนลงมา ก็ปั่นป่วนแผงหลังยูไนเต็ดได้น้ำได้เนื้อจริงๆ อีกทั้งยังมีบารนส์ และ โคล้ด เดวิส ที่เล่นได้เด่นมากๆสำหรับฝั่งทีมเยือนในนัดนี้ แม็คอีฟลี่ย์ กับเมียรส์เองก็ถือว่าทำผลงานได้ดีไม่แพ้กันครับ เพียงแต่ดาร์บี้นั้น ต่อเกมยังไม่ดีพอ และยังขาดๆเกินๆอยู่บ่อยๆ ทำให้หลายๆจังหวะ ไม่ได้จบด้วยการยิง

จากเกมนี้ ที่ได้สามแต้ม ในขณะที่อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล กลับเสียสามแต้มไปพร้อมๆกัน ทำให้ตอนนี้ เกมตกค้างต่างๆไม่มีผลอีกต่อไป และผลการแข่งขันจากตรงนี้ต่อไป จะกลายเป็นนัดต่อนัดขึ้นมาทันที เกมหน้ายูไนเต็ดไปเยือนแอนฟิลด์ ในขณะที่ในกรุงลอนดอน มีศึกปืนกับสิงห์ นั่นหมายความว่า สุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ จะเป็นการแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูงอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ ระหว่างแมนยูไนเต็ดกับอาร์เซนอล ในขณะที่อันดับสามนั้น เชลซียังคงเหนียวแน่นอยู่ต่อไปได้อีกอย่างน้อยก็หนึ่งสัปดาห์และมีลุ้นถึงขึ้นรองจ่าฝูงด้วย ส่วนอันดับสี่นั้น สุดสัปดาห์นี้มันหยดติ๋งๆแน่นอน เมื่อมีทั้งลิเวอร์พูล, ปอร์ทสมัธ และแมนซิตี้ ที่มีสามสิบแต้มเท่าๆกันในตอนนี้ เพียงแต่ประตูได้เสียแมนซิตี้นั้น ต่ำกว่าอีกสองทีมเยอะครับ ส่วนเอฟเวอร์ตัน, วิลล่า ยังมี 27 แต้ม และ แบล็คเบิร์นที่มี 26 แต้ม ก็พร้อมจะสอดแทรกขึ้นมา หากลิเวอร์พูล, ปอร์ทสมัธ และแมนซิตี้ พลาดสักนัดสองนัดนะครับ

และกลางสัปดาห์นี้ ลิเวอร์พูล โดยราฟาเอล เบนิเตซ ที่ประกาศทิ้งเกมกับเรดดิ้งกลางคันเมื่อถูกนำห่าง ด้วยการถอดเจอร์ราร์ด และตอร์เรสออกจากเกม จะต้องชนะสถานเดียว เพื่อต่ออายุตัวเองด้วยการเข้ารอบ ชปล. นั่นหมายถึงว่าการที่เขาทิ้งเกมกับเรดดิ้งนั้น เขาคิดถูกแล้ว เพื่อเก็บตัวไว้ซัดมาร์กเซย์ในวันนี้แทน ในขณะที่เราก็ต้องเดาใจป๋าแล้วว่าจะจัดทัพไปกรุงโรมอย่างไรนะครับ กับเกมที่ไม่มีความหมายโดยสิ้นเชิงสำหรับเรา เพราะเป็นที่หนึ่งของกลุ่มไปเรียบร้อยแล้ว และจากการที่ฮาร์โก้เองก็เจ็บเล็กน้อย รูนี่ย์, เตเวซ กับโรนัลโด้ ก็ลงสนามครบเก้าสิบนาทีเต็มในนัดนี้ไปแล้ว เอวร่า กับวิดิชก็เช่นกัน ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าวันอาทิตย์นี้ เราต้องยกทัพไปเยือนแอนฟิลด์ด้วย หากมีใครมาเจ็บจากเกมที่ไร้ความหมายนี้ คงไม่คุ้มค่าอย่างรุนแรงเลยครับ

แล้วคืนพรุ่งนี้มาลุ้นกันครับ พบกันใหม่ เช้าวันพฤหัสบดีครับ

สวัสดีครับ





Create Date : 11 ธันวาคม 2550
Last Update : 11 ธันวาคม 2550 9:26:38 น. 1 comments
Counter : 210 Pageviews.

 
ขอบคุณสำหรับบทวิพากษ์

กรณีปิเก้นี่น่าเห็นใจสุดๆ ไม่รู้ช่วงบ๊อกซิ่งเดย์ถึงปีใหม่ ป๋าจะให้โอกาสพ่อหนุ่มคน
นี้รึเปล่า ไม่อยากเห็นปิเก้ย้ายจิงๆ


โดย: MungkOrn IP: 58.8.133.44 วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:12:33:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.