Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
7 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
---ของเก่า 14 พฤษภาคม 2550--- แมนยู กับ เวสต์แฮม ครับ

ล่วงเข้ามาถึงเกมส่งท้ายฤดูกาลพรีเมียร์ชิพ 2006-2007 กันแล้วนะครับ ทุกๆท่าน จากที่มีกระแสข่าวหนาหูว่า ท่านเซอร์จะส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม จะเพราะเป็นการให้เกียรติคู่ต่อสู้, เป็นการรักษาศักดิ์ศรีแชมเปี้ยน หรือจะเป็นการให้เกียรติทีมที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนหนีการตกชั้นทีมอื่นๆ ที่ยืมจมูกเราหายใจก็ตามที แต่พอทีมชีตออกมาปุ๊บ ก็สังเกตได้ชัดว่า เป็นทีมลูกผสมอีกแล้วครับ เพียงแต่ไม่มีดาวรุ่ง ท่านเซอร์เลือกใช้ตัวจริงผสมสำรองชุดใหญ่ลงสนามครับ มีการดร็อป สโคลส์, กิ๊กส์, โรนัลโด้ ไว้ข้างสนาม น่าจะเพื่อคงความสดไว้บดกับเชลซีในสัปดาห์หน้านั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสามคนก็ยังมีชื่อเป็นสำรองอยู่ครับ แต่สำหรับรูปเกมนั้น พูดได้เต็มปากครับ ว่าผีแดงเล่นเต็มที่ไม่มีเม้มจริงๆ เพียงแต่จะเลี่ยงการปะทะ และ ไม่เน้นกับจังหวะได้เสียเท่าไหร่นัก แค่นั้นเอง

ผู้เล่นที่ลงสนามของฝั่งเจ้าบ้าน ซึ่งจากทีมชีต ใส่รูปแบบมาเป็น 4-4-2 นั้น ประกอบไปด้วย เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ เป็นผู้รักษาประตู

แผงหลังสี่คน ประกอบไปด้วย เอวร่า และ โอเช เป็นฟูลแบ๊กฝั่งซ้ายและขวา ให้ไฮน์เซ่กับบราวน์เป็นคู่เซ็นเตอร์

แผงกลาง เลือกใช้ ริชาร์ดสัน (อีกแล้ว) กับ เฟล็ทเชอร์ เป็นปีกสองข้าง ให้ คาร์ริคกับ สมิธ เป็นคู่กลาง

ส่วนแผงหน้า ใช้รูนี่ย์ กับโซลชา ยืนเป็นกองหน้าคู่


สำหรับผู้มาเยือนนั้น มาในระบบ 4-4-1-1 โดยให้ โรเบิร์ต กรีน เฝ้าเสา

แผงหลังมี ลูคัส นีลล์, แอนทอน เฟอร์ดินานด์, เจมส์ คอลลินส์ และ จอร์จ แม็คคาร์ทนีย์

กองกลางประกอบด้วย ยอสซี่ เบนนายูน, ไนเจล รีโอ โคเกอร์, มาร์ก โนเบิ้ล และหลุยส์ บัวมอร์ต

หน้าต่ำ ให้เตเบส ลงยืนล่าตาข่าย คู่กับหน้าเป้าคือ บ๊อบบี้ ซาโมร่า


เมื่อเริ่มเกม ต่างฝ่ายต่างผลัดกันสร้างเกมรุกเข้าโจมตีคู่ต่อสู้กันแบบไม่มีหยุดพักให้หายใจหายคอ แต่ในช่วงสิบนาทีแรก ทั้งสองฝ่ายต่างมาติดขัดบริเวณหน้ากรอบโทษของคู่ต่อสู้อยู่ตลอด ยังไม่มีโอกาสจบสกอร์สวยๆสักเท่าไหร่ น่าจะเป็นเพราะทั้งสองฝ่าย ต่างเน้นการเข้าโจมตีโดยที่ยังไม่สามารถครอบครองบอลได้เต็มที่นัก ทำให้มักขาดๆเกินๆไปในจังหวะสุดท้าย

หลังผ่านสิบนาทีแรกไป กลายเป็นแมนยูไนเต็ดเจ้าบ้าน ที่เริ่มครองเกมได้ โดยที่รูปเกมในสนามนั้นมีการปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อย สมิธดูจะไม่ได้ยืนเป็นมิดฟิลด์เท่าไหร่นัก ดูแล้วน่าจะกลายเป็นระบบ 3-4-3 ซะมากกว่าด้วยซ้ำ ผมเห็นโอเชมักจะวิ่งเติมเกมทางกราบขวาบ่อยมาก จนดูเหมือนจะเป็นปีกขวาซะงั้น ส่วนเฟล็ทเชอร์กับคาร์ริคเน้นเกมกลางสนาม คอยไล่ตัดบอลและคอนโทรลจังหวะเกมได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนสมิธนั้นดูจะเป็นหน้าต่ำซะมากกว่าครับ คอยวิ่งปั่นป่วนแผงหลังเวสต์แฮมได้อยู่เรื่อยๆ แต่ในวันนี้ ดูเหมือนแผงหลังผู้มาเยือนจะยืนคุมพื้นที่ได้ดีมาก ประกอบกับ กรีน โชว์ฟอร์มเหนือชั้นจริงๆ ช่วยรักษาความบริสุทธิ์ไม่ให้เจ้าบ้านเข้ามาเจาะตาข่ายได้ตลอดในครึ่งเวลาแรก ทั้งๆที่มีโอกาสอยู่หลายต่อหลายครั้งก็ตาม

รูปเกมตั้งแต่กลางครึ่งแรกไปจนพักครึ่งนั้น แมนยูไนเต็ด เน้นการครองบอลขึ้นเกมรุกกดดันผู้มาเยือนโดยตลอด โดยมีรูนี่ย์ โซลชา และสมิธ วิ่งสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งคอยสร้างความสับสนเพื่อหาโอกาสเข้าทำได้เรื่อยๆ แต่มักไปติดแผงหลังหรือไม่ก็ผู้รักษาประตูในจังหวะสุดท้าย ส่วนผู้มาเยือนนั้น เน้นบอลโต้กลับโดยการวางบอลยาวข้ามแดนกลางที่แมนยูไนเต็ดครอบครองไว้ แล้วให้เตเบส กับซาโมร่าวิ่งไล่บอลเข้าโจมตี มีเบนนายูนกับรีโอ โคเกอร์ และ บัวมอร์ตสนับสนุนตลอดเวลา ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้แผงหลังเจ้าบ้านได้เรื่อยๆครับ

ซึ่งเกมของผู้มาเยือนนั้น เวลาโต้กลับเร็ว ใช้ผู้เล่นแค่นั้นจริงๆครับ โดยผู้เล่นที่เหลือ จะไม่เติมเกมรุก แต่จะคุมโซนหน้ากรอบโทษของตัวเองอยู่ตลอด ทั้งนี้ ทั้งนั้น ก็น่าจะเพื่อป้องกันการสวนกลับของแมนยูไนเต็ดนั่นเอง ซึ่งหมากนี้ ใช้ได้ผลเป็นอย่างดีทีเดียว ตัวรุกของเจ้าบ้าน ไม่มีโอกาสได้หาจังหวะส่องถนัดๆ หรือมีพื้นที่ให้ลากเลื้อยหรือเจาะทะลุเข้าไปเดี่ยวๆได้เลย ส่วนการทำงานของแผงหลังฝั่งปีศาจแดงนั้น เวส บราวน์ ก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง สกัดลูกอันตรายได้หมดจดจริงๆ ทั้งกลางอากาศ และภาคพื้นดิน ผมเห็นจังหวะที่วิ่งย้อนไปพุ่งโหม่งสกัดลูกเปิดของเวสต์แฮมออกมานั้น ผมยังคิดเลยว่า เฮ้ย บราวน์จริงๆเหรอเนี่ย แต่ก็มีเพียงจังหวะเดียวที่ลูกชิ่งหนึ่งสองของผู้มาเยือนหลุดเข้ากรอบโทษมา แล้วก็เป็นบราวน์ที่เข้าสกัดเป็นตัวสุดท้าย แต่โชคร้ายที่บอลกลับไปโดนหน้าแข้งเตเบส ย้อนโด่งกลับมาหน้าประตู ซึ่งเตเบสก็ฉวยจังหวะปราดเข้าซ้ำสวนทาง ฟาน เดอร์ ซาร์ ที่พยายามออกมาบล๊อค แต่ไม่ทัน ลูกลอดตัวนายทวารชาวดัทช์เข้าไปเป็นสกอร์ขึ้นนำให้ผู้มาเยือนชนิดมีโชคเล็กๆในช่วงท้ายครึ่งแรก

เมื่อเปิดเกมครึ่งหลัง รูปเกมยิ่งออกมาทางฝั่งเจ้าบ้านมากขึ้นไปอีก แมนยูไนเต็ดแทบจะพับสนามบุกตลอดเวลา โดยแผงแบ๊กโฟร์ ขึ้นมายืนกันที่เส้นกึ่งกลางสนามเลยทีเดียว เจ้าบ้านสร้างเกมรุกกดดัน และโจมตีอย่างต่อเนื่องจนผู้มาเยือนแทบจะนับโอกาสโต้กลับได้ เมื่อเข้ามาถึงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย ท่านเซอร์ ก็ส่ง สามประสานตัวหลักลงมา สโคลส์, กิ๊กส์ และ โรนัลโด้ ลงมาแทนเอวร่า, สมิธ และคาร์ริค ซึ่งการเปลี่ยนตัวดังกล่าว ก็เหมือนกับการถอดเอวร่า,สมิธ กับคาร์ริคออกมาพัก ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนเพื่อใช้อาวุธหนักเต็มที่สักเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม แมนยูไนเต็ดมีโอกาสยิงประตูตีเสมอหลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ต้องไปติดแผงกองหลังบ้าง โดนเคลียร์จากเส้นประตูบ้าง หรือติดโรเบิร์ต กรีนบ้าง แม้กระทั่งจังหวะที่โอเช หลุดเข้าไปง้างเท้าจะยิง แต่ถูกสกัดจากด้านหลังล้มกลิ้งในกรอบโทษ ก็ไม่ได้เป็นการฟาล์วอีก (ผมมองว่าฟาล์วนะครับนั่น และเป็นจุดโทษแน่ๆ แต่ช่างมันเถอะครับไม่เป่า ก็ไม่เป่าเนอะ) เกมยังคงดำเนินไปแบบวันเวย์ นอกจากช่วงท้ายครึ่งแรกที่ผู้มาเยือนมีโอกาสกดดันเจ้าบ้านคืนบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ เมื่อจบเกม จึงกลายเป็นชัยชนะแบบไปกลับครั้งแรกในรอบหลายสิบปีล่ะมั้งครับของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

ชัยชนะนัดนี้ของเวสต์แฮม ทำให้พวกเขารอดพ้นการตกชั้น ในขณะที่อีกสนาม วีแกนก็โกงความตายได้สำเร็จ ด้วยการฝังเจ้าบ้านดาบคู่ ให้ลงไปยืดเส้นยืดสายในศึกแชมเปี้ยนชิพปีหน้าต่อไป ซึ่งหากในนัดนี้ ถ้าเวสต์แฮมแพ้ล่ะก็ ตกชั้นแทนเลยนะครับ และก็สิ่งที่เหมือนเป็นการสุมไฟแค้นเพิ่มขึ้นให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก็คือการที่ผู้ที่นำชัยชนะมาให้ขุนค้อน และดูเหมือนว่าเป็นผู้ที่ช่วยถีบดาบคู่ให้ร่วงลงไปนั้น ก็คือเตเบส คนที่เป็นคล้ายๆชนวนความขัดแย้งของสามทีมลุ้นหนีตกชั้นนั่นเองครับ

เมื่อผมมาทบทวนดูรูปเกมแล้ว ก็พบว่าเป็นเกมฟุตบอลเอ็นเตอร์เทนที่สุดมันอีกเกมหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นความพ่ายแพ้ในบ้าน และสกอร์จุ๋มจิ๋มแค่เม็ดเดียว แต่เป็นเกมที่เน้นการบุก เน้นการเข้าทำ เพื่อเอ็นเตอร์เทนผู้ชมอย่างแท้จริงครับ ไม่มีแท็คติคอะไรทั้งนั้น เพียงแต่ว่า การที่แมนยูไนเต็ดได้แชมป์ไปแล้ว ทำให้พวกเขาดูจะไม่เน้นกับจังหวะจบสักเท่าไหร่นะครับ เหมือนกับเล่นเอามันซะมากกว่า แถมริชาร์ดสัน กับโรนัลโด้ ก็ออกลูกโชว์มากเกินความจำเป็นอีกต่างหาก ผู้เล่นคนอื่นก็เช่นกัน ดูจะไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่นัก ดูสบายๆซะมากกว่า เล่นไปยิ้มไป หัวเราะไป เหมือนซ้อมบอลยังไงไม่ทราบแต่ก็ดูสนุกดีนะครับ เป็นเกมแพ้ที่ไม่เครียดดี ซึ่งนั่น ก็อาจจะเป็นเพราะยังมีเกมหนักในสัปดาห์หน้ารออยู่ก็ได้

อีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่ดูเหมือนว่า เทพีแห่งโชค ได้ย้ายร่างทรงออกจากยูเต็ดผี ไปสิงสถิตอยู่ที่ยูไนเต็ดค้อน นั่นเองที่ดูจะเป็นการส่งให้พวกเขาได้ประตูชัยจากลูกสกัดของบราวน์ที่แคนนอนแข้งเตเบสซะงั้น แถมการที่แผงหลังกับโกล์ของเวสต์แฮมยืนถูกที่ถูกเวลาตลอดเก้าสิบนาที ทำให้บอลไม่ว่าถูกยิงมาจากตรงไหน กระเด็นกระดอนยังไงก็ไปติดแข้งติดขาติดหัวผู้เล่นเวสต์แฮมตลอด แหม ถ้าท่านเทพีย้ายร่างทรงเร็วกว่านี้สักสองสามนัด ผมว่าแฟนๆผีอาจจะได้กินแห้วในปีนี้ได้ครับ ยังดีครับ ที่ท่านเลือกย้ายร่างในนัดสุดท้าย

นัดนี้ กิ๊กส์ดูจะไม่วิ่งเต็มที่เท่าไหร่ จังหวะห้าสิบห้าสิบ ดูจะช้ากว่าผู้เล่นเวสต์แฮมอยู่ครึ่งก้าวเสมอครับ ส่วนสโคลส์, คาร์ริค และเฟล็ทเชอร์ ก็ดูจะเน้นการคอนโทรลเกม ปั้นเกมด้วยการแทงทะลุช่องบ้าง ครอสยาวๆบ้าง แต่เลี่ยงการปะทะหนักๆตลอด โซลชาก็ช้าลงไปเยอะครับ จังหวะพลิกบอล กระชากบอล ดูจะอืดไปกว่าเดิมพอสมควร คาดว่าช่วงปิดซีซั่นนี้ น่าจะถูกจับเพิ่มความฟิตให้เข้าที่เข้าทางอีกพอสมควร ผมพอเข้าใจครับว่าสังขารแกเริ่มร่วงโรยแล้ว แต่ก็ดูเหมือนแกยังฟิตไม่เต็มที่ยังไงไม่ทราบ อาจจะเพราะไม่ค่อยได้ลงหรือเปล่า เลยทำให้วิ่งไม่ค่อยออกเท่าไหร่ ตั้งแต่เกมกับเชลซีแล้วครับ

ส่วนบราวน์ เป็นอีกนัดที่ทำผลงานได้เกินหน้าเกินตาเพื่อนๆในแก๊งครับ เด่นจริงๆ โอเชก็เติมเกมรุกได้ดีขึ้นมากในนัดนี้ ส่วนเอวร่าก็เล่นใช้ได้ แต่ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ น่าจะเป็นเพราะไม่ค่อยมีภาระทางฝั่งตัวเองมากนัก สำหรับไฮน์เซ่นั้น ผมว่าจะถามๆอยู่ครับ ว่าแกสับสนอะไรบ้างหรือเปล่า เวลาให้ยืนแบ๊ก ก็ชอบหุบเข้าในบ่อยๆ เมื่อคืนให้ยืนเซ็นเตอร์ พี่แกก็ถ่างออกมาทางกราบเรื่อยๆ หลายครั้งที่เอวร่าต้องหุบเข้าในแทน ดูแล้วผมก็งงๆ หรือว่าเป็นแผนสลับตำแหน่งเพื่อหลอกกองหน้าคู่ต่อสู้ก็ไม่ทราบครับ

รูนี่ย์ กับสมิธนี่วิ่งเป็นม้าเลยครับ ทดแทนอาการร่วงโรยของโซลชาได้ดีมาก ส่วนโรนัลโด้ก็ลงมาทำข้าวซอยกินจริงๆเลย แถมทำไปหลายชามด้วยครับ แต่ก็ถือเป็นการโชว์ในนัดที่ไม่มีผลอะไรแล้ว น่าจะหยวนๆกันไปนะครับ ริชาร์ดสันนั้นถูกดันไปเป็นแบ๊กแทนเอวร่าที่ถูกเปลี่ยนออกไป นัดนี้ดูจะหวงลูกน้อยลงหน่อย ผมมองว่าหมอนี่เล่นแบ๊กน่าจะเกิดได้ง่ายกว่าปีกนะครับ เพราะจะมีพื้นที่มากขึ้นเวลาเติมเกม ทำให้เลี้ยงไปจนตรอกน้อยลง ไม่เหมือนตอนยืนเป็นปีก ที่ชอบจนตรอกบ่อยๆ อ้อ เกือบลืมครับ พี่เงาะแกยิงลูกไซด์ด้วยอีซ้ายจากนอกกรอบก่อนหมดเวลา ลูกโค้งผ่านมือกรีนไปแล้ว แต่ฮุคน้อยไปนี้ดส์ เลยถากสามเหลี่ยมเสาสองไปนิดเดียว กองเชียร์นี่ยืนลุ้นเลยครับ เป็นลูกยิงที่แจ่มใช้ได้

สำหรับเวสต์แฮมนั้น เล่นกันได้ดีทุกๆคนเลยครับ ตั้งแต่โกล์ยันกองหน้า วิ่งสู้ฟัดตลอดเวลา โดยเฉพาะเตเบส, ซาโมร่า กับบัวมอร์ต และเบนนายูน เบนนายูนนั้นเด่นจริงๆนะครับ เป็นอย่างนี้มาหลายนัดแล้วด้วย ไม่ทราบเหมือนกันว่าปิดซีซั่นนี้ ขุนค้อนจะรั้งตัวเขาไว้ต่อไปได้หรือไม่นะครับ เพราะฟอร์มน่าจะไปเตะตาแมวมองทีมอื่นๆเอาง่ายๆนะเนี่ย

ส่วนการที่ใครๆที่ทราบผลการแข่งแล้วจะพาลคิดไปว่าแมนยูไนเต็ดจัดตัวผู้เล่นลักษณะนี้ หลีกเลี่ยงการปะทะกับผู้เล่นเวสต์แฮมอย่างนี้ มันส่งผลให้เวสต์แฮมชนะ และอยู่รอดปลอดภัยอีกปี เป็นการไม่ยุติธรรมแน่ๆ ก็ขอแนะนำให้ไปหาดูเทปการแข่งขันนัดนี้มาดูซะนะครับ แล้วจะเห็นตรงกันว่า นี่เป็นนัดที่ดูสนุกสนานมากอีกนัดหนึ่งในปีนี้ครับ มีลุ้นกันทุกๆนาทีกับการที่แมนยูแทบพับสนามบุกและการโต้สวยๆของขุนค้อนครับ ส่วนเรื่องของการต่อสู้เพื่ออยู่รอดนั้น ผมอยากให้เรามองในความเป็นจริงกันบ้างครับ ว่าการต่อสู้มันมีอย่างยาวนานถึง 38 นัด และหลายๆทีมได้ต่อสู้อย่างหนักหน่วงมาตลอดระยะเวลาก่อนหน้านั้น ก็เพื่อที่จะมาผ่อนคันเร่งลงบ้างในปลายๆซีซั่นครับ

ดังนั้นหากทีมไหนทำผลงานได้ดีเยี่ยมมาตลอดแล้ว ก็ควรแล้วที่พวกเขาจะได้รางวัลตอนปลายๆด้วยการให้นักเตะได้ผ่อนคลายลงบ้าง ในขณะที่อีกหลายๆทีมหากยังทำผลงานในช่วงแรกๆได้ไม่ดี ก็ต้องทำใจยอมรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงปลายๆเช่นนี้ที่อาจจะเห็นเพื่อนๆทีมอื่นเล่นไปยิ้มไป แต่ตัวเองต้องหน้าดำคร่ำเครียด วิ่งไปหน้าบึ้งไป พร้อมดูผลอีกสนามไปด้วย ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาครับกับการแข่งขันในระบบลีก (ผมเองลุ้นวีแกนด้วยนะเนี่ย ยิ้มเลย แต่ก็สงสารดาบคู่ชะมัด) เวลาแมนยูต้องลุ้นนัดสุดท้าย แล้วมาตกม้าตายกับทีมที่ไม่มีลุ้นอะไร มีแค่ได้สะใจเนี่ย มันก็เคยเกิดขึ้นนะครับ ซึ่งเราต้องทำใจเพียงอย่างเดียวครับ จะไปว่าอะไรใครคงไม่ได้หรอก


สุดท้าย ผมขอตำหนิ ESPN หน่อยนะครับ ปรกติเวลารับถ้วยแชมป์เนี่ย น่าจะถ่ายทอดบรรยากาศดีๆ ให้ได้ชมกันนานๆหน่อยนะครับ ไม่ใช่เน้นแต่คุยแต่สัมภาษณ์กันเอง หรือไปเน้นไฮไลต์คู่อื่นๆซะมาก ในเมื่อคุณยังมีสตาร์สปอร์ตอีกช่อง ผมจำได้ว่าเมื่อตอนได้แชมเปี้ยนส์ลีกนั้น ผมยังนั่งดูผู้เล่นแมนยูไนเต็ด ผลัดกันถือถ้วย จูบถ้วย วิ่งไปรอบๆสนามร่วมๆครึ่งค่อนชั่วโมงเลยครับ แต่นี่ แหม ผมได้ดูผู้เล่นแมนยูไนเต็ดเข้าแถวรับเหรียญ และดูแกรี่กับกิ๊กส์ชูถ้วยแป๊บเดียวก็ตัดไปละ เซ็งจริงๆเลยครับ อ้อ ยังมีตัดกลับมาเห็นโรนัลโด้เปิดแชมเปญฉลอง ฉีดใส่ผู้เล่นคนอื่นๆอย่างสนุกสนานอีกแวบหนึ่งแล้วก็ตัดไปอีก โห วัยรุ่นเซ็งเลยครับ ได้ดูบรรยากาศเฉลิมฉลองน้อยมากๆ


อ้อ แล้วเมือคืน ปาร์คไม่อยู่เหรอครับผมไม่เห็นแกเลย


แล้วอย่ามัวฉลองกันเพลิน จนลืมมารวมตัวส่งแรงใจให้ทีมรัก ที่จะลงซดกับเชลซีในสุดสัปดาห์นี้นะครับ

แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ



Create Date : 07 กันยายน 2550
Last Update : 7 กันยายน 2550 7:51:27 น. 0 comments
Counter : 141 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.