Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
18 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
20080218 วิพากษ์ Man UTD vs Arsenal in FA Cup

สวัสดีครับ กลับมาพบกันหลังจากจบศึกบอลถ้วยอันดับหนึ่งของอังกฤษกันไปแล้วนะครับ ผลก็เป็นอย่างที่ทราบๆกันไปแล้ว ซึ่งหลายๆท่านก็อาจจะดีใจ ที่ทีมรักของเรา กลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้ง หลังจากออกมหาสมุทรไปเที่ยวตกปลาถึงสองสัปดาห์เต็มๆ เรามาดูรายละเอียดในเกมกันเลยนะครับ

เมื่อทราบผลการจับสลากรอบนี้ และทราบโปรแกรมการแข่งขันสิ่งหนึ่งที่ผมทราบล่วงหน้าแน่ๆก็คือ ท่านเซอร์ต้องดร็อปตัวหลักบางคนแน่นอน ส่วนอาร์เซนอล ก็คงเช่นกัน แต่ที่ผมไม่ทราบเกี่ยวกับอาร์เซนอลก็คือ อาร์เซนอลนั้น มีนักเตะเจ็บมากกว่า และบางคนก็ติดธุระส่วนตัว ทำให้ไม่สามารถลงสนามเป็นตัวจริงได้เต็มที่ หากดูจากการจัดตัว ผมเองยังนึกว่า กุนซือทั้งสองคนโทร คุยกันมาก่อนรึเปล่านะ ถึงได้จัดตัวออกมาใกล้เคียงกันเช่นนี้

ยูไนเต็ดเจ้าบ้าน ไม่มีแกรี่เช่นเดิม โรนัลโด้ กับกิ๊กส์ ไม่มีแม้ชื่อบนม้านั่ง ในขณะที่สโคลส์, ฮาร์กรีฟส์ และ เตเวซ ก็ถูกจับนั่งสำรอง ส่วนอาร์เซนอล ขาดกลิชี่ และซานญ่า สองฟูลแบ๊ค กลางขาดฟลามินี่ และโรซิคกี้ หน้าขาดอาเดบายอร์ และถ้านับตัวหลักอีกคนเหมือนที่เรานับแกรี่ที่ไม่เคยลง ปืนก็ขาด ฟาน เพอร์ซี่เช่นกันครับ แต่การจัดทัพลงสนามของทั้งสองกุนซือ ท่านเซอร์เลือกใช้กลางห้า หน้าหนึ่ง ส่วนเวนเกอร์ เลือกกลางสี่ หน้าสอง ซึ่งน่าจะเป็นการวัดกำลังในแดนกลางหากมองเผินๆตามแท็คติค แต่ตามเกมที่เกิดขึ้นจริง มันไม่ใช่ ซึ่งผมจะอธิบายให้ฟังตามมุมมองผมภายหลัง

การที่ท่านเซอร์เลือกกลางห้าคน แบบแปลกๆ ซึ่งประกอบไปด้วย คาร์ริค, แอนนี่, นานี่, ปาร์ค และเฟล็ทเชอร์ ลงมาสู้กับการเดินเกมของปืนที่นำทัพโดยเชส ฟาเบรกาสนั้น ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงมากพอสมควร เนื่องจากการต่อเกมของอาร์เซนอล มันไหลลื่น เนียนตา และถาโถมเป็นระลอกแล้วระลอกเล่าอยู่ตลอด ปาร์ค นานี่ และ เฟล็ทเชอร์ จะไล่สกัดกรองบอลทันล่ะหรือ จะครองบอลสู้แดนกลางปืนใหญ่ได้หรือเปล่า

แต่ท่านเซอร์กลับเปลี่ยนแผนการเล่นโดยสิ้นเชิง โดยไม่เน้นการครองบอลตรงกลางเลย และเลือกที่จะใช้เกมเพรสซิ่ง บีบพื้นที่เร็ว เข้าสู้กับอาร์เซนอลตลอดเวลา ซึ่งนักเตะแดนกลางที่เลือกใช้นัดนี้ ต่างมีดีที่ความเร็วและความฟิตทั้งนั้น เฟล็ทเชอร์, นานี่, ปาร์ค และแอนนี่ รวมทั้งคาร์ริค กระจายกำลังกันไล่ทั่วทั้งพื้นที่ โดยที่จุดเด่นของอาร์เซนอลก็คือการขึ้นเกมรุกเป็นระบบ แบบแผน ซึ่งกลับกัน มันจะมีจุดอ่อนใหญ่หนึ่งจุด ก็คือ หากขึ้นแล้วไม่ได้จบ หลังก็จะมีพื้นที่มาก และท่านเซอร์นั้น เล็งพื้นที่นี้มากเป็นพิเศษ

เขาจึงเลือกใช้นักเตะที่มีความเร็วจัด อย่างนานี่ และ ปาร์ค มาเล่นในเกมนี้ เฟล็ทเชอร์เองก็ขยัน และเมื่อมีพื้นที่ ไม่โดนซ้อนในการเล่น เขาก็สามารถทำงานได้ดีมาก เมื่อตัดบอลได้ นักเตะยูไนเต็ด ถูกวางโปรแกรมมาเลยว่า วางยาวขึ้นหน้าหรือออกปีกทันที จะเห็นได้ว่า รูนี่ย์จะคอยเช็คไลน์ล้ำหน้าตลอดเวลา เพื่อรอคอยจังหวะสวนกลับจากการวางยาว ซึ่งก็ถูกเช็คล้ำหน้าบ่อยครั้ง แต่ก็ทำได้สำเร็จบ่อยครั้งจนเกือบเป็นประตูเช่นกัน ส่วนนานี่ และปาร์ค จะออกตัว สปีดมารอบาลตามกราบอย่างรวดเร็ว

แท็คติคนี้ สามารถกดดันเกมของอาร์เซนอลได้ผลดีมาก เมื่อการทำเกมตรงกลางของอาร์เซนอลวันนี้ ทำได้ไม่ดีเอาซะเลย ถูกไล่บี้ถึงตัว และถูกตัดบอล ถูกล้วงบอลตลอด แถมยังถูกวางยาวสวนเร็วหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ฟูลแบ๊คสำรองของอาร์เซนอล เกิดอาการหลุดให้เห็นบ่อยๆ ยิ่งยังไม่สามารถขึ้นเกมรุกกดดันแบ๊คยูไนเต็ดได้เหมือนฟูลแบ๊คตัวจริง และยังถูกนานี่ กับตี๋ปาร์คและเฟล็ทเชอร์ปั่นป่วนทางกราบตลอดเวลา ยิ่งทำให้การตัดสินใจขึ้นหรือลงไม่แม่นยำ ไม่เหมาะสมกับเกม และเดือดร้อน กัลลาส กับตูเร่ ต้องออกมาประคองอีก ทำให้พื้นที่เปิดมากขึ้น และตำแหน่งของเซ็นเตอร์ของอาร์เซนอล ก็หลุดจากตำแหน่งบ่อยขึ้น ทำให้การประกบตัวในกรอบมีปัญหาตลอดเวลา

เฟอร์กูสันกับ เคย์รอซ คงศึกษาเกมของอาร์เซนอลมาเป็นอย่างดี และคงคาดการณ์ล่วงหน้าถึงความไม่พร้อมของทัพแดนกลางและหลังของอาร์เซนอลได้ถูกต้องด้วย ทำให้กล้าๆจัดผู้เล่นลงสนามในลักษณะนี้ และกลายเป็นถูกเสียอีก ที่แดนกลาง สามารถยึดครองพื้นที่ไว้ได้โดยสมบูรณ์ แต่ก็ไม่ฝืนเล่น ยูไนเต็ดนัดนี้ ถึงจะตัดเกมแดนกลางของอาร์เซนอลได้แบบเบ็ดเสร็จ แต่ก็ไม่พยายามเซ็ตเกมรุก หรือครอบครองบอล แต่เน้นการวางยาว หรือเปิดออกปีกล้วนๆ ทั้งนี้ เพื่อกดกองกลางและแบ๊คอาร์เซนอลเอาไว้ ไม่ให้มีเวลาเซ็ตเกมรุกตามถนัดได้

อีกอย่าง นักเตะอย่าง เฟล็ทเชอร์, ปาร์ค, นานี่ และแอนนี่ ต่างขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะที่มีลูกขยัน ทำตามหน้าที่ได้อย่างมีวินัย ทำให้การเล่นตามคำสั่งกุนซือ ในการไล่บี้แดนกลางทำได้ดีมากตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม และจุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือ แล้วทำไมเกมอื่นๆ ถึงไม่ใช้แพลนนิ่งลักษณะนี้ คำตอบมันก็ง่ายๆครับ เพราะอาร์เซนอล ไม่ได้เล่นในเกมแพลนบริติชนั่นเอง ไม่เน้นการใช้ความแข็งแกร่งของร่างกาย และไม่เน้นการเข้าชน การเข้าปะทะ แต่เน้นที่ความพริ้วไหว และเน้นความไหลลื่น และในจังหวะโดนสวน พื้นที่อาร์เซนอลจะเปิดกว้างมาก สังเกตง่ายๆจากอีกนัดก็คือนัดแพ้สเปอร์สนั่นเอง

ซึ่งตรงนี้ ผู้เล่นที่เล็กๆบางๆ ของยูไนเต็ด จึงไม่มีปัญหาในการเข้าไล่ และแย่ง เบียดกับนักเตะอาร์เซนอล ซึ่งเชื่อเถอะครับ ว่า หากเกมเจอกับพวกปอร์ทสมัธ, แมนฯ ซิตี้ หรือเรดดิ้ง ที่ไม่เปิดพื้นที่ให้เล่นอย่างนี้ และไม่เปิดเกมบุก แถมเน้นการเข้าปะทะมากกว่านี้ เน้นการเบียด การชนมากกว่านี้ นักเตะอย่างนานี่ หรือ ปาร์ค นั้น ไปไม่รอดแน่ๆ และจะไม่มีพื้นที่ให้วางบอลง่ายๆอย่างนี้แน่นอน ซึ่งเกมลักษณะนั้น ก็ต้องแก่เกมด้วยแท็คติคอีกแบบที่ต่างกันออกไป

เกมนี้ คงต้องบอกว่า ไม่ใช่ยูไนเต็ดที่เล่นได้ดีมากข้างเดียว แต่ก็ต้องยอมรับว่า อาร์เซนอลนั้น เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานเดิมของตัวเองไปเยอะด้วย การขาดฟูลแบ๊คตัวจริงทั้งสองข้าง ทำให้ขึ้นเกมรุกไม่ได้เหมือนเดิม และยังถูกกดจากปีกของเจ้าบ้านจนเสียคนตลอด การขาดตัวตัดเกมและคุมเกมหน้าแผงหลังอย่างฟลามินี่ ทำให้ไม่มีตัวตัดเกมวางยาวของยูไนเต็ดเลย การขาดโรซิคกี้ ทำให้ความไหลลื่น การเอาตัวรอดจากการถูกบีบพื้นที่ ทำได้แย่มาก จิลแบร์โต้ กับ เอบูเอ้ ไม่สามารถต่อบอลกับเชสได้เหมือนที่มีโรซิคกี้ กับฟลามินี่ ยืนด้วยกันกับคเล็บ และการขาดอาเดบายอร์ ทำให้การพักบอลในแดนหน้า ทำได้ยากสุดๆ เบนท์เนอร์ไม่สามารถพักบอลรอเพื่อนได้เลย ดังนั้น เมื่อรุกไม่ขึ้น และจะแก้เกมด้วยบอลยาวให้กองหน้าพัก ก็ทำไม่ได้อีก จึงเป็นเหตุที่ อาร์เซนอลไม่สามารถบุกได้ตามแท็คติคของตนเองเลย

ทั้งสี่ประตูที่เสียไป มาจากเหตุผลข้างบนล้วนๆครับ ลูกแรกเกิดจากการประกบห่าง ทั้งแอนนี่หน้ากรอบที่ไม่มีตัววิ่งเบียดมา และรูนี่ย์ในกรอบ ต่างก็สามารถโหม่งได้แบบง่ายๆ ลูกที่สองเกิดจากตัวประกบนานี่ คือฟูลแบ๊คทางขวา ที่โดนนานี่กระทำมาตลอด ถูกหลอกเสียหลัก ก่อนจะเปิดมาให้เฟล็ทเชอร์ ที่สอดมาจากข้างนอกแบบไม่มีตัววิ่งเบียดตามา และตัดหน้ากัลลาสเข้าโหม่ง ทำให้เหลี่ยมบอลเปลี่ยนเป็นโดนกัลลาสเข้าไป ลูกที่สาม ก็คือการเสียบอลตรงกลางสนาม แล้วปล่อยให้คาร์ริคมีเวลาเปิดบอล แถมเช็คล้ำหน้าพลาด ประกบนานี่พลาดอีก ลูกที่สี่ ก็เป็นนานี่ ที่หลอกฟูลแบ๊คก่อนได้จะเปิดมาให้เฟล็ทเชอร์สอดเข้ามาโหม่งโล่งๆอีกครั้ง

ทั้งสี่ลูก เกิดจากความผิดพลาดของฟูลแบ๊คแลการประกบจากกลางล้วนๆ ที่ส่งผลให้คู่เซ็นเตอร์ต้องพะวงมากมาย และหลุดตำแหน่งมาซ้อน มาประคอง จนทำให้การประกบตัวของเซ็นเตอร์ก็หลุดไปด้วย ยังดีที่เลห์มันน์ยังมีซูเปอร์เซฟหลายๆช็อต ไม่งั้นสกอร์จะมากกว่านี้อีก ครั้นมาเหลือคนน้อยกว่าร่วมๆสี่สิบนาที จากการโดนไล่ของเอบูเอ้ ยิ่งทำให้เกมมันขาดมากขึ้น เวนเกอร์จะแก้เกมก็คงทำอะไรไม่ได้มากแล้ว เพราะนักเตะที่เหลือก็ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ ทำให้ได้แต่ส่งตัวที่พอเล่นได้ ลงมายืดเส้นยืดสาย เรียกเหงื่อมากกว่าหวังที่จะมาเกิดปาฏิหารย์ครับ ตอนนั้นสกอร์มัน สามลูกไปแล้ว เหลือเวลายี่สิบนาที สิบต่อสิบเอ็ด โมเมนตัมของเกมมันแทบพลิกไม่ขึ้นแล้ว การเปลี่ยนตัวของเวนเกอร์ จึงน่าจะเป็นการพักคเล็บ, ดูดู้ และฟาเบรกัสเพี่อกลางสัปดาห์มากกว่า

ส่วนการเปลี่ยนตัวของยูไนเต็ด ก็คือการส่งสโคลส์กับซาฮาลงมายืดเส้นยืดสายเช่นกันครับ เอาแอนนี่ และรูนี่ย์ ออกมาพักบ้าง หลังทั้งคู่วิ่งมามากจริงๆ ซึ่งผลจากเกมนี้เราได้เห็นการพัฒนาอีกขั้นของเฟล็ทเชอร์ ซึ่งนอกจากการวิ่งไล่ตัดเกมแบบเดิมๆ ยังเห็นว่าเขาสามารถทำทางให้เพื่อน สอดเข้ากรอบ เปิดบอลได้ดี และหาจังหวะทำประตูได้ดีขึ้น มีลูกทักษะมากขึ้นกว่าเดิม ปาร์คเองก็สามารถเล่นกับเฟล็ทเชอร์ได้อย่างเข้าขากันมากขึ้น เล่นกับบราวน์ได้ดี และเปิดบอลได้ดี แต่อาจจะยังวัดอะไรจริงจังไม่ได้ เนื่องจากเกมนี้ ยูไนเต็ดหลายๆคนเล่นได้ง่าย เพราะมีพื้นที่มาก ไม่โดนบีบ ไม่โดนซ้อนเลย

เราได้เห็นคาร์ริค ในอีกมิติหนึ่ง มิติที่คิดเร็ว ทำเร็ว และเริ่มเข้าใกล้การคิดเร็ว ทำเร็วแบบสโคลส์มากขึ้นทุกที แต่ข้อดีของคาร์ริคที่มีเหนือสโคลส์ก็คือ การที่เขาไม่ได้เป็นเจ้าพ่อของทีม ทำให้เกมไม่จำเป็นต้องขึ้นที่คาร์ริค คาร์ริคไม่ต้องเรียกบอลมาที่ตัวทุกๆครั้ง ทำให้เกมไหลลื่นและเร็วขึ้นมาก เทียบกับเมื่อมีสโคลส์ ที่ทำให้บอลมาผ่านที่เขามากเกินไป หลายครั้งทำให้เสียจังหวะการรุก ไม่ใช่สโคลส์ไม่ดีนะครับ แต่เป็นที่ความรู้สึกของเพื่อนๆมากกว่า เช่นเดียวกับกิ๊กส์ และโรนัลโด้ คือเมื่อไหร่ที่มีสองสามคนนี้ในเกม หลายครั้งที่เพื่อนๆ รู้สึกว่า ต้องให้บอลกับสองสามคนนี้ บอลต้องขึ้นมาจากสองสามคนนี้ แต่คาร์ริคไม่มีอิทธิพลต่อทีมอย่างนั้น ทำให้หลายครั้ง เกมขึ้นผ่านแอนนี่, ริโอ, เอวร่า หรือแม้แต่ปาร์ค ทำให้จังหวะมันกลมกลืนขึ้นครับ ไม่จำเป็นต้องสะดุดลง

นัดนี้ อยากให้ยกความดีความชอบให้กับนานี่ และเฟล็ทเชอร์มากๆ ที่สามารถสลัดเงาของการเป็นผู้ตามออกจากตัวได้สำเร็จ สามารถเล่นในลักษณะที่เป็นตัวตนของตัวจริงๆ และทำเกมของตัวเองจริงๆ ไม่ใช่เป็นแค่ที่เคาะบอลเหมือนที่ผ่านๆมา อ้อ อีกเรื่องที่อยากบอกคือ ไม่อยากให้นานี่โชว์เกินไปตอนขึ้นนำเยอะๆ มันดูน่าหมั่นไส้ และชวนให้ขาหักมากเกินไป หากคู่ต่อสู้เกิดโมโหมากๆเข้าและทำอะไรที่ไม่ควรทำ เราเจ็บสองสามเดือน ในขณะที่คนทำอาจโดนแค่พักสามเกม มันไม่คุ้มเลยครับ

แอนนี่ก็เด่นมากในเกมนี้ สามารถเล่นเป็นตัวฟรีได้ดีมากๆ และนี่ อาจจะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมกับเขาที่สุดในทีมก็เป็นได้ และเป็นการยืนยันอีกครั้งว่า แอนนี่ ก็เล่นได้ทั้งเกมแบบบริติช และยุโรป เนื่องจากครองบอลเหนียวแน่น พาบอลไปกับตัวได้เร็วและเสียบอลยาก เซนส์บอลและการจ่ายบอลแม่นยำ รวมทั้งเริ่มยิงคมขึ้นเรื่อยๆแล้ว จากการเล่นในตำแหน่งที่เหมาะกับตัวเขา ส่วนรูนี่ย์ก็ยืนยันถึงแพสชั่นที่เขามีต่อทีมได้เป็นอย่างดีทีเดียว จากลักษณะการเล่นของเขาที่แสดงออกมาให้เห็นในเกมนี้ นั่นจึงเป็นข้อสนับสนุนว่า หลายๆเกมที่ไม่มีรูนี่ย์ รูปเกมจะเนือยกว่านี้มากนัก



หลังเกมจบลง ผมก็นึกถึงโรนัลโด้ขึ้นมาทันที การที่เขากับเตเวซถูกพักในนัดนี้ ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะล้า ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะเกมยุโรปในอีกสามวันข้างหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเองและแฟนๆยูไนเต็ดรุ่นเก่าๆหลายท่านทราบเป็นอย่างดีก็คือ ท่านเซอร์มักจะพักดาราไว้ เวลาที่ดาราบางราย เริ่มฝืดศักยภาพลงไป กิ๊กส์ เคยโดนอยู่บ่อยๆ ชไมเคิลโดนถึงขนาดส่งไปพักร้อนต่างประเทศเลยทีเดียว เบ๊คแฮมก็เคยโดนเช่นกัน ท่านเซอร์เองเคยบอกว่า นี่เป็นอีกกลยุทธ์ในการเรียกความกระหายในเกม และเรียกสมาธิกลับมาครับ ซึ่งผมเองเชื่อว่า ส่วนหนึ่งที่โด้กับเตอยู่ข้างสนาม ก็เพราะเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน และเป็นโอกาสที่ดี เมื่อแพสชั่นในทีมมันจางลง ก็เอาพวกที่ยังมีความกระหายสูงๆอย่างพวกตัวสำรอง ลงมาเรียกแพสชั่นเดิมๆกลับสู่ทีมบ้าง

น่าสนใจครับ ว่าเมื่อคาร์ริค และแอนนี่ โชว์ฟอร์มเช่นนี้ นานี่ และเฟล็ทเชอร์ โชว์ฟอร์มเช่นนี้ เกมกับลียงจะมีโอกาสหรือไม่ หรือเกมกับนิวคาสเซิลสุดสัปดาห์นี้ จะมีโอกาสหรือไม่ ยิ่งเมื่อเรามองว่า นิวคาสเซิลเองก็เล่นเกมบุกแบบลืมตายเช่นกัน น่าคิดครับ ว่าจะเจอแผนเดิมๆนี้หรือไม่ ในเกมดังกล่าว

สำหรับอาร์เซนอล ความพ่ายแพ้นัดนี้ คงไม่ถึงกับเสียขวัญมากมายนัก เมื่อมองว่า ตัวหลักหายไปเพียบและที่อยู่ก็ไม่ค่อยสมบูรณ์เช่นนี้ และการที่ฟอร์มมันออฟไปเฉยๆ ยิ่งเป็นอีกข้อหนึ่ง ที่ยังคงค้ำกำลังใจไว้ได้เพราะเป็นวันที่ออฟจริงๆครับ ไม่ใช่ว่าเล่นดีแล้วแพ้กระจาย เพียงแต่ว่า เวนเกอร์และนักเตะจะสามารถคัมแบ๊คจากวันออฟนี้ได้เร็วแค่ไหนเท่านั้นเอง ยิ่งมีเกมกับเอซี มิลานมาคั่นด้วย ก่อนจะกลับมาลุยพรีเมียร์ต่อ ยิ่งต้องระวังและละเอียดมากขึ้น ส่วนตัวแล้ว คิดว่าการที่เกมของปืนใหญ่มันออฟเนี่ย ทำให้ง่ายครับ ที่จะคิดว่ามันเป็นวันที่ไม่ดีวันหนึ่งเท่านั้น
การที่เล่นผิดฟอร์มไปเยอะแล้วแพ้ ยังไงมันย่อมดีกว่าการที่เล่นดีมากๆ แล้วแพ้ แน่นอนครับ

ส่วนยูไนเต็ดเอง ชัยชนะในเกมนี้ มันคือฟางเส้นสุดท้ายจริงๆ สำหรับวิกฤตที่เกิดขึ้นมาสองนัดติดต่อกัน หากเกมนี้ มาแพ้แบบหมดทางสู้ ปีนี้ อาจไม่มีอะไรติดไม้ติดมือเลยก็เป็นได้ ตรงนี้ครับ ที่ทำให้เกิดแรงผลักในระดับที่ต่างกันระหว่างสองทีม และทำให้ความกระหายในเกม แมนฯยูไนเต็ดมีมากกว่าอาร์เซนอล และสามารถเค้นทุกสิ่งทุกอย่าง งัดออกมาแสดงในสนามได้อย่างเต็มที่ เต็มประสิทธิภาพมากกว่า

ที่สำคัญ หลังจากเกมนี้จบลง ขวัญและกำลังใจก็คงคืนกลับมาอยู่ในแคมป์โอลด์ แทรฟฟอร์ดอีกครั้ง และคงพร้อมที่จะเดินหน้าล่าความสำเร็จต่อไป ลืมความผิดหวังจากสองนัดล่าสุดได้จริงๆเสียที

สุดท้าย ก็คือการตอกย้ำความเป็นจริงว่า แม้ไม่มีโรนัลโด และ เตเวซ เราก็ยังสามารถเล่นฟุตบอลที่ดีได้ และเก็บชัยชนะได้ อันนี้สิ ยิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้เส้นทางที่เหลือ ดูสดใสมากขึ้น เมื่อไม่ต้องผูกยึดกับใครบางคนมากจนเกินไป จนอาจเสียสมดุลของทีม และเกิดความกังวลว่า ขาดใครไป แล้วเราจะทำอย่างไร



Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2551 10:44:12 น. 3 comments
Counter : 240 Pageviews.

 
ขอบคุณครับ


โดย: นายแจม วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:32:23 น.  

 
ดีใจที่เห็นแอนนี่กับคาร์ริคได้ลงพร้อมกัน เพราะเคยคิดว่าสองคนนี้มีสไตล์การบุกที่แตกต่างกัน ทำให้มีกลางแบบลากฝ่าฝ่ายตรงข้ามแบบแอนนี่ และวางแม่นๆ อย่างคาร์ริค การตั้งรับทำได้ลำบาก เพราะไม่แน่นอนว่าจะมาแบบไหน แต่อีกอย่างที่สำคัญที่คุณสงบใจว่าไว้คือ การวิ่งลืมตาย หลายครั้งที่แมนยูฟอร์มไม่ดี ก็เพราะนั่งเตะขาดความทุ่มเท แทบจะไม่วิ่ง อาจเพราะอายุมาก และกรอบตามจำนวนแมทที่ลง ดังนั้น น่าจะลองทำแบบราฟาคือโรเทชัน แต่อย่าเอาแบบที่ลงไปแล้วแพ้แบบเค้าเท่านั้นเอง


โดย: Fansmith IP: 58.137.141.11 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:33:07 น.  

 
ลืมไปอีกอย่าง เป็นไปตามที่คิดจริงๆ แมนยูจะแรงสัก 8-10 นัด แล้วก็แผ่วไป 2-3 นัด แล้วก็กลับมาแรง เป็นแบบนี้ประจำ แถมเวลาแผ่วไม่เน้นเสมอด้วยสิ จะหนักไปทางแพ้ซะมากกว่า


โดย: Fansmith IP: 58.137.141.11 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:08:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.