Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
26 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
20080826 วิพากษ์ PORTSMOUTH vs UNITED

คืนสำคัญ กับสามแต้มจากสนามยากๆ



สวัสดีครับ ล่าช้าไปนิดนะครับ สำหรับบทความชิ้นนี้ เนื่องจากผมติดธุระที่ต่างจังหวัด กว่าจะเข้ามาทำหน้าที่ได้ ก็ต้องรอนานนิดนึง หวังว่าคงจะยังไม่สายเกินไป สำหรับการพูดคุยกันในวันนี้ครับ มาเริ่มกันเลยดีไหมครับ


เกมออกไปเยือนพอร์ทสมัธในค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา หรือที่เรียกกันติดปากว่า มันเดย์ไนท์นั้น ผมค่อนข้างหวั่นใจมากทีเดียว เพราะผลการแข่งขันในขวบปีหลังๆที่เราได้รับทราบกัน มักไม่ค่อยเป็นดั่งใจเท่าไหร่นัก แม้จะฟูลทีม แม้จะบุกเป็นพายุ หรือแม้จะสร้างสรรค์จังหวะยิงเป็นสิบๆ แต่ดันไม่ค่อยได้เก็บสามแต้มออกมาจากแฟร็ตตัน ปาร์กได้บ่อยนัก และยิ่งนัดนี้ สภาพความพร้อมค่อนข้างมีปัญหาจากการขาดตัวหลักไปหลายคน ไม่ว่าโรนัลโด้, ฮาร์กรีฟส์, คาร์ริค, กิ๊กส์, พาร์ค, ซาฮา, นานี่ แม้แต่อันแดร์สัน ที่เพิ่งบินกลับจากชิงเหรียญทองแดงโอลิมปิก ยังถูกเข็นลงสนาม ทำให้ผมค่อนข้างหวั่นใจว่า ผลงานจะออกมาเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ยังพอทำให้ใจชื้นขึ้นมาได้ ก็คือ เบ็นจานี่ ที่เป็นตัวแสบเมื่อปีที่แล้ว ไม่อยู่กับปอมปีย์แล้ว และอีกอย่าง ครานชาร์ ตัวสร้างสรรค์เกมรุกสุดยอดของปอมปีย์ ก็ ไม่ได้ลงสนาม ครานชาร์คนนี้แหละครับ ที่มีข่าวว่าโมนาโกสนใจจะดึงตัวไปด้วยสนนราคา 12 ล้านปอนด์ แต่จ่าแฮร์รี่ก็ไม่ขาย


จากสภาพล่าสุด ทำให้ทีมชีตของทั้งคู่ออกมามีหน้าตาแปร่งๆพอสมควร นั่นคือ จ่าแฮร์รี่ ยังคงมีมือกาวคนเดิม เดวิด เจมส์ ยืนเฝ้าเสา แบ๊คโฟร์ ใช้ เกล็น จอหน์สัน ยืนทางขวา ซิลแว็งดิสแต็งทางซ้าย คู่เซ็นเตอร์ให้ ยูเนส กาบูล ลงคู่กับโซล แคมป์เบลล์ กองกลางสี่ตัวมี อาร์กมองต์ ตราโอเล่, ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า, ฌอน เดวิส และ ปูป้า ดิยอป ส่วนคู่กองหน้าให้ ปีเตอร์ เคราช์ จับคู่กับเจอร์เมน เดโฟ

ทางด้านแชมเปี้ยนผู้มาเยือน ในแนวรับ ยังคงวางใจห้าเสาหินหลัก ได้แก่ น้าซาร์, บราวน์, ริโอ, วิดิช และ เอวร่า มีพลิกโผที่กองกลาง ด้วยการเข็นอันแดร์สันลงมาแต่หัววัน เล่นกับพอล สโคลส์, จอห์น โอเชีย และ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ คู่กองหน้า มอบหมายให้ รูนี่ย์ลงล่าตาข่ายร่วมกับ คาร์ลอส เตเวซ

จากทีมชีต ทีแรก ผมก็คือว่า จะลงสนามเป็น 4-4-2 ตามที่กราฟฟิคขึ้นมาทางหน้าจอทีวีเหมือนกัน แต่เมื่อเล่นไปเล่นมา ตำแหน่งการยืนและการออกบอล ให้บอลกัน มันชวนให้คิดใหม่จริงๆ ว่าจะเป็น 4-1-3-2 หรือ 4-1-4-1 มากกว่าซะอีก เนื่องจาก โอเชีย นั้น ยืนประจำการหน้าแนวรับอย่างเดียวเลย ไม่เติมขึ้นสูงเท่าไหร่ แทบนับครั้งได้ ที่เขาจะขึ้นมาเกินเส้นครึ่งสนาม ส่วนตรงกลาง ก็เป็นพื้นที่ให้อันแดร์สัน, สโคลส์ และเฟล็ทเชอร์ สร้างเกมรุกขึ้นไป โดยมีเตเวซ ถอยลงมาต่ำ เล่นคล้ายๆหน้าต่ำเน้นทางฝั่งซ้าย และทิ้งรูนี่ย์เป็นหน้าเป้า ไม่ได้ลงมาล้วงลูกเหมือนเคย จะเห็นรูนี่ย์ลงมาบ้างก็แค่ช่วงที่โดนบุกมากๆเท่านั้น



เมื่อเริ่มเกม พอร์สมัธเขี่ยก่อน และก็สร้างจังหวะยิงน่าหวาดเสียวได้ทันทีจากลูกยิงไกลของปูป้า ดิยอป ซึ่งพอร์ทสมัธก็อาศัยช่วงที่ยูไนเต็ดยังตั้งลำได้ไม่ถนัด ครองเกมบุกเข้าหาโอกาสยิงได้พักใหญ่ๆเลยทีเดียว แต่หลังจากที่ตั้งหลักได้ ยูไนเต็ดก็เริ่มครองเกมได้ทีละน้อย โดยชิงพื้นที่ตรงกลางสนามมาเล่นได้มากกว่าเจ้าบ้าน อันแดร์สัน และสโคลส์ สามารถสอดประสานได้ค่อนข้างดี เล่นกับเตเวซ และเฟล็ทเชอร์ ตรงพื้นที่กลางสนามได้เด่นกว่าเจ้าบ้าน ซึ่งพอร์ทสมัธก็เน้นการเพรสซิ่งเร็ว และวางบอลให้ดิยอปกับตราโอเล่ใช้สปีดเข้าทำทางกราบ ส่วนลูกยาวตรงกลางยังผ่านริโอกับวิดิชไม่ได้

เกมค่อนข้างเร็วพอดูเลยทีเดียว จังหวะรับและรุกของทั้งสองทีมต่างทำเร็วทั้งคู่ เกมทางกราบของเจ้าถิ่นสร้างปัญหาให้บราวน์มากพอสมควร และการเปิดจากกราบเข้าหาเป้าใหญ่คือเคราช์นั้น ก็ค่อนข้างกดดันผู้มาเยือนไม่น้อย ยิ่งจังหวะตั้งเตะหน้าปากประตู ยิ่งอันตราย จากจังหวะขึ้นเทคของเสาโทรเลขหนุ่มคนนั้น ส่วนเดโฟเองยังไม่ได้คายพิษสงอะไรออกมาในครึ่งแรก เนื่องจากถูกประกบติด และบอลที่มาถึงตัวก็ไม่ใช่บอลบนพื้นที่เขาถนัด ทางด้านยูไนเต็ด ถึงจะครองเกมตรงกลางได้มากกว่าชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ลงตัว รูนี่ย์ถูกซ้อนสองตลอดเวลา ในขณะที่เตเวซก็วิ่งพล่านทำเกมหน้ากรอบมากกว่าจะเข้าไปยืนเป็นหน้าคู่กับรูนี่ย์ ทำให้จังหวะจบสกอร์มีน้อยมาก หากเทียบกับเปอร์เซนต์การครองเกม ช่วงยี่สิบนาทีแรก บราวน์ก็สังเวยเลือดเป็นคนแรก จากจังหวะขึ้นแย่งโหม่งบอลโดนศอกของริโอ แต่ก็กลับมาเล่นได้หลังปฐมพยาบาลครู่หนึ่ง

ในที่สุด ยูไนเต็ดก็มาทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากลูกที่เอวร่าตามเข้าไปเปิดบอลสุดเส้นทางด้านซ้าย บอลทะลักตัวบล๊อกเข้ามาหน้ากรอบให้เฟล็ทเชอร์ชาร์จเผาขนติดตัวประกบ บอลปลิ้นน่าจะเข้าประตูค่อนข้างแน่ ก่อนที่ดิสแต็งจะเข้ามาเคลียร์แต่ไม่พ้น บอลเสยเพดานตาข่ายให้ผู้มาเยือนออกนำเมื่อผ่านครึ่งชั่วโมงแรกไปไม่นาน หลังจากนั้น ยูไนเต็ด ดูจะผ่อนการเข้าทำลง เน้นการครองบอลและถ่ายบอลมากขึ้น เพื่อดึงให้พอร์ทสมัธหลุดออกจากโซน เปิดช่องว่างให้ทำ แต่พอร์ทสมัธก็ยังเพรสซิ่งคุมพื้นที่ได้ดี ยูไนเต็ดจึงเน้นการถ่ายบอลไปเรื่อยๆ มีจังหวะจบสกอร์บ้าง และพอร์ทสมัธก็มีโอกาสได้โต้ประปราย ก่อนจะหมดครึ่งแรก รูนี่ย์ได้จังหวะรับบอลจากแอนนี่ ก่อนจะแตะบอลอ้อมกองหลังและพลิกตัวยิง บอลถากเสาไกลออกไปนิดเดียวเท่านั้น และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้


เริ่มครึ่งหลัง ยูไนเต็ดดูเหมือนจะค่อนข้างพอใจกับสกอร์หนึ่งเม็ดที่นำอยู่ และเล่นไม่ค่อยเร่งเกมเท่าไหร่ ทำเอาผมอึดอัดไม่น้อย ในขณะที่พอร์ทสมัธ เมื่อมีโอกาสโต้กลับ ก็จะเน้นลูกยาวมากขึ้น งานเข้าที่ริโอกับวิดิชเต็มๆในครึ่งหลัง ทั้งคู่ต้องป้องกันลูกกลางอากาศจากการวางยาวจากกราบบ้าง จากกลางสนามบ้าง แต่ทั้งคู่ก็ทำผลงานได้ดีมาก ไม่ปล่อยให้เคราช์ได้โหม่งโล่งๆสักจังหวะ นอกจากนั้น ยังมีตัวซ้อนคอยเก็บบอลตกในกรอบและหน้ากรอบค่อนข้างดี ทำให้พอเบาใจได้ในระดับหนึ่ง ที่สำคัญคือในช่วงต้นครึ่งหลังนี้เอง ที่รูนี่ย์ถูกจับล้ำหน้าก่อนที่จะแปสวนตัวเจมส์เข้าไปได้ ไม่งั้นหากออกนำเป็นสองเม็ด น่าจะเล่นได้รีแล็กซ์กว่านี้เยอะ

ปอมปีย์ขยับแก้เกมก่อน โดยส่งเจอโรม โธมัส ลงมาแทนตราโอเล่ ที่วูบวาบดีในต้นครึ่งแรก แต่หายไปจากเกมซะเฉยๆในช่วงหลัง ซึ่งโธมัสก็ทำหน้าที่ได้ดีครับ มีส่วนร่วมกับเกมรุกพอร์ทสมัธหลายจังหวะ แถมยิงไกลได้หนักหน่วงดีมาก เกมยังคงเหมือนเดิม ยูไนเต็ดครองเกมกลางสนามได้ แต่จังหวะจบมีไม่มากเท่าไหร่ อันแดร์สันมีโอกาสโยกหลอกและสับไกไปตรงตัวเจมส์ครั้งหนึ่ง ที่ทำเอาได้ลุ้นทีเดียว เมื่อผ่านชั่วโมงแรกของเกมไม่นาน แฮร์รี่ขยับอีก ส่งกองหน้าอีกคนคือ อูทาก้า ลงมาแทน เดวิส ที่ทำเกมตรงกลางไม่ค่อยได้ เกมของปอมปีย์ หันมาเน้นบอลยาวเต็มตัวแล้ว เพื่อป้อนให้สองยักษ์ใหญ่อย่างเคราช์ และอูทาก้า โดยมีเดโฟคอยเก็บตกจังหวะสอง


หลังจากนั้น เกมของยูไนเต็ดเริ่มเน้นแพ็คพื้นที่แดนหลังแน่นหนาขึ้น และครองเกมตรงกลางเน้นความแน่นอนในการออกบอลมากขึ้น ท่านเซอร์ขยับส่งพอสเซบอนลงมาแทนแอนนี่เมื่อเหลืออีก 15 นาที ซึ่งตรงนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจในเหตุผลเท่าไหร่ ถ้าให้เดา คิดว่าแอนนี่น่าจะยังล้าจากเกมโอลิมปิกอยู่ และป๋าไม่อยากเสี่ยงใช้งานเต็มเก้าสิบนาที ดูแล้วไม่น่าจะมีอาการบาดเจ็บอะไรครับ พอสเซบอนที่ลงมาแทนแอนนี่ก็เหมือนแอนนี่เล่นต้นซีซั่นที่แล้วนั่นแหละ คือยังดูเก้งก้างไปบ้าง แต่มีแววว่าครองบอลดี และพาบอลไปกับตัวได้เร็วอย่างน่าแปลกใจทั้งๆที่ดูแล้วไม่น่าจะเร็วได้ขนาดนั้นแฮะ

หลังจากนั้น ยูไนเต็ดดูเหมือนจะปิดเกมพอร์ทสมัธได้มากขึ้น จังหวะหวาดเสียวของเจ้าบ้านถูกคอนโทรลโดยวิดิชและริโอหมด โดยมีแอ๊คชั่นของเกมในช่วงท้ายคือ ริโอขึ้นบล๊อคลูกกลางอากาศพร้อมๆกับที่ผู้เล่นพอร์ทสมัธจะเกี่ยวบอลทำให้สตั๊ดไปทิ่มเอาต้นขาริโอจนต้องคลานเข่าเล่นเอาผมเสียวหัวใจเลยครับ แต่สุดท้ายริโอก็ดูท่าทางไม่เจ็บอะไรมาก และเล่นต่อไปได้จนจบเกม ในขณะที่วิดิชเอง ก็มีจังหวะขึ้นโหม่งชนกับแคมป์เบลล์ จนต้องสังเวยเลือดไปอีกคน และก็กลับมาเล่นได้ในช่วงท้ายเกม ซึ่งก็ทำอะไรหวาดเสียวเพิ่มกันไม่ได้ จบเกมด้วยสามแต้มของผู้มาเยือนในที่สุด




หลังจากจบเกมลง ผมก็โล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ที่อุตส่าห์ไปเก็บสามแต้มจากสนามแสลงมาได้ ทั้งๆที่ขุนพลก็ไม่ฟูลทีมนัก ต้องบอกว่าโชคดีด้วยครับ ที่เจ้าบ้านเองก็ไม่ได้ฟูลทีมเหมือนกัน ทำให้ออกอาวุธได้ไม่เต็มเท่าไหร่ แต่ที่อยากชมเชยนักเตะเจ้าบ้านก็คือ เกมเพรสซิ่งครับ นักเตะพอร์ทสมัธเล่นเพรสซิ่งได้ดีมากๆ โดยเฉพาะในครึ่งแรก และต้นครึ่งหลัง ทำเอาผู้มาเยือนให้บอลกันลำบากพอสมควรเลย คนที่เล่นได้เด่นๆของเจ้าบ้านนอกจากเจมส์แล้ว ผมว่า เกล็น จอห์นสันนี่แหละ ที่เด่นมากๆอีกคน ทั้งรับและรุก ยิงไกลอีกต่างหาก กาบูลเองก็ขึ้นมาเล่นลูกเซ็ตพีซ และป้องกันเกมรับของตัวเองได้ดี อีกคนก็คือ เจอโรม โธมัสครับ ค่อนข้างเด่นทีเดียว

ส่วนทางด้านแมนฯยูไนเต็ด นัดนี้ ผมให้คะแนนเตเวซมากที่สุด รองลงมาก็คงอันแดร์สันครับ ที่ให้คะแนนเท่าๆกับวิดิช ส่วนที่ลืมไม่ได้ก็คือสโคลส์ ที่เป็นผู้บัญชาการเกมตรงกลางจริงๆ เพียงแต่ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายมียุบให้เห็นครับ รูนี่ย์เองเมื่อยืนเป็นตัวเป้าเต็มๆเป็นนัดแรกในรอบหลายๆนัด คงต้องปรับจังหวะให้เข้าที่เข้าทางกว่านี้อีกหน่อย น่าจะได้เห็นอะไรดีๆจากเขาอีกครั้ง ส่วนรูปเกมของเรา จะเห็นว่าเมื่อขาดนานี่และโรนัลโด้ไป มิติของเกมรุกทางริมเส้นนี่หายไปเลยครับ เกมริมเส้นแบบโบราณดั้งเดิม ดูจะใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้มากนักสำหรับโมเดิร์นฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อไม่มีกองหน้าสูงใหญ่คอยเก็บลูกเปิดจากกราบแล้ว การเล่นโยนจากริมเส้นเข้ากลาง ก็แทบจะไม่มีอันตราย เราจึงมาเน้นการขึ้นทางกราบแล้วจ่ายเรียดเข้าหน้ากรอบแทนการเติมสุดเส้นแล้วเปิดเข้ากลางปากประตู


ทีนี้ โชคเรายังดีครับ ที่นานี่ติดแบนครบแล้ว และน่าจะได้โอกาสลงในเกมลีกเกมหน้า ที่จะเยือนลิเวอร์พูล เป็นการเติมมิติเกมรุกทางกราบให้หลากหลายขึ้นได้ ไม่ได้มีเพียงเติมแล้วโยนเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีเวลาเหลือในการคว้าตัวเป้าหมายเพิ่มเติมมาอีก ซึ่งดูแล้ว เบอร์บาตอฟมีความเป็นไปได้สูงที่สุด เมื่อดูจากการให้ข่าวของรามอสเมื่อวันก่อนนะครับ ซึ่งอันที่จริง ถึงแม้ผมจะชอบเป้าหมายคนอื่นมากกว่าเบิร์บ แต่นาทีนี้ก็คงต้องเอามาแล้วล่ะ และคงต้องเชื่อฝีมือกับสายตาป๋า ว่าจะมองไม่ผิด ถึงแม้บางครั้งจะผิดไปบ้างก็ขอภาวนาว่าอย่าให้ผิดในคราวนี้เลยครับ จะได้เอามาเพิ่มเติมความหลากหลายในการเข้าทำ และความคมในการจบสกอร์ เพราะจากข่าวบางแห่งนั้น บอกว่าโรนัลโด้จะคัมแบ๊กต้น พ.ย.โน่น และหากไม่ได้ใครมาแทนจริงๆ เราคงลำบากครับ

เราเริ่มต้นคล้ายๆปีที่แล้ว เมื่อผู้ล่นนัดกันห่างสนาม และตัวที่เหลือยังไม่มีทีมเวิร์คที่ดีพอ ทำให้ช่วงแรกๆ เกมค่อนข้างฝืด สองแต้มจากสามนัดแรกและชัยชนะหนึ่งจู๋นอีกหลายแมทช์ช่วยยืนยันเรื่องนี้ได้ดี กว่าอะไรๆจะเข้าที่ ก็ผ่านไปเกือบสิบนัดโน่น ปีนี้ผมจึงไม่อยากให้เริ่มต้นลำบากอีก เพราะดูๆไปแล้ว เชลซีปีนี้ เล่นด้วยความระมัดระวังมากขึ้นจริงๆ ถึงแม้เกมล่าสุดจะชนะแบบมีเสียว แต่ผมยังมองว่า นั่นเป็นความกดดันของเกมเยือนนัดแรกของบิ๊กฟิล ซึ่งสุดท้าย ก็ถูกปลดออกจากบ่าเรียบร้อยโรงเรียนโรมันไปแล้ว อีกทั้งลิเวอร์พูลเอง ถึงฟอร์มอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางแต่ก็เก็บหกแต้มเต็มๆตุนไว้แล้ว หากลิเวอร์พูลสามารถโกยแต้มช่วงต้นและกลางซีซั่นได้มากๆล่ะก็...น่ากลัวครับ พื้นฐานของราฟาคือแรงปลาย หากต้นปีนี้แรงได้อีก ยิ่งน่ากลัว ดังนั้น เกมเยือนลิเวอร์พูลสองสัปดาห์หน้านี่ พลาดไม่ได้ครับ

แล้วมาลุ้นกันนะครับ เริ่มที่ศุกร์นี้ กับ เซนิตฯ เพื่อชิงถ้วยยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ครับผม


สงบใจ






Create Date : 26 สิงหาคม 2551
Last Update : 26 สิงหาคม 2551 12:00:16 น. 0 comments
Counter : 222 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.