Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
4 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
20071204 วิพากษ์ Man UTD VS Fulham

สวัสดีครับ แฟนๆแมนยูไนเต็ด และแฟนๆทีมอื่นๆทุกๆท่านที่ติดตามอ่าน (ไม่ทราบจะมีรึเปล่านะครับ) กลับมาพบกันในเช้าวันแปลกๆนะครับ เนื่องมาจากเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางพรีเมียร์ลีก ได้จัดโปรแกรมการแข่งขันแปลกๆ นั่นคือ ให้แมนยูไนเต็ด มาเตะซูเปอร์ซันเดย์แมทช์ อันทำให้ผมต้องแหกลูกตาตื่นตอนตีสามมานั่งชมเกมเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ผลเป็นอย่างไร คงทราบกันไปแล้วนะครับ หลายๆท่านอาจไม่สมหวัง ที่เห็นสกอร์ออกมาน้อยกว่าที่คาดไว้ แต่ผมเองคาดเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าสกอร์คงออกมาแบบนี้ เพราะเดือนธันวาคมทีไร ป๋าแกมักจะให้ลูกทีมเน้นประคองตัวไว้ก่อน เก็บชัยชนะแบบไม่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวมากนัก เพราะเดือนนี้ โปรแกรมมันชุกมหาชุกจริงๆ หากตัวหลักล้า หรือบาดเจ็บไป อาจส่งผลเสียหายในระยะยาวได้ครับ

มาว่ากันถึงการจัดทัพก่อนนะครับ เกมนี้ ป๋าบรรจงส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงเต็มพิกัดจริงๆ หากไม่นับแกรี่ ที่ไม่ได้ลงมาเกือบปี กับสโคลส์ ที่เจ็บไปได้เดือนสองเดือน แล้วล่ะก็... ผมถือว่าชุดนี้เป็นชุดใหญ่แล้วครับ อันแดร์สันนั้น ผ่านด่านทดสอบ และได้ก้าวมาเป็นชุดใหญ่อย่างเต็มตัวในสายตาผมแล้ว นัดนี้ ยืนกลางคู่กับฮาร์กรีฟส์ มีกิ๊กส์ และโด้ ทะลุทะลวงตามกราบ กองหน้าคู่เป็น รูนี่ย์ และเตเวซ แผงหลังใช้ บราวน์, ริโอ, วิดิช และ เอวร่า มีน้าซาร์ยืนเฝ้าเสา เห็นรายชื่อก็คงไม่ต้องบอกว่า ป๋าจะเน้นเกมนี้แค่ไหน หลังจากฟอร์มหลุด ออกไปพ่ายโบลตันมาในนัดที่แล้ว เกมนี้ จึงถือเป็นเดิมพันที่จะพลาดไม่ได้ และยิ่งเล่นในบ้าน หากเก็บไม่ได้สามแต้ม เพื่อกวดคนอื่นที่พาเหรดกันคว้าสามแต้มหนีไปก่อนแล้วล่ะก็ คงดูไม่จืดแน่นอน

เริ่มเกมได้ ก็เป็นฝั่งผู้มาเยือนครับ ที่ออกแนวโรคจิต เข้าไล่บดบี้ แย่งบอล และเปิดเกมบุกแบบไม่ทันให้ยูไนเต็ดได้ตั้งตัว แต่ก็ทำอะไรได้ไม่ถนัด ฮาร์กรีฟส์ กับอันแดร์สัน ยืนสกรีนหน้ากองหลังได้โดเด่นมากๆ พอผ่านไปสักห้านาที ยูไนเต็ดถึงตั้งลำได้ และเริ่มเซ็ตเกมของตัวเองขึ้นมา นัดนี้ ผมอยากบอกว่า อันดร์สันยืนกลางคู่กับฮาร์กรีฟส์ได้เป็นธรรมชาติจริงๆครับ ต่างคนต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับตามพื้นที่ที่ตัวเองรักษาอยู่โดยไม่จำเป็นต้องมาร์กตายตัวว่าข้าเป็นตัวรุก เอ็งเป็นตัวรับนะ แต่อาศัยทักษะของทั้งคู่ เมื่ออันแดร์สันเปิดเกมบุก ฮาร์โก้ จะประคองเกมอยู่หน้าแผงหลัง แต่เมื่อได้จังหวะที่ฮาร์โก้ขึ้นรุกบ้าง อันแดร์สันก็จะถอยลงมาประคองให้ ผมเห็นช็อตลักษณะนี้หลายต่อหลายจังหวะ จนรู้สึกได้ว่า คู่นี้ยืนกันได้เข้าท่าเข้าทางจริงๆครับ ฮาร์กรีฟส์เอง ก็ขึ้นไปเติมเกมสวยๆได้หลายครั้ง อันแดร์สันก็ไม่แพ้กัน เมื่อเข้าแย่ง เข้าแหย่บอลจากเท้าคู่ต่อสู้ได้บ่อยๆ

นัดนี้ เราจะเห็นได้เลยนะครับว่า เมื่อมีรูนี่ย์, โรนัลโด้ และเตเวซ เล่นพร้อมๆกันนั้น การเข้าทำของเรามันหลากหลายขึ้นมากจริงๆ การทำชิ่งแบบวันทัช หรือ หลับหูหลับตาปาดบอลให้กันนี่ เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพียงแต่นัดนี้ ดูเหมือนรูนี่ย์จะเกร็งๆเกินไปนิด น่าจะเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บกลับมา และคงอยากยิงประตูให้ได้ทันที ยิ่งเห็นเจ้าโด้อัดไปสองตุง คงยิ่งกระหายจะยิงบ้าง เลยทำให้ออกลูกเกร็งๆไปหน่อย ไม่งั้นหากเกมนี้ รูนี่ย์เล่นแบบเป็นธรรมชาติหน่อย ผมว่าใส่ได้เลยครับ อย่างน้อยเม็ดหนึ่ง อีกอย่างก็คือ การที่เตเวซเองไม่มีโชคเลย ยิงไปติดโกล์ ติดขากองหลังสามสี่ครั้ง ไม่งั้นคงได้เห็นชื่อเตเวซเป็นผู้ทำสกอร์ได้บ้างเช่นกัน

เกมในครึ่งแรกนั้น เป็นยูไนเต็ดที่ครองเกม และเดินเกมบุกเข้าใส่แทบจะตลอด เพียงแต่ในจังหวะสุดท้ายนั้น ไม่ค่อยเน้นเท่าที่ควร จึงได้เพียงแต่ลูกวอลเล่ย์ของโรนัลโด้มาช่วยคลายความกดดันลงไปตั้งแต่นาทีที่สิบ ซึ่งทำให้เราเล่นได้ง่ายขึ้น อีกทั้ง ฟูแล่มเอง ตั้งสติมาดีมาก หลังจากโดนยิงนำไปก่อน ก็ไม่แสดงอาการร้อนรน หรือ สติแตก เปิดเกมแลกให้ตัวเองมาเสี่ยงมากขึ้น กลับเล่นเกมตามแท็คติคเดิม พยายามครองบอลให้ได้ และรุกเข้าใส่แมนยูไนเต็ดบ้างเมื่อมีโอกาส โดยส่วนมากมักจะเน้นออกไปทางปีก ที่แบ๊กของเรามักจะเติมเกมขึ้นสูง ทำให้มีโอกาสอยู่ประปรายที่จะทำประตูจากจังหวะสวนกลับ

ในขณะที่ครึ่งแรก ดูท่าทางเกมของยูไนเต็ดจะไม่มีอะไรต้องกังวล และดูเหมือนว่า ฟูแล่มจะไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดมากเท่าไหร่ ท่านเซอร์จึงเปลี่ยนเอาโอเชลงมาแทนเอวร่า ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเอวร่าบาดเจ็บอะไรหรือไม่ หรือแค่ต้องการให้พัก และเรียกโอเชมาลงสนามบ้างในช่วงโปรแกรมโหดๆเช่นนี้ แต่การเอาโอเชลงมาแทนเอวร่า ได้เกิดผลในสองด้านที่เราเห็นๆกัน นั่นคือ ด้านแรก ประสิทธิภาพในเกมรุกลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อโอเชไม่สามารถต่อบอลทำชิ่งกับกิ๊กส์ หรือโด้ได้อย่างที่เอวร่าทำ แต่อีกด้านคือการที่โอเชไม่ค่อยเน้นการเติมเกมขึ้นสูง ทำให้โอกาสหลุดตำแหน่งน้อยลงกว่าเอวร่า แต่อย่าลืม ว่าเขาเป็นคนเปิดบอลถวายพานทองให้โด้ได้ขวิดเหน่งๆเป็นประตูขึ้นนำสอง-ศูนย์เชียวนะครับ

เมื่อเกมเริ่มจะขาดเช่นนี้ (ทั้งๆที่ความเป็นจริง รูปเกมมันไม่ใช่อย่างนั้นก็เถอะ) ท่านเซอร์จึงเอาริโอออกมาพักอีกคน และทำการลองสูตรใหม่ นั่นคือ เอาคาร์ริคลงมาแทน โดยให้ บราวน์ย้ายมายืนเซ็นเตอร์ คู่กับวิดิช และขยับฮาร์กรีฟส์มายืนแบ๊คขวา ให้คาร์ริคยืนมิดฟิลด์คู่กับอันแดร์สัน เป็นอันถือว่า ในสายตาของผมนั้น ปิเก้ คงต้องรอโอกาสอีกนานแล้วครับ เพราะสูตรนี้ ก็แสดงให้เห็นว่า ฮาร์กรีฟส์ นั้น ไม่มีปัญหาเลย กับการยืนแบ๊คขวาในสีเสื้อยูไนเต็ด อีกทั้งหากเทียบกันแล้ว การเติมเกมรุกของฮาร์กรีฟส์ยังดูดีไว้ใจได้มากกว่าบราวน์เสียอีก ทีนี้ สิ่งที่ผมกังวลก็คือ หากคู่เซ็นเตอร์เราต้องพลาดการลงสนามสักคนในอนาคต เราคงเหฌนบราวน์มายืนเซ็นเตอร์ และ ฮาร์กรีฟส์ขยับไปเป็นแบ๊คขวา (หากแกรี่ยังไม่กลับมา) ในขณะที่ปิเก้เองต้องรอโอกาสเป็นตัวเลือกอันดับสามแล้วครับ (หรือสี่ หากป๋าเลือกโอเชมาก่อนปิเก้)

จากการขยับแผนเปลี่ยนแท็คติคดังกล่าว ประกอบกับนักเตะยูไนเต็ดเอง ก็เล่นแบบไม่เน้นเต็มร้อยแล้วด้วย อาศัยจังหวะประคองเกม และโต้กลับตามโอกาสอำนวยเท่านั้น จะเห็นได้ว่า เริ่มครึ่งหลังมาหากไม่นับจังหวะได้ประตูที่สองแล้ว เราทำเกมรุกน้อยลงกว่าครึ่งแรกอย่างเห็นได้ชัด จะเน้นไปที่จังหวะฉาบฉวยจากการจ่ายบอลทะลุ หรือวางยาวจากหลัง จากกลางมากกว่า ทั้งนี้ ก็อย่างที่ผมบอกไปครับ ว่าโปรแกรมช่วงเดือนนี้ หฤโหดมาก และท่านเซอร์เองคงไม่อยากเสี่ยงให้มีใครมาบาดเจ็บเพิ่มอีก ดังนั้น การถอดเอารูนี่ย์ออก แทนที่ด้วยซาฮา ก็ยิ่งบอกเราได้ชัดเจนถึงข้อนี้ เมื่อรูนี่ย์ ดูจะขยันวิ่งเสียเหลือเกิน ทั้งๆที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา และเริ่มอารมณ์เสียอีกแล้ว หลังพลาดโอกาสทำประตูและโดนดักล้ำหน้าหลายครั้ง (ในขณะที่เตเวซไม่เห็นอารมณ์เสีย ทั้งๆที่โดนมากกว่านี้อีกนะครับ)

หลังจากที่ซาฮาลงมา เขาก็แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า การคาดหวังจะให้เขาเป็นซูเปอร์ซับแทนน้าโอเล่นั้น คิดผิดหรือคิดถูกกันแน่ ซาฮาเป็นกองหน้าที่ถึงแม้จะเป็นเพชฌฆาตหน้าปากประตูเหมือนกันกับโอเล่ แต่ซาฮานั้น ต้องการจังหวะ ต้องการฟอร์มที่แน่นอนมากกว่าโอเล่ ซึ่งการที่จะให้ซาฮาเข้าฟอร์มยิงประตูได้คมๆนั้น ซาฮาต้องการโอกาสลงสนามมากกว่า และสม่ำเสมอกว่านี้ครับ หากซาฮาจะถูกปั้นให้เป็นซูเปอร์ซับล่ะก็ เขาต้องผ่านการเทรนจากโอเล่อีกมาก เพราะโอเล่นั้น เป็นซูเปอร์ซับโดยธรรมชาติจริงๆ ไม่ต้องใช้โอกาสมาก ไม่ต้องเรียกฟอร์มอะไร เมื่อถูกจับลงสนาม มีโอกาสเมื่อไหร่ เป็นยิงได้ตลอด ซึ่งซาฮาทำแบบนั้นไม่ได้เลย อย่างที่เราๆท่านๆก็เห็นกันอยู่ จากช่วงที่ผ่านมานั้น ซาฮาจะยิงได้ต่อเนื่อง ก็ต่อเมื่อถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงตลอดนะครับ ไม่ใช่เป็นตัวสำรอง หรือ โรเตชั่นแบบนี้

เกมในครึ่งหลัง ฟูแล่มบุกได้น้ำได้เนื้อดีมากครับ บอลจาก ไซมอน เดวี่ส์, บูอัซซ่า, คอนเชสกี้ อันตรายตลอด หากป้องกันได้ไม่ดี ก็น่ากลัวจะเกิดการเสียประตูขึ้นได้ครับ อีกอย่างหนึ่ง ลูกยิงไกลแต่ละลูกที่ออกจากเท้าแดนนี่ เมอร์ฟี่ นี่ชวนให้ใจหายทุกลูก ทุกช็อตจริงๆ ยิ่งหมอนี่ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องชอบยิงประตูแมนยูไนเต็ดด้วย แต่คนที่ผมอยากยกย่องจริงๆ ก็คือ อันต์ติ นีมี่ ผู้รักษาประตูฟูแล่ม หากไม่มีเขาล่ะก็ นัดนี้ น่าจะใส่สกอร์ให้เจ้าบ้านได้อีกไม่ต่ำกว่าลูกสองลูกเชียวแหละ ในขณะที่น้าซาร์เองก็โชว์ฟอร์มหนึบให้เห็นอีกครั้ง จากการปัดลูกยิงที่ดู้วน่าจะเสียบโคนเสาของเมอร์ฟี่ออกหลังไปได้หวุดหวิด

ส่วนเกมในแดนกลางหลังจากคาร์ริคมายืนคู่กับอันแดร์สันนั้น ดูจะลดความดุดันลงไป เปลี่ยนมาเป็นสไตล์นิ่มๆแต่แน่นอนแทน เมื่อคาร์ริคนั้น น่าจะถูกสั่งให้มาประคองเกม และโฮลด์บอลมากขึ้น บอลจากเท้าของคาร์ริคจึงมักจะถูกจ่ายออกทางกว้าง และเป็นลูกสั้น มากกว่าจะเป็นการวางยาวขึ้นหน้า หรือเปิดเกบุกเหมือนในครึ่งแรก ซึ่งก็สนับสนุนกับสิ่งที่ยูไนเต็ดทำมาตลอดหลายปีหลังๆในช่วงธันวาคมนี้ คือการเตะแบบประคองตัวเน้นผลการแข่งขัน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้นักเตะล้า หรือบาดเจ็บครับ

เกมนี้ หากเราเห็นสกอร์ และดูไฮไลท์ โดยไม่ได้ชมเกมถ่ายทอดสด เราอาจจะเข้าใจผิดได้นะครับ ว่าแมนยูไนเต็ดเป็นต่อฟูแล่มแบบบอลคนละชั้น ทั้งๆที่รูปเกมไม่ได้แตกต่างกันขนาดนั้น สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างก็คือ โรนัลโด้คนเดียวเลยครับ บอลที่เขายิงทั้งสองจังหวะนั้น แทบจะเรียกได้ว่า จังหวะมันให้จริงๆ ไม่ใช่การเข้าทำแบบหวังผล หรือเจาะเข้าทำเลยนะครับ เพียงแต่โรนัลโด้ฉกฉวยจังหวะ และหาโอกาสได้ดีมากต่างหาก หากไม่มีโรนัลโด้ในนัดนี้ ผมเองก็คงต้องบอกว่า ลุ้นกันเหนื่อยแหละครับ กว่าจะได้ลูกแรก ยิ่งเห็นนีมี่เซฟอุตลุดอย่างนี้ด้วย คงยิ่งเหนื่อย

ก็ได้แต่หวังว่า เราจะก้าวผ่านเดือนหฤโหดนี้ไปได้แบบสวยๆเพื่อต่อลมหายใจในการลุ้นแชมป์ให้ยาวเลยปีใหม่ออกไปนะครับ และที่สำคัญ พุธนี้ อย่าลืมติดตามคู่อาร์เซนอล ที่จะออกไปเยือนนิวคาสเซิลนัดตกค้างด้วย เผื่อจะมีอะไรที่เป็นประโยชน์กับเราบ้างในการลุ้นแชมป์ครับ (แต่สาลิกาตอนนี้ ไม่น่าจะฝากความคาดหวังจริงๆนะครับ)

วันนี้ ออกจะสั้นไปสักหน่อย แต่ก็อย่างที่ทุกๆท่านได้เห็นในเกมครับ นั่นคือ รูปเกมไม่ได้มีอะไรมากนักที่แตกต่าง หรือเปลี่ยนไปจากนัดอื่นๆ อีกทั้งออกจะเป็นในแนวประคองตัวซะด้วย ทำให้เราไม่ได้เห็นอะไรใหม่ๆมากนัก นอกจากการปรับสูตรในครึ่งหลังอย่างที่ผมได้บอกไป และก็การมีโรนัลโด้ ที่ตอนนี้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างไปซะแล้ว ทั้งทำเกม พลิกเกม รวมทั้งตัดสินเกมในคนๆเดียว หากโด้ทำแบบนี้ได้ทุกๆนัดที่ลงสนาม และเราประสบความสำเร็จมากกว่าปีที่แล้ว โด้อาจได้ลูกบอลทองคำซะทีนะครับ

และผมคิดว่า เกมที่เหลือในเดือนนี้ ต่อเนื่องไปจนต้นมกราคม เราอาจจะเห็นแต่รูปเกมทำนองนี้โดยตลอดก็เป็นได้ครับ เพียงแต่อาจจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหน่อยก็คือศึกแดงเดือดนั่นเอง ก็เอาไว้คอยติดตามกันนะครับ ว่าช่วงนี้ เราจะเห็นอะไรแปลกๆใหม่ๆจากทีมรักบ้างหรือเปล่า


สวัสดีครับ



Create Date : 04 ธันวาคม 2550
Last Update : 4 ธันวาคม 2550 9:22:03 น. 2 comments
Counter : 258 Pageviews.

 
4G o o d m O r n I n GT u e S d a Y

โดย: โสมรัศมี วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:9:39:04 น.  

 

สุขสันต์วันพ่อค่ะ คิดถึงน้องภีม อยากกินน้องภีม emo

กินน้องภีมกาน กินน้องภีมกาน~



โดย: i am tabo วันที่: 5 ธันวาคม 2550 เวลา:12:28:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.