Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
17 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
20071117 วิพากษ์ Liverpool vs Man UTD

เมื่อสามแต้ม วัดที่ความผิดพลาดในเกม

สวัสดีครับ ก็กลับมาพบกันเหมือนเช่นเคยนะครับ เพียงแต่คราวนี้ เป็นการพบกันหลังศึกซูเปอร์อภิมหาซันเดย์แมทช์ หรือที่ทางสื่อฝรั่งแซวกันว่าเป็น แกรนด์สแลมซันเดย์นั่นเองครับ ก็ประกอบไปด้วยศึกแดงเดือด ระหว่างลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงสองทุ่มครึ่ง และ อาร์เซนอล ปะทะเชลซี ช่วงห้าทุ่ม ใครสุขสมหวัง ใครผิดหวัง ก็คงจะได้ทราบกันไปก่อนแล้ว และก็อย่าเพิ่งไปคิดอะไรมากมายล่วงหน้านัก เพราะระยะทางก็ยังอีกยาวไกลมาก ยี่สิบเอ็ดเกมที่เหลือ ยังมีอะไรให้เก็บเกี่ยวอีกเยอะ จะมัวมาดีใจหรือเสียใจกับบอลนัดนี้นัดเดียวจนไม่เป็นอันทำอะไรต่อไป ก็ดูจะเกินเลยไปหน่อย ยังไงซะชีวิตก็ต้องมีพรุ่งนี้เสมอนะครับ

การพบกันระหว่างสองทีมนี้ ช่วงระยะหลังๆ มักเป็นปิศาจแดง ที่ดูจะมีสถิติเหนือกว่า แต่รูปเกมหลังๆมาชักจะมีน้ำหนักไปทางฝั่งหงส์แดงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนัดก่อนหน้านี้นั้น ก็เป็นลิเวอร์พูล ที่ออกหมัดได้น้ำได้เนื้อดีกว่าแมนฯ ยูไนเต็ดมากมาย แต่สุดท้ายก็กลายเป็น ยูไนเต็ด ที่คว้าชัยชนะไปได้อีก ด้วยประตูชัยของโอเชในนาทีสุดท้าย มาเจอกันคราวนี้ ราฟา และลูกทีมจึงหมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างยิ่ง ที่จะแก้มือให้ได้ ยิ่งการได้ตัวตอร์เรสมา ยิ่งถือว่าเป็นอาวุธหนักสำคัญที่จะตัดสินเกมเลยทีเดียว ในขณะที่ยูไนเต็ดเอง ได้เตเวซมาเพิ่มความอันตรายในแดนหน้าเช่นกัน จึงน่าติดตามไม่น้อย ว่าใครจะอยู่ใครจะไป

เกริ่นกันมาพอสมควรแล้วโอเคนะครับ เรามาเริ่มกันเลย กับวิพากษ์หลังเกมแดงเดือดเมื่อคืนที่ผ่านมาครับ

การจัดทัพนักเตะของฝั่งเจ้าบ้าน ไร้การโรเตชั่นโดยสิ้นเชิง รู้สึกจะเป็นนัดที่สองในการทำทีมลิเวอร์พูลของราฟาด้วยมั้งครับ ที่ไม่มีการโรเตชั่น ราฟาจัดทัพโดยยึดระบบ 4-4-2 มีปีกแท้สองข้างตามที่ผมคาดการณ์ไว้ หน้าตาออกมาเป็นอย่างนี้

ตอร์เรส เคาท์
คีลล์ เจอร์ราร์ด มาสเคราโน่ เบนนายูน
รีเซ่ ฮูเปีย คาร์ราเกอร์ อาร์เบลัว
เรน่า

ส่วนทางฝั่งยูไนเต็ดผู้มาเยือน ก็มาด้วยทัพที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ จะขาดก็เพียงแกรี่ เนวิลล์ และพอล สโคลส์เท่านั้น การจัดทัพก็จัดในระบบ 4-4-2 เช่นเดียวกัน ทีมชีตเป็นเช่นนี้

รูนี่ย์ เตเวซ
กิ๊กส์ อันแดร์สัน ฮาร์กรีฟส์ โรนัลโด้
เอวร่า วิดิช เฟอร์ดินานด์ บราวน์
ฟาน เดอร์ ซาร์

เมื่อทั้งสองทีมต่างจัดระบบมาเหมือนกัน เน้นการทำเกมทางริมเส้น โดยใช้ปีกแท้ๆทั้งสองฝั่งเช่นเดียวกัน กองหน้าก็เป็นประเภทภาคพื้น ทำเกมทะลุทะลวงและพาบอลไปเองเหมือนๆกัน กองหลังก็เป็นชุดที่แกร่งที่สุดเช่นกัน ก็เหมือนเป็นการวัดกันในเชิงจิตวิทยากลายๆ ว่าแท็คติคในเชิงลึกของเบนิเตซ กับ เฟอร์กูสัน ใครจะทำได้ดีกว่ากัน

เริ่มเกม ก็เป็นไปตามคาด คือลิเวอร์พูลพยายามปิดพื้นที่การครองบอลของยูไนเต็ด บีบให้ออกเกมเร็วกว่าปรกติ เพื่อลดทอนความแม่นยำในการให้บอล และเบิ้ลบอลขึ้นหน้าของกองกลางและหน้าของปิศาจแดง ลิเวอร์พูลจะเน้นการให้บอลเร็วในระยะกลางๆ ไม่ออกบอลสั้น ดูเหมือนว่าจะเน้นการทำเกมขึ้นหน้าด้วยความเร็วนะครับ บอลจากหลังถึงหน้าจะใช้การผ่านบอลเพียงสองสามจังหวะเท่านั้น เพื่อลดโอกาสถูกตัดบอลลงไป แมนฯ ยูไนเต็ดเองทำเกมขึ้นหน้าไม่ค่อยได้ เพราะถูกลิเวอร์พูลบีบ และปิดพื้นที่ตลอดทุกครั้ง บอลไปไม่ค่อยถึงแดนหน้าเท่าไหร่นัก เกมในช่วงยี่สิบห้านาทีแรก เป็นของลิเวอร์พูล

ในขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดตัดบอลได้ ก็พยายามสวนกลับเร็ว แต่ยังทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันมากเท่าไหร่ ต้องรอพ้นยี่สิบห้านาทีแรกไปแล้วนั่นแหละ จึงเริ่มตั้งเกมได้จริงๆจังๆ และเซ็ตบอลเข้าบุกลิเวอร์พูลบ้าง แต่ก็เป็นช่วงไม่นานนัก เพราะเมื่อเหลืออีกสิบนาทีจะหมดครึ่งแรก ก็เป็นฝั่งลิเวอร์พูล ที่เริ่มเพรสซิ่งหนักหน่วงขึ้นมากกว่าเดิม ทำให้เกมของยูไนเต็ดชะงักไปอีกครั้งแต่กลับมาได้ประตูขึ้นนำก่อนหมดเวลาครึ่งแรกไม่กี่นาที จากความผิดพลาดของเบนนายูน ลูกนี้ แฟนๆหงส์อาจจะเคืองนิดๆ แต่ผมบอกตรงๆนะครับ การป้องกันลูกเตะมุมลักษณะนี้ ตัวคุมเสาต้องดันขึ้นทันทีที่ ผู้เตะไม่เปิดเข้ากลางครับ เพื่อเช็คไลน์ล้ำหน้าในจังหวะที่สอง เราจะเห็นเลยว่า ตอนที่เรน่าผวาไปหาเตเวซแล้วช้าไปนั้น เขายกมือขึ้นโบกว่าล้ำหน้าทันที แต่เมื่อหันไปเห็นเบนนายูนที่ยืนคุมเสาอยู่ เรน่าเอามือลงทันทีเลย ลูกนี้ผมถือว่าเบนนายูนพลาดเต็มๆครับ

เมื่อเริ่มครึ่งหลัง กลายเป็นบอลของลิเวอร์พูลทันที และเป็นตลอดเกือบๆห้าสิบนาทีเลยด้วยซ้ำ เมื่อแมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนเกมมาเป็นตั้งรับแล้วรอสวนกลับอย่างเต็มตัว และเกือบสำเร็จเมื่อรูนี่ย์ ได้ลูกถวายพานทองมาจากโรนัลโด้ แต่สุดขาไปหน่อย ทำให้บังคับทิศทางไม่ถนัดเท่าไหร่ ลูกยิงออกเสาไกลไปไม่ได้ลุ้นเลย ส่วนลิเวอร์พูลก็มีโอกาสมากมาย แต่ไม่ใช่โอกาสจากแบบเหน่งๆเท่าไหร่นัก จนจบเกมด้วยการพ่ายแพ้ในแอนฟิลด์ของลิเวอร์พูลอีกนัด

ทีนี้ เรามาคุยกันถึงรายละเอียดการวางแผนและการทำเกมกันดีกว่าครับ

อย่างที่บอกไปแล้ว เมื่อทั้งสองทีมจัดระบบเดียวกันมาเจอกัน มันก็ต้องดูที่รายละเอียดเชิงลึกที่เป็นองค์ประกอบในการเล่นของแต่ละทีม ซึ่งทั้งคู่ก็วางหมากหลักๆมาเหมือนๆกันเปี๊ยบเลยครับ นั่นก็คือ การปิดเกมทางริมเส้นของคู่ต่อสู้แบบไม่ให้ลืมตาอ้าปากได้ โรนัลโด้ และไรอัน กิ๊กส์ ถูกปิดทางวิ่ง และพื้นที่กระชากอย่างเด็ดขาด ทำให้ถูกตัดออกจากเกมรุกไปเต็มๆ กิ๊กส์จึงต้องถอยตัวเองมาเล่นเกมรับซะมาก และเล่นบอลในพื้นที่ห่างจากกรอบพอสมควรในขณะที่โรนัลโด้ คงไม่มีความสามารถในเกมรับขนาดนั้น ถึงได้หายไปเฉยๆ ส่วนของลิเวอร์พูลก็เช่นกัน คีลล์ และเบนนายูน ถึงแม้จะได้บอล แต่ก็จะถูกกำหนดให้เล่นในพื้นที่ที่ไม่อันตรายต่อเกมรับของยูไนเต็ดเท่าไหร่ เมื่อไหร่ที่เข้ามาใกล้กรอบ ก็จะถูกเพรสซิ่งเข้าแย่งทันที ทำให้ความน่ากลัวจากปีกหงส์แดงก็ลดลงไปมากเช่นกัน

และเกมนี้ เราก็เห็นว่า การเติมเกมทางกราบ จะกลายเป็นภาระของฟูลแบ๊คแทน นั่นก็คือ เอวร่า, บราวน์, รีเซ่ และอาร์เบลัว ครึ่งแรกนั้น รีเซ่กับอาร์เบลัว ยังไม่ค่อยเติมเท่าไหร่ เพราะต้องค้ำปีกสองข้างของยูไนเต็ดเอาไว้ แต่เอวร่าได้ขึ้นบ่อยมาก แถมทำได้ดีหลายครั้ง ส่วนบราวน์ เมื่อต้องขึ้นเดี่ยวนั้น ก็แสดงให้เห็นเลยว่า ไปไม่เป็นเอาซะเลย เมื่อโรนัลโด้ถูกปิดพื้นที่ ไม่สามารถมาต่อบอลกับบราวน์ได้ บราวน์จึงเสียบอลเป็นประจำ ดีที่ไม่ถึงกับเสียหายร้ายแรงนัก

ในขณะที่แดนกลาง ราฟาเลือกใช้มาสเคราโน่ เพราะต้องการปิดเกมแดนกลางของยูไนเต็ดอย่างเด็ดขาด ทำให้เจอร์ราร์ดมีอิสระมากขึ้นในการทำเกมตรงกลางสนาม ส่วนมาสเคราโน่นั้น ปักหลักหน้าแผงหลัง เพื่อบีบ และไล่บอล ตัดเกมก่อนถึงแผงหลังเป็นการชลอเกมรุกของยูไนเต็ด ส่วนยูไนเต็ดนั้น เกมนี้ อันแดร์สันเป็นคนบงการรูปเกมในแดนกลางทุกๆอย่าง มีฮาร์กรีฟส์ เป็นตัวตัดเกม ซึ่งทำหน้าที่คู่กันได้อย่างสุดยอด นัดนี้ เหมือนเป็นการประลองกำลังระหว่าง เจิด-มาสเค กับ แอนนี่-ฮาร์โก้ ก็ว่าได้ ซึ่งครึ่งแรกนั้น ยูไนเต็ดชนะครับ เมื่อเจอร์ราร์ดแทบจะหายไปจากเกม ส่วนในครึ่งหลังกลายเป็นกลางฝั่งหงส์แดง ที่ชนะขาด เมื่อแอนนี่ กับฮาร์โก้ ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่น นอกจากตั้งรับซะหน้ามืด

แดนหน้า การเข้าทำของตอร์เรส กับเคาท์ ก่อกวนเซ็นเตอร์ยูไนเต็ดได้มากพอดู แต่ก็มักจะถูกตัดตอนเมื่อจะเข้าในกรอบโทษ ทำให้จังหวะยิงทุกลูกของหงส์แดงนั้น เกิดจากหน้ากรอบทั้งหมด และเป็นการยิงเพราะถูกบีบด้วย ทำให้ไม่ค่อยใกล้เคียงกับกรอบประตูเท่าไหร่นัก เช่นเดียวกับยูไนเต็ด เมื่อปีกทำงานไม่ได้ หน้าก็เล่นยากขึ้นมาก ทำให้จังหวะยิงของยูไนเต็ดมาจากจังหวะสวนกลับล้วนๆยกเว้นลูกที่ได้ประตู

การมาถึงของตอร์เรส น่าจะสร้างกระแสความหวาดหวั่นให้แนวรับยูไนเต็ดมากพอดู เพราะแม้กระทั่งผู้รักษาประตูทีมชาติดัตช์อย่างน้าซาร์ ยังออกอาการเกร็งๆ ออกมาตัดบอลไม่ให้สุ้มให้เสียงจนชนกับกองหลังถึงสองครั้งสองครา จนเกือบเสียประตู ดีที่หงส์แดงไม่สามารถฉกฉวยโอกาสไว้ได้ ทำให้น้าซาร์ถูกริโอเอ็ดเอาหนักๆไปดอกหนึ่ง ถึงตั้งสติได้ ในขณะที่บราวน์นั้น ตั้งแต่มีข่าวยึกยักไม่ต่อสัญญา ก็ทำผลงานได้ตกต่ำดำดิ่งดีเหลือเกิน โหม่งสกัดแต่ละดอก ไม่เคยดูทิศทางพรรคพวกเลย ได้แต่โขกทิ้งไปเรื่อย ทำให้ถูกยิงสวนเกือบเป็นประตูซะอีก ในขณะที่เกมบุก ก็เอาตัวรอดไม่ได้ เมื่อโรนัลโด้ไม่มาช่วย ทำให้เสียบอลบ่อยๆ และถูกสวน เป็นภาระของริโอ และฮาร์กรีฟส์อย่างมาก ที่ต้องมาซ้อนทางกราบด้านนี้บ่อยๆ แต่บราวน์ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาลุยขึ้นไปดุ่ยๆเหมือนเดิม หากยังเป็นเช่นนี้ คงเห็นบราวน์ไปสวมเสื้อลายขาวแดงปีหน้าค่อนข้างแน่ครับ

ในขณะที่ฮูเปียที่ช้ามากนั้น ก็ได้รับการแบ่งเบาภาระเป็นอย่างดีจากคาร์ราเกอร์ และมาสเคราโน่ ทำให้ฮูเปียเล่นได้ง่ายในวันนี้ อีกทั้งการปิดเกมรุกจากทางด้านกราบยูไนเต็ดนั้น หงส์แดงทำได้ดีมากๆ นั่นยิ่งทำให้ฮูเปียกับคาร์ราเกอร์เล่นได้ง่ายขึ้น เกมเมื่อคืนนั้น คาร์ราเกอร์ก็สามารถสกัดจังหวะอันตรายๆได้บ่อยๆ ช่วยเซฟลิเวอร์พูลได้หลายช็อตเช่นกัน เช่นเดียวกับริโอ ที่หยุดตอร์เรส ได้เป็นอย่างดี และยังบัญชาการเกมรับทั้งแผงได้อย่างน่าชื่นชมมาก การยืนหลังของทั้งสองทีมนั้น จะเห็นว่า ยืนกันต่ำ เพื่อแพ็คพื้นที่หน้ากรอบ ไม่ให้กองหน้าที่เร็วและคล่องจัด ของทั้งสองฝ่าย ได้มีพื้นที่กระชากลากเลื้อยทำเกมได้ถนัด การเช็คล้ำหน้าจึงแทบไม่เกิดขึ้นเลย

การที่แมนฯ ยูไนเต็ดคว้าชัยชนะในนัดนี้มาได้นั้น ผมอยากยกเครดิตให้กับฮาร์กรีฟส์ และอันแดร์สัน ที่โชว์ผลงานการอ่านเกม จับจังหวะคู่ต่อสู้ ตัดเกม และขึ้นเกมได้อย่างไม่มีที่ติจริงๆ ฮาร์กรีฟส์นั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าเกมที่เหมาะกับเขา หน้าที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับเขา คืออะไร ส่วนอันแดร์สัน เกมนี้ เขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่า เหมาะจะเป็นตัวแทนระยะยาวของสโคลส์จริงๆ ทั้งฮาร์กรีฟส์ และอันแดร์สัน เล่นเป็นมิดฟิลด์คู่กันได้เหมาะเจาะจริงๆ แย่งบอลเก่ง เสียบอลยาก และทางบอลดี ทำให้เกมแผงหลังของยูไนเต็ด ทำงานง่ายขึ้นเยอะ โอกาสที่ลิเวอร์พูลได้ในครึ่งแรกจึงมักจะมาจากการฉกฉวยความผิดพลาดของแผงหลังยูไนเต็ดเอง ส่วนครึ่งหลัง ที่ลิเวอร์พูลโหมกระหน่ำอย่างหนักหน่วง เราก็ได้ อันแดร์สันกับฮาร์กรีฟส์นี่แหละ ที่ช่วยแบ่งเบาเกมรับได้อย่างดี

ในขณะที่ยูไนเต็ด ใช้แอนนี่กับฮาร์โก้ ประคองจังหวะในแดนกลาง ฝั่งหงส์แดงนั้น ก็ถือว่าทำได้ถูกต้อง ที่ไม่เลือกใช้อลองโซ่ในนัดนี้ เพราะมาสเคราโน่นั้น ก็เป็นตัวหลักในการยันเกมรุกด่านแรกของยูไนเต็ดได้เป็นอย่างดี มาสเคราโน่ มีทักษะและสายตาในการอ่านบอลดีมาก ทำให้เกมรุกของยูไนเต็ด ต้องมาเจอมาสเคราโน่แทบทุกครั้ง และเขาก็ชลอเกมรุก และตัดบอลได้แทบตลอด การเอามาสเคราโน่ลงมาในนัดนี้ ก็เท่ากับว่า เจอร์ราร์ดมีอิสระในการทำเกมอย่างเต็มที่ แต่ที่ครึ่งแรกเจอร์ราร์ดหายไปนั้น ก็เพราะต้องค้ำเกมรุกคู่ต่อสู้ร่วมกับมาสเคราโน่ แต่เมื่อลงสนามครึ่งหลังด้วยสกอร์ตามหลังนั้น หงส์แดงไม่มีทางเลือก ต้องลุยอย่างเดียว และทำให้เจอร์ราร์ด แสดงศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่ออกมาได้ในที่สุด มาสเคราโน่รับ เจอร์ราร์ดรุก ทำได้อย่างกลมกลืนกันมาก เพียงแต่ ต้องชมแผงหลังยูไนเต็ด ที่สามารถปักหลักอย่างมีสมาธิสุดๆตลอดทั้งเกมจริงๆ

การแก้เกมในนัดนี้ ราฟาต้องคิดหนักกว่าท่านเซอร์ เพราะเกมตามหลังอยู่ ทำให้ท่านเซอร์แก้เกมได้ง่ายกว่า คือเป็นการแก้ตามหมากของราฟานั่นเองครับ ราฟาเลือกแก้เกมครั้งแรก ด้วยการส่งบาเบลลงมาแทนคีลล์ ที่ครึ่งหลังทำอะไรไม่ออก คีลล์ในวันนี้ ดูช้าลงไปกว่าเดิมมาก และการเปิดป้อนของเขา ก็ไม่เหลือความอันตรายมากนัก ราฟาจึงเลือกหย่อนบาเบลลงมาแทน และก็เป็นบาเบล ที่ใช้ความคล่องความเร็ว กระชากแผงหลังยูไนเต็ด หลุดเป็นชิ้นๆอยู่หลายครั้ง ได้สับไกยิงหน้ากรอบสองสามครั้ง แต่ทั้งหมด ก็ยังไม่ผ่านแผงหลังยูไนเต็ด ที่ช่วยกันซ้อนได้ดี จากนั้น ราฟาก็หย่อนเอาเคราช์ลงมาแทนเคาท์ เพื่ออาศัยความสูงคอยพักบอลในแดนหน้า และโหม่งลูกเปิดจากกราบ เพราะคงดูแล้วว่า เคาท์นั้น ไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดเมื่อถูกปิดพื้นที่ทุกๆจังหวะ และก็อีกครั้ง ที่ราฟาแก้เกมเพิ่มเติม ด้วยการส่งออเรลิโอลงมาแทนรีเซ่ เพื่อใช้ลูกเปิดยาวจากหลังเข้ามาหน้ากรอบให้เคราช์

ท่านเซอร์ เมื่อเห็นว่า ราฟาแก้เกมหมดหน้าตักแล้ว และเห็นว่าลิเวอร์พูลเริ่มบงการเกมได้ดั่งใจเต็มที่ในช่วงท้ายๆเกม แผงหลังยูไนเต็ดเริ่มโอนไปเอนมาเหมือนนักมวยหลังพิงเชือกไม่มีผิด ทำให้ต้องส่งคาร์ริคลงมาประคองเกมเพิ่ม โดยถอดเอาเตเวซออก เพราะวิ่งมาหนักเหลือเกิน อีกทั้งเพิ่มนักเตะในแดนกลางอีกคนคอยดึงจังหวะเกม เราจะเห็นว่า อันแดร์สันยังขาดประสบการณ์ในการดึงเกมอยู่ เวลาเขาตัดบอลได้ จะมองหาแนวรุกทันที แล้วให้บอล แต่แนวรุกเราไม่มีพื้นที่เท่าไหร่ ทำให้ถูกบีบและตัดบอลมาตั้งเกมรุกใส่อีก เมื่อมีคาร์ริคลงมานั้น ทำให้บอลถูกส่งมาพักที่คาร์ริคหลังจากตัดบอลได้แทบทุกครั้ง เพื่อให้คาร์ริคดึงเกมช้าลง หาจังหวะประคองเกมให้ดีขึ้น ทำให้เกมของยูไนเต็ดช่วงท้ายๆดูจะมีความมั่นคงขึ้นบ้าง ไม่ถูกกระหน่ำแบบโงหัวไม่ขึ้นเหมือนช่วงที่เอาบาเบลกับเคราช์ลงมาป่วนในทีแรก และมีการขยับอีกครั้ง เมื่อเอาโอเชลงมาแทนอันแดร์สันในนาทีสุดท้ายก่อนทดเวลา เพื่อสู้ลูกกลางอากาศ เพราะหงส์แดงบอมบ์หนักเหลือเกิน บอลข้ามหัวอันแดร์สันไปมาตลอด การเอาโอเชลงมาจึงได้ลูกกลางอากาศมาเพิ่มในแนวรับ

จากรูปเกมทั้งหมดนี้ และรายละเอียดที่เกิดขึ้นในเกม เราบอกได้เหมือนเดิมว่า แท็คติคในเชิงลึกของราฟานั้นเหนือกว่าท่านเซอร์อยู่นิดๆ การที่แมนยูมีนักเตะแนวรุกที่ฉกาจฉกรรจ์ แต่กลับถูกล็อคตาย แทบไม่ได้คายพิษสง โดยเฉพาะโรนัลโด้นั้น ยิ่งทำให้เราเห็นชัดว่า ราฟาถนัดมากกับการวางแท็คติคปิดเกมรุกคู่แข่ง และท่านเซอร์เองดูจะยอมรับความจริงตรงนี้ เราจึงไม่เห็นโรนัลโด้ได้บอลบ่อยนัก นั่นก็คือ เมื่อโด้ถูกล็อค ก็เปล่าประโยชน์ที่จะให้บอล สู้ให้นักเตะหงส์มาปิดโรนัลโด้คนสองคนตลอด แต่หันไปรุกทางอื่นที่การป้องกันบางกว่าแทน คือกิ๊กส์ กับเอวร่า เราจึงเห็นโด้ได้บอลจากเพื่อนน้อยกว่าเกมปรกติมาก

เมื่อแท็คติคการปิดเกมรุกของราฟาได้ผลเป็นอย่างดีแล้ว แท็คติคการปิดเกมรุกของท่านเซอร์ก็ดูจะได้ผลเช่นกัน เพียงแต่ ไม่มากเท่า นักเตะหงส์ยังขึ้นเกมรุกได้ถนัดกว่า ทำเกมได้ดีกว่า และครองเกมได้มากกว่า ท่านเซอร์ก็น่าจะทราบ จึงพยายามเน้นให้แพ็คเกมแดนหลังแน่นไว้ก่อน บีบให้ลิเวอร์พูลได้เข้าทำแค่ตรงนั้น และบีบให้จบด้วยการยิงไกลแทนการเจาะทะลุหาช่อง ซึ่งตรงนี้ ผมมองว่าสอบผ่านครับ ตอร์เรสไม่มีโอกาสได้หลุดเข้ามาเผชิญหน้าน้าซาร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ต้องจบด้วยการยิงไกลแทน ถึงตรงนี้ เราพอจะบอกได้ว่า การปิดเกมรุกของทั้งสองทีม ถือว่าสอบผ่านครับ โดยที่หงส์แดงได้คะแนนเต็ม ส่วนยูไนเต็ด ได้ประมาณ แปดสิบเปอร์เซนต์

มีเพียงจุดเดียว ที่นักเตะลิเวอร์พูลดูจะขาดไป และดูหมือนว่าจะขาดหายไปนานมากแล้ว นั่นก็คือ การฉกฉวยความผิดพลาดจากคู่ต่อสู้ นัดนี้ เราจะเห็นว่า บราวน์ และน้าซาร์ ออกลูกเหวอบ่อยๆ แต่ลิเวอร์พูลกลับทำประโยชน์จากตรงนี้ไม่ได้ ลูกยิงของคีลล์นั้น เบาเกินไป และตรงตัวอันแดร์สัน ที่ยืนคุมเส้นอยู่ การเข้าโหม่งซ้ำของตอร์เรส ก็ช้าเกินไป ส่วนลูกที่เคาท์ได้ปรี่เข้ามายิง ก็ช้ากว่าเอวร่า ที่ชาร์จมาจิ้มลูกออกไปก่อน จะเห็นว่า โอกาสเช่นนี้ ลิเวอร์พูลไม่น่าพลาดถึงสองสามครั้ง ที่จะเปลี่ยนให้เป็นประตู ตอร์เรสนั้นมีฝีเท้าครบเครื่องทุกอย่างที่ศูนย์หน้าระดับโลกพึงมี เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เขาจะสามารถก้าวขึ้นเป็นตำนานได้นั้น ก็คือ วิญญาณเพชฌฆาต และสัญชาตญาณกองหน้าครับ การอยู่ถูกที่ถูกเวลานั้น ถือเป็นสิ่งที่กองหน้าอย่าง แวน บาสเท่น, อินซากี้, อองรี, ลินิเกอร์, เอียน รัช และฟาวเลอร์มีติดตัว หากลิเวอร์พูลมีกองหน้าอีกคนที่เป็นประเภทพรายกระซิบมาคู่กัน นัดนี้ สามแต้มคงไม่หนีไปไหนค่อนข้างแน่ จากโอกาสที่ยูไนเต็ดหยิบยื่นให้สามสี่ครั้งในเกมนี้

ในขณะที่ลิเวอร์พูลทำไม่ได้ ยูไนเต็ดกลับฉกฉวยโอกาสไว้ได้แทบทุกครั้ง เมื่อมาพบกับลิเวอร์พูล เมื่อคืนนี้ ก็เป็นอีกนัดที่ลิเวอร์พูลโชว์ฟอร์มได้ดีกว่า มีโอกาสมากกว่า แต่จบด้วยสามแต้มหลุดลอยไปโอลด์ แทรฟฟอร์ดอีกครั้ง เบนนายูนอาจจะพลาดเต็มๆ แต่ก็ต้องบอกว่ายูไนเต็ด ฉกฉวยโอกาสได้ด้วยเช่นกัน คราวก่อนโน้น เป็นริโอ ที่โหม่งท้ายเกม คราวที่แล้ว เป็นโอเช ที่ซ้ำลูกกระฉอกท้ายเกม คราวนี้ ก็เป็นเตเวซ ที่จิ้มบอลเปลี่ยนทางช่วงท้ายครึ่งแรก และเบนนายูนไม่ดันขึ้นมาเช็คไลน์ล้ำหน้า ผมมั่นใจว่า หากเบนนายูนดันมาเช็คไลน์ ก็ล้ำหน้าแน่นอน สามคนด้วยซ้ำไป แต่ก็นั่นแหละครับ ความผิดพลาดเป็นเรื่องคู่กับฟุตบอล ใครจะฉกฉวยไว้ได้ต่างหาก คือตัวแปรที่ทำให้ทีมได้ชัยชนะครับ

นักเตะที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในนัดนี้ ผมยกให้ริโอ กับอันแดร์สัน เป็นพระเอกคู่กันครับ ทั้งคู่ทำผลงานได้เข้าตาจริงๆ ในขณะที่วิดิช กับฮาร์กรีฟส์ ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน กิ๊กส์ รับผิดชอบเกมรับได้ดีมาก เมื่อโดนปิดพื้นที่เกมรุก ทำให้ต้องยืนต่ำกว่าปรกติ ส่วนผู้ที่เล่นได้ไม่ดีในนัดนี้ คือ บราวน์ ที่ดูจะโหม่งทิ้งโหม่งขว้างทุกลูกจริงๆ และขึ้นเติมไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่ ส่วนน้าซาร์ก็ไม่แพ้กัน ดีที่คัมแบ๊คกลับมาได้ในครึ่งหลัง ส่วนโรนัลโด้ จะบอกว่าเล่นไม่ดี หรือไม่ได้เล่นกันแน่ ผมก็ยังคิดไม่ออกครับ สำหรับฝั่งลิเวอร์พูล ผมยกให้ บาเบลเด่นที่สุด หากบาเบลถูกส่งเป็นตัวจริง อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ เกมคงไม่เป็นเช่นนี้ รองลงมาก็เจอร์ราร์ด, มาสเคราโน่ และคาร์ราเกอร์ ที่ทำหน้าที่ได้ดีมาก ส่วนที่เล่นไม่ได้อย่างที่คาดหวังก็มี เคาท์ และ ตอร์เรส ที่คายพิษสงไม่ออกในนัดนี้ครับ อาร์เบลัวก็เจอปัญหาหนักเหมือนกัน เมื่อพบกับทั้งกิ๊กส์ และเอวร่า พร้อมๆกัน มีที่ทำได้ต่ำกว่าที่คาดเยอะหน่อย ก็คีลล์ที่เล่นวันนี้ดาวน์ลงไปมาก

สามแต้มเต็มในนัดนี้ บวกกับการที่กัลลาส เซฟสามแต้มเต็มให้อาร์เซนอลเช่นกัน ทำให้ตารางการแข่งขันไม่เปลี่ยนหน้าตาสำหรับสามทีมนำ ยังคงเป็น อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด และเชลซี ส่วนลิเวอร์พูล ก็ถูกแมนฯ ซิตี้ ที่พลิกสถานการณ์กลับมายำโบลตัน แซงขึ้นไปรั้งที่สามได้สำเร็จ แต่ยังมีเกมตกค้างในมืออีกนัด หากเก็บสามแต้มมาได้ ก็จะแซงกลับไปอยู่ที่สามด้วยผลต่างประตูได้เสีย

หลังจากเกมนี้จบลง แมนฯ ยูไนเต็ดนั้น ก็ต้องเปิดบ้านรับทอฟฟี่เมนในสัปดาห์หน้า วันที่ 23 จากนั้นไปเยือนซันเดอร์แลนด์ในวันที่ 26 และเยือนเวสต์แฮมวันที่ 29 ปิดท้ายด้วยการเปิดบ้านรับเบอร์มิงแฮมวันขึ้นปีใหม่ครับ เป็นสี่นัดในรอบสัปดาห์ที่หนักหนาเอาการ ก็หวังว่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพื่อรักษาตัวให้อยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ต่อไปนะครับ

สำหรับหงส์แดงนั้น พ่ายแพ้นัดนี้ ไม่ถึงกับเป็นการตัดการลุ้นแชมป์ออกไปนะครับ ยังไม่ถึงขนาดนั้น เพียงแต่ ราฟาเอง ต้องกระตุ้นนักเตะให้คัมแบ๊คกลับมาให้เร็วที่สุด ยิ่งได้ในนัดหน้ายิ่งดี การตามหลังจ่าฝูงสิบแต้มพร้อมเกมตกค้างในมือ ไม่ถือว่าห่างมากมายอะไรนัก เพียงแต่อย่าสะดุดเพิ่ม และพยายามคัมแบ๊คให้เร็วที่สุดเท่านั้น และผมก็หวังว่า ราฟาจะทำได้สำเร็จในที่สุดครับ


สวัสดีครับ



Create Date : 17 ธันวาคม 2550
Last Update : 17 ธันวาคม 2550 10:11:18 น. 4 comments
Counter : 281 Pageviews.

 

Christmas Comments



โดย: ล่องแม่ปิง วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:14:54:24 น.  

 
แมนยูสุดยอดดดดดดดดดดดดด


โดย: หมานเกาะยาว IP: 203.172.176.195 วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:14:50:02 น.  

 


โดย: keng IP: 61.7.175.26 วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:15:48:06 น.  

 
When you walk through a storm
Hold your head up high
And don't be afraid of the dark
At the end of the storm
There's a golden star (sky)
And the sweet silver song of a lark

Walk on...
Through the rain...
Walk on...
Through the rain
Walk through the wind
And your dreams be tossed and blown...

Walk on... (walk on)
Walk on... (walk on)
With hope (with hope)
In your heart...
And you'll never walk alone
You'll never walk alone.
Alone...

Walk on... (walk on)
Walk on... (walk on)
With hope (with hope)
In your heart...
And you'll never walk alone
You'll never walk alone.
Alone...

You'll never...
You'll never walk alone...

Walk on... (walk on)
Walk on... (walk on)
With hope (with hope)
In your heart...
And you'll never walk alone
You'll never walk alone.
Alone...

You'll never walk...
You'll never walk alone...


โดย: จากโจรใต้ IP: 124.120.144.250 วันที่: 12 กันยายน 2551 เวลา:21:52:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.