Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
20100311 วิพากษ์ MAN UNITED vs AC MILAN in UCL

A Perfect Revenge, just like a dream


สวัสดีครับ ทุกๆท่าน วันนี้ผมคงต้องขอออกตัวล่วงหน้าว่าจะมีเวลาเข้ามาแลกเปลี่ยนทรรศนะระหว่างวันน้อยมาก รวมทั้งพรุ่งนี้ก็อาจไม่ได้เข้ามาอีกเลย เนื่องจากติดภารกิจสำคัญ หลังจากพรุ่งนี้แล้วก็เป็น เสาร์-อาทิตย์เสียด้วย ทำให้วันนี้อาจเป็นวันเดียว ที่ผมจะได้เข้ามาพูดคุยถึงเกมๆนี้ พอวันจันทร์ก็คงเป็นหลังเกมพรีเมียร์สุดสัปดาห์ไปเสียแล้ว ยังไงก็ขอรบกวนสมาชิกท่านอื่นๆ เข้ามาแลกเปลี่ยนทรรศนะกันตามสะดวก ตามชอบใจได้เลยครับ เอาล่ะครับ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่ากับเกมเลกที่สองในรอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้ายศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เราเปิดบ้านรับมือ เอซี มิลาน เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมากันครับ และถือเป็นเกม เวลคัม โฮม, เบ๊คส์ เสียด้วย

หลังจากเลกแรกรูดม่านปิดฉากลงไป ไอ้ประตูที่สองที่เสียให้เอซี มิลาน จากการยิงของคลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ทำให้หลายๆท่านรวมทั้งผม เกิดอาการเสียเซลฟ์ไปตามๆกัน เพราะมันคือประตูที่ปลุกชีพมิลานให้ยังมีลมหายใจอยู่ได้ต่อไปในเลกที่สองนั่นเอง โดยรูปเกมที่ผมคาดการณ์เอาไว้ ตามปกติ ป๋าเมื่อเก็บชัยชนะนัดเยือนเกมแรก กุมความได้เปรียบไว้ก่อนแล้ว ก็มักจะเปิดบ้านเลกที่สอง เล่นตามแพ็ทเทิร์นที่เรียกกันว่า เพลย์เซฟ (ติ๊ดชึ่ง) เป็นประจำ ซึ่งผมไม่เคยเห็นด้วย เพราะยูไนเต็ดเรา แต่ไหนแต่ไรเป็นทีมที่ถอยไม่ค่อยเป็น หลังหักทุกทีไป หากเกมนี้เราจะมาเน้นติ๊ดชึ่งฆ่าเวลาไปเรื่อยๆแล้วล่ะก็...ผลลัพธ์อาจจะกลายเป็นดราม่าสำหรับฝั่งเราก็ได้ ผมคาดการณ์ไว้ว่ามิลาน ต้องเปิดฉากบุกเพื่อยิงประตูแรกเร็วแน่ๆ เป็นการคลายความกดดันของตัวเอง และการได้ประตูที่โรงละครหนึ่งลูกก่อน ก็เท่ากับมิลานสามารถครองเกมเล่นไปเรื่อยๆ รอจังหวะเพื่อส่องประตูชัยสองศูนย์ได้ตามอารมณ์ของตัวเอง ดังนั้น หากเราจะวางแผนเล่นติ๊ดชึ่งไปเรื่อยๆกับทีมอย่างมิลาน ผมจึงไม่คิดว่านั่นคือแผนการที่ถูกต้องนักครับ

ครั้นแล้ว เมื่อท่านเซอร์ประกาศผ่านสื่อก่อนเกมว่า เราจะลงแข่งเพื่อชัยชนะเท่านั้น ผมจึงปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก มิลานตอนนี้จุดอ่อนคือเกมรับอย่างเห็นได้ชัด และการที่เราสามารถดูออกได้ง่ายๆว่ามิลานทีมนี้ เป็นทีมที่แพ้ทางเกมเร็วและหนัก ย่อมทำให้ท่านเซอร์ทำการบ้านมาโจมตีตรงนี้แน่ๆ เมื่อได้ประกาศไปแล้วว่าจะลงเล่นเพื่อบุก เพื่อชนะ จะไม่ขอเล่นเพื่อยันเสมอมิลาน ดังนั้นสิ่งที่มิลานเมื่อรับทราบดังนี้แล้ว จะวางแผนอย่างอื่นมาก็คงไม่ได้ นอกจากจะต้องเปิดเกมบุกเพื่อแลกแล้วทวงสองประตูแห่งชีวิตกลับมาให้ได้ เพราะตั้งรับไปก็เท่ากับรอเสียเพิ่มอยู่ดี ถึงแม้ว่าข้อแม้มันจะยากเย็นมากมายก็ตาม กับการบุกมายิงประตูที่โรงละครแห่งความฝันถึงสองลูก แต่หลายๆทีมในพรีเมียร์ก็แสดงให้เห็นไปหมาดๆแล้วว่า ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ กับการยิงสามลูก สี่ลูก ที่โรงละครแห่งนี้ นี่จึงเป็นเดิมพันที่น่าติดตามชมเป็นอย่างยิ่ง ว่าแผนการของใคร แท็คติคของใคร รูปเกมและนักเตะฝ่ายใด จะทำผลงานออกมาได้ดีกว่ากัน

เจ้าบ้านนัดนี้ข่าวร้ายที่ทราบมาก่อนก็คือ คาร์ริคติดโทษแบน, กิ๊กส์ยังคงบาดเจ็บกระดูกแขนแตก, บราวน์เข่าพัง ปิดฤดูกาลเรียบร้อย, โอเว่นกับแอนนี่ก็ปิดเทอมยาวเช่นกัน ส่วนฮาร์โก้นั้นคงกลับมาได้อย่างเร็วก็เมษายนหรือปลายมีนาคม แต่มีข่าวดีคือ รูนี่ย์ผ่านการทดสอบความฟิต สามารถลงสนามเป็นสิบเอ็ดตัวแรกได้ ท่านเซอร์จึงจัดทัพชุดใหญ่ที่สุด เน้นที่ประสบการณ์และความเก๋าเกมเป็นหลัก เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ เฝ้าเสา แผงหลังสี่ตัวมี แกรี่ เนวิลล์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช และปาทริซ เอวร่า นัดนี้วางเกมแพลนมาในระบบ 4-3-3 พิมพ์นิยมป๋าในเกมยุโรป โดยมิดฟิลด์แถวกลางสามตัวประกอบไปด้วย พอล สโคลส์, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และปาร์ค ชี ซอง โดยมีตัวรุกสามตัวเป็นอันโตนีโอ วาเลนเซียทางขวา, รูนี่ย์หน้าเป้า และ นานี่ทางซ้าย

สำหรับเลโอนาร์โด้ เทรนเนอร์ของเอซี มิลานนั้น เกมนี้มีเซอร์ไพรส์ปรับทัพวุ่นวายไปหมดตั้งแต่ผู้รักษาประตูยันศูนย์หน้าเลยทีเดียว เกมนี้ อเล็กซานเดร ปาโต้ไม่ผ่านการทดสอบความฟิต จึงไม่มีชื่อในทีมถึงแม้จะถูกหนีบขึ้นเครื่องมาด้วยก็ตาม อีกทั้งไม่ทราบว่า เนสต้า, อันโตนินี่ หายหัวกันไปไหนหมด เกมนี้จึงไม่มีชื่อให้เห็นในทีมชีตแต่อย่างใด โดยผู้รักษาประตูเปลี่ยนจากดีด้ามาเป็น คริสเตียน อับเบียติ แผงหลังสี่คนประกอบไปด้วย อิกนาซิโอ อบาเต้ กับ มาเร็ค แยนคูลอฟสกี้ เป็นฟูลแบ๊คฝั่งขวาและซ้ายตามลำดับ มีดานิเอเล่ โบเนร่า กับ ติอาโก้ ซิลวา เป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ กลางสามตัววางลงมามี มาติเยอ ฟลามินี่, อันเดรีย ปิร์โล่ และ มัสซิโม อัมโบรซินี่ โดยวางตัวรุกข้างหน้าสามคนเป็น คลาส แยน ฮุนเตลาร์, มาร์โก บอริเอลโล่ และ โรนัลดินโญ่

รูปเกมตั้งแต่นกหวีดจากปากของผู้ตัดสินถูกพ่นลมออกมานั้น ก็เป็นไปอย่างที่กุนซือเฒ่าได้ให้สัมภาษณ์สื่อเอาไว้ นั่นคือบรรดานักเตะอสูรแดงเจ้าบ้านต่างพากันเล่นบอลเร็วบุกกระหน่ำใส่ทีมเยือนอย่างไม่ให้ตั้งตัวติด เฟอร์กี้วางแท็คติคให้ลูกทีมเน้นการโจมตีทางริมเส้นเป็นพิเศษ โดยกองกลางสามคนจะทำหน้าที่เป็นตัวไล่ ตัวสกรีน และตัวคอนโทรลจังหวะเกมรุกของทีม เกมของมิลานต่อกันไม่ค่อยติดเมื่อเจอผึ้งงานสองตัวอย่างปาร์คและปริ๊นซ์ทำหน้าที่เป็นเงาตามตัวนักเตะมิลานทุกจังหวะ คอยพัวพัน คอยเข้าสกัด เบียด และแซะทุกๆจังหวะไม่ให้ทีมดังจากอิตาเลี่ยนทำเกมได้ตามถนัด เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือ การไม่อนุญาตให้มิลานมีเวลาในการครองบอลกับเท้า โดยเฉพาะเมื่อข้ามเส้นกลางสนามมาหาเรา จะยิ่งถูกบีบเร็วเป็นพิเศษ รวมทั้งเกมนี้ก็มีหมากพิเศษเพิ่มขึ้นในเกม ก็คือ แกรี่ เนวิลล์ไม่ได้มีบทบาทในเกมรับเฉพาะการเป็นฟูลแบ๊คเท่านั้น แต่ยังถูกกำหนดหน้าที่ให้เป็นตัวประกบโรนัลดินโญ่ในรูปแบบวันทูวัน หรือแมนทูแมน ตลอดทั้งเกมด้วย

เมื่อท่านเซอร์วางเกมแพลนมาแบบนี้ ก็เป็นการยากที่มิลานจะหาวิธีการแก้เกมกลับมาสู่รูปแบบที่ตัวเองถนัด เมื่อนักเตะหลายคนไม่สามารถทนแรงเสียดสีจากการไล่บดบี้ของนักเตะเจ้าบ้านได้มากนัก ผู้ตัดสินเกมนี้ก็ค่อนข้างปล่อยเกมให้ไหลไปตามจังหวะมากกว่าจะมาหยุมหยิมในเรื่องการจับฟาล์ว ทำให้จังหวะเกมมันเข้าทางลงล็อกกับแท็คติคของเจ้าบ้านไปโดยปริยาย ยิ่งท่านเซอร์ได้มีการพักเฟล็ทเชอร์ไว้เต็มๆวีค ปาร์คได้ลงเกมสุดสัปดาห์แค่ครึ่งชั่วโมง รูนี่ย์ได้พักเต็มๆ จากการมีอาการเจ็บรบกวน ทำให้แผงกองกลางค่อนข้างสดยกกล่องในเกมนี้ ยิ่งการที่หลังบ้านได้ริโอ จับคู่กับวิดิช มำให้ความผิดพลาดในแผงหลังมีน้อยลงมากอย่างเห็นได้ชัด นี่คือปัญหาใหญ่ โจทย์ข้อแรกที่เลโอนาร์โด้ต้องแก้ปัญหาให้แตก

แต่กับการที่ฝั่งตัวเองก็มีโจทย์ของตัวเองให้แก้ นั่นคือทำยังไงถึงจะขันน๊อตแผงหลังที่รั่วเป็นแผ่นหลังคาแตกได้ดีขึ้น ยิ่งเกมที่แล้วเห็นได้ชัดเลยว่า พื้นที่หลังบ้านมิลานนั้น ว่างโล่งโจ้งให้รูนี่ย์ได้ใช้วิ่งเล่นจริงๆ พอมาเกมนี้ กลับต้องมาปรับแผงหลังยกแผงยิ่งทำให้โจทย์ตรงนี้ยากขึ้นไปอีก แล้วดันเป็นท่านเซอร์ ที่ตีโจทย์ตรงนี้แตกก่อนที่จะโดนเลโอตีโจทย์ตัวเองได้ เกมของเจ้าบ้านใช้วาเลนเซียและแกรี่ป่วนริมเส้นทางแยนคูลอฟสกี้เสียจนปั่นป่วน แนวรับมิลานถ่างมาคุมพื้นที่ทางนี้ก็โดนปาร์คและรูนี่ย์ทะลวงเข้าไปตรงกลางง่ายๆ ยิ่งทำให้เกมของมิลานยิ่งป่วนเข้าไปอีก แต่มิลานกลับมาได้ลุ้นบ้างหลังได้ฟรีคิกที่โรนัลดินโญ่ได้โหม่งหลุดกรอบไปนิดเดียว ลูกนั้นส่งผลทำให้เกมเจ้าบ้านช๊อตไปเล็กๆเหมือนกัน แต่สุดท้ายไม่นานก็สามารถตั้งลำและกลับมาโหมเกมของตัวเองได้อีกครั้ง จนมาทำได้สำเร็จจากลูกเปิดครอสจากกราบขวาของแกรี่ บอลย้อยเข้ามากลางปากประตู รูนี่ย์ขึ้นเทคอยู่ท่ามกลางแนวรับมิลานสามคน โดยมีโบเนร่าอยู่ใกล้ที่สุดแต่ก็ห่างจนไม่สามารถกดดันรูนี่ย์ได้ รูนี่ย์ขวิดเต็มๆส่งบอลซุกตาข่ายเสาสองอย่างสุดสวยตั้งแต่นาทีที่ 13 เท่านั้น โดยเป็นการก๊อปปี้สองประตูจากเลกแรกก็ว่าได้ ที่ได้ขึ้นเทคโล่งๆแบบนี้เช่นกัน

หลังจากเสียประตู เกมของมิลานก็ไม่กระเตื้องขึ้น ถึงแม้พยายามโหมเกมบุกเข้าสู้ แต่ก็ถูกบรรดามดงานของเจ้าบ้านไล่เบียดไล่แย่งอยู่ตลอด ยิ่งได้ประตูไปแล้วยิ่งเล่นง่าย ปีกสองข้างลงต่ำปิดแบ๊คมิลานเติมเกม ตัดบอลได้สวนเร็วทันที จ่ายบอลขึ้นหน้าเข้าทำแบบได้-เสียทุกครั้ง ซึ่งกดดันมิลานได้ดีมาก เกมนี้ มิลานมีเพียงปิร์โล่เท่านั้นที่ยังพอทำเกมและคุมจังหวะได้บ้าง แต่ก็แทบไร้พิษสง มักจะหายไปจากเกมซะเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอัมโบรซินี่และฟลามินี่ ที่ไม่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระของปิร์โล่ในเกมรุกได้เลย ส่วนบอริเอลโล่กับฮุนนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะบอลมาถึงเท้าพวกเขาแทบนับครั้งได้ ส่วนโรนัลดินโญ่ก็แผลงฤทธิ์ไม่ออก เมื่อถูกแกรี่ เนวิลล์ทำหน้าที่ลั่นกุญแจปิดตายตลอดทั้งเกมชนิดไปไหนไปกัน แม้เจ้าเหยินเล็กจะหุบเข้าไปตรงกลาง แกรี่ก็ตามไปคุมแจชนิดกัดไม่ปล่อยโดยให้วาเลนเซียรับภาระเป็นฟูลแบ๊คแทนในจังหวะดังกล่าว เมื่อโรนัลดินโญ่เจอแผนนี้เข้าไปก็ไปไม่เป็น เพราะแกรี่ไม่ได้สนใจอย่างอื่นเลย นอกจากจะพยายามแหย่ เบียด แซะ รวมทั้งพยายามชิงจังหวะเข้าถึงบอลกับโรนัลดินโญ่ทุกครั้ง โดยไม่ปล่อยให้โรนัลดินโญ่ได้มีพื้นที่มีเวลาจับบอลเดี่ยวๆเลยสักครั้งตลอดเกม

บรรดามดงานผึ้งงานของป๋า ทำหน้าที่วันนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ ปาร์ควิ่งพล่านตัดเกมตั้งแต่หน้ากรอบโทษคู่ต่อสู้ลงมาจนหน้ากรอบโทษตัวเองตลอดเวลาชนิดไม่มีหมด ทั้งตัดเกมมิลาน ทั้งพาบอลขึ้นหน้า ทั้งคุมจังหวะ เรียกได้ว่าเป็นคีย์แมนตรงกลางในเกมนี้อย่างเต็มตัวไปแล้ว โดยเฉพาะการเซ็ตบอลขึ้นเกมรุกร่วมกับนานี่, รูนี่ย์ และวาเลนเซีย ปาร์คทำงานได้อย่างหมดจดจริงๆ และนี่คงไม่ผิดนัก หากจะบอกว่า เป็นแมทช์ที่ปาร์คโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดแล้วตั้งแต่ย้ายเข้ามาที่นี่ก็ว่าได้ ใครที่เคยดูถูกปาร์คไว้ว่าเป็นเพียงแผนการตลาดก็ควรเปิดใจดูไว้ ว่าปาร์คในเกมนี้สำแดงฝีเท้าบดบังรัศมีของทั้ง อัมโบรซินี่ / ปิร์โล่ / ฟลามินี่ แม้แต่โรนัลดินโญ่ด้วยซ้ำไป แถมยังทำประตูได้อีกด้วย

เกมของยูไนเต็ดไม่เน้นการครองบอลนัก เพราะเมื่อได้บอลก็จะหาทางขึ้นหน้าเพื่อจบสกอร์เพียงอย่างเดียว โดยการครองบอลเกมนี้ส่วนมากเป็นมิลานที่ได้ครองบอลถ่ายบอลไปมาในแดนตัวเองเป็นส่วนใหญ่ พอข้ามแดนมาก็ถูกไล่เพรสซิ่งจนเสียบอลแทบตลอดแล้วก็โดนสวนเพื่อจบสกอร์ เป็นอย่างนี้ทุกครั้งไปจนนักเตะมิลานหลายคนเริ่มออกอาการหงุดหงิด โดยเฉพาะเหยินเล็กที่ถูกคุม ถูกตอดนิดตอดหน่อยจนเล่นไม่ออก นับได้ว่าท่านเซอร์วางแผนได้ดีมากในเกมนี้ครับ เน้นการใช้จุดแข็งคือการเล่นเร็วน้อยจังหวะของเรา เข้าโจมตีจุดอ่อนของมิลานคือแนวรับทางริมเส้นเพื่อเปิดบอลเข้ากลาง นี่คือปรัชญาแรกที่ทำให้รูปเกมของมิลานกลายเป็นต้องมัวมาหาวิธีการตั้งรับ แทนที่จะได้เซ็ตเกมบุกตามถนัดของตัวเอง ดูเหมือนเล่นเกมครับ ขั้นแรกคือทำยังไงก็ได้ไม่ให้เขาได้ใช้จุดแข็งของเขา โดยชิงเอาจุดแข็งเราเข้าตีก่อน จากนั้น ขั้นต่อมาก็คือ เด็ดหัวอาวุธหลักคู่ต่อสู้ ซึ่งป๋าให้แกรี่ลงมาลักพาตัวเหยินเล็กไปจากสนามนั่นเอง เมื่อมิลานไม่สามารถเซ็ตเกมของตัวเองได้ แล้วตัวทีเด็ดก็ถูกพรากไปจากเกม ก็ถือว่าจบข่าวครับ สำหรับมิลาน

บอลมาถึงครึ่งหลังที่เลโอนาร์โด้แก้เกมเร็วทันทีเมื่อเริ่มครึ่งหลังด้วยการส่งคลาเรนซ์ เซดอร์ฟลงมา แล้วถอดเอาดานิเอเล่ โบเนร่าออก ถอยอัมโบรซินี่ลงมายืนเซ็นเตอร์คู่กับติอาโก้ เอาเซดอร์ฟไปยืนทำเกมตรงกลางร่วมกับปิร์โล่ เพื่ออาศัยความเขี้ยวและเก๋าของเซดอร์ฟกดดันเจ้าบ้าน แต่ยังไม่ทันได้แตะบอลก็ยิ่งอาการหนัก เมื่อนานี่ตัดลูกจ่ายขวางสนามของมิลานได้ทางซ้าย ก่อนจะควบตะลุยขึ้นมาตามกราบชนิดกองหลังมิลานยังไม่ทันเช็คไลน์ตัวเอง รูนี่ย์ควบตามขึ้นมาตรงกลาง นานี่มองแว้บเดียวแล้วจ่ายไซด์ก้อยด้วยอีขวานำไปข้างหน้าให้หมูควบไปเอาหน้ากรอบเดี่ยวๆ ลูกนี้ทีเด็ดครับ เพราะการจ่ายไซด์ก้อยนี้เอง ที่ทำให้บอลพุ่งเหมือนจะเข้ากรอบ ล่อให้อับเบียติออกมาจากปากประตู แต่บอลดันติดไซด์เยอะ โค้งย้อนกลับมาเส้นกรอบโทษเข้าทางรูนี่ย์เต็มๆ กลายเป็นอับเบียติออกตัวมาฟรีซะงั้น รูนี่ย์ตวัดด้วยขวาสวนตัวอับเบียติเข้าประตูไปตั้งแต่นาทีแรกของครึ่งหลัง เป็นอันว่า มิลานต้องการสี่ประตูเพื่อเข้ารอบ กับครึ่งเวลาที่เหลือ

จากนั้น มิลานก็ช๊อตไปเฉยๆ ถูกเจ้าบ้านโหมกระหน่ำด้วยเกมริมเส้นซ้ายบ้างขวาบ้างอยู่ฝ่ายเดียวจนโอนไปเอนมา สุดท้ายก็มาเสียลูกที่สามนาทีที่ 59 จนได้ เมื่อเจ้าบ้านทำเกมรุกขึ้นมากดดันได้พักใหญ่ๆ บอลถูกคายออกมานอกเขตให้สโคลส์ ก่อนสโคลส์จะจ่ายทะลุช่องเข้าไปให้ปาร์คที่บิดตัวปล่อยบอลไหลขึ้นหน้าก่อนจะควบตามไปล้มตัวยิงส่งบอลผ่านมืออับเบียติเสียบโคนเสาสองอย่างสุดสวยชนิดตัวประกบทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเห็นประตูนี้ ผมยิ่งงงว่า กองหลังมิลานปีนี้เป็นอะไรไปแล้ว ทำไมถึงถูกเจาะได้ง่ายขนาดนี้ ต่อให้ไม่นับลูกนี้ ก็มีเกือบสิบครั้งแล้ว ที่แผงหลังมิลานโดนเจาะเข้าไปยิงตรงกลาง โดนล่อเป้าหน้ากรอบ หรือโดนรูนี่ย์พักบอล พลิกบอลยิงหน้าตาเฉยได้หลายครั้ง นี่จึงเป็นการบ้านข้อใหญ่ที่สุดที่เลโอนาร์โด้ต้องรีบแก้ไข เพราะการมาถูกยูไนเต็ดเปิดแผลจะจะต่อหน้าต่อตาคนทั้งโลกในเกมนี้ ย่อมต้องทำให้หลายๆทีมในกัลโช่ได้เห็นอะไรๆไปด้วย ถ้าไม่รีบแก้ไข อาจเป็นไปได้นะครับที่จะเกิดปัญหาในการลุ้นถ้วยภายในประเทศตามมา

จากนั้น ไฮไลต์อีกช็อตในเกมนี้ก็บังเกิด เมื่อเบ๊คแฮมถูกส่งลงสนามมาพร้อมการปรบมือต้อนรับอย่างกึกก้องจากแฟนๆเจ้าถิ่นทำเอาเจ้าตัวทำท่าเหมือนน้ำตาซึมๆ โดยเขาลงมาแทนที่ อบาเต้ เพื่อเติมเกมรุก แล้วจากนั้น เจ้าบ้านก็เปลี่ยนบ้าง โดยส่งเบอร์บาตอฟลงมาแทนรูนี่ย์ และราฟาเอล ดา ซิลวาแทนแกรี่ เนวิลล์ สุดท้ายมิลานก็เปลี่ยนตัวที่สาม ส่งศรันยู เอ๊ย อินซากี้ ลงมาแทน บอริเอลโล่ ที่ไร้บทบาทในเกมนี้ ส่วนเจ้าบ้านก็ส่งกิ๊บสันลงมาแทนสโคลส์ รูปเกมกลายเป็นมิลานได้บุกเข้าใส่มากขึ้น เพราะกลางเราหลวมขึ้นจากการมีกิ๊บสันแทนสโคลส์ จากการวางบอลของเบ๊คแฮม แต่ก็ทำอะไรเพิ่มไม่ได้ กลับกัน จังหวะสวนของเจ้าบ้านก็ยังอันตราย และมาบวกประตูที่สี่ได้อีก จากการลุยขึ้นมาทางขวา ของวาเลนเซีย บอลคืนกลับมาที่ปาร์ค ปาร์คดึงจังหวะกลับหลังแล้วเสียหลัก แต่ราฟาเอลเติมตามมาพอดี จึงเปิดครอสสวนเร็วกลับเข้าไปเสาสองที่ดูเหมือนจะเลยไปหมด แต่พอกล้องแพนไปถึง กลายเป็นปริ๊นซ์ที่สอดตามมาคนเดียว บรรจงโหม่งย้อนสวนตัวอับเบียติเข้าไปในนาทีสุดท้าย ปิดฉากเกมนี้เป็นการล้างแค้นผีกาก้าสามปีก่อน ได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติอย่างที่สุด

จบเกมไป ผมยังตาค้าง ตะลึงอย่างไม่น่าเชื่อกับผลลัพธ์เกินคาดหมายที่เกิดขึ้น เกมนี้สุดท้ายมิลานไม่สามารถทำอะไรได้เลย เมื่อถูกตัดแขนตัดขาโดยแท็คติคของป๋า ฟลามินี่กลายเป็นตัวที่น่าจะเด่นที่สุดของมิลานตรงกลาง เมื่อคอยอัดการทำเกมของเจ้าบ้านอยู่คนเดียว ส่วนปิร์โล่ เมื่อต้องเล่นอยู่โดดเดี่ยวเกินไป ก็คายพิษสงอะไรไม่ได้ เซดอร์ฟเองก็ช่วยพลิกเกมอะไรไม่ได้เช่นกัน เหยินเล็กไม่ต้องพูดถึง ถูกแกรี่และราฟาเอลประกบมาร์คตัวตัวตลอดเก้าสิบนาที ตอดนิดตอดหน่อยจนเสียสมาธิและเล่นไม่ออก ศูนย์หน้าคู่ได้บอลนับครั้งได้ ส่วนกองหลังก็เปิดพื้นที่มากซะจนแนวรุกของเราเล่นได้สบายตัวจริงๆ หากจะบอกว่านี่คือผลพวงจากการพ่ายแพ้คาบ้านในเลกแรกของมิลานก็คงไม่ผิดนัก เพราะทำให้ออกแบบแผนการเล่นเลกสองได้ยากจริงๆ สุดท้ายก็มาเข้าทางป๋าจนได้ แต่อีกแง่คิดก็คือ จากเลกแรก มิลานก็แสดงให้เห็นถึงแนวรับที่หลวมโพรกเพรกอยู่แล้ว ตั้งแต่อันโตนินี่ออกไปแล้วกลายเป็นฟาวัลลี่ลงมาแทนนั่นแหละครับ


เกมนี้ นอกจากเราจะสามารถเล่นได้ตามแผนจนบีบไม่ให้มิลานได้เล่นในแบบแผนที่ถนัดของตัวเองแล้ว ฟอร์มของนักเตะเราหลายๆคนก็น่ายกย่องมากๆ เรียกได้ว่า เลือกชมไม่ถูกเลยก็ว่าได้ ผมชอบรูปแบบการเล่นในเกมแบบนี้มากครับ การไล่เพรสซิ่ง การบีบพื้นที่ ปีกสองข้างมีวินัยในการเล่นเกมรับ การรุกสวนกลับเร็วจากกราบสองข้างและวางบอลขึ้นหน้าอย่างแม่นยำให้กองหน้าเข้าทำ ทุกอย่างมันดูไหลลื่น ลงตัว และอันตรายเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอย่างแท้จริง แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเล่นออกมาแบบนี้ให้ได้ทุกนัด เพราะอย่างน้อย คู่แข่งของเราแต่ละเกมก็ไม่ได้มีรูปแบบการเล่นเหมือนกัน กับทีมที่มาเน้นตั้งรับ วางกำแพงสองชั้นลงมาเล่นกับเรา เราคงไม่มีพื้นที่ให้เล่นแบบนี้เป็นแน่ ดังนั้น รูปแบบการเล่นแต่ละเกมจะออกมาแบบไหน ก็คงขึ้นอยู่กับคู่ต่อสู้ว่าเป็นใคร เล่นสไตล์ไหน และป๋าจะวางแผนรับมืออย่างไรกันแน่ ซึ่งก็คงต้องดูกันเป็นนัดๆไปครับ แต่อย่างน้อย ผมเชื่อว่า การเล่นแบบนี้ของเรา โดยไม่มีแบบแผนตายตัวนั้น ช่วยให้เราสามารถยืดหยุ่นเกมได้ดีกว่า และรับมือคู่ต่อสู้ได้หลากหลายสไตล์ด้วย

มองถึงอนาคตต่อไปในซีซั่นนี้ ถูกแล้วที่ป๋าบอกว่าหลังจากนี้เจอกับใครก็ได้ทั้งนั้น เพราะฟอร์มของเราจากเกมนี้ ต้องเป็นทีมอื่นต่างหากที่ระแวงหวาดหวั่นเรา ยิ่งหากเราได้คาร์ริค ได้กิ๊กส์ กลับมาเป็นทางเลือกในการจัดทีม ได้เอแวนส์กลับมาเป็นตัวแบ่งเบาภาระในบางนัดให้คู่เซ็นเตอร์ได้พักบ้าง มันก็น่าจะลงตัวได้ดีกว่านี้ แต่ที่สำคัญก็คือ ทำยังไงเราถึงจะรักษาโมเมนตัมนี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุดนั่นล่ะ ตรงนั้นต่างหากครับ ที่จะบอกว่าเราจะสามารถประสบความสำเร็จได้แค่ไหนในซีซั่นนี้ เริ่มจากสุดสัปดาห์ที่จะถึง เราต้องเก็บสามแต้มเพื่อรักษาเก้าอี้จ่าฝูงไว้ให้ได้ในยามที่เชลซีต้องทำศึกยุโรปกลางสัปดาห์หน้า ที่อาจจะแย่งสมาธิและความฟิตไปจากนักเตะเชลซีได้อีก ขออย่างเดียวว่า เราอย่าประมาท อย่าเหลิงก็แล้วกัน


แล้วมาลุ้นกันครับ

สงบใจ



Create Date : 11 มีนาคม 2553
Last Update : 11 มีนาคม 2553 11:10:07 น. 0 comments
Counter : 245 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.