Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
17 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
20080417 วิพากษ์ MAN UTD vs ARSENAL

สวัสดีครับ ทุกๆท่าน สวัสดีปีใหม่ของไทยเราครับ และกลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากเทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไปพร้อมๆกับผลการแข่งขันที่เป็นใจกับแมนฯ ยูไนเต็ดของเรา และเนื่องจากการแข่งขันนั้น ผ่านไปร่วมๆสี่ห้าวันแล้ว ผมจึงขออนุญาตไม่ลงในรายละเอียดของเกม อันจะทำให้กลายเป็นบทความเก่าๆไปซะนะครับ แต่จะขอว่าในภาพรวมของเกม และมุมมองที่ผมมีต่อเกมระหว่าง แมนฯยูไนเต็ด และอาร์เซนอลดีกว่านะครับ


เรามาเริ่มกันตรงที่ ความหมายของเกมนี้ ที่มีต่อทั้งสองทีมกันดีกว่าครับ สำหรับเจ้าบ้านยูไนเต็ดนั้น เกมนี้ มีความหมายต่อการเก็บแต้มฉีกหนีเชลซี ที่จะต้องลงแข่งช้ากว่าหนึ่งวัน และเพื่อเป็นการกรุยทางสู่ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้ได้ง่ายขึ้น ส่วนอาร์เซนอลนั้น หลังจากอกหักมาจากแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ทำให้ลมหายใจของพวกเขา คงเหลือเพียงความหวังในการลุ้นถ้วยพรีเมียร์ลีกเท่านั้น นั่นทำให้ความมุ่งมั่น และความกระหายของลูกทีม อาร์แซน เวนเกอร์ มีมากกว่าลูกทีมของท่านเซอร์อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของเกม ผมไม่ได้หมายความว่ายูไนเต็ดไม่มีความมุ่งมั่น เพียงแต่ระดับมันต่างกัน ความมุ่งมั่น เพื่อชัยชนะ อันจะกรุยทางไปสู่แชมป์ กับความมุ่งมั่น ที่จะต่อลมหายใจของทีม เพื่อถ้วยใบสุดท้ายที่เหลืออยู่ในปีนี้ นั่นทำให้เกิดความแตกต่างขึ้นในทุกๆจังหวะการเข้าหาบอล โดยเฉพาะครึ่งแรกที่อาร์เซนอลยังมีความสดอยู่

เมื่อมาดูการจัดทัพ ท่านเซอร์แสดงถึงความต้องการสามแต้มอย่างชัดเจน จากการส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดที่มีลงมา เมื่อเข็นริโอลงสนามอีกนัด คู่กับปิเก้ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ มีบราวน์และเอวร่ายืนขนาบขวาซ้าย จัดกองกลางสามตัว ให้คาร์ริคและสโคลส์ยืนต่ำอยู่ข้างหน้าคู่เซ็นเตอร์ และให้ฮาร์กรีฟส์ยืนเป็นตัวฟรีที่กลางสนาม มีปาร์ค, โรนัลโด้ และรูนี่ย์ ปั่นป่วนข้างหน้า เงื่อนไขสำหรับฮาร์กรีฟส์และปาร์คในเกมนี้ ก็สืบเนื่องมาจากผลงานสุดยอดที่ทั้งคู่แสดงออกมาในเกมเปิดบ้านเฉือนโรม่านั่นเองครับ

ส่วนอาร์เซนอล เมื่อไม่มีฟลามินี่ ไม่มีโรซิคกี้ นั่นทำให้ต้องเข็นฟาน เพอร์ซี่ที่ยังคงไม่สมบูรณ์นักลงมายืนเป็นตัวจริงในตำแหน่งหน้าต่ำ หน้าเป้ายังคงเป็นอเดบายอร์ ตรงกลางมีทั้งเชส ฟาเบรกาส, อเล็กซานเดอร์ คเล็บ, เอบูเอ้ และ จิลแบร์โต้ ส่วนแผงหลังนั้น มีเซอร์ไพรส์ ด้วยการส่ง ซง ลงมาแทนเซ็นเดอรอส คู่กับกัลลาส ยังคงให้ตูเร่ยืนแบ๊คขวา และกลิชี่ยืนแบ๊คซ้าย ผู้รักษาประตูส่งเลห์มันน์ ลงมาแทนอัลมูเนีย

เกมของทั้งคู่ จะเห็นได้ว่า แต่ละจังหวะ ผู้เล่นอาร์เซนอลสามารถอ่านจังหวะบอล ดักบอล และไล่สกัดตัดบอลเอามาทำเกมรุกได้โดยตลอด ยิ่งในครึ่งแรก ยิ่งเห็นได้ชัด ปาร์คในนัดนี้ ถูกผู้เล่นอาร์เซนอลบดบังไปจนหมดแสง ไม่เหมือนในเกมโรม่า การต่อเกมของเจ้าบ้านในแดนกลางสู้อาร์เซนอลไม่ได้ เมื่อสโคลส์ไม่มีแม้แต่เวลาจะเงยหน้าหาเพื่อน ต้องโดนไล่บี้เร็วทุกจังหวะ ส่วนคาร์ริค แม้จะเอาตัวรอดมาได้ แต่ก็ทำให้การจ่ายบอลๆไม่มีความคมมากนัก และอาร์เซนอลสามารถฉวยโอกาสตัดบอลมาเดินเกมได้แทบตลอด แต่อาร์เซนอลกลับมาเสียจังหวะในตอนจบสกอร์ที่ทำไม่ได้ดี

สกอร์ที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นอาร์เซนอลที่ขึ้นนำไปก่อนในต้นครึ่งหลัง แต่ยูไนเต็ดก็มาได้จุดโทษจากกัลลาสที่ทำแฮนด์บอล และมาได้ประตูชัยเมื่อฮาร์กรีฟส์ปั่นฟรีคิกเสียบโคนเสาอย่างสวยงามในที่สุด ซึ่งรูปเกมในครึ่งหลังนั้น จะเห็นว่า นักเตะอาร์เซนอลเริ่มล้า และวิ่งได้ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเมื่อเจ้าบ้านส่งอันแดร์สันและ เตเวซลงมาวิ่งแทนสโคลส์ และปาร์ค ที่โชว์ฟอร์มไม่ออก เกมของเจ้าบ้านยิ่งสดมากขึ้น และวิ่งทะลุทะลวงแนวรับผู้มาเยือนได้ดีขึ้น แต่เกมโดยรวมยังเป็นการครองบอลของอาร์เซนอล เพียงแต่การที่จบสกอร์ได้แค่เม็ดเดียวเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผลการแข่งขันออกมาอย่างที่เราเห็น

หันมามองดูรูปเกม ผมคงต้องบอกแฟนๆอาร์เซนอลว่า เป็นเพราะการจบสกอร์ที่ไม่เด็ดขาดของอาร์เซนอลจากหลายๆจังหวะ โดยเฉพาะอเดบายอร์นั่นเอง เป็นส่วนสำคัญอย่างมากต่อโฉมหน้าของเกมในเกมนี้ ส่วนโชค นั่นก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่ง เมื่อยูไนเต็ดไม่เสียประตูจากจังหวะสกัดแฉลบเปลี่ยนทางของริโอ และบราวน์ ที่น่าจะเป็นประตูอย่างที่สุด แต่กลับถูก ฟาน เดอร์ ซาร์ ปฏิเสธโอกาสทั้งสองจังหวะไปด้วยการเซฟที่สุดยอดของเขา เมื่อรวมกับการที่เขาเซฟลูกยิงจ่อๆ ลูกยิงหลุดเดี่ยวของอาร์เซนอลอีกหลายต่อหลายครั้งนั่นคือเหตุผลโดยรวมที่ทำให้อาร์เซนอลพ่ายแพ้ไปครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ที่คงต้องพูดถึง นั่นก็คือ การที่อาร์เซนอลขาดทัพนักเตะที่พรั่งพร้อม ทำให้ช่วงท้ายซีซั่นที่ต้องมีนักเตะบาดเจ็บอย่างนี้ มีปัญหามาโดยตลอด ผมไม่อยากพูดว่า เป็นปีที่เท่าไหร่แล้ว ที่อาร์เซนอลมาเสียศูนย์เช่นนี้ในช่วงท้ายซีซั่น ปีที่แล้วที่มีอองรี อาจไม่เห็นชัดเจน แต่เราคงพูดได้ว่า ช่วงท้ายซีซั่นอีกนั่นแหละที่อาร์เซนอลมีผู้เล่นบาดเจ็บ แล้วทีมไม่สามารถเค้นฟอร์มได้เหมือนตอนเปิดซีซั่น ส่วนหนึ่ง หลายๆคนอาจบอกว่าเป็นเพราะประสบการณ์ของเด็กยังไม่มากพอจะทานแรงเสียดสี แต่ผมว่านั่นเป็นเรื่องรอง เรื่องหลักคือความพร้อมของทีมต่างหาก ผมเชื่อว่า หากเวนเกอร์มีทัพนักเตะที่พรั่งพร้อมกว่านี้ เขาน่าจะพานาวาอาร์เซนอล ผ่านจุดวิกฤตนี้ได้ดีกว่าที่เห็นอยู่แน่นอน

ทำไมผมถึงมั่นใจเช่นนั้น นั่นก็เพราะการมองดูอาร์เซนอลเล่นในสองนัดล่าสุด ผมพบว่า ทรงเกมยังไม่เสียไป ผู้เล่นสามารถทดแทนกันได้ดีในแง่การผ่านบอล และประสิทธิภาพในการส่งบอลเท้าต่อเท้าระหว่างกัน เพียงแต่จังหวะการจบสกอร์ต่างหาก ที่เป็นปัญหา การขาด โรซิคกี้ ขาดฟลามินี่ ขาด ฟาน เพอร์ซี่ ที่สมบูรณ์พร้อมทางร่างกาย ทำให้จังหวะสุดท้ายของอาร์เซนอลมีปัญหามาก สังเกตจากการพยายามต่อบอลทั้งๆที่ต้องจบสกอร์ได้แล้ว ก็ยังจะดื้อต่อบอลกันอยู่ ตรงนั้นครับ ที่ผมมองว่าการขาดหายไปของผู้เล่นอย่างฟลามินี่ อย่างโรซิคกี้คือปัญหาหลัก ไม่มีผู้เล่นที่สามารถจ่ายบอลทะลุอย่างเด็ดขาดเข้าพื้นที่อันตราย แล้วมีผู้ที่สอดมารับได้อย่างเหมาะเจาะ

ปกติแล้ว อาร์เซนอลที่ฟูลทีมนั้น ผู้เล่นที่สอดทะลุเข้าไปจบไม่ได้มีแค่อเดบายอร์ แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับ ฟาน เพอร์ซี่ ทั้งเชส, คเล็บ, โรซิคกี้ หรือแม้แต่ฟลามินี่ แต่การขาดคีย์แมนตัวหลักไปถึงสองคนเช่นนี้ ทำให้เชส และคเล็บ ต้องกลายเป็นตัวเชื่อมเกม กลายเป็นตัวจ่ายเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถกลายเป็นตัวคอยทะลุได้เหมือนเดิม และทำให้การทะลุทะลวงของอาร์เซนอลขาดหายไป จิลแบร์โต้ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการทะลุทะลวงเข้าทำ เอบูเอ้ไม่ได้หุบเข้ามาเล่นเหมือนอย่างที่โรซิคกี้ทำได้ นั่นทำให้ทางเลือกในการเจาะทะลุทะลวงของอาร์เซนอลขาดหายไป คงเหลือเพียงการถ่ายบอลที่ดี แต่สุดท้าย มันก็มากเกินไป และเมื่อมากเกินไป ผู้เล่นอาร์เซนอลก็จะถูกดึงขึ้นสูงมาเล่นบอลมากขึ้น จนหลังมีพื้นที่และกลายเป็นช่องให้เจาะได้ง่าย ดังเราได้เห็นจากหลายๆนัดที่ผ่านมา

และการที่ซงลงสนามมาในนัดนี้ นั่นยิ่งตอกย้ำว่า ความเข้าในในเกมของแผงหลังอาร์เซนอลก็ขาดหายไป เราเห็นภาพที่กัลลาส, ตูเร่, เลห์มันน์ แม้แต่คเล็บ ต้องมาทำความเข้าใจกันในการสอดประสานเกมรับของแผงหลังกันถึงในสนามระหว่างเกม นั่นทำให้เห็นว่าการเล่นร่วมกันของแผงหลังอาร์เซนอลชุดนี้ยังมีปัญหา และเมื่อการจบสกอร์ทำไม่ได้ ผู้เล่นก็ต้องดันขึ้นไปต่อเกมเรื่อยๆ เพราะระบบการเซ็ตเกมรุกของอาร์เซนอลเป็นเช่นนั้น สุดท้ายเมื่อจบไม่ลง แผงหลังก็จะมีพื้นที่มากให้คู่ต่อสู้ได้เจาะ ประกอบกับการที่ยูไนเต็ดส่งอันแดร์สันและเตเวซ ที่สดมากๆลงมาป่วนเกมในช่วงหลัง ยิ่งทำให้อาร์เซนอลปั่นป่วนมากขึ้น และสุดท้าย ก็เป็นอย่างที่เราได้เห็นกัน

เกมนี้ ผมคงไม่บอกว่ายูไนเต็ดเล่นได้ดี แต่คงต้องบอกว่า ยูไนเต็ดจบสกอร์ได้คมกว่าก็คงไม่ผิดนัก อาร์เซนอลทำได้ดีที่สุดแล้ว เท่าที่พวกเขาจะทำได้ และสร้างปัญหาอย่างมากให้ยูไนเต็ดได้จริงๆ เพียงแต่พวกเขาปิดสกอร์ไม่ได้ การปิดสกอร์สู้เจ้าบ้านไม่ได้เท่านั้นเอง ที่เกิดความแตกต่างในผลลัพธ์

หันมามองเกมของยูไนเต็ดกันบ้าง เมื่อท่านเซอร์ส่งชุดที่คิดว่าดีที่สุดลงมาในสนาม แต่เมื่อผลงานสู้แดนกลางของอาร์เซนอลไม่ได้ ท่านเซอร์ก็ต้องเปลี่ยนเกม และเป็นการเปลี่ยนที่ถูกที่ถูกเวลา เมื่อเกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ เกมนี้ ฮาร์กรีฟส์วิ่งทำผลงานได้ดีมากๆในฐานะตัวฟรีตรงกลาง อีกทั้งเมื่อมีอันแดร์สันลงมา นั่นเท่ากับว่า เรามีตัวเร็วมาวิ่งเบียดกับนักเตะอาร์เซนอลมากขึ้น และยิ่งเมื่อเวลาผ่านไป ความล้าของนักเตะอาร์เซนอลยิ่งเห็นได้ชัดมากขึ้น ทำให้งานค่อยๆง่ายขึ้นมาทีละเล็กละน้อยครับ สำหรับผู้เล่นที่ผมคิดว่าเล่นได้ดีที่สุด ผมคงต้องยกให้น้าซาร์ ที่เก็บได้หมดจดจริงๆ มีพลาดเพียงช็อตเดียวที่สื่อสารกับกองหลังไม่ดีเท่านั้น ทำให้ปล่อยลูกหลุดไปถึงอเดบายอร์ได้ในที่สุด และขอชมความเยือกเย็นของโรนัลโด้ ที่ต้องสังหารจุดโทษถึงสองครั้ง กับทั้งความนิ่งในการขโมยซีนฟรีคิกของฮาร์กรีฟส์ไปจากโรนัลโด้ ที่น่าจะกลายเป็นลูกยิงแห่งซีซั่นได้ครับ

หลังจากคว้าสามแต้มเต็มๆได้สำเร็จ ประกอบกับการที่เชลซีเก็บได้แต้มเดียวจากวีแกน นั่นเท่ากับว่าเราทิ้งห่างเชลซีไปเป็นห้าแต้มเข้าไปแล้ว โอกาสเริ่มสดใสมากขึ้น กับการป้องกันตำแหน่งแชมป์ ขอแต่ไม่ประมาทเท่านั้น อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ห้าแต้มนี้ น่าจะส่งผลต่อการจัดทัพของเชลซี และการเลือกความสำคัญของการเล่นในแต่ละนัดของเชลซีให้ลำบากขึ้นไปอีก คือพลาดไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่นัดเดียว ในขณะที่ยูไนเต็ดก็จะมีแรงกดดันน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องไม่ประมาทครับ เราต้องเล่นอย่างไม่ประมาท การโรเตชั่นในนัดเยือนอีวู้ดปาร์ค อาจเป็นสิ่งที่จำเป็น และเลี่ยงไม่ได้ เมื่อมีคิวเยือนคัมป์นูรออยู่ในอีกไม่กี่วันหลังจากนั้น หากแต่ การโรเตชั่นที่เกิดขึ้น ต้องไม่แฝงความประมาทในการจัดตัว ในการเลือกแท็คติคที่จะเล่น และถ้าทำได้สำเร็จ การไปเยือนคัมป์นู รวมทั้ง การไปเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็จะเป็นนัดที่วางแผนการเล่นได้ง่ายขึ้นไปอีก


เราอย่าลืมมาลุ้นกันนัดต่อนัดนะครับ

สงบใจ




Create Date : 17 เมษายน 2551
Last Update : 17 เมษายน 2551 9:20:40 น. 2 comments
Counter : 236 Pageviews.

 
นิทานน้ำเน่า (จากชายแช่บ๊วย)

นิทานมีอยู่ว่า

ผู้ชายคนนึงโทรมาหาผู้หญิงคนนึง...
เฝ้าถามว่า... ผู้ชายมาหลอกอะไรผู้หญิง

พอผู้หญิงบอกไปด้วยน้ำเสียงดุดัน ต่อว่า และหยาบคาย ... ผู้ชายก็ขอโทษผู้หญิง แล้ว

ก็บอกว่า ...ที่ทำไป... เพราะเขารู้ว่าเรามันคนละชั้น
อยู่ไกลกันเกินไป..

แล้วบอกเหตุผลต่างๆนา


มันน้ำเน่ามากอะ....
ผู้หญิงอยากจะเชื่อ.. แต่พอนึกถึงสิ่งที่ผู้ชายทำกับผู้หญิงไว้..

แม้จะเปนเวลาสั้นๆ..
แต่มันก็เลยขอบเขตนั่นไปแล้ว..

You have just crossed that line, baby..


ผู้หญิงยังไม่หยุดพูดจารุนแรงกับผู้ชายทั้งน้ำตา

แต่พอผู้ชายร้องไห้.. ผู้หญิงก็เลยอึ้งนะ

..จะมาไม้ไหนกัน..

อืม..

งึม..

ฮึม..



แน่นอน อารมณ์ของผู้หญิงตอนนั้น มันอยากกลับไปเหมือนเก่า.. แม้จะสายไปแล้ว

..จิตวิทยาของผู้ชายแบบนี้ได้ผลนัก.. น้ำตาลูกผู้ชาย..



แต่เมื่อได้เอาองค์ประกอบทั้งหมดมารวมกัน..
หลังจากวางสาย
และไม่ใช้อารมณ์"โกรธ"และ"เศร้า"ครอบงำ



รู้ละว่า
นั่นอะ เล่นละครทั้งเพ..
ไม่มีเรื่องคงไม่โทรมาหรอก..
เล่นละครเก่งจริงๆ


เฮ้อ..

ตอนนี้ ผู้หญิงคนนี้เลยไม่อยากเป็นทาทาแล้ว

ขอร้องเพลง"ช่วงที่ดีที่สุด"ของบอยป๊อด ไว้อาลัย..
ให้ความรักที่จากไปกับผู้ชายคนนั้น
เก็บผู้ชายคนเก่าคนนั้น ไว้ในช่วงลึกสุดของหัวใจ
แม้ช่วงเวลานั้นมันโกหกทั้งเพ.. แต่ก็ขอเก็บไว้ในวงกลมวงเดียวของผู้หญิง

แอน ค่ะ

14


โดย: แอน IP: 124.157.151.74 วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:10:28:30 น.  

 
รอติดตามการวิพากษ์ คู่ที่มันมากคู่หนึ่ง (สำหรับแฟนทีมอื่น) แต่ไม่มันเลยสำหรับเด็กผี
โบโร่ vs ผี

รอติดตามครับ


โดย: อามู่ IP: 124.120.163.214 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:0:28:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.