Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
23 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
20090323 วิพากษ์ FULHAM vs MAN. UNITED

รับสมัคร ดวง, โชค, ราศี, บารมี นาทีนี้ อะไรก็ด้ายยยย.....มาหาหน่อยเท้อ


สวัสดีครับ ทุกๆท่าน น้ำใบบัวบกอาทิตย์ก่อนยังไม่ช่วยให้หายดี อาทิตย์นี้ก็ต้องเรียกหามากินอีกแล้วเหนอเนี่ย...ช่างน่าหงุดหงิดหัวใจอะไรเช่นนี้หนอเรา หลังจากเมาหงส์ทองไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา นึกว่าสร่างแล้วจะกลับมาได้ แต่ดันไม่น่าเชื่อว่าของหงส์เขาแรงมากจริงๆ แฮงค์กันข้ามอาทิตย์ทีเดียวเชียวครับ อาการเมาค้าง เมาหมัดยังติดตามทีมต่อมาถึงเกมนี้ แถมโชคชะตาวาสนาก็พากันโบยบินหนีจากไปสิงสถิตแถวๆลุ่มน้ำเมอร์ซี่ย์แทนซะงั้น เรียกได้ว่า ยามดวงตก มันก็ไม่มีอะไรดีเลยจริงๆนะครับ


มาพูดถึงตัวผู้เล่น นัดนี้เราจัดตัวแปลกๆไปมาก ทั้งไลน์อัพและการเลือกสิบเอ็ดตัวแรกลงมาเล่นตามแท็คติคที่วางมา น้าซาร์ยังเฝ้าเสา แผงหลังเนื่องจากวิดิชติดแบน จึงมีหน้าตาออกมาแบบนี้ จอห์น โอเชีย, ริโอ, อีแวนส์, เอวร่า กองกลางนัดนี้ให้สโคลส์และกิ๊กส์เล่นตรงกลาง ที่แปลกคือเอาเฟล็ทเชอร์ยืนด้านขวา แล้วให้พาร์คยืนทางซ้าย คู่กองหน้ามีโรนัลโด้และเบอร์บาตอฟ

ส่วนทางฟูแล่มก็ไม่มีอะไรมาก สามารถเข็นเอาชุดที่ดีที่สุดลงมาได้ตามคาด โดยมีแค่คลิ้นท์ เดมพ์ซี่ย์เท่านั้น ที่ความฟิตจะน้อยกว่าเพื่อนเนื่องจากเพิ่งท้องเสียหายกลับมา ผู้รักษาประตูให้มาร์ค ชวาร์เซอร์ แผงหลังมี จอห์น เพนต์ซิล, อารอน ฮิวจส์, เบรเด้ ฮันเกลันด์ และพอล คอนเชสกี้ กองกลางไล่มาเลยครับ ไซม่อน เดวี่ส์, ดิ๊กสัน เอตูฮู, แดนนี่ เมอร์ฟี่ และคลิ้นท์ เดมพ์ซีย์ หน้าคู่วันนี้ใช้ แอนดี้ จอห์นสัน และบ๊อบบี้ ซาโมร่า


การเลือกแท็คติคและจัดตัวลงมาในเกมนี้ผมมองว่า...ไม่รู้สินะ ในสายตาคนอื่นจะมองว่ายังไง แต่สำหรับผม ขัดใจอย่างแรงครับ ผมไม่ทราบนะเพราะไม่ได้รับชมเกมเอฟเอ คัพ ที่เพิ่งไปยำเขามา ณ สนามนี้แหละ เนื่องจากคนได้ลิขสิทธิ์ดันเก็บไว้ดูเอง ไม่ยอมแพร่ภาพ ผมจึงไม่มีโอกาสรับชมว่ารูปเกมเกมนั้นเป็นอย่างไร แต่เดาว่าคงไล่ขย่มเขามันเท้าเป็นแน่ เกมนี้ ท่านเซอร์จึงได้วางตัวเก๋าลงมาตรงกลางถึงสองคน แถมเขยิบเอาเฟล็ทเชอร์ไปยืนด้านขวาอีกต่างหาก อีกนัยยะหนึ่งก็คือ อาจจะปรับลงมาเล่น 4-3-3 ใช้สโคลส์ยืนกลาง เฟล็ทช์ยืนเหลื่อมขวา กิ๊กส์ยืนเหลื่อมซ้าย และหน้าสามตัวคือ โด้-พาร์ค-ดิมี่ คงกะว่ารูปเกมอาจจะเหมือนเกมก่อน จึงเห็นการจัดตัวแปลกๆขนาดนี้ แต่ไม่ว่าจะคิดจะวางแผนอะไรลงมาก็ตาม ก็ยังนับว่ารูปเกมค่อนข้างมีปัญหามากทีเดียวในการรับมือเกมเพรสซิ่งของเจ้าบ้าน รวมทั้งหัวจิตหัวใจของฝั่งเรา ที่น่าจะลืมไว้ที่แคร์ริงตัน ไม่ได้พกขึ้นรถบัสมาด้วยแหงๆ ทำให้เกมเราขาดแพสชั่นอย่างที่สุดในครึ่งเวลาแรก

อย่างที่ทราบกันดีครับ ว่ารูปเกมของเรามีการสลับสับเปลี่ยนผู้เล่นกันแทบตลอด ทำให้อาจต้องใช้เวลาสักพักในการปรับจังหวะและการเคลื่อนที่ของผู้เล่นให้ลงตัวกับแผนที่วางมา แต่เกมนี้ ฟูแล่มดูจะไม่ให้โอกาสอย่างนั้น ฟูแล่มงัดเอาเกมเพรสซิ่งถึงเนื้อถึงตัวเข้าใส่ทันทีที่ฟิล ดาวด์พ่นลมออกผ่านนกหวีด และนั่นก็คือจุดเริ่มของปัญหาทั้งหมด การเคลื่อนที่และจังหวะของเกมยังไม่เข้าที่เข้าทางเลย ก็ถูกบี้ถูกบด ถูกแซะไล่แย่งบอลตลอด แถมฟูแล่มยังไล่บอลถึงแดนหน้าอีกต่างหาก นี่คือเหตุผลที่ฮ็อดจ์สันวางกองหน้ามาสองตัวครับ นอกจากจะกดดันในจังหวะเข้าทำได้ดีกว่าแล้ว ยังช่วยไล่กรองเป็นด่านแรกในเกมโต้กลับของแมนฯยูฯได้ด้วย และได้ผลดีมากๆ แมนฯยูฯเซ็ตบอลขึ้นไปไม่ได้เลย เสียบอลง่าย เสียบอลเร็ว และถูกกดดันตลอด สโคลส์กับกิ๊กส์ มีปัญหาในการออกบอลมากทีเดียว เพราะคนอื่นๆก็ยังเคลื่อนที่หาช่องว่างกันได้ไม่ดี ยังไม่ลงล็อกลงตัว ปรับจังหวะปรับตำแหน่งกันยังไม่ได้


แล้วฟูแล่มก็ฉวยโอกาสได้สำเร็จ แถมได้สองเด้งอีกต่างหาก เมื่อสโคลส์ไปเสียแฮนด์บอลจังหวะข้ามเส้น ต้องโดนแดงไปแถมเสียลูกโทษอีก จังหวะนั้นผมดูภาพช้ากี่รอบๆ ผมก็ไม่คิดว่าสโคลส์ตั้งใจปัดครับ สโคลส์ยกมือทั้งสองข้างขึ้นบังตั้งแต่เห็นกองหน้าฟูแล่มโถมเข้ามาแล้ว แถมยังจะหันหน้าหนีซะด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าเขาเพิ่งยกขึ้นปัดตอนบอลลอยเข้ามา ผมมองว่าเป็นอาการตกใจและป้องกันตัวมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะปฏิเสธเหตุการณ์นะครับ เพราะจังหวะอย่างนั้นไม่ว่าเหตุผลคืออะไร จะตั้งใจหรือไม่ มันก็ต้องแดงเท่านั้น ถือเป็นคราวซวยครับ ซึ่งผมคิดว่าหากคนเราจะตั้งใจทำนั้น การตั้งใจจะเอาตัวเองไปเสี่ยงอย่างนั้นมันไร้ประโยชน์สิ้นดี เพราะยังไงก็เสียจุดโทษ และคนยิงก็คือเมอร์ฟี่แน่ๆ ซึ่งเปอร์เซนต์ยิงเข้าสูงลิบอยู่แล้ว และตัวเองยังจะโดนแดงแบบปฏิเสธไม่ได้อีกต่างหากในจังหวะปัดป้องแบบนั้น และจากความซวยคราวนี้ก็ส่งผลให้ฟูแล่มขึ้นนำไปตั้งแต่นาทีที่ 17 และยูไนเต็ดเหลือผู้เล่นสิบคนร่วมๆแปดสิบนาที หากจะนับช่วงทดเจ็บสองครึ่งเข้าไปด้วย

จากจังหวะดังกล่าว รูปเกมยูไนเต็ดดับไปเลยร่วมๆยี่สิบกว่านาที เพราะสโคลส์ถูกวางเป็นแกนหลักในการเคลื่อนบอลในเกมนี้ ทั้งการรับและรุก การคุมจังหวะและคอนโทรลเกม การที่สโคลส์หายไป ทำให้จังหวะเราเสียไปหมดทั้งรุกและรับ และการที่สกอร์ฝั่งเจ้าบ้านนำจ่าฝูง ทำให้ฟูแล่มยิ่งได้ใจ รูปเกมตรงกลางเป็นต่อสุดๆ ก็ยิ่งกดดันได้มากขึ้น ยิ่งยูไนเต็ดโหมใส่แล้วยังเสียบอลง่ายๆเกมโต้กลับของเจ้าบ้านก็ยิ่งอันตราย ทำให้น้าซาร์ต้องลืมแก่อีกนัด งัดซูเปอร์เซฟมาโชว์เป็นพัลวัน ยิ่งการที่ฟิล ดาวด์ตัดสินแบบไม่เซฟนักเตะทีมเยือนเลย ยิ่งทำให้เราดาวน์ลงไปอีกมาก นังโด้ที่มีภาพลักษณ์ไม่ดีอยู่แล้วยิ่งขยับตัวลำบาก เจ็บฟรีไปหลายดอกตลอดทั้งเกม ดิมี่ก็ไม่ต่างกัน อาการเจ็บข้อเท้าของเขาเกิดจากถูกผลักตอนขึ้นโหม่งทำให้ลงผิดท่า แต่กลับไม่ได้อะไรเลยจากดาวด์ จนเมื่อเกมล่วงเข้าสิบกว่านาทีสุดท้าย ยูไนเต็ดจึงเริ่มกลับมาตั้งลำได้อีกครั้ง และพอจะปิดเกมรุกของฟูแล่มรวมทั้งเดินเกมขึ้นหน้าได้บ้าง


ล่วงเข้าครึ่งหลัง ท่านเซอร์ปรับดิมี่ออกทันที เนื่องจากอาการเจ็บข้อเท้าตั้งแต่ครึ่งแรก จัดการส่งรูนี่ย์ลงมาแทน รวมทั้งปรับสปีดเกมให้เร็วขึ้น จัดตำแหน่งยืนกันใหม่ ให้กิ๊กส์และเฟล็ทช์คอนโทรลเกมพื้นที่กลางสนามเต็มที่ พาร์ค,โด้และรูนี่ย์ คอยหมุนเวียนกันต่อบอลและโจมตีตามช่องที่เกิด ไม่ฟิ๊กซ์ตำแหน่งการยืนตายตัว และที่สำคัญ ทุกคนต้องลงมาช่วยเกมรับอย่างเต็มที่ แผงหลังทุกคนก็ต้องเติมเกมรุกมาช่วยในจังหวะที่จำเป็นต้องดัน ทั้งหมดนี้เป็นแพลนเพื่อชดเชยผู้เล่นที่หายไปของเรานั่นเอง และสิ่งที่ท่านเซอร์วางแผนมาก็ได้ผลสุดๆ เมื่อยูไนเต็ดครองเกมได้เบ็ดเสร็จตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง ไล่ขย่มเจ้าถิ่นอย่างเมามัน มีโอกาสต่อบอลสวยๆเข้าทำประตูอย่างต่อเนื่อง ติดที่วันนี้ไม่มีดวงครับ บอลทุกจังหวะที่เข้ากรอบ เป็นอันต้องติดเซฟเทพๆของชวาร์เซอร์ไปซะหมด ช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของครึ่งหลังเป็นช่วงทองของเราจริงๆ แต่ชวาร์เซเนกเกอร์แกก็ปฏิเสธมันทั้งหมด

เดือดร้อนถึงฮ็อดจ์สันต้องเอาความสดลงมาสู้ หลังเห็นลูกทีมโดนกดอย่างหนัก ป๋ารอยถอดเมอร์ฟี่ออก ส่งโอลิวิเยร์ ดากูร์ลงมา ซึ่งชื่อชั้นและฝีเท้าก็ไม่ได้ต่ำกว่าเมอร์ฟี่เลย ท่านเซอร์เมื่อเห็นยังไม่ได้ประตู ก็ส่งเตเวซลงมาแทนโอเชียอีก ปรับพาร์คลงมายืนแบ๊คขวาจำเป็น และเกมก็ยังคงเดินหน้าได้ดี จนป๋ารอยปรับอีกครั้งถอดซาโมร่าออก ส่งดิโอม็องซี่ กามาร่า ลงมาแทนเพื่อเพิ่มความสดในแดนหน้า เกมมาถึงตรงนี้ยูไนเต็ดบดหนักแต่ไม่ผ่านมือชวาร์เซอร์เสียทีจนเริ่มออกอาการท้อ อีกทั้งอาการล้าก็เริ่มแสดงผลของมันหลังจากแต่ละคนวิ่งขึ้นลงเป็นม้าศึกตลอดครึ่งหลังและยังกรำศึกหนักมาติดๆกัน เกมรุกเริ่มดาวน์ลงไป และนั่นกลับไปเพิ่มโมเมนตัมให้ฟูแล่มทำเกมของตัวเองขึ้นมาได้มากขึ้น หลังจากตรงนั้น เกมรุกของฟูแล่มก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทำให้ยูไนเต็ดต้องตั้งรับมากขึ้น


ป๋ารอยปรับครั้งสุดท้าย ถอดเดมพ์ซี่ย์ที่ฟิตน้อยที่สุดในตอนนี้ออก ส่งโซลตัน เกร่า ลงมาแทน และจากจังหวะโต้กลับอีกครั้งของฟูแล่มก็ช็อกวงการลูกหนังผู้ดีอีกจนได้ เอเจ ได้บอลและพามาจนสุดเส้นหลังก่อนจะตวัดย้อนกลับไปหน้าประตู มีเกร่ารับบอลแต่บอลย้อนหลังแถมยังโด่ง ริโอกับน้าซาร์ปราดมาบล๊อค แต่เกร่าโดดพลิกตัววอลเลย์กลางอากาศส่งบอลผ่านระหว่างผู้เล่นยูไนเต็ดเข้าประตูชนิดที่ผมหงายหลังตึงตามไปทันที จังหวะนี้คงไม่โทษใครแล้วครับ เพราะเราทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว แต่ไม่เป็นผล และเมื่อฟูแล่มได้โอกาสสวนแบบจะจะเช่นนี้ ก็โทษใครไม่ได้แล้ว นอกจากคุณจังหวะ และคุณดวงเท่านั้น นอกจากตรงนี้แล้ว ยังมีจังหวะที่รูนี่ย์ขว้างบอลแรงคืนให้ไปเตะใหม่ แต่กลับถูกดาวด์ตะเพิดออกจากสนามด้วยข้อหาขว้างบอลทิ้ง อันทำให้ผมออกจะตบะแตกกับดาวด์มากทีเดียวครับ โอเคว่ารูนี่ย์น่ะขว้างจริง แต่ขว้างกลับไปที่จุดเตะให้เพื่อนทีมเดียวกันเอาไปตั้งลูกเร็วๆ หากจะผิด ก็น่าจะเป็นอาการฮึดฮัดตอนขว้างนั่นแหละที่ดาวด์อาจจะสื่อเจตนาของเขาไปในทางไม่ดี นี่ก็จังหวะซวยอีกเหมือนกัน จากนั้นผมก็ไม่มีกะจิตกะใจจะดูแล้วครับ


หลังจากจบเกม ผมล่ะอึ้งจริงๆ กับบอลเกมนี้ และยังไม่อยากคิดเรื่องนี้มากนัก จึงเปิดดูอีกคู่ที่ดีเลย์ไปครึ่งชั่วโมง และก็พบว่าเชลซีเองก็ดวงกุดไม่ต่างกัน เมื่อพ่ายให้กุ๊กไก่ ชวดไล่ตามเราไปอีกทีม ผมจึงเข้านอนไปด้วยอารมณ์แปลกๆ ก่อนจะมาทบทวนเรื่องเกมเอาอีกทีก็ตอนบ่ายๆวันอาทิตย์ และเมื่อทบทวนดูแล้ว ก็ไม่พบว่าในสมองของผมจะคิดเรื่องอื่นไปได้ นอกจากว่า ท่านเซอร์เองนั่นแหละที่คิดมากไปเอง ปกติเกมกับฟูแล่มนี่ท่านเซอร์จะไม่คิดมาก และจะส่งแท็คติคกับผู้เล่นที่เป็นเบสิคเกมของเราไปสู้ เกมแพลนและแท็คติคของทั้งคู่นั้น ก็จะเป็นไปในทางเดียวกันมาตลอดในการเจอกัน นั่นก็คือ 4-4-2 และอาศัยเกมริมเส้น รวมทั้งกองหน้าคู่ที่เล่นได้ดุดัน ซึ่งจะเหมือนเก่งเล็กเจอเก่งใหญ่ ทำให้สุดท้ายเก่งใหญ่มักจะทำผลงานได้ดีกว่ามาเรื่อยๆ แต่เกมนี้เมื่อท่านเซอร์คิดมากไป มีการโรเตตในจุดที่ผมคิดว่าผิดปกติ นั่นก็คือเอาเฟล็ทเชอร์มาเล่นริมเส้น ริมเส้นที่จะต้องประสานงานกับโอเชีย เรียกว่าเอาอดีตเทพปลดระวางมาเล่นจอยกันก็ว่าได้ ซึ่งตรงนี้เราไม่เห็นมานานมากแล้วนะครับ

อีกอย่างก็คือเกมของฟูแล่มนั้นมาได้แน่นดีมาก ปิดเกมริมเส้นได้ตลอด และเพรสซิ่งคู่กลางเราได้ถึงตัวทุกช็อต แค่นั้นเกมเราก็ต่อไม่ติดแล้ว เมื่อสโคลส์และกิ๊กส์ในวัยนี้ ไม่ใช่ผู้เล่นที่จะมาสู้กับเกมเพรสซิ่งจัดได้ดีนัก ยิ่งผู้เล่นคนอื่นๆยังปรับเกมตัวเองกับแพลนนี้ไม่ได้ ยิ่งงานยากเข้าไปใหญ่สำหรับสองผู้เฒ่า พอสโคลส์หายไปอีกคน นี่ยิ่งกลายเป็นเข็นครกขึ้นภูเขาไปเลย ยังดีที่การแก้เกมครึ่งหลังยังแสดงให้เห็นถึงกึ๋นของป๋า ที่เปลี่ยนแค่ตัวเดียว โยกนั่นนิดนี่หน่อย แต่กลับมาได้แบบผิดคาด ที่สำคัญก็คือ ป๋าให้ใครส่งแพสชั่น หัวจิตหัวใจตามมาทันในครึ่งหลัง ทำให้เรากลับมาสู้ได้อย่างน่าชมเชยมากๆ ขาดเพียงอย่างเดียวคือโชคเท่านั้น ที่ทำให้เรายังพ่ายแพ้ในเกมนี้ ถามว่าผมเสียใจไหม ก็ต้องเสียใจอยู่แล้ว ที่เรามาเสียแต้มให้กับทีมที่เคยผูกปีแจกแต้มให้เรา แต่หากดูในรูปเกมตลอดเก้าสิบกว่านาทีที่เกิดขึ้น สิ่งที่ควรยอมรับก็คือ ฟูแล่มทำผลงานโดยรวมได้ดีกว่าครับ และเขาควรเป็นผู้ชนะตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว หากน้าซาร์ไม่เทพก่อน เกมก็คงขาดไปก่อนแล้ว


เอาล่ะ มาว่ากันถึงเรื่องวันข้างหน้ากันบ้าง ใครจะบอกว่าไม่เป๋ก็ช่าง แต่สำหรับผม ฟอร์มครึ่งแรกนี่เป๋ของจริงครับ นอกจากจะมีปัญหาเรื่องการยืนตำแหน่งและการเคลื่อนที่แล้ว หัวจิตหัวใจยังบ่งบอกถึงความเกร็ง ความกดดันที่มากเกินไปที่แต่ละคนแบกอยู่บนบ่า สิ่งที่แสดงให้เห็นตลอดครึ่งแรกนั่นแหละ ที่เขาเรียกกันว่า อาการเป๋ เมาหมัด และอารมณ์ค้าง อันมาจากการพ่ายแพ้หมดรูปคารังให้หงส์แดงอาทิตย์ก่อน แต่ป๋าก็ยังเป็นป๋า ป๋ายังเรียกหัวใจนักเตะกลับมาได้เสมอ ซึ่งมันแสดงให้เห็นในครึ่งหลัง ถึงแม้มีเพียงสิบคน แต่เรากลับดาหน้าลุยเข้าใส่ทีมสิบเอ็ดคนและเป็นเจ้าบ้านอีกด้วยได้แบบวันเวย์ร่วมครึ่งค่อนชั่วโมง

และจะว่าไป โชคของเราก็ยังพอมีอยู่บ้าง เมื่อจะได้พักสองสัปดาห์ก่อนจะเปิดบ้านรับวิลล่าในวันที่ 5 เมษายน แต่การได้พัก ก็หมายถึงจะมีผู้เล่นหลายคน ไปลงสนามในนามทีมชาตินะครับ และที่สำคัญผู้เล่นสามคนที่จะโดนแบนในเกมดังกล่าวอีก ก็ได้แก่ วิดิช, สโคลส์ และ รูนี่ย์ ไหนจะเบอร์บาตอฟที่ต้องพักจากอาการเจ็บข้อเท้า ไหนจะโด้ที่ออกแนวล้าเหลือเกิน ก็อยู่ที่ท่านเซอร์ล่ะครับ ว่าจะวางแผนรับมือวิลล่าอย่างไร วิลล่าที่เพิ่งโดนอัดเละมาห้าเม็ดเมื่อคืน จะกลับมาคัมแบ๊คได้ทันทีหรือไม่ หรือว่ายูไนเต็ดจะชิงคัมแบ๊คได้ก่อน จะรับมือป้องกันความเร็วของแก๊บบี้ ของยัง ได้อย่างไร ตรงนี้ผมคงขอละไว้ ไม่พูดก่อนเกม เอาไว้ค่อยมาพูดกันหลังเกมหน้าครับ เพียงแต่ต้องการจะบอกว่า ที่ได้พักนี่ ถือว่าโชคดีอยู่ เพราะจะได้กลับมาตั้งหลัก ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น เรียกขวัญกำลังใจกันใหม่ ปรับแก้จุดอ่อนต่างๆที่เริ่มโดนตีแผ่ออกมา ไม่ใช่เฉพาะนักเตะ แต่รวมถึงตัวป๋าเราเองด้วย ซึ่งผมมองว่า ดีกว่าไม่ได้พักครับ


สิ่งที่น่ากลัวก็คือ ตอนนี้โมเมนตัมเทมาทางลิเวอร์พูลร่วมๆเจ็ดแปดสิบเปอร์เซนต์แล้ว ตามแค่แต้มเดียว ถึงแม้จะแข่งมากกว่า แต่อีกสองสัปดาห์ข้างหน้าที่จะแข่งกันอีกทีนั้น หงส์แดงจะแข่งก่อนเราหนึ่งวันนะครับ โดยจะเปิดบ้านรับฟูแล่ม ผมถามหน่อยว่านาทีนี้ ใครกล้าคิดถึงผลอื่นบ้างครับนอกจากสามแต้มของเจ้าบ้าน ซึ่งมันจะส่งผลให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำเป็นจ่าฝูงได้ทันที และที่น่ากลัวกว่านั้น ต่อให้ทำได้แค่เสมอ แต่วันนี้ ผลต่างประตูลิเวอร์พูลนำเราไปแล้วครับ เป็นครั้งแรกในรอบกี่ปีเนี่ย ที่ลิเวอร์พูลมีลูกได้เสียดีกว่าเรา ตรงนี้ครับ ที่เป็นแรงบวก ขับให้ลิเวอร์พูลกำลังคึกถึงขีดสุดในชั่วโมงนี้ ประกอบกับการเพิ่งปราบมาทั้งเรอัล มาดริด, แมนฯ ยูไนเต็ด, แอสตัน วิลล่า ปราบทั้งสามทีมมาชนิดที่เรียกว่า สกอร์ถล่มทลายทุกนัด สามนัดเฮียหงส์แกยิงไปสิบสามเม็ด!!! พระเจ้าช่วย... นี่แหละคือแรงบวกที่ส่งผลให้ลิเวอร์พูลวิ่งกันเป็นม้าชนิดไม่มีเหนื่อยในช่วงนี้

อีกประเด็นที่ผมมองไว้ก็คือ ช่วงที่ผ่านมา หงส์แดงเจองานเข้าทางตัวเองด้วยครับ ทั้งสามทีมนี้ดันผ่าไปเล่นเกมเข้าทางเฮียราฟากันไปหมด เปิดพื้นที่หน้าบ้านตัวเองมากมายให้เจอร์ราร์ดให้ตอร์เรสวิ่งเล่นกันเพลิดเพลินเจริญใจ แต่ในช่วงข้างหน้านี่แหละครับ ที่หงส์แดงจะต้องเจอทีมที่ไม่มาเล่นเข้าทางง่ายๆอีกแล้ว นั่นคือ การรับมือฟูแล่ม ซึ่งถึงจะดูง่ายเมื่อฟูแล่มออกนอกบ้าน แต่การชนะแมนฯยูฯมา รวมทั้งหากหงส์ประมาทเองเพราะมัวแต่มอง UCL ก็อาจมีปัญหาได้ จากฟูแล่ม ก็ตามด้วย UCL รับมือเชลซี ต่อด้วยเยือนกุหลาบไฟ และเยือนเชลซีใน UCL สี่นัดนี้ สามวันเตะนัดเลยครับ จากนั้นทิ้งไปหนึ่งสัปดาห์ ก่อนรับมืออาร์เซน่อล และอีกหนึ่งสัปดาห์ในการเยือนฮัลล์ ตามด้วยบอล UCL รอบรองฯ ในอีกสามวันให้หลัง ตรงนี้ครับ ช่วงเดือนนี้เดือนหน้าครับ ต้องจับตาสถานการณ์หงส์แดงให้ดี และตามลุ้นกันสุดๆครับ ว่าราฟาแกจะของขึ้นอีกไหม เมื่อ UCL กลับมาให้เฮียแกเห็นหน้าอีกครั้ง


ทางด้านเราเอง ก็ไม่เบาครับ หลังจากอาจจะถูกหงส์แดงแซงเป็นจ่าฝูงไปหนึ่งวัน ก็จะต้องเปิดบ้านรับมือสิงห์จนตรอกอย่างวิลล่า ตามด้วยรับมือปอร์โต้ ออกไปเยือนแมวดำ และเยือนปอร์โต้ ในแบบสามวันเตะเช่นกัน แต่ที่จะหนักกว่าหงส์แดง นั่นก็เพราะเรามีเอฟเอ คัพในอีกสี่วันให้หลังที่เวมบลีย์กับทอฟฟี่ครับ และอีกสามวันก็เปิดบ้านรับปอมปีย์ก่อนจะรับกุ๊กไก่อีกสามวันให้หลัง เอ้า จะพูดให้เห็นภาพก็คือ วันที่ 7-25 เมษายน หรือช่วง 19 วัน เราจะต้องลงเตะ 6 นัด ซึ่งเป็นบอลถ้วยถึงสองรายการเชียว ชื่อชั้นทีมที่จะต้องเตะด้วยนั้นอาจดูเบากว่าที่หงส์แดงต้องพบ แต่อาการล้าของนักเตะเราต่างหากครับ ที่น่าเป็นห่วงมากๆ หลังแสดงให้เห็นว่าเร่งไม่ค่อยขึ้นในช่วงท้าย หรือออกอาการเหี่ยวปลายมาสองนัดแล้ว ผมก็หวังว่าท่านเซอร์จะเรียกฟอร์มลูกทีมกลับมาได้ในนัดหน้านี้เลย ไม่งั้นงานเข้าครับ หงส์อาจขึ้นแล้วขึ้นเลยหลังวันที่ 4 เมษา อาจไม่ลงมาจากแท่นจ่าฝูงอีกแล้วถ้าเราไม่รีบแซงคืนตอนที่มีโอกาสในวันที่ 5 ครับ และที่สำคัญ หวังว่าดวงดีๆจะกลับมาซะที หลังจากหายตัวไปสองนัดแล้ว

มาถึงตรงนี้ ผมพูดอะไรมากไม่ได้แล้วครับ ได้แต่ส่งแรงใจไปช่วยเชียร์อย่างเต็มที่ทุกนัด


BELIEVE ครับ

สงบใจ



Create Date : 23 มีนาคม 2552
Last Update : 23 มีนาคม 2552 14:32:28 น. 2 comments
Counter : 293 Pageviews.

 
BELIEVE เช่นกัน


โดย: zastyman IP: 58.8.6.174 วันที่: 25 มีนาคม 2552 เวลา:18:09:45 น.  

 
man utd เเพ้ 0-3


โดย: bomb IP: 203.144.144.165 วันที่: 11 มีนาคม 2553 เวลา:10:14:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.