Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
9 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
20090408 วิพากษ์ UNITED vs FC PORTO; UCL QUARTER 1st leg

Old Trafford, Porto, and Last Minute Goal for Porto…Again


เอ่อ...สวัสดีครับ ทุกๆท่าน กระอักกระอ่วนไม่ใช่เล่นนะครับ สำหรับวันนี้ เมื่อผลบอลออกมาในแนวที่ดูยุติธรรมกับทั้งสองทีมในด้านรูปเกมการเล่น แต่ไม่ยุติธรรมในความรู้สึกของแฟนๆผีแดงเท่าไหร่ ค่าที่มาโดนตีเสมอเอาในนาทีสุดท้าย อีกแล้วครับ ปอร์โต้ทำแสบกับเราในนาทีสุดท้ายอีกแล้ว ดีที่คราวนี้เรายังมีโอกาสได้แก้ตัวในสัปดาห์ถัดไป ยังไม่ถึงกับตกรอบไปนัดนี้ แต่งานช้างที่รออยู่นัดหน้าก็ไม่ใช่เรื่องเบาๆเลยนะครับ เมื่อมาคิดดูว่าต้องงัดฟอร์มเทพออกมาถล่มปอร์โต้ถึงดราเกาแล้วต่อด้วยการไปเซิ้งทอฟฟี่ในเอฟ เอ คัพ ต่อทันที แต่ไม่ว่าอย่างไร ปีศาจแดง ไม่เคยเจองานง่ายอยู่แล้วครับ นี่ต่างหาก คือบททดสอบของจริง ว่าเราดีพอหรือไม่ กับการเดินหน้าล่าความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ ซึ่ง ถ้าเราดีพอจริง ก็ต้องผ่านไปให้ได้ไม่ว่าจะหนักแค่ไหนก็ตาม


การจัดตัวลงสนามในเกมนี้ก็ค่อนข้างแปลกๆพอสมควร กับการจับเอาเฟล็ทเชอร์ไปยืนริมเส้นด้านขวา คงเห็นว่าเฟล็ทเชอร์ทำผลงานได้คงเส้นคงวาในปีนี้ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน อีกประเด็นก็คือ คงกะจะเอามารองทางด้าน โอเชียด้วย ที่ยืนเป็นฟูลแบ๊คด้านขวาอยู่ ในขณะที่ด้านซ้าย เลือกใช้ปาร์คเป็นมิดฟิลด์ริมเส้น มีเอวร่าเป็นฟูลแบ๊ค คู่กลางเป็นสโคลส์กับคาร์ริค คู่เซ็นเตอร์ใช้อีแวนส์ จับคู่กับวิดิช มีโด้และรูนเป็นหน้าเป้าเล่นอย่างค่อนข้างมีอิสระในการเคลื่อนที่ น้าซาร์ยังคงเฝ้าเสา เกมนี้ค่อนข้างผิดคาดผมอยู่ เมื่อผมคิดว่าป๋าจะเก็บริโอไว้เป็นเซอร์ไพรส์สำหรับเกมนี้ ผมมั่นใจถึงขนาดออกปากไปกับเพื่อนในพันทิปนี่ด้วยซ้ำเมื่อคุยกันเมื่อวานนี้ แต่สุดท้าย ริโอก็ได้แค่นั่งมองดูเพื่อนจากอัฒจรรย์ ในขณะที่ทางฝั่งผู้มาเยือนก็ขนอาวุธหนักมาเต็มพิกัด มีทั้งฮัลค์, โรดริเกซ, ลิซานโดร คงกะมาเปิดแนวรบกันแต่หัววันเป็นแน่

แล้วสิ่งที่ผมคาดไว้ก็เป็นจริงครับ ปอร์โต้คงศึกษาเกมของผีแดงมามากพอสมควร มากพอจะรู้ว่าเกมของผีแดงปีนี้ ช่วงวัยทองคือสิบนาทีแรกที่ยังตั้งลำกันไม่ค่อยได้ เนื่องจากมักจะสลับสับเปลี่ยนผู้เล่นในแต่ละนัดจากปัญหาต่างๆ จนทำให้ทิศทางและการควบคุมเกมไม่คงที่ ต้องอาศัยเวลาประมาณสิบนาทีสิบห้านาทีแรกในการปรับจูนเกมการเล่นของแต่ละคนเข้าหากันให้สนิท ถึงจะเดินเครื่องได้อย่างแน่นอนเต็มกำลัง ปอร์โต้ฉวยโอกาสนี้เข้าไล่บี้บดเพรสซิ่งอย่างเมามัน และเปิดเกมเร็วต่อบอลทำชิ่งสั้นพรวดๆเข้าใส่แบบไม่เกรงใจเจ้าถิ่น ประกอบกับการที่ช่วงนี้ สโคลส์เองเจอเกมบี้ถึงตัวเร็วๆแบบนี้ก็ขยับแข้งขาไม่ค่อยทันเช่นกัน คาร์ริคเองก็อยู่ในช่วงฟอร์มตกหลังจากหายเจ็บกลับมา เกมตรงกลางจึงตกเป็นของปอร์โต้ในช่วงแรกอย่างช่วยไม่ได้


ปัญหาต่อมาที่พบก็คือ เรื่องอาการเร่งไม่ขึ้นของนักเตะหลายๆคนที่เพิ่งลงสนามมาเก้าสิบกว่านาทีกับวิลล่ามาเมื่อวานซืน แถมเป็นเกมที่วิ่งกันลืมตายโดยเฉาะช่วงท้ายๆเกมก่อนจะได้ประตูชัย ทำให้หลายคนออกอาการแข้งขาไม่ไปตามสั่ง โรนัลโด้นี่อาการชัดกว่าใครเพื่อน จ่ายเสีย จ่ายติด ลากติด ลากสะดุดแทบทั้งเกม และการจ่ายเสียของเขาในช่วงแรกก็นำมาซึ่งประตูขึ้นนำของปอร์โต้ เมื่อเขาจ่ายพลาดในจังหวะโต้กลับเร็ว ปอร์โต้รับบอลได้จ่ายสวนแนววิ่งเราทันที อีแวนส์เองสกัดบอลในจังหวะชี้เป็นชี้ตายได้ไม่ดีอีก ลูกไปเข้าทางโรดริเกซ พลิกเข้าซ้ายก่อนปั่นหนีมือน้าซาร์เสียบโคนเสาสองอย่างงามหยดย้อย เป็นประตูที่ช๊อคความรู้สึกผมยิ่งนัก จากนั้น เกมของยูไนเต็ดยิ่งช็อตหนัก เมื่อไม่สามารถเร่งเกมขึ้นมาตอบโต้ได้เลย แถมยังเล่นผิดพลาดชนิดฆ่าตัวตายได้ทันทีอีกไม่ต่ำกว่าหกเจ็ดครั้งตลอดครึ่งแรก

โชคยังดี บารมียังเหลือ จากลูกที่ไม่มีอะไร บรูโน่ อัลเวสได้บอลจากเพื่อน และมีผู้เล่นยูไนเต็ดพยายามเข้าหา จึงแปะคืนหลังให้ผู้รักษาประตูเฮลตัน แต่ไม่ทันสังเกตว่ามีรูนี่ย์วิ่งเหยาะๆอยู่แถวนั้นพอดี น้องหมูจึงพาบอลเข้าไปก่อนจะชิพนิ่มๆข้ามตัวเฮลตันไปง่ายๆ ช่วยให้แฟนๆเจ้าบ้านใจชื้นขึ้นมาบ้าง ฟอร์มโดยรวมของเจ้าหมูเกมนี้ผมถือว่าแทบจะดีที่สุดในทีมแล้ว ความมั่นใจกลับมาเต็มที่อีกครั้ง ลูกชิพจากนอกกรอบก็เกือบจะมุดใต้คานอยู่แล้วหากไม่ได้เฮลตันพุ่งย้อนไปปัดสุดปลายมือเอาไว้ เพียงแต่ฟอร์มของหมูคนเดียวไม่อาจเข็นทีมทั้งทีมขึ้นมาได้ เมื่อตลอดครึ่งแรก เจ้าบ้านต่างขยันผลิตความผิดพลาดออกมาไม่หยุดหย่อน ติดที่ยังโชคดีมากๆ ที่ปอร์โต้ไม่สามารถฉวยโอกาสเอาไว้ได้อีก ทำให้สกอร์ครึ่งแรกยังคงหนึ่งต่อหนึ่ง


สิ่งที่อยากจะคอมเมนต์ออกมาจากฟอร์มในครึ่งแรกของทีมก็คือ อาการล้า เร่งไม่ขึ้น ของนักเตะหลายคน รวมทั้งอาการฟอร์มตกของนักเตะหลายคนก็อยู่ในข่ายนี้เช่นกัน อีแวนส์หลังจากพบศึกหนักตลอดเก้าสิบกว่านาทีกับคาริวมาได้แค่ห้าสิบกว่าชั่วโมง ก็ต้องมาพบงานช้างกว่าเดิม เมื่อต้องมาดวลกับฮัลค์ ไม่ก็ลิซานโดร ไม่ก็โรดริเกซ แล้วแต่ละคนก็ทั้งใหญ่ทั้งคล่องทั้งเร็ว ทำเอาอีแวนส์ออกอาการโคนขาหนีบเดี้ยงขึ้นมากลางเกมอีกครั้ง สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนตัวในครึ่งหลัง เมื่อไม่สามารถฝืนต่อไปได้ โรนัลโด้เป็นอีกคนที่ถูกส่งลงสนามแบบไม่เคยหยุดพัก จากที่เคยเห็นความฟิตแบบยอดมนุษย์ มานัดนี้ ผมกลับเห็นอาการแข้งขาไม่ไปตามใจสั่ง เรียกว่าบอลสะดุดขา สะดุดเท้าแทบทุกครั้ง จ่ายบอลก็ผิดพลาด แถมทำเสียบอลมากมายหลายครั้งทั้งๆที่จังหวะแทบไม่มีอะไร เรียกได้ว่า หมด นั่นแหละครับ

เอวร่าผมว่าก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ จากที่เคยวิ่งห้อขึ้นลงเป็นม้าศึกคึกคะนอง ช่วงหลังนี่หลังจากหายเจ็บกลับมา ก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มสุดยอดออกมาได้เสียที แต่โดยรวมก็ยังไม่ถือว่าแย่ครับ ยังพอประคองเกมริมเส้นของตัวเองไปได้ เพียงแต่ไม่แจ่มเท่าก่อนจะเจ็บไปเท่านั้น ปาร์คเป็นอีกคนที่ฟอร์มตกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยในเกมนี้ และหากจำได้ ผมคุ้นๆว่าเกมก่อนหน้าที่ได้ลงเป็นตัวจริง ปาร์คก็ฟอร์มไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นี่จึงนับเป็นวิกฤติของทีมอีกข้อก็ว่าได้ เมื่อทั้งปาร์คและโด้ ที่ถือเป็นตัวทำเกมของทีม ต่างไม่สามารถหาฟอร์มดีๆของตัวเองออกมาเล่นได้พร้อมกันในเกมนี้ ที่สำคัญ คาร์ริคเองก็ยังหาฟอร์มตัวเองไม่เจอเช่นกัน ทั้งๆที่พยายามหามาตลอดในช่วงหลังๆที่ได้ลงสนามมา แต่ก็ยังควานหาไม่พบเสียที

เกมในครึ่งหลัง หลังจากที่คงจะโดนไดร์เป่าผมกระหน่ำหัวหูกันจนสาแก่ใจกองเชียร์ ผมก็พบว่ารูปเกมเจ้าบ้านดีขึ้นมากทีเดียว ความผิดพลาดมีน้อยลง การให้บอลก็ดูจะพยายามเน้นความแม่นยำมากขึ้น การหาที่ว่างเพื่อเล่นประสานกับเพื่อน ทำชิ่งกัน ก็ดูดีขึ้น ทำให้สามารถเดินเกมรุกกดดันปอร์โต้ได้อย่างต่อเนื่องและมีจังหวะจบสกอร์มากขึ้น เพียงแต่ว่ายังไม่สามารถทำให้เกิดสกอร์เพิ่มขึ้นได้เสียที ในขณะเดียวกัน การบุกกดดันลักษณะนี้ ก็ต้องแลกมากับการเปิดหลังบ้านมากขึ้น ซึ่งเกมโต้กลับด้วยการวางยาวของปอร์โต้ หรือแม้แต่การโต้กลับแบบลากทำชิ่งให้กันสองสามทีถึงหน้ากรอบเรา ก็ยังปั่นป่วนแผงหลังเราได้มากเหลือเกิน อีแวนส์มาเริ่มเจ็บจนเห็นได้ชัดก็ช่วงนี้แหละครับ ในขณะที่ปาร์คเองแม้จะล่วงเข้าครึ่งหลัง ก็ยังเห็นๆเลยว่าไม่อยู่ในวันที่ดีที่ทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันมากนัก นอกจากความพยายามและทุ่มเทที่มีให้เห็นไม่เคยขาด และลูกยิงไกลที่สวยงามลูกนั้น เพียงแต่เกมนี้ ทีมต้องการมากกว่านั้นครับ ซึ่งปาร์คเอง วันนี้ก็ให้ตรงนั้นไม่ได้

ป๋าจึงขยับเปลี่ยนตัว ซึ่งก็ยังเป็นการเปลี่ยนตัวที่ดูขัดๆตา คือการเอากิ๊กส์ลงมาแทนปาร์ค ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนตามตำแหน่งเป๊ะๆ เมื่อสโคลส์และคาร์ริคก็ยังเล่นตรงกลางและทำผลงานในครึ่งหลังได้ดีขึ้นมาก กิ๊กส์ก็ต้องไปรับบทบาทด้านซ้ายแทนที่ปาร์ค อาจมีบางครั้งที่สลับกับโรนัลโด้ แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนตัวที่จะพลิกเกมได้ เพียงแค่เปลี่ยนตามตำแหน่งเฉยๆ อาจเป็นเพราะรูปเกมตอนนั้นแมนฯยูฯสามารถครองเกมได้หมดแล้วก็เป็นได้ ท่านเซอร์จึงไม่ถึงกับต้องเปลี่ยนแท็คติคอันอาจทำให้เกมที่กำลังดีๆอยู่เสียขบวนไป ถัดจากนั้นไม่นานนัก ก็มีการถอดอีแวนส์ออกเพราะอาการบาดเจ็บ และเอาแกรี่ลงไปแทน หุบโอเชียเข้ามายืนเซ็นเตอร์และให้แกรี่รับหน้าที่ด้านขวาเช่นเคย ซึ่งตรงนี้ครับ ที่เป็นการเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพราะมีการถอดสโคลส์ออกด้วย และเอาเตเวซเข้ามาแทน


ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเกมคราวนี้ ทำให้เรากลับมาอยู่ในรูปเกมที่คุ้นเคยอีกครั้ง คาร์ริคและเฟล็ทช์สามารถคุมพื้นที่ตรงกลางได้ โรนัลโด้และกิ๊กส์ไปเล่นริมเส้นและมีอิสระในขึ้นเกมรุก หน้าคู่เป็นเตเวซและรูนี่ย์ ซึ่งก็ทำให้กลับมามีสีสันกันอีกครั้งกับเกมบุกของเจ้าบ้าน แต่เกมโต้กลับของปอร์โต้ก็ยิ่งมีพื้นที่มากขึ้นเช่นกัน เรียกได้ว่า ทีใครทีมันแล้วครับตอนนี้ ถึงแม้ปอร์โต้จะมีการเปลี่ยนตัวครบทั้งสามคน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกมรุกของพวกเขาลดความน่ากลัวลงไปเลย แต่ละจังหวะที่ได้จบก็มีเสียวทุกครั้งไป ในขณะที่เจ้าบ้านก็สามารถหาจังหวะจบได้มากขึ้นเช่นกัน และก็มาทำได้สำเร็จในห้านาทีสุดท้าย ลูกทุ่มจากสุดเส้นด้านขวา รูนี่ย์วิ่งข้าหาบอลก่อนตัวประกบและยกขาตวัดบอลมาด้านหลัง บอลเปลี่ยนทางมาเข้าทางเตเวซที่วิ่งตัดหน้าตัวประกบมาถึงบอลก่อน และตวัดยิงเสยเพดานตาข่ายเข้าไปได้ เรียกเสียงเชียร์ลั่นสนามได้สำเร็จ

แต่แล้ว ปอร์โต้ก็ช็อคแฟนผีอีกครั้ง หลังจากเคยทำได้สำเร็จเมื่อห้าปีที่แล้ว จากเกมที่ดูเหมือนจะจบลงไปแล้วด้วยประตูของเตเวซ และผู้เล่นยูไนเต็ดดูจะผ่อนคลายกันแล้ว แต่ปอร์โต้กลับไม่ยอม และฉวยจังหวะที่ยูไนเต็ดเผลอนั่นเองขึ้นบอลมาทางขวา เปิดเข้ากลางชนิดตัวประกบเทหายไปทางขวาหมด เหลือแค่แกรี่ในกรอบคนเดียวที่ต้องรับภาระดวลผู้เล่นปอร์โตถึงสองคน แกรี่เลือกที่จะเข้าหาตัวแรก แต่บอลกลับทะลักเลยมาถึงตัวที่สอง จึงกลายเป็นการมาเรียโน่ ที่ดวลเดี่ยวกับน้าซาร์ ซึ่งมาเรียโน่ไม่พลาดครับ ทำให้เกมจบลงไปแบบช็อคสุดๆ ด้วยประตูของปอร์โต้ในนาทีสุดท้ายอีกแล้ว


หลังจากจบเกมนี้ ความรู้สึกผมจึงกระอักกระอ่วนพิลึก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไอ้เรื่องเซ็งเรื่องเศร้าน่ะ มันมีแน่ๆครับ แต่ที่ต้องคิดไปด้วยก็คือ ในครึ่งแรกที่เราไม่เสียสามสี่ประตูน่ะ ดีแค่ไหนแล้ว การทำผิดพลาดชนิดยื่นบอลให้กองหน้าปอร์โต้เอาไปยิงง่ายๆน่ะ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้แพ้คาบ้าน ก็ต้องนับว่าเรายังโชคดีอยู่มากครับ และคิดไปคิดมา ผลเสมอลักษณะนี้ ก็ค่อนข้างเป็นธรรมสำหรับทั้งสองฝั่งด้วย เมื่อมองว่า ปอร์โต้มีโอกาสมากเหลือเกินที่จะฝังเราตั้งแต่ครึ่งแรก แต่สุดท้าย กลับกลายเป็นปอร์โต้ ที่ต้องมาไล่ตีเสมอเราในนาทีสุดท้าย และผลเสมอแบบนี้ ก็ยังดี หากเราจะคิดว่า เป็นการบีบให้เราต้องไปเล่นเพื่อผลชนะที่ดราเกา ไม่ใช่ไปเล่นดึงเสมอ แล้วถูกยิงนาทีสุดท้ายที่โน่น ตกรอบไปด้วยอเวย์โกล์ อะไรแบบนั้นเหมือนที่เราเคยมีประสบการณ์ คือถ้ามันจะตกรอบ ผมก็อยากให้ตกด้วยความพ่ายแพ้ไปเลย มันทำใจได้ง่ายกว่าการตกเพราะผลอเวย์โกล์

ดังนั้น เมื่อมองถึงหนทางที่เราจะผ่านเข้ารอบรองฯนั้น ก็คือต้องบุกไปชนะปอร์โต้คาดราเกาสถานเดียวเท่านั้น และลูกเดียวคงไม่พอ หากจะป้องกันความผิดพลาดในนาทีสุดท้ายเช่นนี้ ก็คงต้องทำให้ได้ถึงสองลูกตุนไว้ตลอดเกม ซึ่งก็ดีครับ การจัดทัพ การวางแผน การเลือกแท็คติค จะได้ไม่ต้องกั๊กโน่นกั๊กนี่เหมือนที่ผ่านมา เหมือนนัดนี้ เกมกับซันเดอร์แลนด์สุดสัปดาห์นี้ก็ถือเป็นเกมที่ต้องจับตามองเช่นกัน ว่าท่านเซอร์จะเลือกตัวลงสนามอย่างไร ในเมื่อมีศึกหนักที่กั๊กตัวผู้เล่นไม่ได้ที่ดราเการออยู่ในอีกสี่วันข้างหน้า ซึ่งหงส์แดงต้องดวลกับเชลซีก่อนในวันนี้ และไปพบแบล๊คเบิร์น ซึ่งไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เราที่ออกไปเยือนแบล๊คแคทส์ ก็คงต้องเล็งที่สามคะแนนเท่านั้น ปัญหาเดียวที่ต้องคิดคือ ป๋าจะจัดใครลงสนามนั่นแหละ


เอาล่ะครับ ผลเสมอก็ไม่ถึงกับย่ำแย่อะไรนัก อย่างน้อย โอกาสนัดหน้าถึงจะมีน้อยกว่าเจ้าถิ่น ตามหน้าเสื่อผู้ไปเยือนกับการเสียอเวย์โกล์สองเม็ดในบ้าน แต่ผมเชื่อครับ ว่าเรามีศักยภาพพอที่จะเอาชนะปอร์โต้ได้ ถึงแม้จะเป็นที่ดราเกาก็เถอะ แต่ก่อนอื่น เรามาลุ้นสามแต้มคืนวันเสาร์เอาฤกษ์เอาชัยก่อนนะครับ


สงบใจ

###################################


ปล. เมื่อวานผมไปประชุมที่ต่างจังหวัด เขียนวิพากษ์เสร็จแต่เช้า อาจจะสั้นไปนิด เพราะเวลาและองค์ประกอบต่างๆไม่อำนวย จึงไม่สามารถร่ายยาวเหมือนเคยได้ หวังว่าคงไม่ว่ากัน และเน็ตที่นั่นก็ดันล่มทั้งพื้นที่ตั้งแต่เช้ายันเย็น เลยทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้ มาส่งงานเอาเช้าวันนี้แทน ก็คงไม่ดีเลย์เกินไปนะครับ

ปล. 2 สุดสัปดาห์นี้ มีแข่งวันเสาร์ และต่อมาเป็นเกมแห่งชีวิตในวันพุธที่ดราเกา แต่เผอิญให้ติดว่าเป็นช่วงหยุดสงกรานต์ ผมคงมารับใช้ไม่ได้ จึงจะขอรวบยอดมาวิพากษ์แบบทูอินวันในเช้าวันพฤหัสบดีนะครับ จะออกแนวภาพรวมๆของเกมวันเสาร์และวิพากษ์รายละเอียดเกมวันพุธ

สวัสดีครับ

สงบใจ



Create Date : 09 เมษายน 2552
Last Update : 9 เมษายน 2552 8:32:49 น. 0 comments
Counter : 218 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.