Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
27 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
20090427 วิพากษ์ UNITED vs SPURS

เดอะ เกรทเทสต์ คัมแบ๊ค ออฟ เดอะ เยียร์


สวัสดีครับ พี่น้องที่รักทุกๆท่าน หัวจิตหัวใจยังแข็งแรงกันดีอยู่ไหมครับ หลังจากได้บริหารกันไปเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา สำหรับผลการแข่งขัน หากใครไม่ได้ชมการถ่ายทอดสด ก็คงไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น ความดราม่าในครึ่งแรกกับครึ่งหลังมันช่างสลับขั้วกันสุดๆ เรียกได้ว่าเวลาเปลี่ยนอารมณ์เปลี่ยนก็ว่าได้ ส่วนท่านที่ได้รับชมแบบสดๆ ก็ต้องขอบอกว่า ท่านโชคดีมากครับ ที่ปีนี้ ได้ดูการคัมแบ๊คที่สุดยอดในเกมนี้ของแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งผมถือว่าในช่วงหลังๆมานี้ ปีที่เราจะได้แชมป์ มันจะต้องมีเกรทคัมแบ๊คเช่นนี้อย่างน้อยหนึ่งเกม ซึ่งถ้าจำไม่ผิด ปีที่แล้วรู้สึกจะมีการคัมแบ๊คกลับมาชนะทอฟฟี่ 4:2 รึเปล่านะ เอาเป็นว่า...ผมถือซะว่านี่คือลางดีในการป้องกันแชมป์ของเราปีนี้ครับ

การจัดทัพในเกมนี้ ก็นับได้ว่าท่านเซอร์พยายามส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงมาเกือบทั้งชุด โดยมีพักบ้างสองสามตัวเท่านั้น ผู้รักษาประตูมีน้าซาร์เช่นเดิม ฟูลแบ๊คด้านขวาเลือกราฟาเอล ดา ซิลวา ซึ่งถือว่าโชคดี ที่ไม่เจ็บมากจากนัดที่แล้ว มีเอวร่า ยืนด้านซ้าย คู่เซ็นเตอร์เลือกริโอ เฟอร์ดินานด์ และเนมานย่า วิดิช มิดฟิลด์กลางสนามสองคนใช้ คาร์ริค และ เฟล็ทเชอร์ มีนานี่และโรนัลโด้ วิ่งทะลวงกราบซ้ายขวา และให้เบอร์บาตอฟลงล่าตาข่ายทีมเก่าคู่กับเวย์น รูนี่ย์ ท่านเซอร์วางผู้เล่นสำรองไว้ข้างสนามได้แก่ เบน ฟอสเตอร์, โจนาธาน อีแวนส์, จอห์น โอเชีย, อันแดร์สัน, พอล สโคลส์, คาร์ลอส เตเวซ และ เฟเดริโก้ มาเคด้า

สำหรับผู้มาเยือนจากคลับไก่นั้น ไม่มีโรมัน พาฟลิวเชนโก้ กับ เจอร์เมน เดโฟ ติดทีมมาในเกมนี้ แต่ยังได้เล็ดลี่ย์ คิง ยืนบัญชาการเกมรับคู่กับ โจนาธาน วู้ดเกท ตัวทำเกมรุกมีความจัดจ้านตามสไตล์น้องไก่ นำทัพโดย เจอร์เมน “เดอะจีเนียส” จีนัส, อารอน เลนน่อน, ลูก้า โมดริช, ร็อบบี้ คีน และ ดาร์เรน เบนท์ ซึ่งกำลังคึกคักจากฟอร์มของทีมที่ดีขึ้นผิดหูผิดตาในช่วงหลังๆ แถมประวัติเก่าๆสำหรับการเจอกันในระยะหลัง ก็ช่างขุดขึ้นมาคุยกันเหลือเกินครับ ว่าสเปอร์สไม่เคยชนะเราที่นี่มาเกือบยี่สิบปีแล้ว และครั้งใดที่พูดถึงสถิติบ้าบอแบบนี้ ทีมเราก็ชอบจ๊างงง ที่จะทำลายมันลง โดยไม่สนว่าสถิตินั้นมีประโยชน์กับเรารึเปล่า ทำเอาผมชักหวั่นใจ

เริ่มเกมด้วยการสร้างเกมรุก เล่นเร็วของทั้งสองทีมชนิดผลัดกันรุกและรับ โดยเจ้าบ้านดูจะครองเกมตรงกลางสนามได้ดีกว่านิดๆ แต่จังหวะสุดท้ายในการเข้าทำยังคงเหมือนเดิมครับ นั่นคือยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก ชักไม่เข้าชักไม่ออก จะเงื้อก็ช้า จะฟันก็แค่เฉี่ยว ทำเอาวัยรุ่นใจร้อนอย่างผมชักเซ็ง ว่าทำไมจังหวะสุดท้ายมันมีปัญหาอีกแล้ววะเนี่ย จะให้ยิงสลุตกันกระจายตั้งแต่ครึ่งแรกให้สบายใจกันมั่งนี่ไม่มีร๊อกกกก...แมนฯยูฯของตรู และแพะของผมในเกมนี้ก็คือ...นานี่ ครับท่าน จังหวะที่บอลไปถึงเท้านานี่ครั้งใด ให้รู้สึกอยากแพ่นกบาลคนทุกครั้งสิน่า ก็สงสารน้องนี่แกเหมือนกันนะครับ ดูแกจะพยายามเหลือเกิน ที่จะรังสรรค์เกมรุกจากปลายสตั๊ดของแกออกมา แต่ผลลัพธ์มันช่างทำร้ายจิตใจแฟนๆเหลือเกิน ด้วยการที่นานี่ทำเสียจังหวะเกมแทบตลอด จังหวะควรเบิ้ลคืน ควรจ่ายเร็ว ก็ดันเก็บบอลไว้ก่อน จังหวะควรพาไป ก็ดันรีบเบิ้ล การเคลื่อนที่หาช่องว่างในการรับบอลให้ได้ประโยชน์ก็ไม่ค่อยเกิด นั่นคือสิ่งที่เห็นจากนานี่ในเกมนี้ ประมาณว่าการตัดสินใจแต่ละครั้ง มีปัญหานั่นแหละครับ

กลับกัน เกมรุกของสเปอร์สกลับทำได้เนียนตากว่าเรามากในครึ่งแรก แม้จะมีเปอร์เซนต์ทำเกมน้อยกว่า แต่จังหวะสุดท้ายกลับทำได้ดีกว่า และก็มาได้สองประตูจากความผิดพลาดของแผงหลังเราเอง และความคมของตัวรุกข้างหน้าของไก่ โดยลูกแรกนั้น เกิดจากการที่ริโอหลุดสมาธิไปนิดเดียว คงไม่คิดว่ามีเฮียเบนท์แอบอยู่ข้างหลัง บอลถูกเปิดมาอย่างงามจากชอร์ลูก้าทางกราบขวา ย้อยข้ามวิดิชมาเสาสองที่มีริโอยืนจังก้าอยู่ แต่ปรากฏว่าเบนท์ครับ เบนท์เสือกตัวเทคเบียดจากข้างหลัง ปาดมาโหม่งก่อนชนิดริโอคงตกใจ บอลถูกหัวเบนท์ตกลงมาที่เท้า และเป็นเบนท์ที่ตั้งหลักได้ก่อน ตวัดยิงเข้าไปง่ายๆ ให้ทีมเยือนออกนำตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก จากนั้นแป๊บเดียวก็ได้ลูกที่สอง เมื่อเลนน่อนได้เปิดจากกราบขวาอีกครั้ง บอลข้ามมาถึงเสาสองอีกแล้ว คราวนี้เป็นราฟาเอล ที่ถูกโมดริชพาทัวร์มากลางประตูในจังหวะแรก ในขณะที่โมดริชฉากออกไปเสาสอง แต่ราฟาเอลกลับหลงตำแหน่งยืนอยู่ตรงกลาง ทำให้โมดริชได้บอลที่เสาสองโล่งๆคนเดียว ก่อนจะยิงยัดเข้าไปตรงโคนเสานั่นแหละ ทำให้ทีมเยือนออกนำสองลูกจากแค่ 32 นาทีเท่านั้น

ปัญหาใหญ่ที่สุดที่ผมมองในครึ่งแรกก็คือ การทะลวงเกมตามปีกสองข้างของสเปอร์สนี่แหละครับ ด้านราฟาเอลนี่ยังพอกล้อมแกล้ม เนื่องจากเจ้าตัวมีความเร็ว และไม่ได้ขึ้นสูงจนสุดบ่อยนัก แต่การปิดเกมรุกจากโมดริชยังมีปัญหา เพราะโมดริชหุบเก่ง แถมยังครองบอลดี เล่นคล่องและฉลาดเป็นกรด ทำให้ตำแหน่งการยืนและการคุมของราฟาเอลค่อนข้างสับสนพอสมควร ยิ่งเจ้าตัวทำเสียลูกที่สองก็ยิ่งดูลนลานเข้าไปใหญ่ รีบร้อนเร่งเกมจนเสียหลายครั้ง แต่ด้านเอวร่านี่งานช้างเข้าเลย ผมยังพากย์นอกจอตลอดเลยว่า เกมนี้เลนน่อนได้ไฟเขียว ขวาผ่านตลอดรึไงฟะ คือด้านนี้ครึ่งแรกจะเป็นนานี่กับเอวร่า ที่ประสานกันไม่ค่อยได้เรื่อง พอเสียบอลเลนน่อนก็สวนตูม สวนตูม ตามด้วยชอร์ลูก้า ที่เปิดได้น่ากลัว ทำให้หลังเราค่อนข้างมีปัญหากับการจัดการเกมรุกริมเส้นมากทีเดียว แถมหน้าเป้าน้องไก่ก็โคตรถึกอีกต่างหาก

ถึงแม้กลางเราจะพอยันเกมรุกสเปอร์สได้ดี แต่ริมเส้นนี่มีปัญหามากอย่างที่บอก อีกทั้งข้างหน้า ราฟาเอลหลุดกับโรนัลโด้เยอะมาก คือพอราฟาเอลไม่นิ่งซะแล้ว ก็ต่อบอลทางกราบขวาไม่สนิท เมื่อซ้ายไม่เดิน ขวาไม่คล่อง เบอร์บาตอฟกับรูนี่ย์จึงต้องรอบอลจากกลางมากกว่า ซึ่งการเล่นลักษณะนี้ทำให้สเปอร์สดักเหลี่ยมบอลได้ไม่ยาก ริมเส้นรุกไม่ขึ้น ก็เหลือแค่กลาง คาร์ริคพอข้างหน้าไม่มีพื้นที่ให้กองหน้าได้เล่นมากนัก การจ่ายบอลขึ้นหน้า การเชื่อมเกมก็ค่อนข้างมีปัญหา จึงทำให้รูปเกมดูเหมือนเราว่าครองจะเกมได้ตรงกลางสนามมากกว่า แต่หาจังหวะสุดท้ายที่เนียนๆได้ยากครับ จังหวะได้ยิงก็เลยไม่ค่อยมีโล่งๆเท่าไหร่ เกมนี้ยังดีนะ ที่ครึ่งแรกร็อบบี้ คีน กับ จีนัส ยังไม่สร้างปัญหาอะไรให้เราเลย ไม่งั้นงานหนักแน่ๆ

ล่วงเข้าครึ่งหลัง เป็นการเปลี่ยนตัวของท่านเซอร์ที่ถูกใจผมที่สุดของซีซั่นนี้เลย เมื่อป๋าถอดนานี่ออก และส่งเตเวซลงมา ปรับเอารูนี่ย์ยืนริมเส้นฝั่งซ้ายแทน ปรับโหมดเกมรุกมาเป็นแฟนทาสติคโฟร์ ที่แฟนๆร่ำร้องหามาตั้งแต่ต้นซีซั่น การปิดเกมรุกริมเส้นสเปอร์สที่สร้างปัญหาตลอด 45 นาทีแรก ทำโดยลดการเติมเกมของฟูลแบ๊คลง และให้ปีกสองข้างคอยกดฟูลแบ๊คสเปอร์สไม่ให้เติม เพิ่มสปีดการเล่นให้เร็วขึ้นอีกหนึ่งเลเวล ถอนเบอร์บาตอฟลงมายืนต่ำหน่อย ดันเตเวซขึ้นหน้ามากกว่าปกติ แผงแบ๊กโฟร์ให้กลับไปเริ่มที่ศูนย์ นั่นคือแพ็คโซนตัวเองให้แน่น เน้นวินัยเกมรับก่อน คาร์ริคและเฟล็ทเชอร์เองให้เล่นตามเกมเหมือนเดิม

การปรับโหมดคราวนี้ เหมือนเปลี่ยนทีมลงมาเล่นเลยครับ จากที่เล่นเกมรุกตะกุกตะกักเหมือนเติมน้ำมันผิดชนิด กลายเป็นรถฟอร์มูล่าวันเฟอร์รารี่ที่เติม เชลล์ วี พาวเวอร์ เบนซินไปเลย รูนี่ย์กดชอร์ลูก้าสนิท โรนัลโด้ตรึงเอก๊อตโต้ได้ เตเวซป่วนเซ็นเตอร์ และมีเบอร์บาตอฟคอยดึงตัวประกบมาหาตัวทีละสองสามคน ทีนี้คาร์ริคก็โชว์สเต็ปออกได้ไม่ยาก เมื่อตัวรุกสร้างพื้นที่ สร้างช่องว่างมากมายให้จ่ายบอล ทั้งปีกซ้าย ปีกขวา หน้ากรอบ เรียกว่าวางบอลไปตรงไหน ก็เก็บได้หมดจด เวลาผ่านไปแค่ไม่กี่นาที ผมเองกเริ่มคิดแล้ว ประตูแรกจะมาเมื่อไหร่ แถมยังคิดต่อไปอีกด้วยซ้ำว่า เกมนี้ อาจจะได้เห็นจุดโทษหรือใบแดงอีกต่างหาก ไม่รู้สิครับ อาจจะเป็นความรู้สึกจากการดูบอลมานานก็เป็นได้ การบุกแบบโหมได้เต็มๆต่อเนื่องนันสต็อปแบบนี้ มันมีแค่สองกรณีที่จะเกิด ก็คือ ได้ประตู หรือได้จุดโทษ-ใบแดง ก็แค่นั้น

เมื่อเกมผ่านไปสิบนาทีเศษๆของครึ่งหลัง ทำนบไก่ก็พัง รูนี่ย์ครองบอลทางซ้ายก่อนจะไหลทะลุช่องแบบเหมาะเหม็งเข้ามาในกรอบ มีคาร์ริคสอดทะลุแนวรับสเปอร์สสามสี่คนเข้าไปจนจะได้ยิงอยู่แล้ว โกเมสก็ผวาออกมาสไลด์ทันที ไอ้บอลน่ะโดนแน่ แต่โดนนิดเดียว ทิศทางยังคงเข้าตีนคาร์ริค แต่ตัวของโกเมสเองก็เบรกไม่ได้แล้ว จึงกลายเป็นสไลด์เอาขาคาร์ริคเข้าไปด้วย ฮาวเวิร์ด เวบบ์เป่าทันที และเป็นโรนัลโด้ ที่คราวนี้ซัดแบบไม่มีหยุดเก๊กกลางทาง แถมส่งบอลนิ่มๆเข้ากลางตาข่าย หลังจากนั้น เซอร์ก็ถอดเฟล็ทเชอร์ออก ทั้งๆที่ก็ไม่ได้แย่อะไร แต่ส่งสโคลส์ลงมาแทน คงกะเอาตายล่ะครับ งานนี้ สโคลส์ลงมาพร้อมแพสชั่นเกินจุดเดือด เตเวซที่เพิ่งสร้างแพสชั่นให้ทีมไปหมาดๆจนนำมาซึ่งประตู ตอนนี้สโคลส์มาเพิ่มให้แพสชั่นมันข้นคลั่กขึ้นไปอีกขั้น จนตัวเองสังเวยเหลืองไปอย่างรวดเร็วเกินห้าใจ แถมไม่ยอมหยุดด้วย ยังเล่นจุดไฟแพสชั่นต่อเนื่องตลอดเกมจนเพื่อนๆวิ่งห้อเป็นม้าทุกคน เกมกลายเป็นของยูไนเต็ดแบบวันเวย์เต็มรูปแบบชนิดทีมเยือนกางตำรารับไม่ทันแล้ว

ประตูเริ่มไหลมาเทมา การทำชิ่ง และการวางบอลของเจ้าบ้าน เหมือนเตะเจาะยางทีมเยือนได้ทุกดอก เตเวซชิ่งเร็วจ่ายให้รูนี่ย์ทางซ้ายที่ยืนโล่งๆ ก่อนจะพลิกหลอกและยิงยัดเสาใกล้ตัว โกเมสปัดบอลไม่ออก เจ้าบ้านหลังจากตีเสมอได้แล้วก็ยังไม่หยุดครับ แค่สองนาที รูนี่ย์ลากขึ้นมาทางซ้ายก่อนครอสต่ำเข้ากลาง มีโรนัลโด้พุ่งตอร์ปิโดบกส่งบอลย้อนโกเมสเข้าเสาแรก ให้เจ้าบ้านออกนำได้สำเร็จ ป๋าถอดราฟาเอลออกทันที แล้วส่งโอเชียลงมา เพื่อให้แฟนๆสบายใจได้ว่า ไม่เจ็บมากคร๊าบ ยังเล่นได้ และการที่โอเชียลงมา ก็เท่ากับเพิ่มกุญแจแนวรับด้านขวาได้อีก ตอนนี้ เกมรุกสเปร์สหายเงียบไปแล้ว กลายเป็นยูไนเต็ดขย่มข้างเดียว โรนัลโด้หลุดมาทางขวาอีกครั้ง ครอสไปทางรูนี่ย์ด้านซ้ายที่ยืนโล่งๆ รูนี่ย์ยิงผ่านโกเมสได้แล้ว ยังมีวู้ดเกทสไลด์ตัวบล๊อกบนเส้นไว้ได้ เพียงแต่ว่าบอลยังมีแรง และตัววู้ดเกทก็มีแรงเฉื่อยเหลืออยู่ ทั้งคนทั้งบอลจึงค่อยๆไหลข้ามเส้น ถึงวู้ดเกทจะเคลียร์บอลออกมาได้ในภายหลัง แต่ไม่ทันสายตาเวบบ์ กลายเป็นลูกที่สี่จนได้

ก่อนหมดเวลาสิบนาที เบอร์บาตอฟก็บวกได้อีกลูก รูนี่ย์ครอสมาจากซ้ายอีกครั้ง เบอร์บาตอฟโหม่งติดมือโกเมส ซึ่งผวาปัดไว้ได้ แต่บอลตกลงมาในจุดที่ไม่ห่างตัวเบอร์บาตอฟ เจ้าตัวจึงซ้ำเข้าไปง่ายๆ ให้ออกนำสุดกู่ 5:2 และเกือบบวกเพิ่มได้อีกหลายครั้ง แต่ติดที่โกเมสบ้าง ล้ำหน้าบ้าง จบเกมด้วยสกอร์คัมแบ๊คแบบมโหฬารถึง 5:2 ที่แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้มากนัก เนื่องจากไม่มีกองหน้าในม้านั่งสำรองให้ส่งลงมาช่วยกู้สถานการณ์ทีมได้เลย การเปลี่ยนเอา แกเร็ธ เบล ลงมาแทน ลูก้า โมดริช ก็สร้างปาฏิหารย์ไม่ได้ เมื่อแผงแบ๊คโฟร์ยูไนเต็ดไม่เปิดพื้นที่อะไรทางริมเส้นให้อีกแล้ว ส่วนฮัดเดิลสตันที่ลงมาแทนร็อบบี้ คีนก็ไม่ได้มีอะไรมาก น่าจะเป็นความพยายามในการหยุดยั้งเกมตรงกลางของเจ้าบ้านที่ไม่ได้ผลอะไรมากกว่า

มาดูกันต่อนะครับ ว่าทำไมการปรับโหมดคราวนี้ ถึงส่งผลอย่างมหาศาลต่อรูปแบบการเล่นของเรา ผมคิดว่าปัญหาที่เราเจอในครึ่งแรก มันชัดเจนเกินไปครับ ชัดเจนจนแม้แต่แฟนผมที่นั่งดูด้วยกันยังบอกเลยว่า ไอ้นานี่นี่มันเก่งตรงไหน //ฮ่าฮ่าฮ่า ทำไมมันเล่นห่วยจังซี่ ผมเองต้องออกตัวแทนท่านเซอร์ไปว่า นานี่เป็นตัวปาฏิหารย์ เคยยิงสเปอร์สคว้าสามแต้มมาแล้ว แต่สุดท้าย น้องนี่ก็ช่วยไม่ได้เลย แถมทำให้พื้นที่ทางกราบซ้ายของเรา โดนเลนน่อน “ขวาผ่านตลอด” ลงวิ่งแข่งกับชอร์ลูก้าทางนี้อย่างมันเท้า อีกคนก็คือราฟาเอล ที่เติมเกมรุกไปแล้วจบไม่ได้ ลงไม่ทัน หลุดตำแหน่งให้โมดริชเล่นได้สบายอารมณ์มากๆในครึ่งแรก สองข้อนี้มันเห็นได้ชัดมากๆครับ เพียงแต่ความซวยคือนานี่ ที่การปรับโหมดดังกล่าวเขาทำไม่ได้ด้วยตัวเอง จึงต้องถอยให้เตเวซ ในขณะที่ราฟาเอลยังปรับโหมดได้อีกหนึ่งโหมด คืออย่าไปสั่งให้ราฟาเอลเติมมาก ให้เน้นเกมรับ ก็เท่านั้นเอง

สิ่งที่ตามมาจากตรงนั้น ก็คือ รูนี่ย์ที่มีความขยันเป็นพื้นฐาน ชอบไล่บอล ชอบทำลายเกมคู่ต่อสู้ และยังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดๆ เล่นได้อย่างดุดัน และแข็งแกร่ง จึงสามารถช่วยกดเลนน่อนและชอร์ลูก้าไม่ให้เติมเกมได้ถนัด แต่พื้นฐานแรกคือเกมรับที่ยืนแน่นแล้ว ก็ต่อยอดให้เกมรุกทำงานได้สะดวก โรนัลโด้สามารถก่อกวนทางกราบขวาได้ด้วยตัวคนเดียว ซึ่งเจ้าตัวก็ชอบอยู่แล้ว กับการเล่นในบทบาทวันแมนโชว์ตามคำนิยมของกูรูห้องศุภฯท่านหนึ่งที่เคยกล่าวไว้ เมื่อไม่ต้องรอราฟาเอล หรือโอเชียในการขึ้นเกม เจ้าตัวก็มีอิสระเต็มที่ในการสร้างสรรค์เกมทางกราบขวา ซึ่งตรงนี้ป่วนเอก๊อตโต้จนหัวหมุน และโมดริช กับคีนก็ต้องลงมาเล่นเกมรับช่วยเพื่อนมากขึ้นเยอะ

นั่นคือจุดเริ่มต้นครับ โมดริช, คีน, เลนน่อน, ชอร์ลูก้า ไม่สามารถขึ้นเกมรุกได้เลย สเปอร์สก็เหมือนเป็นอัมพาต จีนัสไม่สามารถต่อเกมให้ใครได้ ปาลาซิออสต้องวิ่งวุ่นกับการทำลายเกมรุกเจ้าบ้าน แต่ตอนนั้น สปีดเกมของเจ้าบ้านถูกเร่งขึ้นมาอีกเลเวลไปแล้ว แถมพื้นที่การเล่นแต่ละตัวก็มีเยอะมาก ทำให้การออกบอลเร็ว การทำชิ่ง การจ่ายทะลุจากการทำทาง ยิ่งไหลลื่น และต่อเนื่อง เตเวซคอยดึงสมาธิเล็ดลี่ย์ คิง กับวู้ดเกท และพาออกนอกตำแหน่งบ่อยๆ จนคาร์ริคสามารถสอดเข้าไปได้ง่ายๆ เมื่อคู่เซ็นเตอร์ถูกดึงออกจากจุดประจำการ งานก็เข้าฟูลแบ๊คที่ต้องเพิ่มการป้องกันในกรอบอีก ปีกเจ้าบ้านจึงทำเกมได้สะดวกโยธิน กลางรับสเปอร์สไม่สามารถสกรีนอะไรได้มาก เมื่อต้องเจอกับการแจกบอลของคาร์ริค ของสโคลส์ ไหนจะมีเบอร์บาตอฟที่ไม่ค่อยเข้าในกรอบ แต่ค้ำอยู่หน้าเขตโทษเพื่อดึงผู้เล่นสเปอร์สเอาไว้อีก ก่อนจะคายบอลแต่ละช็อตที่ต้องบอกว่า ซี๊ดดดดดส์...อูย จริงๆ ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในครึ่งเวลาหลังครับ

หากจะให้ออกปากชื่นชมใครเป็นพิเศษ นอกจากท่านเซอร์ที่อ่านเกมทะลุปรุโปร่งสุดๆแล้ว ก็คงเป็นเตเวซครับ ที่บทบาทในเกมนี้คือผู้เสียสละอย่างแท้จริง เตเวซไม่มีชื่อเป็นสกอร์เรอร์ แต่คือผู้ที่สร้างความแตกต่างทั้งหมดระหว่างครึ่งแรก และครึ่งหลัง เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นที่สำคัญที่สุดในเกมนี้ ที่ช่วยให้รูนี่ย์เล่นเป็นพระเอกกับสองประตู สามแอสซิสท์ที่เกิดขึ้นในเกมนี้ เตเวซช่วยให้เบอร์บาตอฟได้ฉายแสงบดบังเงาราหูที่อมเขามาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เบอร์บาตอฟเล่นเกมนี้ด้วยใจที่มุ่งมั่น และด้วยเทคนิคการครองบอลและคายบอลที่โดดเด่น โรนัลโด้ก็ได้อานิสงส์ตรงนี้ไปเยอะ การที่เตเวซป่วนแนวรับตรงกลางของทีมเยือนจนแตกกระจายเป็นชิ้นๆ แถมวิ่งพล่านป่วนทั้งซ้ายทั้งขวา ทำให้โรนัลโด้เล่นเจาะเอก๊อตโต้ได้อย่างสนุกเท้า

ส่วนจุดโทษที่เกิดขึ้น ก็แล้วแต่มุมมองแต่ละคน ผมเชื่อว่า คนที่เป็นกลางจริงๆ ก็ต้องบอกว่ามัน 50/50 สำหรับลูกนี้ เพราะจังหวะที่เกิดขึ้น โกเมสโดนคาร์ริคเห็นๆ และเป็นจังหวะที่กำลังจะยิง ถึงแม้เจ้าตัวจะโดนบอลแต่ก็ไม่ได้ทำให้ทิศทางบอลเสียหายต่อจังหวะของคาร์ริคแต่อย่างใด จุดโทษลักษณะนี้ เกิดขึ้นทุกสัปดาห์จนเราเห็นกันเป็นปกติ แต่คงเป็นโชคร้ายของสเปอร์สมากกว่า ที่เจอกับยูไนเต็ดทีไร มันจำเพาะต้องมีเรื่องราวทำนองนี้ให้พูดถึงกัน และคงเพราะเป็นยูไนเต็ดด้วย ที่มักจะถูกพูดถึงเรื่องทำนองนี้ ซึ่งหากจะว่ากันตามความจริงแล้ว ลูกนี้มันจะแจ้งน้อยกว่าลูกที่เว็ลเบ็คโดนสอยในเกมกับเอฟเวอร์ตันตั้งเยอะ แต่ก็นั่นแหละครับ สำหรับการตัดสินจากกรรมการที่เมื่อไหร่ที่มัน 50/50 การจะวิจารณ์ว่าใครได้ประโยชน์ มันก็มักจะขึ้นอยู่กับว่า คนวิจารณ์ ได้หรือเสียประโยชน์จากการตัดสินนี้มากกว่า เช่น คุณอยู่สโมสรไหน หรือคุณเชียร์ทีมไหน คุณแช่งทีมไหน จริงไหมครับ

จากผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น การคัมแบ๊คเช่นนี้ ถึงแม้จะไม่เร้าอารมณ์ชนิดยิงช่วงทดเวลา แต่ก็เร้าใจในแง่ความรู้สึกร่วมตอนเชียร์ ที่สำคัญ มันยิ่งช่วยบวกความมั่นใจ ความฮึกเหิมให้กับสโมสรและบรรดานักเตะในการต่อยอดการสำแดงเพลงแข้งต่อไปในอีก 8 นัดที่เหลือของซีซั่นนี้ แถมยังเป็นการลดดีกรีความฮึกเหิมของผู้ไล่ล่า ให้ค่อยๆมอดไหม้ลงไปทีละเล็กละน้อย ในขณะที่การแข่งขันยิ่งงวดลงไปทุกขณะ ตรงนี้ครับ จะยิ่งช่วยให้เกมยุโรประหว่างเรากับอาร์เซน่อล ยิ่งเพิ่มดีดรีความร้อนแรงมากขึ้นไปได้อีกระดับ วันใดที่เราสามารถเล่นได้อย่างมั่นใจสุดๆ เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวใคร เกมที่เหลือในลีก สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ก็คือ การรักษาแต้มห่างจากรองจ่าฝูง ให้มันยืนระยะห่างเท่านี้ ไปเรื่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความกดดันที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น และเพื่อเพิ่มความท้อถอยให้บรรดาผู้ไล่ล่าหมดกำลังใจไปเรื่อยๆ

ในขณะที่เกมยุโรป อาร์เซน่อลเองก็กำลังเข้าฝัก เชส ฟาเบรกาสเหมาสองลูก ในขณะที่เกมยุโรปจะไม่มีอาร์ชาวิน และ ฟาน เพอร์ซี่ย์ ก็มีข่าวว่าลงไม่ได้จากอาการบาดเจ็บ นี่คือโอกาสดีที่เราจะต้องฉวยเอาไว้ให้ได้ ยิ่งเกมแรกเล่นกันในโรงละครของเราเอง แต่เมื่อเป็นเกมในประเทศเดียวกัน ดังนั้นเรื่องการเป็นเจ้าบ้าน-ทีมเยือน มันจะไม่ได้แตกต่างกันมากมายเหมือนการต้องออกนอกประเทศแน่ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การลดความผิดพลาดของตัวเอง และการฉวยโอกาสที่มีแปรเปลี่ยนเป็นสกอร์ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งเสียงเชียร์จากบรรดาแฟนๆ ผมอยากได้ยินเสียงเชียร์กระหึ่มเหมือนครึ่งหลังเกมนี้ครับ เสียงเชียร์ที่สามารถกดดันคู่ต่อสู้ให้ผิดพลาดและเร้านักเตะเราให้ร่ายเพลงแข้งออกมาได้เต็มเหนี่ยว หากเราเล่นอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถแล้ว ผมเชื่อครับ ว่าผลการแข่งขัน จะต้องเป็นไปอย่างที่หวังใจเอาไว้


มาลุ้นกันนะครับ

สงบใจ



Create Date : 27 เมษายน 2552
Last Update : 27 เมษายน 2552 10:52:32 น. 1 comments
Counter : 184 Pageviews.

 
ขอเพิ่มเติมนิดนึงนะครับ

นี่อาจจะเป็นครั้งแรกของฤดูกาลเลยก็ได้ที่ 4 จตุรเทพเกมรุกของเราประสานงานเข้าขากันอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ เสียที หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ก็เคยถูกส่งพร้อมกันลงมา แต่มักจะมี 1 หรือ 2 คนที่ฟอร์มหลุด เลยทำให้ไม่เป็นไปตามแผน แต่พอทั้งสี่ตั้งใจเล่นและทำได้ดีพร้อมๆ กัน 5 ประตู ที่เห็นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ ผมหวังว่า F4 ชุดนี้คงจะใช้งานได้อีกในเกมสำคัญข้างหน้านี้ด้วย

ชมโด้นิดนึง ว่าเกมนี้เก๊กน้อยลง โวยวายน้อยลง และลงมาช่วยเกมรับค่อนข้างมาก โด้จึงหล่อขึ้นเยอะตอนเขายิงประตูได้

ส่วนนานี่นั้นก็น่าเห็นใจครับ แต่เขาคือจุดอ่อนของเกมรุกจิงๆ ในแมตช์นี้



โดย: จีโน่ IP: 202.142.193.15 วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:16:13:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.