Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
21 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
20080121 วิพากษ์ MAN UNITED vs READING

THE REVENGE [ PART I ]



สวัสดีครับ ตั้งชื่อซะโอเวอร์เชียว ตั้งแต่ตอนนี้ ผมจะตั้งชื่อบทวิพากษ์ เมื่อได้เจอกับทีมที่เราเสียแต้มให้ในซีซั่นนี้ แบบหัวข้อกระทู้นี้นะครับ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่า เราจะเสียแต้มให้แบบ ไป-กลับหรือไม่ (ฮา) แหม... แต่อุตส่าห์ตั้งชื่อซะเหมือนจะทำง่ายๆ ในความเป็นจริง ผมแทบจะกระโดดถีบจอทีวีไปหลายครั้งเชียว เพราะปิดสกอร์กันไม่ได้ดั่งใจผมเลยครับ ต้องรอซะเบียร์หมดไปสามป๋อง กว่าจะได้ยิง แถมมีเสียวตลอดอีกต่างหาก เอาล่ะครับ เกริ่นมาพอสมควร เรามาเริ่มกันเลยนะครับ

ลงเล่นในนัดนี้ ป๋าคงมองว่าเป็นโอกาสอันดี ที่จะพักตัวหลักอย่างกิ๊กส์บ้าง จึงให้นั่งบนม้านั่งสำรองก่อน แลให้ปาร์ค ลงมาเล่นเป็นปีกซ้ายตัวจริงแทน สำหรับการจัดทัพของยูไนเต็ดในเกมนี้ ก็เป็นเช่นนี้ครับ

รูนี่ย์ เตเวซ
ปาร์ค ฮาร์กรีฟส์ คาร์ริค โรนัลโด้
เอวร่า วิดิช ริโอ บราวน์
เดอร์ ซาร์

จะเห็นว่า ถึงแม้จะพักกิ๊กส์ แต่ป๋าน่าจะยังไม่ไว้ใจเรดดิ้งเท่าไหร่ เพราะในเกมแรกก็เห็นแล้วว่า เรดดิ้งนั้น วิ่งสู้ฟัดขนาดไหน ทำความลำบากและอึดอัดให้เรามากแค่ไหน ท่านเซอร์จึงส่งตัวจริงที่ดีที่สุด ลงในตำแหน่งอื่นๆครบครัน มีเพียงกิ๊กส์เท่านั้น ที่ได้พักครับ


เริ่มเกม ก็เป็นการผิดคาดของผมอย่างจัง เพราะจากการดูเกมแรกที่พบกัน จะพบว่า เรดดิ้งมาแพ็คเกมแน่นหนามาก รับอย่างเดียว แทบไม่สวนกลับด้วยซ้ำ แต่ในเกมนี้ ทั้งๆที่ยูไนเต็ด ผู้มาเยือนพกเกมรุกที่เข้าฟอร์มสุดยอดมาด้วย อีกทั้งมาแบบเต็มพิกัด ดารารุกสี่ตัวลงสนามอย่างครบครัน แต่เรดดิ้งกลับเลือกเกมสู้ตาย เปิดเกมแลกกันอย่างเมามันตั้งแต่แรก โดยไม่สนว่าจะครองเกมได้หรือไม่ ทั้งคู่เมื่อได้บอลก็เปิดเกมบุกเข้าใส่กันทันที และเกมก็เป็นแบบนั้นตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้ายจริงๆครับ

เกมในครึ่งแรก ดูเหมือนเจ้าบ้านยังมีเรี่ยวมีแรงดีอยู่มาก สามารถวิ่งบีบพื้นที่ เล่นเพรสซิ่งได้ตลอดเกม กดดันให้แมนฯยูฯผู้มาเยือนต้องออกบอลเร็วทุกครั้ง ปัญหาที่ยูไนเต็ดพบ กลับกลายเป็นในแผงหลัง เมื่อเจ้าถิ่นส่งผู้เล่นแนวรุกลงเต็มอัตราศึก ทั้ง เควิน ดอยล์, เดฟ คิตสัน, ลีรอย ลิต้า, สตีฟ ฮาร์เปอร์ แต่ละตัว ก็คล่องและเร็วทั้งนั้น แถมยังมีฮาร์เปอร์ที่ยิงไกลได้ดีมากๆคอยกดดันอยู่ที่แถวสองอีกคน ทำให้เกมบุกสวนกลับเร็วของเจ้าถิ่น มีพืนที่ในการทำงานมากเหลือเกิน เมื่อขึ้นกันทีละสี่ห้าคน และออกบอลเร็วตลอด

แผงหลังยูไนเต็ดออกจะมีปัญหา เมื่อต้องค้ำกับลิต้าคนหนี่ง ในขณะที่ต้องป้องกันตัวรุกที่เหลืออีกสามคน เมื่อรวมกับที่ฟูลแบ๊คของเราเติมเกมบ่อยๆ ยิ่งทำให้แผงหลังต้องทำงานหนักมาก ฮาร์กรีฟส์ต้องป้วนเปี้ยนคอยสกรีนเกมรุกสวนเร็วของเรดดิ้งอยู่ตลอดเวลา หลายๆครั้ง ที่คาร์ริคก็ต้องลงมาคอยสกัดช่วยในแดนกลางอีกคน ซึ่งทั้งสองคนก็ทำผลงานได้ดีครับ ช่วยแผงหลังได้มากพอสมควร เกมนี้ จะสังเกตเห็นว่า ปาร์คนั้น ต้องช่วยไล่ในเกมรับมากเกินปรกติ ทำให้การขึ้นเกมรุกของเขาหายไป เกมทางฝั่งซ้าย ต้องใช้เตเวซ กับรูนี่ย์ลงมาล้วงบอลกับเอวร่าบ่อยๆ ทำให้เกมทางซ้ายค่อนข้างไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร

ในขณะที่เกมทางขวา ยังมีโรนัลโด้ คอยลากเลื้อยก่อกวนอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่สามารถเจาะเข้าไปในกรอบของเรดดิ้งได้เท่าไหร่นัก หากเรามองดูสถิติการสร้างโอกาสยิงประตู มันเยอะก็จริง แต่ไม่ใช่เยอะด้วยคุณภาพ หลายๆครั้งที่ต้องจบด้วยการยิงไกล หลายๆครั้งที่ต้องเร่งจังหวะยิงจนควบคุมการยิงไม่ได้ และหลายๆครั้งที่มักจะจ่ายไปติดนักเตะเรดดิ้งในจังหวะสุดท้าย ซึ่งเกมนี้ผู้เล่นในแดนกลางและหลังของเรดดิ้ง ทำงานกันได้ดีมาก โดยเฉพาะซิสเซ่ ถึงแม้พื้นที่จะเปิด แต่เรดดิ้งก็ช่วยกันไล่ ช่วยกันพัวพันจนยูไนเต็ดไม่สามารถทำแอสซิสต์สวยๆได้มากนัก

เมื่อล่วงเข้าครึ่งหลัง ท่านเซอร์คงเห็นแล้วว่า คงจะกดดันเกินไปแน่นอน หากไม่รีบแก้เกมตั้งแต่เนิ่นๆ จึงได้ส่งกิ๊กส์ลงมาแทนปาร์คเพื่อเน้นเกมรุกทางกราบมากขึ้นตั้งแต่เขี่ยลูกเลย นอกจากนั้น ยังให้คาร์ริค เติมเกมสูงขึ้น ทิ้งหน้าที่รับให้ฮาร์กรีฟส์มากขึ้น และเดินเกมด้วยสปีดที่ช้าลงอีกนิด แต่แน่นอนมากขึ้น ให้ริโอ และคาร์ริค ที่เปิดบอลแม่นยำกว่าเพื่อนทิ้งบอลไปในที่ว่างตามกราบ ให้หน้าหรือปีกฉีกไปรับ และมีตัวสอดมาจากกลางเข้าหน้ากรอบโทษ เกมในครึ่งหลังจึงเปลี่ยนโฉมไปเล็กน้อยครับ เมื่อยูไนเต็ดออกบอลแม่นยำขึ้น เพราะฉีกตัวประกบเพื่อเปิดพื้นที่ออกมามากขึ้น

จากการแก้เกมดังกล่าวทำให้ยูไนเต็ดสามารถครองเกมได้มากขึ้นในครึ่งหลัง มีโอกาสทำเนียนๆมากขึ้น แต่ยังจบไม่ลง ในขณะที่ฮาร์กรีฟส์เองดูไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ กับการสกรีนเกมรุก เพราะเรดดิ้งได้สวนกลับน้อยลง แผงหลังทำงานง่ายขึ้น เกมของคาร์ริคดูโดดเด่นมากขึ้น เมื่อได้รับโอกาสให้เติมสูง และวางบอลยาวๆให้เพื่อน รวมทั้งสอดขึ้นไปยิงบ้าง ซึ่งเราจะเห็นว่า หลังๆนี้ คาร์ริคดูจะได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่องมากกว่าเพื่อน น่าจะเป็นอย่างที่ผมบอกไว้ก่อนหน้านี้ครับ คือคาร์ริคนั้น จะเด่นในการครองเกม และการเชื่อมเกม จึงต้องการโอกาสในการลงสนามต่อเนื่องมากกว่าคนอื่น เพื่อจับจังหวะการเล่นของเพื่อนๆ และเมื่อได้รับโอกาสเช่นนั้นในช่วงหลังๆ ก็จะเห็นว่า คาร์ริคเริ่มที่จะกลับมาเล่นในฟอร์มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ นัดต่อนัด

เกมที่ท่านเซอร์ได้วางแผนแก้มานั้น ทำให้ยูไนเต็ดบุกได้ดีมากขึ้น และมีช่องว่าง มีพื้นที่ให้กองหน้าทำงานมากขึ้นก็จริง แต่จุดที่ละเลยไปไม่ได้ก็คือ หลังบ้านเราจะหลวมมากขึ้น เพราะจังหวะที่คาร์ริคสอดขึ้นไป แล้วเกิดโดนสวนกลับมานั้น จะเหลือฮาร์กรีฟส์หน้าแผงหลังคนเดียว ทำให้ฮาร์กรีฟส์ต้องรับบทหนักขึ้น วิ่งไล่มากขึ้น และเมื่อเจอกับลูกวางยาวข้ามหัวหลายๆครั้งให้ลิต้าพักบอล ซึ่งยังดีที่เรายังมีวิดิช วันนี้ วิดิชเล่นลูกกลางอากาศค้ำกับลิต้าได้อย่างสุดยอดจริงๆครับ แทบไม่เปิดโอกาสให้ลิต้าได้เล่นกับบอลอย่างถนัดถนี่เลย เกมของเรดดิ้งในการสวนกลับ จึงถูกแก้เกมด้วยการออกมาเล่นทางกราบ แล้วครอสเข้ากลาง โดยให้เควิน ดอยล์ เป็นตัวเดินเกม และทำหน้าที่ได้ดีมากจากทางฝั่งของเอวร่า หรือไม่ก็เปิดจากหลังเข้าหน้ากรอบ เพื่อให้ลิต้าพักบอล หรือโหม่งชงให้แถวสอง แต่แผงหลังก็เก็บได้ค่อนข้างน่าพอใจครับ

เมื่อเกมทะลุนาทีที่เจ็ดสิบ ป๋าก็ต้องแก้เกมอีกครั้ง ทีนี้ เป็นการเสี่ยงเพื่อแลกประตูเลย เพราะเอานานี่ลงมา ถอดฮาร์กรีฟส์ออกไป การแก้เกมลักษณะนี้ ก็คือพยายามจะกดเรดดิ้งเอาไว้ในแดนตัวเองให้ได้ ปิดเกมของเรดดิ้งให้ถึงที่สุด โดยไม่สนใจจังหวะสวนของเรดดิ้งแล้ว เพียงแต่ให้คาร์ริคถอยลงมาคุมเกมตรงกลาง และมีกิ๊กส์, นานี่, โรนัลโด้ วูบวาบอย่างอิสระหน้ากรอบ ส่วนเตเวซ กับรูนี่ย์ทำทางอยู่ข้างหน้า เมื่อพิจารณาถึงการที่ทั้งห้าคนสามารถพาบอลไปกับตัวเองได้ทั้งหมด ปิดเกมเองก็ได้ ยิ่งทำให้สามารถพลิกแพลงการรุกได้มากขึ้น คู่ต่อสู้ก็ต้องพะวงมากขึ้น การที่เตเวซกับรูนี่ย์ลงต่ำบ่อยๆ ก็คือการดึงเอาตัวประกบให้หลุดจากพื้นที่ แล้วให้เพื่อนสอดขึ้นไปในพื้นที่ว่างแทน ทำให้ได้ประตูในที่สุด ด้วยการที่เตเวซลงมาต่ำมาก และวางบอลใส่พานให้รูนี่ย์วิ่งแทรกกองหลังสองตัวไปจิ้มบอลหนีมือฮาห์นีมันน์เข้าไป

หลังจากได้ประตูแรก เกมของยูไนเต็ดก็เริ่มช้าลงตามฟอร์มเดิม เน้นการครองบอลมากขึ้น และฉวยโอกาสที่เรดดิ้งเติมเกมรุกหวังทวงประตูคืน เพื่อทำเกมโต้กลับเร็วจากกลางสนาม มีการเปลี่ยนตัวเอาเฟล็ทเชอร์ลงมาแทนเตเวซ เพื่อปิดพื้นที่กลางสนามหลังจากขึ้นนำได้แล้ว แต่การเดินเกมที่ช้าลงของยูไนเต็ด ทำให้เรดดิ้งมีโอกาสมากขึ้นในการบุก และการที่เรดดิ้งพากันเดินหน้าขึ้นบุกเช่นนี้ ทำให้กลางและหลังของเรา ต้องรับบทหนักมากขึ้น โดยเฉพาะลูกกลางอากาศ ที่เรดดิ้งมักจะเปิดเข้าหน้าประตูตลอด อีกทั้งการที่มิดฟิลด์ของเรดดิ้ง สอดเข้ามาเติมได้ค่อนข้างดี ทำให้หลายๆครั้งที่กลางของเรดดิ้งสามารถสลัดหลุดมิดฟิลด์เรา แล้วสอดเข้ามาได้บ่อยๆ เช่นจังหวะหนึ่งที่เกิดจากการสอดมายิงของฮาร์เปอร์ ซึ่งหนีเฟล็ทเชอร์มาได้ ลูกนั้นเสียววาบจริงๆครับ

แต่เมื่อเรดดิ้งพากันเติมขึ้นมาเช่นนั้น เกมโต้กลับของยูไนเต็ดจึงน่ากลัวมากขึ้น เพราะพื้นที่หลังบ้านของเรดดิ้งได้เปิดอย่างมาก แผงหลังดันสูงเพื่อเช็คล้ำหน้าเกมสวนกลับของยูไนเต็ดตลอด ท่านเซอร์แก้เกมด้วยการดึงกองหน้าลงมาที่กลางสนาม เพื่อหนีจากกับดักล้ำหน้า และเปลี่ยนมาใช้การวางยาวข้ามไปที่ว่างแทน ให้กองหน้าควบไปเอา ซึ่งมาสำเร็จเอาในนาทีสุดท้าย ที่โรนัลโด้ได้บอลจากกลางสนาม ก่อนลากโซโล่เข้าไปยิง ลูกนี้ต้องชมรูนี่ย์เป็นอย่างมาก ที่อุตส่าห์วิ่งคู่ไปกับโด้ และวิ่งฉีกออกมาทางขวา ซึ่งช็อตนี้สามารถดึงผู้เล่นเรดดิ้งออกมาจากโรนัลโด้ได้สองคน ทำให้โรนัลโด้ได้ยิงง่ายขึ้นเยอะครับ และลูกนี้ ก็ทำให้โรนัลโด้ยิงไปแล้ว 17 ประตูในลีกจากการลงสนาม19 นัด ถือเป็นสถิติที่สุดยอดจริงๆ เพราะปีที่แล้ว โรนัลโด้ก็ยิงได้เท่านี้ แต่จากเกมทั้งซีซั่น

หลังเกมจบลง หลายๆท่านที่พลาดโอกาสชมการถ่ายทอด อาจจะมองว่าหมู แต่ที่จริง หืดขึ้นคอมากจริงๆ ผมว่าจุดเปลี่ยนในเกมนี้ ไม่ใช่ประตูของรูนี่ย์หรอกครับ แต่เป็นแผงหลังยูไนเต็ดต่างหาก ที่สามารถตั้งป้อม ยันเกมสวนกลับ และลูกฉาบฉวยกับลูกบอมบ์ของเจ้าบ้านเรดดิ้งได้ไม่มีพลาด หรือพลาดก็ไม่ถึงกับเสียประตู อันนี้ ผมถือเป็นจุดที่ทำให้เรดดิ้งไม่สามารถพลิกเกมได้ครับ หากหลังเราพลาดเสียประตูให้เรดดิ้งไปก่อน ผมว่าเราแพ้แน่นอน เพราะเรดดิ้งจะเลือกเกมแพ็ค แล้วโต้กลับ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง ดีไม่ดีจะโดนเม็ดที่สองอีกต่างหากจากการที่เราต้องดันเกมเพื่อยิงประตูคืน และเกมนี้ ขอปรบมือดังๆ ให้กับนักเตะเรดดิ้งทุกๆคนเลยครับ ที่สามารถเล่นบุกแลกกับยูไนเต็ดได้อย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี และเกือบทำผลงานมาสเตอร์พีซได้สำเร็จซะด้วย ถือเป็นอีกนัดที่นักเตะเรดดิ้งทำผลงานได้ดีจริงๆครับ เพียงแต่โชคร้ายเท่านั้นเอง ที่ไม่สามารถยันไว้อีกแค่สิบห้านาที

เกมนี้ บราวน์กลับมาเล่นเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง แข็งแกร่ง เหนียวแน่น ไม่โฉ่งฉ่าง และเติมเกมดีขึ้น ตรงนี้ผมมองออกแล้วว่า บราวน์นั้นเป็นคนที่สภาพจิตใจไม่ค่อยมั่นคงครับ หวั่นไหวง่าย และส่งผลต่อฟอร์มการเล่นเป็นอย่างมาก ท่านเซอร์เองคงมองเห็นเชนกัน จุดที่ผมสังเกตเห็นก็คือ เมื่อตอนมีข่าวว่า ยูไนเต็ด จะไม่เพิ่มค่าเหนื่อยในสัญญาใหม่ให้บราวน์ และบราวน์เองเลยยังไม่ยอมต่อออกไป หลังจากมีข่าวดังกล่าวออกไป ฟอร์มของบราวน์ก็รูดลงเรื่อยๆ จนมารูดที่สุดก็ช่วงที่ตลาดเปิด จนถูกดร็อปออกไปบ้าง แต่หลังจากถูกดร็อป และถูกแบนจากไข้เหลืองห้าใบไป ก็มีข่าวออกมาเมื่อวันสองวันก่อนเตะกับเรดดิ้ง ว่าสโมสรจะไม่ขายบราวน์ออกไปในช่วงตลาดเปิดแน่นอน จากจุดนั้น บราวน์กลับมาเล่นได้อย่างมีสมาธิอีกครั้ง และกลับมาสู่ฟอร์มที่ดีอีกครั้งได้สำเร็จ


ส่วนคาร์ริค นัดนี้ก็ครองเกมได้ดีมาก แต่เนื่องจากเป็นเกมที่ไม่ได้สู้ด้วยกองกลาง บทบาทของเขาผ่านหน้าจอทีวี จึงอาจไม่เด่นชัดเท่าไหร่ แต่การวางบอล การจ่ายทะลุช่องแสดงให้เห็นว่า คาร์ริคเริ่มกลับเข้าสู่ฟอร์มการเล่นที่ดีอีกครั้ง และตอนนี้ก็มีข่าวจากนิวคาสเซิลว่า พร้อมจ่าย 18 ล้านปอนด์ ดึงคาร์ริค ซึ่งเป็นชาวจอร์ดี้โดยกำเนิด และเริ่มไม่ค่อยได้ลงตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ ให้ไปสวมยูนิฟอร์มดำขาวแทน ซึ่งเราก็คงต้องลุ้นครับ ว่าสโมสร และตัวคาร์ริคเองจะว่าอย่างไร หากจำกันได้ เชียร์เรอร์เองนี่แหละ ที่แสดงให้เห็นว่า ชาวจอร์ดี้นั้นยึดมั่นต่อนิวคาสเซิลแค่ไหน จากการที่เชียร์เรอร์ บอกปัดข้อเสนอของท่านเซอร์ เพื่อย้ายไปสวมชุดดำขาวแทนครับ

นอกจากการคุมเกมของคาร์ริคแล้ว นัดนี้เราจะเห็นว่า ฮาร์กรีฟส์เริ่มมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์มากขึ้นเรื่อยๆ จากการวิ่งไล่ การเข้าสกัด และการเบียดแย่งบอล ก็น่าจะทำให้อุ่นใจได้ว่า ฮาร์กรีฟส์จะยังสามารถเล่นได้ในสภาพพีคเต็มที่ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่ต้องเข้าๆออกๆโรงหมออยู่บ่อยๆเหมือนที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน กิ๊กส์เองก็ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเก๋าประสบการณ์ที่มาพร้อมอายุที่มากขึ้น และไม่ได้ทำให้ความแก่เป็นอุปสรรคในการเล่นแม้แต่น้อย หากร่างกายเขายังฟิตผมก็เชื่อว่ากิ๊กส์จะสามารถเล่นต่อไปได้อีกเรื่อยๆครับ

เตเวซได้กลายเป็นตัวพักบอลไปแล้ว หลังจากที่พยายามใช้ซาฮามานาน แต่ไม่สามารถสลัดกาอารเจ็บได้เด็ดขาดเสียที ก็คงมีการปั้นให้เตเวซเป็นตัวพักบอลแทน เกมนี้ก็แสดงให้เห็นว่า เตเวซสามารถพักบอลยาวค้ำกับกองหลังตัวใหญ่ๆได้ดีมาก เพียงแต่เขาปิดจุดอ่อนที่ตัวเล็กด้วยการไม่พลิกไปเอง แต่พักบอล แล้วรอเพื่อนเติม เพื่อป้ายบอลให้ เตเวซเล่นช็อตนี้หลายครั้งมาก และก็ทำให้ยูไนเต็ดมีโอกาสเข้าทำจากจังหวะเช่นนี้หลายต่อหลายครั้ง รูนี่ย์ กับโรนัลโด้ สามารถสอดเข้ามาเล่นบอลที่เตเวซเก็บได้อย่างดีจริงๆ ก็น่าคิดนะครับว่า ถ้าเตเวซทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีขึ้นมาจริงๆจังๆแล้วล่ะก็ เราอาจเห็นกองหน้าตัวใหม่เข้ามาเพิ่มก็ได้ครับ เพราะเตเวซจะกลายเป็นหน้าต่ำโดยสมบูรณ์ทันทีในแท็คติคนี้ เพียงแต่ต้องดูกันยาวๆ ว่าเตเวซจะสามารถรับบทบาทนี้ในระยะยาว กับการค้ำกองหลังที่สูงๆใหญ่ๆแข็งแกร่ง ได้มากและยาวนานแค่ไหน

เมื่อจบเกมลง ผมก็มานั่งพิจารณาว่า โอกาสในการคว้าแชมป์ซีซั่นนี้ มันยังคงเปิดกว้างอยู่มาก อาร์เซนอลยังคงอยู่ในฟอร์มที่ดี แม้จะขาดตัวหลัก ส่วนเชลซีนั้น ถึงจะกระทบอย่างแรงจากศึกแอฟฯ เนชั่นส์ แต่ก็ยังสามารถใช้แท็คติคครองเกมเพื่อกดดัน จนได้ประตูในนาทีท้ายๆ คว้าสามแต้มมาได้เรื่อยๆ ตอนนี้ สามทีมนำแต้มห่างแค่สี่เท่านั้น แล้วยังต้องฟาดฟันกันเองอีกด้วย ทั้งหมดนี้ ทำให้ผมชักมั่นใจขึ้นเรื่อยๆว่า การตัดสินแชมป์ จะยังไม่สามารถคาดเดาได้ จนกว่าศึกยุโรปจะเริ่มฟาดแข้งกันไปสักระยะหนึ่ง และศึกเอฟเอ คัพ จะดึงสมาธิทีมลุ้นแชมป์ไปแค่ไหน ซึ่งการกรำศึกหนักเช่นนี้นี่เอง ที่เป็นตัวแปรทำให้ เชลซี และแมนฯยูฯ พากันเป๋ในปลายๆซีซั่นที่แล้ว เนื่องจากตัวหลักไม่สามารถยืนระยะได้ยาวนานนั่นเองครับ

การขาดตัวหลักไป อาจส่งผลไม่มากนัก นอกจากพลาดเป็นบางนัดในลีก แต่เนื่องจากการแข่งขันในลีก ยังมีช่วงที่ได้เจอทีมแข็งทีมอ่อนสลับกันบ้าง ยังคงทำให้โอกาสที่จะเก็บแต้มโดยที่ตัวหลักเจ็บนั้น ยังพอทำได้ครับ แต่กับศึกยุโรปล่ะ หากปราศจากตัวหลักแค่สองสามตัวแล้วล่ะก็... ลำบากแสนสาหัสเลยครับ ที่จะพลิกสถานการณ์ มาเดินเกมที่ถนัดได้อย่างมีศักยภาพเต็มที่ ด้วยตัวสำรอง...



Create Date : 21 มกราคม 2551
Last Update : 21 มกราคม 2551 9:42:02 น. 2 comments
Counter : 217 Pageviews.

 
เฮ่อ ในที่สุดแมนยูฯ ก็ชนะ


โดย: mamminnie วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:10:38:35 น.  

 
มีความสุขในวันนี้นะค่ะ


โดย: โสมรัศมี วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:10:50:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.