Health Engineer Sport Club
Group Blog
 
All Blogs
 

บอลไทย - บอลโลก



แข้งไทยได้เฮชนมาเก๊า คัดบอลโลก2010นัดแรก

ทีมชาติไทย ได้เฮ เหตุเจอทีมสมันอย่างมาเก๊า ในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก รอบแรก พร้อมเล่นในบ้านก่อนอีกด้วย โดยจะแข่งขันกันในเดือนตุลาคมนี้ ส่วน อิรัก แชมป์ เอเชียน คัพ เจองานสุดหมูพบกับ ปากีสถาน ทว่าในนัดเหย้าต้องไปเล่นที่ประเทศเป็นกลาง ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย ส่วน 5 ทีมยักษ์ใหญ่ ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, ซาอุดีอาระเบีย, ญี่ปุ่น และ อิหร่าน ได้สิทธิ์ไปรอเล่นในรอบสามต่อไปได้เลย

สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งชาติเอเชีย (เอเอฟซี) ทำการจับสลากประกบคู่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก รอบแรก และรอบสอง ของโซนเอเชีย ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยทีมชาติไทย โชคดีได้พบกับมาเก๊า ทีมสมันน้อยประจำทวีป และยังได้เล่นเป็นเจ้าบ้านก่อนอีกด้วย ขณะที่ อิรัก แชมป์เอเชียน คัพ ครั้งล่าสุด จะพบกับ ปากีสถาน แต่นัดแรกจะไปเป็นทีมเยือน ก่อนจะกลับมาเล่นที่ประเทศจอร์แดน ในนัดเหย้า เนื่องจาก อิรัก ไม่สามารถแข่งขันในประเทศได้จากผลของสงครามกลางเมือง

ขณะเดียวกัน อัฟกานิสถาน และ ปาเลสไตน์ ก็ถูกห้ามแข่งขันที่ประเทศของตนเองด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุผลเดียวกันกับ อิรัก โดยรายแรกจะพบกับ ซีเรีย ส่วนรายหลังพบกับ สิงคโปร์ แชมป์อาเซียน แชมเปี้ยนชิพ สองสมัยซ้อน

ทั้งนี้ ศึกเวิลด์ คัพ 2010 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย มี 43 ประเทศ จากทั้งหมด 46 ประเทศเข้าร่วม ขาดเพียง ลาว, ฟิลิปปินส์ และ บรูไน ที่ไม่พร้อมเลยไม่ขอส่งทีมเข้าแข่งขัน โดยการจับสลากประกบคู่ในรอบแรก ได้นำเอาทีมวางอันดับที่ 6-43 มาจับสลากประกบคู่เตะกันแบบเหย้า-เยือน โดยทีมอันดับที่ 6-24 ถูกจัดอยู่ในโถ เอ ส่วนอันดับ 25-43 อยู่ในโถ บี ซึ่งทั้ง 19 ทีมที่ผ่านรอบแรกได้ ทีมที่อยู่ในอันดับที่ต่ำที่สุด 8 ทีมจะต้องไปเล่นในรอบที่สองต่อไป ขณะที่ทีมที่อยู่ในอันดับที่สูงกว่า 11 ทีมจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่สาม ขณะที่ ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, ซาอุดีอาระเบีย, ญี่ปุ่น และ อิหร่าน ทีมวาง 5 อันดับแรกจะได้เข้าไปเล่นในรอบสามเลย

สำหรับการแข่งขันในรอบแรกนั้น จะแข่งขันนัดแรก ในวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม และนัดที่สอง ในวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม นี้ จากนั้น ทีมผู้ชนะ 19 ทีมจะทำการพิจารณาเพื่อเข้ารอบด้วยการดูแรงกิ้ง โดยที่ 11 ทีมแรกจากอันดับที่วางเอาไว้ก่อนรอบแรกจะได้สิทธิ์เข้าไปเล่นในรอบสาม ส่วนอีก 8 ทีมจะประกบคู่เตะรอบสอง หาทีมชนะ 4 ทีมไปเล่นในรอบสามต่อไป โดยจะแข่งนัดแรกในวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน และนัดที่สอง ในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน นี้

ส่วนการจับสลากในรอบสาม จะมีขึ้นที่เมืองเดอร์บาน ประเทศแอฟริกาใต้ ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายนนี้ โดยมี 11 ทีมที่ผ่านมาจากรอบแรก บวกกับ 4 ทีมที่ผ่านมาจากรอบที่สอง และ 5 ทีมวางรวมเป็น 20 ทีม จะถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มละ 4 ทีม และเอาอันดับหนึ่งและสองเข้าไปเล่นในรอบ 4 หรือรอบ 10 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มๆ ละ 5 ทีม โดยทีมที่ได้อันดับหนึ่งและสองของแต่ละกลุ่ม จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก 2010 ทันที ส่วนทีมที่ได้อันดับสามของแต่ละกลุ่ม จะเตะเพลย์ออฟแบบเหย้าเยือน และผู้ชนะจะไปเตะเพลย์ออฟกับ แชมป์โซนโอเชียเนีย เพื่อหาทีมไปเล่นรอบสุดท้ายของการแข่งฟุตบอลโลกต่อไป

การจัดอันดับแรงกิ้งของ เอเอฟซี
1. ออสเตรเลีย 2. เกาหลีใต้ 3. ซาอุดีอาระเบีย 4. ญี่ปุ่น 5. อิหร่าน 6. บาห์เรน 7. อุซเบกิสถาน 8. คูเวต 9. เกาหลีเหนือ 10. จีน 11. จอร์แดน 12. อิรัก 13. เลบานอน 14. โอมาน 15. ยูเออี 16. กาตาร์ 17. ซีเรีย 18. ปาเลสไตน์ 19. ไทย 20. เติร์กเมนิสถาน 21. ทาจิกิสถาน 22. อินโดนีเซีย 23. ฮ่องกง 24. เยเมน 25. เวียดนาม 26. คีร์กิซสถาน 27. มัลดีฟส์ 28. อินเดีย 29. สิงคโปร์ 30. ศรีลังกา 31. มาเลเซีย 32. จีน ไทเป 33. บังกลาเทศ 34. มาเก๊า 35.ปากีสถาน 36. อัฟกานิสถาน 37. มองโกเลีย 38. กวม 39. เนปาล 40. กัมพูชา 41. ภูฏาน 42. เมียนมาร์ และ 43. ติมอร์ตะวันออก

หมายเหตุ : ทีมวางอันดับ 1-5 จะได้สิทธิ์บายเข้าไปเล่นในรอบสามเลย ส่วนที่เหลือจะต้องประกบคู่เตะรอบแรก

ผลการจับสลากประกบคู่รอบแรก (ทีมแรกเป็นเจ้าบ้านก่อน)
1. ปากีสถาน-อิรัก
2. อุซเบกิสถาน-ไต้หวัน
3. ไทย-มาเก๊า
4. ศรีลังกา-กาตาร์
5. จีน-พม่า
6. ภูฏาน-คูเวต
7. คีร์กิสถาน-จอร์แดน
8. เวียดนาม-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)
9. บาห์เรน-มาเลเซีย
10. ติมอร์ตะวันออก-ฮ่องกง
11. ซีเรีย-อัฟกานิสถาน
12. เยเมน-มัลดีฟส์
13. บังกลาเทศ-ทาจิกิสถาน
14. มองโกเลีย-เกาหลีเหนือ
15. โอมาน-เนปาล
16. ปาเลสไตน์-สิงคโปร์
17. เลบานอน-อินเดีย
18. กัมพูชา-เติร์กเมนิสถาน
19. กวม-อินโดนีเซีย

หมายเหตุ : โปรแกรมการแข่งขันนัดแรก จะเล่นในวันที่ 8 ตุลาคม และนัดที่สอง วันที่ 28 ตุลาคม และทีมชนะจากรอบแรก 19 ทีมจะหาทีมวางอันดับที่ดีที่สุด 11 ทีมผ่านเข้ารอบสามทันที ส่วนอีก 8 ทีม จะต้องประกบคู่เพื่อหา 4 ทีมเข้ารอบสามต่อไป โดยได้มีการประกบคู่รอบสองไว้แล้ว ดังนี้

ผลการจับสลากประกบคู่รอบสอง (ทีมแรกเป็นเจ้าบ้านก่อน)
1. ทีมอันดับ17 พบ ทีมอันดับ14
2. ทีมอันดับ16 พบ ทีมอันดับ12
3. ทีมอันดับ19 พบ ทีมอันดับ15
4. ทีมอันดับ18 พบ ทีมอันดับ13

หมายเหตุ : โปรแกรมรอบสองจะทำการแข่งขันนัดแรก 9 พฤศจิกายน และ นัดที่สอง 18 พฤศจิกายน นี้

ตัดมาจากสยามกีฬานะคับ




 

Create Date : 06 สิงหาคม 2550    
Last Update : 6 สิงหาคม 2550 23:06:13 น.
Counter : 177 Pageviews.  

นาดาลเจ๋งคว่ำเฟด-เอ็กซ์คว้าแชมป์เฟร้นช์3ปีซ้อน



นาดาลเจ๋งคว่ำเฟด-เอ็กซ์คว้าแชมป์เฟร้นช์3ปีซ้อน

ราฟาเอล นาดาล นักหวดลูกสักหลาดหนุ่มชาวสแปนิช แสดงให้เห็นถึงความเป็นราชาคอร์ตดินตัวจริงเสียงจริง เมื่อหวดเอาชนะ "เฟด-เอ็กซ์" โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ คู่ปรับชาวสวิส 3-1 เซต พร้อมกับคว้าแชมป์เทนนิส เฟร้นช์ โอเพ่น ได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา

การแข่งขันเทนนิส แกรนด์สแลม รายการ เฟร้นช์ โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 15,264,500 ยูโร (ประมาณ 702.16 ล้านบาท) ที่ โรล็องด์ การ์โรส กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2550เป็นการแข่งขันประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักหวดสวิตเซอร์แลนด์ มือ 1โลก พบ ราฟาเอล นาดาล แชมป์เก่าสองสมัยจากสเปนและ มือ 2โลก

เฟเดอเรอร์ เป็นฝ่ายรักษาเกมเสิร์ฟขึ้นนำก่อน จากนั้น ผลัดกันปิดเกมของตัวเอง จนกระทั่งเกมที่ 4 นาดาล โดน เฟเดอเรอร์ วางโยกจนเผชิญหน้ากับ 2 เบรกพอยต์ ทว่า ก็กลับมาเสิร์ฟได้ดีและเอาตัวรอดไปได้ จากนั้น เฟเดอเรอร์ รักษาเกมเสิร์ฟขึ้นนำสบาย และมีโอกาสได้เบรกอีกครั้ง แต่นาดาล ยังเหนียวเซฟได้ถึง 5 เบรกพอยต์ ก่อนจะปิดเกมได้สำเร็จหลังเล่นกันไปนานถึง 17 นาทีในเกมนี้

จากนั้น เฟเดอเรอร์ กลับตีเสียเองหมดทำให้พลาดโดนเบรกเสิร์ฟไปก่อน นาดาล ขึ้นนำ 4-3 แต่นักหวดสวิส ก็มีโอกาสได้เบรกอีกครั้งในเกมต่อมา แต่แชมป์เก่าเสิร์ฟได้ดีและวางบอลโยกให้ เฟเดอเรอร์ เล่นไม่ถนัดก่อนจะรักษาเกมเสิร์ฟ ขึ้นนำ 5-3 และการวางบอลลึกสุดเส้นของ นาดาล ก็บีบให้ เฟเดอเรอร์ พลาดง่ายๆ อีกครั้งและเบรกเสิร์ฟได้เป็นครั้งที่ 2 ก่อนจะเก็บเซตแรกได้ก่อน 6-3 หลังดวลกันนานถึง 51 นาที

เซตสองนาดาล เป็นฝ่ายเริ่มเกมเสิร์ฟก่อนบ้าง และในเกมที่ 4 ก็มีโอกาสได้เบรกพอยต์ แต่ เฟเดอเรอร์ ก็เซฟเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะรักษาเกมเสิร์ฟ เสมอกัน 2-2 จากนั้น ผลัดกันปิดเกมแต่ในเกมที่ 7 เฟเดอเรอร์ เปลี่ยนมาเล่นเกมบุกหน้าเน็ตและโจมตีเร็ว ก่อนจะเบรกได้เป็นเกมแรกในแมตช์นี้พลิกขึ้นนำ 4-3

จากนั้น เฟเดอเรอร์ ก็ขึ้นนำ 5-3 และมีโอกาสได้ 2 เบรกพอยต์แต่ นาดาล ก็ยื้อไว้ได้และดิวซ์กันถึง 7 ครั้งก่อนที่แชมป์เก่าจะปิดเกมได้อย่างหืดจับ แต่ก็ทำได้เท่านั้น เมื่อ เฟเดอเรอร์ ออกมารักษาเกมเสิร์ฟและได้เซตที่ 2 ไปบ้าง6-4 ทำให้เสมอกัน1-1 เซต

เซตสามแชมป์เก่า เรียกความมั่นใจคืนมาได้อย่างรวดเร็วเมื่อเบรกเสิร์ฟ เฟเดอเรอร์ ในเกมที่ 2 และขึ้นนำห่าง 3-0 เมื่อรักษาเกมเสิร์ฟของตัวเองเอาไว้ได้ จากนั้น ทั้งคู่ผลัดกันรักษาเกมเสิร์ฟ แต่เปอร์เซ็นต์ความผิดพลาดของนักหวดสวิส ยังมีมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โฟร์แฮนด์

นาดาล ยังเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และมีโอกาสได้เบรกพอยต์ในเกมที่ 8 แต่ เฟเดอเรอร์ ยังเซฟไว้ได้ ไล่มา 3-5 แต่เกมถัดมา สิงห์อีซ้าย ก็ออกมาเสิร์ฟปิดเซตได้สำเร็จ 6-3 ขึ้นนำ 2-1 เซต

เซตสี่ เฟเดอเรอร์ ขึ้นนำก่อน 1-0 และมีโอกาสนำห่างเมื่อได้เบรกพอยต์ในเกมต่อมา ทว่า นาดาล ก็เสิร์ฟได้อย่างเฉียบขาดและเอาตัวรอดไปได้สำเร็จ และยังเป็นฝ่ายเบรกเสิร์ฟได้เมื่อ เฟเดอเรอร์ ยิงโฟร์แฮนด์ติดเน็ตอย่างเหลือเชื่อ ก่อนจะขึ้นนำห่าง 3-1 เมื่อรักษาเกมเสิร์ฟของตัวเอง

นาดาล ยังเล่นด้วยความมั่นใจ ในขณะที่ เฟเดอเรอร์ ผิดพลาดเองง่ายๆ หลายจังหวะโดยเฉพาะจากโฟร์แฮนด์ แต่ก็ยังรักษาเกมเสิร์ฟของตัวเองเอาไว้ได้ จากนั้น ทั้งคู่ผลัดกันรักษาเกมเสิร์ฟทำให้ นาดาล ขึ้นแท่น 5-3 เฟเดอเรอร์ ออกมาเสิร์ฟภายใต้ความกดดันอย่างหนัก แต่ก็ยังปิดเกมไปได้ ทว่า เกมถัดมา นาดาล ก็เสิร์ฟได้อย่างยอดเยี่ยมและได้ถึง 3 แมตช์พอยต์ ก่อนที่ เฟเดอเรอร์ จะยิงโฟร์แฮนด์ล้นเส้นหลัง ทำให้สิงห์อีซ้ายเอาชนะไปได้ 6-4 ทำให้ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จด้วยการชนะ 3-1 เซต 6-3, 4-6, 6-3, 6-4

นาดาล มือวางอันดับ 2 ของรายการ ใช้เวลา 3 ชม. 10 นาที ในการย้ำแค้นยอดนักหวดมือ 1 โลก ชาวสวิส ในรอบชิงชนะเลิศ ที่โรล็องด์ การ์โรส เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และนั่นทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนแรกต่อจาก บียอร์น บอร์ก ตำนานชาวสวีดิช ที่คว้าแชมป์ชายเดี่ยวเฟร้นช์ โอเพ่น 3 สมัยซ้อน ระหว่างปี 1978-81

เฟร้นช์ โอเพ่น 2007 ถือแชมป์รายการที่ 5 ในปีนี้ของ นาดาล และเป็นแชมป์อาชีพลำดับที่ 22 ขณะที่ เฟเดอเรอร์ ซึ่งรับเงินปลอบใจไปครึ่งหนึ่ง (25 ล้านบาท) ยังคงต้องรอลุ้นการคว้าแกรนด์สแลมครบทั้ง 4 รายการต่อไปในปีหน้า

"ผมเสียใจกับ โรเจอร์ ด้วย" นาดาล กล่าว "เขาเป็นคนที่เยี่ยมมากและเป็นแชมเปี้ยนผู้ยิ่งใหญ่ ผมมีความสุขที่คว้าแชมป์ที่นี่อีกครั้ง แต่ผมก็ยังต้องพยายามที่จะทำให้มันดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก"

ขณะที่ เฟเดอเรอร์ เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 10 รายการ กล่าวว่า "มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่ผมคิดว่าผมเข้าใกล้ชัยชนะมากกว่าปีที่แล้ว ปีนี้ผมตกเป็นรองตลอด และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่นี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ และผมจะพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อคว้าแชมป์ให้ได้ในปีนี้"

ทำเนียบแชมป์ 10 ปีหลังสุด
- 2007 ราฟาเอล นาดาล (สเปน)
- 2006 ราฟาเอล นาดาล (สเปน)
- 2005 ราฟาเอล นาดาล (สเปน)
- 2004 กัสตอน เกาดิโอ (อาร์เจนตินา)
- 2003 ฆวน คาร์ลอส เฟร์เรโร่ (สเปน)
- 2002 อัลเบิร์ต คอสต้า (สเปน)
- 2001 กุสตาโว เคียร์เท่น (บราซิล)
- 2000 กุสตาโว เคียร์เท่น (บราซิล)
- 1999 อังเดร อากัสซี่ (สหรัฐฯ)
- 1998 คาร์ลอส โมย่า (สเปน)




 

Create Date : 10 มิถุนายน 2550    
Last Update : 10 มิถุนายน 2550 23:54:54 น.
Counter : 162 Pageviews.  

รายงานผลบอลคับ




เชลซีบอดเจ๊าสาลิกา0-0ยังตามหลังผีอยู่3คะแนน

"สิงห์บูลส์" เชลซี พลาดโอกาศสำคัญในการไล่กดดันจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังไม่สามารถทะลวงประตู "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ได้เจ๊ากันไป 0-0 โดย โจ โคล เกือบเป็นอีโร่ยิงถากเสาไปในช่วงทดเจ็บ โดย เชลซี ยังคงตามหลังปีศาจแดงอยู่ 3 คะแนน ในขณะที่ นิวคาสเซิ่ล ขึ้นมาอยู่ที่ 11 ของตารางคะแนน

ฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2550

นิวคาสเซิ่ล 0 - เชลซี 0

"สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิดรัง เซนต์ เจมส์ พาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี งานนี้เจ้าถิ่นไม่มีลุ้นอะไรแล้ว เกล็น โรเดอร์ ไม่มี สก๊อตต์ พาร์เกอร์ มิดฟิลด์ตัวเก่งที่ไม่ฟิต ตัวเข้าทำเป็น โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ และ อ็องตวน ซิเบียร์สกี้

ฝั่งทีมเยือน โชเซ่ มูรินโญ่ ให้ อังเดร เชฟเชนโก้ นั่งสำรองโดยเป็น ซาโลมง กาลู กับ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่ยืนหน้าคู่กัน ส่วน มิชาเอล เอสเซียง รับบทเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ จอห์น เทอร์รี่ ซึ่งงานนี้ เชลซี ต้องการชัยชนะเพื่อไล่ แมนฯยูไนเต็ด ให้เหลือคะแนนเดียว

นิวคาสเซิ่ล ต่อบอลสู้กับ เชลซี ได้ดีทีเดียวเจ้าถิ่นเล่นได้ดีกว่านิดๆด้วยซ้ำ น.2 ซิเบียร์สกี้ ได้ขึ้นโหม่งน่าเสียดายที่ไปติดบล็อกของ เอสเซียง เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้ง น.16 คราวนี้ โอ บาเฟมี่ มาร์ตินส์ ได้กดด้วยอีซ้ายระยะสิบหลาเศษแต่ติดบล็อกของ โคลด มาเกเลเล่ ต่อมาไม่นาน มิชาเอล บัลลัค กองกลางตัวเก่งของ เชลซี เจ็บเล่นต่อไม่ไหวเป็น จอห์น มิเกล ที่ได้เล่น แทน

เกมค่อนข้างจะจืดทีเดียว ทังคู่แทบไม่มีโอกาสได้ลุ้นเหน่งๆกันเลย น.28 คีรอน ดายเออร์ ได้ซัดด้วอีขวาจากนอกเขต แต่บอลหลุดกรอบออกไป น.35 เชลซี ได้ลุ้นบ้างเมื่อ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เปิดฟรีคิกทางขวาให้ จอห์น เทอร์รี่ ขึ้นโหม่งหลุดกรอบออกไป

มาร์ตินส์ วูบวาบทีเดียว น.41 เขาสร้างจังหวะยิงจากระยะ 25 หลาแต่ก็ไม่เข้ากรอบอีก ขณะที่ เชลซี ก็ได้ลุ้นจาก แลมพาร์ด และ มิเกล ก็พลาดไปเช่นกัน ครบ 45 นาทีเสมอกัน 0- 0

ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังใช้ผู้เล่นหน้าเดิมออกสตาร์ตใหม่ไม่ถึง 2 นาที เชลซี ได้ลุ้นจากชอตตะลุยของ กาลู ที่ไหลให้ แลมพาร์ด ยิงข้ามคานออกไป ผ่านครึ่งหลังไปไม่ถึง 10 นาที มู รินโญ่ ทำการเปลี่ยนตัวโดยส่ง โจ โคล ลงไปแทน ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์

เดอะ แม็กพายส์ น่าได้ประตูเหลือเกินเมื่อ คีรอน ดายเออร์ หลุดไปยิงในกรอบโทษด้านซ้าย แต่ติดเซฟของ ปีเตอร์ เชก หวุดหวิด ผ่าน 1 ชั่วโมงไปไม่นาน เชลซี เกือบได้ประตูจาก การเปิดทางซ้ายของ โจ โคล ทว่าก่อนที่ กาลู จะล้มตัวยิงได้ก็โดนกองหลังเจ้าบ้านบล็อกเอาไว้พอดี

สิงห์บลูส์ ครองเกมดีกว่านิดๆและได้ฟรีคิกติดๆกันหลายครั้ง แต่เกมรับของเจ้าบ้านไม่พลาดเลยทำให้ 15 นาทีสุดท้าย มูรินโญ่ ต้องส่ง อังเดร เชฟเชนโก้ ลงไปแทน มาเกเลเล่ เกมบี้กันสูสีอีกครั้ง โดยเกมโต้กลับของ นิวคาสเซิ่ล ก็สร้างความปั่นป่วนให้ เชลซี ได้ตลอดเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีลุ้นเป็นเริ่องเป็นราว

นิวคาสเซิ่ล ได้ลุ้น น.89 เมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ โยนจากซ้ายให้ มาร์ตินส์ โหม่งข้ามคานออกไป ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เชลซี เกือบได้ประตูชัยเมื่อ เฟอร์ไรร่า ตัดบอลได้ทางขวาก่อนจะ กระชากไปเปิดให้ โจ โคล ยิงตามน้ำบอลหลุดกรอบผ่านเสาสองไปนิดเดียวจบเกมเสมอ 0-0 แบ่งกันไปฝ่ายละ 1 คะแนน เชลซี ตามหลัง แมนฯยูไนเต็ด 3 คะแนนเหมือนเมื่อสัปดาห์ ก่อน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
นิวคาสเซิ่ล : สตีฟ ฮาร์เปอร์, โนลเบอร์โต้ โซลาโน่, ไตตัส บรัมเบิ้ล, สตีเว่น เทย์เลอร์, สตีเฟ่น คาร์, เจมส์ มิลเนอร์, นิคกี้ บัตต์, คีรอน ดายเออร์, เอ็มเร่ เบโลโซกลู, อ็องตวน ซิเบียร์ สกี้, โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์
เชลซี : ปีเตอร์ เชก, เปาโล เฟอร์ไรร่า, มิชาเอล เอสเซียง, จอห์น เทอร์รี่, เวย์น บริดจ์, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์, โคล้ด มาเกเลเล่, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, มิชาเอล บัลลัค, ดีดิเยร์ ดร็อกบา, ซาโลมง กาลู

ตัดมาจากสยามกีฬาคับ




 

Create Date : 22 เมษายน 2550    
Last Update : 22 เมษายน 2550 22:42:35 น.
Counter : 134 Pageviews.  

ผลฟุตบอลคับ


เจิดซัดเบิ้ลพาหงส์เฮ2-0 เชลซีพังค้อน,กุหลาบใส

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดบ้านบินฉลุยสอนเชิง "เดอะ โบโร่" มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-0 สตีเว่น เจอร์ราร์ด อาสากดเบิ้ล น.58 และ จุดโทษน.65 ซิวสามคะแนนแซง อาร์เซน่อล ขึ้นมาอยู่ที่3เหมือนเดิม ขณะที่ "สิงห์บลูส์" เชลซี ฟอร์มดุ ยกพลบุกหัก "ขุนค้อน" เวสต์ แฮม คาถิ่น 4-1 ซิวสามคะแนน จี้ติด แมนฯยูไนเต็ด เหลือสามคะแนน ในศึกพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา

ฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ
ลิเวอร์พูล 2 - มิดเดิ้ลสโบรช์ 0

เกมที่สนาม แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับมือ มิดเดิ้ลสโบรช์ โดยเกมนี้เจ้าบ้านไม่มี เคร็ก เบลลามี่ ที่บาดเจ็บ ทำให้ ราฟาเอล เบนิเตซ ปรับมาเล่นกองหน้าคนเดียว โดยใช้ ปีเตอร์ เคร้าช์ ลงเล่น ขณะที่ เดิร์ค เค้าท์ กับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เป็นสำรอง

ขณะที่ทีมเยือนโบโร่ได้ เอมานูเอล โปกาเตตซ์ กับ เจมส์ มอร์ริสัน พ้นโทษแบนกลับมาลงสนาม ส่วน มาร์ค วิดูก้า ฟิตกลับมาแต่เป็นเพียงแค่ตัวสำรองในเกมนี้ ทำให้ แกเร็ธ เซาธ์เกต ปรับมาใช้งาน ยาคูบู อเย็กเบนี่ เป็นหอกเดี่ยวเช่นกัน

เกมในครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเดินเกมรุกกันได้ไม่ไหลลื่น ในช่วงต้น ลิเวอร์พูล มีโอกาสจากลูกยิงไกลของ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ สองครั้ง แต่ก็โด่งข้ามคานออกไปไม่ได้ลุ้นทั้งสองครั้ง

นาทีที่ 29 ลิเวอร์พูล ขึ้นเกมรุกทางกราบขวา เจอร์เมน เพนแนนท์ กระชากบอลไปถึงเส้นหลังแล้วตบกลับมาให้ โมโม่ ซิสโซโก้ แประยะ 6 หลาหลุดเสาแรกออกไป

โบโร่ แทบไม่มีจังหวะหวาดเสียวให้เห็น แต่นาทีที่ 40 เจมี่ คาร์ราเกอร์ กองหลังลิเวอร์พูล กลับเล่นพลาดดื้อๆ เมื่อจะไปล็อบหลบ ฟาบิโอ โรเชมบัค แต่ลื่นล้มเอง ทำให้ โรเชมบัค ลากบอลจากระยะ 50 หลาเข้าไปซัดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษเฉี่ยวเสาแรกออกไปนิดเดียว

ก่อนจบครึ่งแรก 2 นาที กลับมาเป็นโอกาสลุ้นของหงส์แดงอีกครั้ง โมโม่ ซิสโซโก้ จ่ายบอลออกทางขวาให้ เพนแนนท์ ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นในครึ่งแรก กระชากเข้าเขตโทษแล้วตบย้อนกลับมาให้ ซิสโซโก้ ในเขตโทษโล่งๆ แต่มิดฟิลด์ชาวมาลีกลับยิงแป๊กออกไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน เสมอกัน 0-0

เริ่มครึ่งหลังไปได้ 4 นาที หงส์แดง เกือบได้ประตูนำอย่างรวดเร็ว เมื่อ เพนแนนท์ โยนลูกเตะมุมไปให้ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เทกตัวโหม่งเหน่งๆ ตรงจุดโทษ แต่บอลเช็ดคานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ถึงนาทีที่ 58 ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ เมื่อ เบาเดอไวน์ เซนเด้น ไหลบอลให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด จับบอลตรงระยะ 25 หลา แล้วกระหน่ำด้วยเท้าขวาเสียบมุมเข้าไปอย่างหมดจด

เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 65 ลิเวอร์พูล ยังมาได้ลูกจุดโทษอีก จากจังหวะที่ เพนแนนท์ โยนบอลจากปีกขวาเข้าไปหน้าประตู ปีเตอร์ เคร้าช์ โดน แอนดรูว์ เดวี่ส์ ดึงเสื้อในจังหวะจะขึ้นโหม่ง เกรแฮม โพลล์ จึงชี้ไปที่จุดโทษทันที และเป็น เจอร์ราร์ด คนเดิม รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปไม่พลาด โดยที่ ชวาร์เซอร์ พุ่งผิดทาง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่าง 2-0

ช่วงท้าย เจ้าบ้านครองบอลเอาไว้ได้หมด จบเกม ลิเวอร์พูล จึงทุบเอาชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ ไปอย่างนิ่มๆ 2-0 เก็บ 3 คะแนนแซงหน้า อาร์เซน่อล ขึ้นไปอยู่อันดับ 3 อีกครั้ง

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ มานูเอล เรน่า, อัลบาโร่ อาร์เบลัว, เจมี่ คาร์ราเกอร์, ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์, ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่, เจอร์เมน เพนแนนท์, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, โมฮาเหม็ด ซิสโซโก้, เบาเดอไวน์ เซนเด้น, สตีเว่น เจอรราร์ด, ปีเตอร์ เคร้าช์
สำรอง : เจอร์ซี่ ดูเด็ค, ซามี่ ฮูเปีย, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, มาร์ค กอนซาเลซ, เดิร์ค เค้าท์
มิดเดิ้ลสโบรช์ : มาร์ค ชวาร์เซอร์, แอนดรูว์ เดวี่ส์, โจนาธาน วู้ดเกต, เอมานูเอล โปกาเตตซ์, แอนดรูว์ เทย์เลอร์, เจมส์ มอร์ริสัน, จอร์จ บัวเต็ง, ลี คัตเทอร์โมล, ฟาบิโอ โรเชมบัค, สจ็วร์ต ดาวนิ่ง, ยาคูบู อเย็กเบนี่
สำรอง : แบร๊ด โจนส์, คริส ริคก็อตต์, มาร์ค วิดูก้า, อี ดอง-กุ๊ก, อดัม จอห์นสัน

เวสต์ แฮม 1 - เชลซี 4

"ขุนค้อน" เวสต์ แฮม ต้องต่อสู้เพื่อสามคะแนนเต็มไว้ลุ้นหนีตกชั้น ส่วน เชลซี ต้องการสามแต้มเต็มเพื่อขยับไล่จี้ติด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงให้เหลือช่องว่างเพียงแค่ 3 คะแนน โดยเจ้าบ้านส่ง คาร์ลอส เตเบซ ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่า กับ บ็อบบี้ ซาโมร่า ที่ซัดประตูได้ตลอดในช่วงหลัง

ขณะที่ทีมเยือนต้องขาด อังเดร เชฟเชนโก้ กองหน้าตัวเก่งทีมชาติยูเครน พร้อมกับดร็อป มิชาเอล บัลลัค เป็นแค่สำรองแล้วส่ง จอห์น โอบี มิเกล ยืนคุมเกมร่วมกับ มิชาแอล เอสเซียง โดยมี ซาโลมง กาลู ยืนหอกร่วมกับ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา

ครึ่งแรก เวสต์ แฮม เริ่มต้นได้ดีทีเดียว น่าจะได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 6 เมื่อ บ็อบบี้ ซาโมร่า ประสานงานกับ เตเบซ ก่อนไหลให้กับ ยอสซี่ เบนายูน ครอสคืนเข้ากลาง แต่ ซาโมร่า เข้าฮอสไม่ทัน

หลังจากนั้น 5 นาที เชลซี น่าจะได้ประตูเช่นกัน เมื่อ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา หาโอกาสซัดเต็มข้อจากระยะ 12 หลา แต่เป็น โรเบิร์ต กรีน นายทวารเวสต์ แฮม ป้องกันไว้ได้

อย่างไรก็ตาม เชลซี มาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 31 จากจังหวะที่ ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ ลากบอลจากหัวกระโหลกออกมาทางซ้ายแล้วแตะบอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบมุมเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้ สิงบลูส์ นำก่อน 1-0

ทว่าดีใจได้แค่ 4 นาที เจ้าบ้านทวงคืนได้บ้าง คาร์ลอส เตเวซ ลากบอลจากซ้ายตัดเข้ามาตรงกลาง แล้วปั่นโค้งด้วยขวาบอลไซด์เข้าเสียบมุมเสาไกลอย่างสวยงาม แม้ ปีเตอร์ เชก จะปัดโดนนิดหนึ่ง แต่ลูกยังพุ่งเข้าไปให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1

นาทีถัดมา แฟนเจ้าถิ่นต้องสลดอีกครั้ง เมื่อ เชลซี มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ เวย์น บริดจ์ ขึ้นเกมมาทางซ้ายผ่านบอลเข้ามาให้ ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ กระโดดแปบอลเข้าเสาแรกอย่างสวยงาม หมดปัญญาที่ โรเบิร์ต กรีน จะรับไว้ได้ จบครึ่งแรก เชลซี นําก่อน 2-1

เข้าสู่ครึ่งหลัง เชลซี เล่นได้ดีกว่าเยอะ มาได้ประตูที่สาม ในนาทีที่ 52 จากจังหวะที่ แฟร็งค์ แลมพาร์ด เปิดฟรีคิกไปให้กับ ดีดิเยร์ ดร็อกบา เข้าชาร์จไปติดการป้องกันของ เบน ฟอสเตอร์ กระดอนมาเข้าทาง ซาโลมง กาลู ซ้ำเข้าไปให้ เชลซี หนีไปเป็น 3-1 จนได้

นาทีที่ 62 เชลซียังแรงไม่หยุดมาได้ประตูที่ 4 จากจังหวะที่ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ใช้ความแข็งแกร่งลากเบียดกองหลังเวสต์แฮมขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนทะลุเข้าในเขตโทษ แล้วแปบอลผ่านตัว โรเบิร์ต กรีน เข้าไปงามหยดช่วยให้ เชลซี บุกมานำ 4-1

เวลาที่เหลือ เวสต์แฮม พยายามเปิดเกมรุกเขาใส่ แต่ไม่สามารถทําประตูตีตื้นได้ จบเกม 90 นาที เชลซีบุกมาถล่มไป 4-1 เก็บเพิ่มอีกสามคะแนน ลดช่องว่างเหลือห่างจาก แมนฯยู แค่ 3 แต้มเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เวสต์ แฮม: โรเบิร์ต กรีน - ลูคัส นีลล์, โจนาธาน สเป็คเตอร์, เจมส์ คอลลินส์, จอร์จ แม็คคาร์ทนี่ย์ - ยอสซี่ เบนายูน, ไนเจล รีโอ-โคเกอร์, มาร์ค โนเบิ้ล, หลุยส์ บัว มอร์ต - คาร์ลอส เตเบซ, บ็อบบี้ ซาโมร่า
สำรอง: รอย แคร์โรลล์ (ผู้รักษาประตู) - คาร์ลตัน โคล, เฮย์เด้น มุลลินส์, คาลั่ม ดาเวนพอร์ต, เกป้า บลังโก้
เชลซี: ปีเตอร์ เชก - ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, จอห์น เทอร์รี่, เวย์น บริดจ์ - มิชาแอล เอสเซียง, จอห์น โอบี มิเกล, แฟร็งค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ส, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ - ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา, ซาโลมง กาลู
สำรอง: คาร์โล คูดิชินี่ ( ผู้รักษาประตู) - โคล้ด มาเกเลเล่, โจ โคล, มิชาเอล บัลลัค, เปาโล แฟร์เรยร่า

แบล็คเบิร์น 3 - วัตฟอร์ด 1

"กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ตกรอบรองชนะเลิศ เอฟเอคัพ อย่างบอบช้ำ โดยได้ เจสัน โรเบิร์ตส์ ฟิตกลับมายืนหน้าร่วมกับ เบนนี่ แม็คคาร์ธี่ย์ ส่วน"แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด ที่ตกรอบเอฟเอในรอบเดียวกัน และ พยายามลุ้นหนีตกชั้นจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามครบครันพร้อมได้ เบน ฟอสเตอร์ กลับมาเฝ้าเสาให้ทีมได้แล้ว หลังไม่ได้ลงสนามในเกมพ่ายแมนฯยู

เปิดฉากครึ่งแรกได้แค่ 6 นาที กุหลาบไฟ ออกนำจนได้ จากจังหวะที่ เดวิด เบนท์ลี่ย์ เปิดลูกเตะมุมจากกราบซ้ายครอสเข้ามาให้กับ คริสโตเฟอร์ แซมบ้า ปราการหลังดันขึ้นมาโหม่งจากระยะแค่ 6 หลา บอลเสียบมุมขวาล่างอย่างสวยงามช่วยให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส นำก่อน 1-0 อย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้น 3 นาที แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส มาได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่ เดวิด เบนท์ลี่ย์ คนเดิมกระชากขึ้นไปทางกราบขวาแล้วผ่านเข้ามาให้กับ เจสัน โรเบิร์ตส์ กองหน้าตัวฉกาจซัดจากระยะ 12 หลา บอลเข้าเสียบเสาสองช่วยให้เจ้าบ้านทิ้งไปเป็น 2-0 อย่างรวดเร็ว

นาทีที่ 10 วัตฟอร์ด น่าจะได้ประตูตีไข่แตก เมื่อ กาวิน มาห์น วอลเลย์ด้วยเท้าขวาจากระยะ 20 หลาทางกราบซ้าย แต่ว่า แบร๊ด ฟรีเดล นายทวารชาวสหรัฐของแบล้คเบิร์น ป้องกันไว้ได้

จากนั้น 7 นาที เจสัน โรเบิร์ตส์ ยิงด้วยเท้าขวาจากระยะ 12 หลา กลางกรอบเขตโทษ ทว่า เบน ฟอสเตอร์ นายทวารวัตฟอร์ด ยังพุ่งปัดไว้ได้ทันเวลา

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 20 วัตฟอร์ด ตีไข่แตกได้สำเร็จ เมื่อ ฮามูร์ บูอัซซ่า เปิดจากทางกราบขวาเข้ามาให้กับ ดั๊กลาส รินัลดี้ เทคตัวโหม่งจากระยะ 6 หลา ตรงกรอบเขตโทษด้านซ้ายส่งบอลเข้าเสียบใต้คานช่วยให้ไล่มาเป็น 1-2

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 27 แตนอาละวาด เปลี่ยนเอา ทอมมี่ สมิธ ที่มีอาการบาดเจ็บออกมาพักแล้วให้ เจมส์ แชมเบอร์ส ลงมาเล่นในแดนกลางแทน

ถึงนาทีที่ 31 เจ้าบ้านมาได้ประตูที่สามหนีห่างออกไปอีก จากจังหวะที่ เดวิด เบนท์ลี่ย์ โยนบอลจากกราบขวามาให้กับ เบนนี่ แม็คคาร์ธี่ย์ โขกจากระยะแค่ 12 หลา บอลเข้าเสียบมุมซ้ายของประตูช่วยให้ แบล็คเบิร์น ทิ้งเป็น 3-1

นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก แบล็คเบิร์น น่าจะได้ประตูที่ 4 เมื่อ มอร์เท่น แกมส์ท พีเดอร์เซ่น ตะบันจากระยะ 18 หลา ทว่า เบน ฟอสเตอร์ พุ่งปัดออกหลังไป จากลูกเตะมุม พีเดอร์เซ่น โยนเข้ามาให้กับ อารอน โมโคเอน่า โขกระยะแค่ 6 หลา บอลหลุดออกเสาซ้ายไป หมดครึ่งแรก กุหลาบไฟ นำสบาย 3-1

ครึ่งหลังนาที 51 จากลูกเตะมุม มาร์ลอน คิง กองหน้าอีแตน ได้ซัดด้วยขวา แต่บอลถากเสาสองออกไปนิดเดียว

นาที 59 เดวิด เบนท์ลี่ย์ ได้ปั่นป่วนแนวรับของวัตฟอร์ดอีกครั้ง เมื่อโยกมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะกดด้วยซ้าย ระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงกรอบ แต่เบน ฟอสเตอร์ ไม่พลาด รับเอาไว้ได้เยี่ยม

เกมเริ่มเปิดแลกกันสนุก นาที 65 วัตฟอร์ด มาได้ลุ้นฟรีคิกหน้าปากประตูของเแบล็กเบิร์น จากจังหวะที่คริสโตเฟอร์ แซมบ้า ไปทำฟาวล์ มาร์ลอน คิง เสียฟาวล์ อาเมอร์ บูอัสซ่า รับหน้าที่ปั่นโค้ง แต่บอลไปเข้าซองแบร็ด ฟรีเดล

นาที 75 แบล็กเบิร์น จัดการถอด มอร์เท่น แกมส์ท พีเดอร์เซ่น และส่ง พอล กัลลาเกอร์ ลงสนามมาแทน แต่หลังนั้นทั้งสองฝ่าย ไม่สามารถทำประตูกันได้เพิ่มทำให้จบ 90 นาที แบล็คเบิร์น เปิดบ้านเอาชนะวัตฟอร์ด ไปได้ 3-1

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แบล็คเบิร์น: แบร๊ด ฟรีเดล - เบร็ตต์ เอเมอร์ตัน, คริสโตเฟอร์ แซมบ้า, ไรอัน เนลเซ่น, สตีเฟ่น วอร์น็อค - เดวิด เบนท์ลี่ย์, เดวิด ดันน์, อารอน โมโคเอน่า, มอร์เท่น แกมส์ท พีเดอร์เซ่น - เจสัน โรเบิร์ตส์, เบนนี่ แม็คคาร์ธี่ย์
สำรอง: เจสัน บราวน์ (ผู้รักษาประตู) - ตูกาย เคริโมกลู, สเตฟาน อองโชซ์, พอล กัลลาเกอร์, แม็ตต์ ดาร์บีเชียร์
วัตฟอร์ด: เบน ฟอสเตอร์ - อาเดรียน มาริอั๊ปป้า, คล้าร์ก คาร์ไลส์, เจย์ เดเมริต, จอร์แดน สจ๊วร์ต - ทอมมี่ สมิธ, กาวิน มาห์น, ดาเมี่ยน ฟรานซิส, ดั๊กลาส รินัลดี้ - ทามาส พริสกิ้น, ฮามูร์ บูอัซซ่า
สำรอง: เจมส์ แชมเบอร์ส, มาร์ลอน คิง, สตีฟ คับบ้า, แดน ชิตตู, อัลฮัสซัน บ็องกูร่า




 

Create Date : 19 เมษายน 2550    
Last Update : 19 เมษายน 2550 8:06:23 น.
Counter : 164 Pageviews.  

ผลฟุตบอลคับ

England - Premier League
16:58 April 14
FT Arsenal 2 - 1 Bolton W.
FT Manchester C. 0 - 0 Liverpool
FT Middlesbrough 1 - 3 Aston Villa
FT Portsmouth 2 - 1 Newcastle U.
FT Reading 1 - 0 Fulham
FT Sheffield U. 3 - 0 West Ham U.

Germany - Bundesliga I.
April 13
FT Monchengladbach 0 - 1 Hamburger SV
17:58 April 14
FT Arminia Bielefeld 2 - 4 Eintracht Frankfurt
FT Bochum 1 - 3 Hertha BSC
FT Energie Cottbus 3 - 2 Wolfsburg
FT Mainz 0 - 3 Schalke
FT Nurnberg 1 - 0 Alemannia Aachen
FT Stuttgart 2 - 1 Hannover
April 15
17:00 Bayern Munich ? - ? Bayer Leverkusen
17:00 Borussia Dortmund ? - ? Werder Bremen




 

Create Date : 14 เมษายน 2550    
Last Update : 14 เมษายน 2550 22:59:24 น.
Counter : 171 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

frank3119
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Civil Engineer, R.I.D.
Counter
Counter
Emo น้องลิง (alpha)
Emo หัวหอม (alpha)
X
X
CHALLENGE
Friends' blogs
[Add frank3119's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.