Bloggang.com : weblog for you and your gang

"อดีตกาลผ่านแล้วเลยไป อนาคตไซร้ยังไม่ผ่านมา ปัจจุบันคือของขวัญที่อยู่ตรงหน้า ทำวันนี้ให้มีค่า วันข้างหน้า ข้างหลังจักงดงาม"

Group Blog

 
<<
พฤศจิกายน 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
16 พฤศจิกายน 2551

 
All Blogs

 

 

รักกันนั้นง่าย แต่ใช้ชีวิตร่วมกันสิยากกว่า

หนีงานอันยุ่งเยิ่ง การเรียนที่เยิงยุ่งกว่า การเมืองกักขะและวุ่นวาย เศรษฐกิจที่จะเริ่มตกสะเก็ด

กลับมาเขียนบลอคดีกว่า

ต้องเซไฮย์ หวัดดีเพื่อนบลอคที่ผมจาก ....หายไปนาน

หวัดดีทุกคนครับ

เจ้าชาย ป้าอ้วน น้องตุ๊กตา พี่ไก่ พี่ฟา พี่แอสตัน และทุกๆคน

วันนี้หยิบบทวิพากษ์สารคดีหนังสั้น จากพี่ชาย filmsickมาฝาก

เป็นสารคดีเรื่องสั้นที่ว่าด้วยคนสองคนรักกัน แต่บังเอิญที่สองคนนี้ต่างศาสนา(ต่างวัฒนธรรมไปด้วยสิ)
ซึ่งมันคล้ายกับชีวิตจริงของเพื่อนผมมาก ที่มันเป็นคนอิสลาม ต้องมารักกับสาวไทยพุทธ แล้วยังไมรู้เลยว่าจะบอกแม่ว่าอย่างไร และพาแฟนไปแล้วทางบ้านจะว่าไง แฟนจะยอมรับกฎกติการอันแสนเคร่งครัด จากศาสนาของตนได้มากน้อยแค่ไหน




นี่เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่มีผลในการครองคู่ ยังมีปัจจัยอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น แนวคิด ค่านิยม รสนิยม วัฒนธรรมพื้นฐาน ของบุคคล และครอบครัวแต่ละฝ่าย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ล้วนแต่ทำให้อัตราการหย่าร้างในปัจจุบันสูงขึ้นนั้นเอง แต่จะว่าไปแล้วปัจจัยหลักของประเทศไทยที่ทำให้เกิดการหย่าร้างคือ ชายไทยยังคงคิดว่าตนเหนือเพศหญิง กดขี่เพศหญิง นอกใจ มีเมียน้อย ไม่ให้เกียตร ในอัตราเท่าเดิม แต่ผู้หญิงไทยมีศักยภาพ มีความคิด ทำงานเก่งมากขึ้น และไม่ยอมถูกกดขี่เหมือนสมัยก่อนแล้ว การสวนทางของความเป็นไปข้างตนนี้แหละที่ทำให้เกิดการหย่าร้างสูงตัวจริง

สิ่งที่จะบอกคู่ครองสมัยใหม่ให้ก้าวผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านี้ไปได้ก็คือ การปรับตัว การหนักแน่นของทั้งสองคน ความเข้าใจที่เขาเป็น และสิ่งสำคัญมากๆ คือการอดทน (พูดเหมือนกับแต่งงานมาแล้วนับสิบครั้ง หรือแก่ประสบการณ์เหลือเกิน)

การหยิบยกเอาศาสนา มานั้นเพราะเป็นภาพใหญ่ ที่จะเห้นภาพของการต้องปรับตัวเข้าหากันเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่มีผลต่อการครองชีวิตคู่นั้นมียิบย่อยนัก บ้างคนถึงกับพูดว่าแค่รสนิยมการใช้ของบางอย่างก็ทำให้เลิกกันได้

หวังว่าบทความข้างล่างนี้คงให้แง่คิดไม่มากก้น้อย


จาก filmsick ใน onopen

มูอัลลัฟ : ชีวิตรักของสองเรา


นี่คือสารคดีที่เริ่มต้นจากการตั้งธงเกี่ยวกับจูน หญิงสาวชาวไทยพุทธ ที่กำลังจะแต่งงานกับเอก หนุ่มมุสลิม ซึ่งหมายความว่าเธอต้องกลายเป็น ‘มูอัลลัฟ’ อันหมายถึงคนศาสนาอื่นที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ขณะเดียวกัน หลังแต่งงานเธอจะต้องย้ายตามเอกลงไปอยู่จังหวัดสตูล ใช้ชีวิตแบบใหม่ในครอบครัวใหม่และศาสนาใหม่ หนังพาเราเดินทางไปร่วมเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของเธอด้วยดวงตาอารี และเป็นมิตร

หนังเริ่มเล่าตั้งแต่ช่วงก่อนวันแต่งงาน ย้อนไปหาความสัมพันธ์แบบรวดเร็วของคนทั้งคู่ แล้วติตดามทั้งคู่ลงไปยังจังหวัดสตูล ไปยังเกาะหลีเป๊ะ ก่อนจะวกกลับมาที่อ่างทองบ้านเกิดของจูน จากสาวท่าทางทะมัดทะแมงมั่นใจที่ทำงานนิตยสาร ไปสู่ความเป็นเมีย ความเป็นมุสลิม และความเป็นแม่



ภายใต้ความเป็นมุสลิมอันลึกลับ (สำหรับตัวผู้เขียน) หนังเรื่องนี้ไม่ใช่สารคดีแฉชีวิตเคร่งศาสนา หรือเป็นหนังเชิดชูศาสนา หนังไม่ได้มานั่งแจกแจงว่าการข้ามศาสนานั้นเป็นอย่างไร ประกอบด้วยอะไร และผลที่ตามมานั้นเป็นเช่นไร เพราะจูนกับเอกไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของศาสนาสองฝั่ง หากพวกเขาเป็นได้เพียงตัวแทนของคนธรรมดาท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงมหาศาลของชีวิต โดยมีศาสนาเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น

ดังนั้น หนังที่เริ่มต้นจากธงทางศาสนานี้จึงค่อยๆ คลี่คลายตัวเองออกไปสู่การเป็น ‘ชีวิตรักของสองเรา’ ซึ่งในทางหนึ่งมันอาจเป็นสารคดีที่ล้มเหลวในการจับประเด็นศาสนา แต่ในอีกทางหนึ่งมันกลับตอบคำถามซึ่งสำคัญกว่าและตอบออกมาได้อย่างนุ่มนวล หนังแสดงให้เห็นว่าจูนไม่ได้มีปัญหามากนักกับการเปลี่ยนศาสนา เธอค่อยๆ ศึกษาพระคัมภีร์ แม้จะเป็นไปอย่างเชื่องช้าและยากลำบาก เธอยินดีจะคลุมฮิญาบ ใช้ชีวิตเยี่ยงหญิงมุสลิม ค่อยๆ เรียนรู้ภาษา พิธีกรรม อย่างอดทน ใครจะเชื่อว่าเธอโกรธเอกอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องที่เขาบวชแตกในช่วงถือบวช ในขณะเดียวกันเธอก็ยังเป็นหญิงที่เติบโตมากับสังคมไทยพุทธ หนังเปิดให้เห็นความจริงของเธอในข้อนี้ในฉากที่เธอกลับไปงานบวชของเพื่อนที่อ่างทอง สำหรับบางคน ฉากนี้อาจคือการละเมิดข้อห้ามของศาสนา แต่ในขณะเดียวกันมันก็แสดงภาพความเป็นมนุษย์ของผู้คนซึ่งไม่ได้แข็งเกร็งและเป็นตัวแทนทื่อทึ่มของสัญญะใดๆ แต่ในขณะเดียวกันหนังก็แสดงภาพความกระอักกระอ่วนของการใช้ชีวิตข้ามศาสนา โดยเฉพาะในฉากที่เอกต้องนั่งดูจูน (ที่ตอนนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนศาสนา) เล่นกับสุนัข หรือในช่วงหลังที่เอกยืนอยู่นอกวงเหล้าของญาติพี่น้อง หรือการที่จูนเองก็ยังผูกพันกับครอบครัว อยากกลับบ้านมารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่แม้จะคลุมฮิญาบแล้วก็ตาม

การที่หนังติดตามตัวละครไป ทำให้เราได้เห็นว่าสิ่งที่ยากลำบากกว่าการเปลี่ยนศาสนาคือเรื่องของชีวิตคู่ต่างหาก เอกพาจูนไปตั้งต้นทำธุรกิจขายผลไม้ที่เกาะหลีเป๊ะ พวกเขาอาศัยอยู่ในกระท่อม ละทิ้งตัวตนที่เคยเป็นมาในซึ่งเป็นสิ่งยากลำบากสำหรับทั้งคู่มากกว่าอื่นใด หนังเล่าฉากช่วงนี้ไม่นานนักและไม่ได้พยายามขับเน้นในประเด็นนี้ แต่ฉากที่ดีที่สุดฉากหนึ่งคือหลังจากที่จูนโกรธเอกเรื่องกองขยะหลังบ้าน เธอหายตัวไป และเอกออกตามหา พบเธอนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ริมหาด ฉากนี้จบลงที่คนทั้งคู่จูงมือกันเดินลงไปในทะเล

อย่างไรก็ตาม หนังยังคงเว้นระยะในการเข้าถึงตัวเจ้าของเรื่องอยู่ไม่น้อย อาจเป็นเพราะความใจดีของผู้กำกับ (หรือคนทำสารคดีควรใจร้ายกับเจ้าของเรื่อง เพื่อดึงเอาส่วนที่ลึกลงไปกว่าฉากหน้ากล้องออกมาให้ได้?) หนังจึงไม่ได้เป็นการติดตามแบบตามติดชิดใกล้ ในทางหนึ่ง มันทำให้พลังของการเล่าลดลง ยิ่งการที่หนังไม่มีฉากสำคัญใดๆ เกิดขึ้นต่อหน้ากล้องมากมายนัก (มันมักมาในรูปของคำบอกเล่าหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้วมากกว่า) ในฐานะสารคดีศาสนา หนังอาจเป็นเพียงโครงร่างที่ไม่ทำให้เรารู้อะไรมากขึ้น

แต่ในอีกทางหนึ่ง นี่กลับเป็นสารคดีที่มีน้ำเนื้อของชีวิตค่อนข้างเข้มข้น การคลี่คลายชีวิตของคนทั้งคู่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์มีเรื่องต้องกังวล มีแรงกดในชีวิตที่สาหัสกว่าเพียงเรื่องการนับถือศาสนามากมายนัก หนังจบลงที่การไปขายผลไม้ที่เกาะหลีเป๊ะนั้นล้มเหลว จูนเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้าน (ในความรู้สึกของผู้เขียน นี่คือการขอเวลานอกของเธอเพื่อลดแรงกดที่มีของชีวิต) ก่อนที่หนังจะจบด้วยการที่ทั้งคู่กลับมาอยู่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เพราะปัญหาศาสนาหรือทัศนคติ หากเป็นปัญหาปากท้องซึ่งสาหัสกว่าปัญหาต่างศาสนาหลายร้อยเท่า ภาพสุดท้ายของหนังคือจูนในขณะที่กำลังจะเป็นแม่คน นั่งเงียบๆ ในห้องทำงาน ปัญหาของชีวิตคู่ยังมีอีกหลายเรื่องให้ต้องแก้ไขมากกว่าเพียงการจะเป็นมุสลิมหรือพุทธ มนุษย์ในศตวรรษปัจจุบันยังต้องผเชิญกับแรงกดมหาศาลจากทุกทิศทางเกินกว่าที่จะลดรูปให้เขาและเธอเป็นตัวแทนของสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้

‘มูอัลลัฟ’ ไม่ใช่สารคดีสมานฉันน์ ไม่ใช่หนังที่ทำขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างมุสลิมกับพุทธ (หรือศาสนาอื่นๆ) ซ้ำยิ่งไม่ใช่สารคดีเชิดชูศาสนา หากมันจะเชิดชูอะไรอยู่บ้าง ย่อมคือการเชิดชูมนุษย์ตัวเล็กๆ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงมหาศาล




หมายเหตุ สารคดีเรื่องนี้จะฉายที่ลิโด้ ควบกับ SUDDENLY, LAST WINTER วันที่ 13 พ.ย. นี้ครับ

ติดตามงานของพี่ filmsick ได้ใน onopen อ่านแล้วมีอะไรดี เหมือนตัวแกนั้นแหละ

 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2552 19:34:34 น.
11 comments
Counter : Pageviews.

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

หายไปนาน.....มากเน๊าะ
ขอบคุณที่นำหนังดีดีฝาก
ธีมเรื่องน่าสนใจดีจังเลยล่ะ

 

โดย: อุ้มสี 16 พฤศจิกายน 2551 15:42:01 น.  

 

หวัดดีจ้า
หายไปนานเลยเนอะ
สบายดีใช่ไม๊จ๊ะ
เรียนหนักละสิ
รักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ

 

โดย: kai (aitai ) 16 พฤศจิกายน 2551 16:16:32 น.  

 

จริงจ้า กว่าเจอคนที่รักว่ายากแล้ว แต่การอยู่ด้วยกันนั้นยากกว่า

 

โดย: redclick 16 พฤศจิกายน 2551 21:30:01 น.  

 

UniCity ยูนิซิตี้

 

โดย: UniCity ยูนิซิตี้ (mlmboy ) 6 ธันวาคม 2551 2:54:24 น.  

 

Oriflame ออริเฟลม

 

โดย: Oriflame ออริเฟลม (mlmboy ) 20 ธันวาคม 2551 7:02:03 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

พักนี้ไม่เห็นไปเยี่ยมกันเลย

 

โดย: ความรักทำให้โลกอ่อนหวาน 12 มกราคม 2552 0:02:29 น.  

 

 

โดย: เจ้าชายไร้เงา 23 มกราคม 2552 10:31:28 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: เพราะฉันห่างไกล 25 มกราคม 2552 18:44:01 น.  

 

สวัสดีจ้า
แล้วฟางฟางหละ
คิดถึงเหมือนเดิม

 

โดย: อมฤตาลัย 21 กุมภาพันธ์ 2552 21:10:05 น.  

 

ว่าจะเข้ามาอ่านอะไรใหม่ๆ ซะหน่อย
โธ่..
ดอง blog นี่นา..

งานเข้าล่ะสิ เลยไม่มีเวลาอัพ blog.. อิอิ

 

โดย: GNAP 1 มีนาคม 2552 23:53:31 น.  

 

ยู้ฮู

กลับมา ๆๆๆ

โอมมเพี้ยงง

 

โดย: ตุ๊กตาซัง 23 พฤษภาคม 2552 15:08:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไซโคแมน

Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

การมีชีวิตอย่างมีความสุข มันไม่ยากอย่างที่คิดแฮะ

ไซโคแมน กับสาระดีๆที่นำมาพูดคุยกันสไตล์ไซไค  Smiley Smiley



Free TextEditor 10 ปีความคิดเรายังคงเดิม แต่สิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยน คือ คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หนังสือที่อ่าน และหนังที่ดู
 
Friends' blogs
[Add ไซโคแมน's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.