"Aviance UV Expert" Mission : 3rd Week

หนึ่งสัปดาห์ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย (รู้สึกว่าอายุยิ่งมากขึ้น...เวลายิ่งผ่านไปเร็วนะ...) แปปเดียวก็ถึงเวลาต้องมาอัพเดท “Aviance UV Expert Mission” ในสัปดาห์ที่สามกันแล้ว ซึ่งหัวข้อในรอบนี้ก็คือ ‘Beauty Tips in Office’



ถึงปูเป้จะไมได้ทำงานประจำในสำนักงานก็จริง แต่ชีวิตประจำวันของผมในช่วงการเขียนบทความหรือทำ Blog ก็จะจมปลักอยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ กับคอมพิวเตอร์และกองหนังสือกับเครื่องสำอางพะเนินเทินทึก แน่นอนครับว่าผมประสบกับปัญหาทางด้านร่างกายที่ชาวออฟฟิสน่าจะเป็นกันบ้าง นั่นก็คือ “อาการปวดหลัง / ปวดไหล่” นั่นเอง

นานวันไปยิ่งเรื้อรัง... อาการปวดหลังเริ่มเป็นถี่และเป็นบ่อยมากขึ้น ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าร่างกายได้แบกรับความเหนื่อยล้าและความเครียดไว้ขนาดไหน จนวันที่ผมได้ไปนวดตัวที่ Spa ถึงได้พบว่าอาการของตัวเองนั้นค่อนข้างแย่ทีเดียว (พี่ที่สปามักจะบอกว่าเส้นที่ไหล่แข็งมาก แล้วตรงหลังเป็นก้อนหลายลูก) ตอนนวดไหล่และหลังนั้นเจ็บมากครับ น้ำตาจะไหล แต่พอพอนวดเสร็จรู้สึกว่าตัวเบาและสบายสุด ๆ ไปเลย



การนวดสปาเพื่อผ่อนคลายเป็นเรื่องที่ดี... แต่มันก็เป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุไม่ใช่รึ? ผมจึงคิดว่าเราควรมาจัดการกับปัญหาที่ต้นเหตุกันจะดีกว่า ซึ่งก็คือ “ท่านั่ง” ที่ผิดลักษณะ ผมมาสังเกตและพบว่าตัวเองมักจะนั่งหลังค่อมหรือเอนมาทางด้านหน้ามากกว่าจะนั่งตัวตรงหลังพิงพนักเก้าอี้ ซึ่งการนั่งตัวงอหลังค่อมมาทางด้านหน้านี่แหล่ะที่สร้างความเครียดให้กับแผ่นหลังและไหล่จนเกิดอาการปวด นอกจากนี้การนั่งบนเก้าอี้แข็ง ๆ หรือนั่งโดยทิ้งน้ำหนักไม่เท่ากันที่บั้นท้ายทั้งสองข้างก็ส่งผลให้เกิดแรงกดทับที่เส้นประสาทด้วยเหมือนกัน



วิธีแก้ของปูเป้ก็คือการสร้างนิสัยในการนั่งที่ถูกวิธีด้วยการบังคับตัวเองให้นั่งหลัง-ไหล่ตรง แผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ และหาเบาะนุ่มที่คืนรูปดีและมีความนุ่มพอเหมาะมารองนั่ง (ปูเป้เลือกเบาะที่เป็น Memory Foam ของ MUJI ครับ แพงหน่อยแต่ใช้มาเป็นปีแล้วยังสภาพดีอยู่เลย) ซึ่งออกมาได้ผลเป็นที่พอใจทีเดียว อาการปวดหลังลดลงมาก แต่ก็ยังมีอยู่ถ้าฝืนนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง จึงพยายามลุกขึ้นมายืนเส้นยืดสายบ้างทุก ๆ 1 ชั่วโมง (แต่ถึงอาการปวดหลังจะน้อยลงมากแล้ว ผมก็ยังชอบไปสปาเพื่อให้รางวัลกับตัวเองเหมือนเดิมครับ)



ปัญหาสายตาก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ การจ้องจอคอมพิวเตอร์นานเกินไปก็ส่งผลให้เกิดความเครียดและปัญหาสายตาเช่นกัน จอคอมพิวเตอร์ของผมจะมี Preset ที่สามารถตั้งค่าเก็บเอาไว้ได้ เวลาผมทำงานเอกสารหรือ่านบทความในคอมพิวเตอร์ ผมก็จะปรับ Preset ให้จอนั้นมีความสว่างน้อยลงเพื่อช่วยถนอมสายตา แต่ถ้าต้องทำงานที่เกี่ยวกับกราฟฟิค รูปภาพ ผมถึงจะปรับ Preset ให้มีความสว่างและความอิ่มตัวของสีให้เต็มที่ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความเครียดของตาไปได้เยอะทีเดียวครับ แต่ก็อย่าลืมพักสายตาประมาณ 5 – 10 นาทีในทุก ๆ 1 ชั่วโมงของการทำงานเช่นกันนะครับ


เออ... อีกประเด็นหนึ่งที่จะไม่พูดก็ไม่ได้นั่นก็คือเรื่อง รังสี UV จากหลอดไฟและจอคอมพิวเตอร์... ประเด็นนี้ผมเคยพูดเอาไว้นานแล้วแต่ขอเอามาเล่าใหม่แบบคร่าว ๆ อีกครั้งว่าที่จริงแล้วจอคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะแบบ LCD และ LED นั้นปล่อยปริมาณรังสี UV ออกมาน้อย~~~ยมากจนไม่มีผลเสียต่อสุขภาพใด ๆ หลอดไฟที่ใช้ในสำนักงานส่วนใหญ่ อาธิเช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ก็มีปริมาณรังสี UV ที่น้อยมาก ๆ เช่นกัน (การเอาหน้าอังหลอดฟลูออเรสเซนต์นาน 8 ชั่วโมง นั้นได้รับปริมาณรังสี UV เทียบเท่าการตากแดดเพียง 1 นาทีเท่านั้นเอง....)



มีคนเคยถามมาว่าแล้วหลอดไฟ ฮาโลเจน ที่มักใช้เป็นไฟส่องในร้านค้าหรือไม่ก็ในสำนักงานบางแห่งนั้นมีปริมาณ UV เยอะ หรือไม่ ซึ่งผมก็ไปอ่าน ๆ ดูก้พบว่าตัวหลอดฮาโลเจนนั้นปล่อยรังสี UVB ออกมาจริง แต่ตัวแก้วควอซ์ที่ครอบเอาไว้นั้นเป็นตัวกรองรังสีที่ดีมากจนมีปริมาณรังสี UV อยู่ในระดับที่ปลอดภัย นอกจากจะไปจ้องแสงจากหลอดไฟฮาโลเจนนาน ๆ จนตาบอดแล้ว... หลอดไฟชนิดนี้ก็ไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพของเราเลย

หลอดไฟชนิดที่จะก่อปัญหาให้กับผิวพรรณและสุขภาพจริงๆ ก็คือ UV Lamp หรือหลอดแบ็คไลท์ที่เห็นตามสถานบันเทิงทั้งหลายแหล่นั่นแหล่ะครับ อันนั้นนี่ตัวปล่อย UV ของแท้ ถ้าคิดจะไปเที่ยวกลางคืนในร้านที่มีหลอดไฟชนิดนี้ก็อย่าลืมทาครีมกันแดดกันไปด้วยนะครับ (สำหรับดารา นางแบบที่เจอไฟสปอตไลท์ และไฟจากแฟลช์ถ่ายรูปบ่อย ก็ควรทากันแดดครับ เพราะอันนี้มี UV ถึงจะไม่มาก แต่โดนสาดไฟเข้มข้นแบบนั้นพอรวมๆ กันมันก็เป็นปัญหาครับ)





ก็เป็นเทนนิคเล้ก ๆ น้อย ๆ ที่หวังว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยให้ชีวิตการทำงานของหนุ่มสาวออฟฟิสมีความสุขมากขึ้น การทำงานเป็นสิ่งสำคัญต่ออนาคต แต่สุขภาพก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยนะครับ หาเงินมาได้แต่ต้องมาใช้เงินเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยแทนที่จะใช้เงินไปกับการหาความสุขเพื่อตัวเองหรือคนที่เรารักนั้น...ดูไม่ใช่เรื่องที่น่าพิสมัยเอาเสียเลย



PS. สัปดาห์ต่อไปปูเป้ก็ยังคงอัพเดททิปการดูแลความงามที่ Facebook ของ Aviance Thailand อีกเช่นเคย สามารถแวะติดตามชมได้ครับผม

ติดตาม Aviance UV Expert Mission ทั้ง 4 สัปดาห์


"Aviance UV Expert" Mission : 1st Week (Facial Nourishment)
"Aviance UV Expert" Mission : 2nd Week (Beauty Diet)
"Aviance UV Expert" Mission : 3rd Week (Beauty Tips in Office)
Aviance UV Expert" Mission : 4th Week (My Beauty Philosophy)





Create Date : 03 ตุลาคม 2553
Last Update : 31 ตุลาคม 2553 12:46:37 น.
Counter : 4600 Pageviews.

5 comments
  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะพี่ปูเป้
สงสัยนิต้องเล่นคอมให้น้อยลงซะแล้ว >"<
โดย: miNipanda-z วันที่: 3 ตุลาคม 2553 เวลา:14:41:07 น.
  
ดีจังเลย ไว้ต้องลองบ้างแล้วค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ ^.^
โดย: Patty IP: 124.120.183.62 วันที่: 3 ตุลาคม 2553 เวลา:14:52:57 น.
  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
โดย: apassanan IP: 183.89.158.247 วันที่: 4 ตุลาคม 2553 เวลา:12:29:15 น.
  
ไม่รู้ทำไม เวลาอ่านบทความของคุณปูเป้ มันมีความสนุกและอยากติดตามต่อมากๆ เพลินสุดๆเลยอะคับ ขอบคุณมากนะคับ
โดย: กระผม IP: 124.121.161.191 วันที่: 5 ตุลาคม 2553 เวลา:15:24:37 น.
  
ต้องการสมัครเป้นสมาชิกคะ
โดย: นางสาวรุจิรดา แย้มกลัด IP: 1.46.103.209 วันที่: 5 ธันวาคม 2553 เวลา:22:05:10 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Pupesosweet.BlogGang.com

PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1829 คน [?]

บทความทั้งหมด