[Beauty Talk] BOTOX with Immagini & Daisy Diva Clinic

หลังจากที่คราวก่อนได้ทำบทความเรื่องการทำ Dermal Filler ไปแล้ว ใครที่ได้อ่านมาก็คงจะจำได้ว่าปูเป้ก็ได้ลองทำ BOTOX ดูด้วยเหมือน ซึ่งปูเป้รออยู่นานกว่าครึ่งปีเพื่อดูผลของการฉีดที่สมบูรณ์ก่อนที่จะนำประสบการณ์รวมถึงข้อมูลที่ได้ศึกษานำมาเล่าต่อให้กับทุกคนในวันนี้



การฉีด BOTOX ในครั้งนี้ปูเป้ไปทำที่ Immagini Clinic & Daisy Diva Clinic เช่นเคย ใครที่สนใจลองใช้บริการก็ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสอบถามข้อมูลกันทาง Facebook หรือโทรศัพท์ไปสอบถามทางคลีนิกได้ด้วยตนเองเลย ส่วนใครที่อยากเห็นการฉีด BOTOX และ Dermal Filler เขาทำกันยังไง ลองกดวีดีโอด้านล่างเพื่อชมได้เลย (มีภาพหวาดเสียวนิดนึงนะฮะ เตือนไว้ก่อน)







BOTOX คืออะไร?


เห็นเรียกกันจนติดปาก แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่าจริงๆ แล้วคำว่า BOTOX นั้นเป็น "ชื่อทางการค้า" หรือ "ยี่ห้อ" ของสารที่มีชื่อว่า Botulinum Toxin Type A ซึ่งผลิตโดยบริษัท Allergan ประเทศสหรัฐอเมริกา



Botulinum Toxin Type A เป็นสารพิษที่ได้จากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium Botulinum โดยในความเข้มข้นที่สูงนั้นจัดว่าเป็นสารพิษที่อันตรายมากทีเดียวเชียวล่ะ แต่เจ้า BOTOX ที่เราฉีดเข้าไปในหน้าหรือร่างกายเราเนี่ยเป็นแบบที่นำมาเจือจางเหมาะสมแล้ว ไม่เป็นอันตราย (แต่ถ้าฉีดเกิน 3,000 ยูนิต อาจไปสวยในโลงแทนได้ ทว่าไม่มีใครฉีดถึง 3,000 ยูนิตได้หรอกครับ ไม่ต้องกังวลไปนะ)

BOTOX ของบริษัท Allergan เป็นสาร Botulinum Toxin Type A ตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติโดย FDA ของอเมริกาเพื่อใช้ทางการแพทย์เมื่อปี 1989 - 2001 เพื่อรักษาโรคที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของกล้ามเนื้ออย่าง ตาเหล่ หรือแม้แต่การลดการผลิตเหงื่อใต้วงแขน และเมื่อปี 2002 ก็พึ่งได้ไฟเขียวสำหรับการนำ BOTOX มาเพื่อใช้ในการเสริมความงาม ปัจจุบันการฉีด BOTOX เป็นหนึ่งในการศัลยกรรมความงามที่ไม่ใช่การผ่าตัดที่ได้รับความนิยมที่ได้รับความนิยมสูงสุดและเติบโตเร็วที่สุดด้วย





ได้ยินว่ามี BOTOX เกาหลี หรือ BOTOX อังกฤษด้วย... เริ่มงงแล้วว่ามันต่างกับ BOTOX ของอเมริกายังไง?


อย่างที่บอกไปแล้วว่า BOTOX เป็นชื่อทางการค้า หรือยี่ห้อ ของสารที่ชื่อว่า Botulinum Toxin Type A ซึ่งมีบริษัท Allergan ของประเทศ "สหรัฐอเมริกา" เป็นผู้ผลิต อะไรก็ตามที่ไม่ได้ผลิตจากบริษัทจากบริษัท Allergan ประเทศ อเมริกา ไม่สามารถที่จะเรียกว่า BOTOX ได้นะฮะ



Botulinum Toxin Type A ที่มาจากอังกฤษมีชื่อทางการค้าว่า Dysport ผลิตโดยบริษัท Ipsen ได้รับการอนุมัติจาก FDA หลังจาก BOTOX อีกที ส่วนที่มาจากเกาหลีเป็นยี่ห้อน้องใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า Neuronox ของบริษัท Medy-Tox พึ่งได้รับการอนุมัติจาก FDA เมื่อไม่นานมานี้เอง



ในเรื่องของความน่าเชื่อถือ BOTOX ถือว่ามีมากสุดเพราะว่าเป็นเจ้าแรกและมีการวิจัยสนับสนุนมากมาย ในแง่ของความแตกต่างนั้นหลังจากที่ได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญหรือคุณหมอที่สัมผัสกับตรงนี้บ่อย ๆ ท่านให้ความเห็นว่า BOTOX จะเหมาะมากกับการใช้ในจุดที่ต้องการความแม่นยำอย่างกลุ่มกล้าเนื้อเล็ก ๆ บนใบหน้า เพราะมีการกระจายตัวของยาที่น้อยกว่า Dysport ส่วนการใช้กับกล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างอย่างบริเวณน่องอาจจะต้องใช้ Dysport เพราะมีการกระจายตัวที่มากกว่า ซึ่งการเลือกใช้ตัวยาที่ต่างกันนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและความเชี่ยวชาญของแพทย์จ้า

ส่วนเรื่อง Neuronox ของเกาหลีเนี่ยมันมีข้อดีตรงที่ต้นทุนถูกที่สุด (BOTOX แพงที่สุด) นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมค่าใช้จ่ายในการฉีดของแต่ละคลีนิคนั้นถึงได้ ถูก-แพง ไม่เท่ากัน และจากประสบการณ์ของแพทย์ที่ใช้เทียบกันจะพบว่า Neuronox มีผลอยู่ได้ไม่นานเท่า Botox และ Dysport

ดังนั้นถ้าเห็นราคาค่าฉีด BOTOX ที่ถูกมากจนน่าแปลกใจ อาจจะตั้งข้อสังเกตุเอาไว้ว่าสิ่งที่ฉีดเข้าไปอาจไม่ใช่ BOTOX ก็ได้นะฮะ ให้สอบถามและขอดูตัวยาที่จะฉีดเข้าไปให้ชัวร์ว่าใช่ยี่ห้อ BOTOX ของ Allergan USA รึเปล่า เพราะถ้าไม่ใช่เขาไม่ควรบอกแต่แรกว่าเป็นการฉีด BOTOX ครับ :P





Botulinum Toxin Type A ทำงานอย่างไร?


หลักการทำงานของ Botulinum Toxin นั้น ถ้าอธิบายให้ง่ายที่สุดก็คือการทำให้กล้ามเนื้อมัดที่ฉีดหรือบริเวณที่ฉีดเข้าไปเป็น "อัมพาต" เมื่อกล้ามไม่สามารถที่จะขยับหรือหดตัวได้มันจึงคลายตัวออก ส่งผลให้ริ้วรอยย่นที่เกิดขึ้นจากการขยับหรือหดเกร็งของกล้ามเนื้อนั้นหายไปนั่นเอง



ถ้าเอาแบบให้งงมากขึ้นอีกหน่อยก็อธิบายได้ว่า ทันทีที่สาร Botulinum Toxin Type A เข้าไปถึงส่วนของปลายประสาท มันจะไปโจมตีโปรตีนสามชนิด ( VAMP กับ Syntaxin และ SNAP-25) ซึ่งสัมพันธ์กับหลั่ง Acetylcholine ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) ที่รับผิดชอบเรื่องการความคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ผลก็คือกล้ามเนื้อในจุดนั้นจะเป็น "อัมพาต" นั่นเอง (งงดีมะ)





BOTOX ใช้ทำอะไรได้บ้าง?


นอกจากใช้รักษาโรคที่เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อแล้ว การใช้ BOTOX เพื่อการเสริมความงามก็ได้แก่



- "ลดริ้วรอย" ที่เกิดขึ้นจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและการแสดงอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาก หัวคิ้ว หางตา รวมถึงการใช้เพื่อยกกระชับใบหน้าเป็นต้น

- "ปรับรูปหน้า" กล้ามเนื้อที่ใช้บดเคี้ยวบริเวณแนวกรามเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ใครที่ชอบกินของที่เคี้ยวยากบ่อย ๆ กล้ามเนื้อก็แข็งแรงเป็น "มัด" เป็น "ก้อน" ใหญ่ ๆ การฉีด BOTOX เข้าไปตามจุดกล้ามเนื้อที่เหมาะสมจะไปทำให้กล้ามเนื้อก้อนใหญ่ ๆ นั้นคลายตัวลง รูปหน้าก็จะดูเล็ก ดูเรียวขึ้นได้ ถ้าใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อบางจุดที่คอก็ทำให้ลำคอดูเรียวขึ้นได้ด้วยนะ

- "ทำขาเรียว" ก็คือการฉีดไปที่กล้ามเนื้อให้มันฝ่อลง ลีบลง ขาก็จะดูเรียวขึ้นได้

มีการ BOTOX ไปใช้เรื่องอื่นอีกหลายอย่าง แต่ที่เห็นบ่อย ๆ จะมีเท่านี้แหล่ะจ้า





มีผลข้างเคียงในการฉีด BOTOX รึเปล่า?


ขอบอกเลยว่ามี อย่างแรกเลยคือจนลงแน่นอนเพราะการฉีด BOTOX ก็มีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย อย่าที่สองคือถ้าฉีดกับหมอที่ไม่เชี่ยวชาญพอ (หรือพวกหมอเถื่อนที่ไปฉีดกันเองตามห้องพักหรือตามรถอย่างที่ออกข่าว) การฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่ผิดจุดหรือปริมาณยาที่มากเกินไป อาจมีผลข้างเคียงตนั้งแต่การทำให้มุมปากตก หนังตาย้อย รูปหน้าเสียทรงหรือดูไม่เท่ากัน หรืออาจทำให้เป็นคนหน้าตาย แสดงสีหน้าไม่ค่อยจะได้

ผลข้างเคียงอื่น ๆที่พบได้และไม่ร้ายแรงก็ก็อย่างเช่น "เมื่อย" โดยเฉพาะคนที่ไปฉีด BOTOX ปรับรูปหน้ามา อาจจะรู้สึกเมื่อย ๆ เวลาเคี้ยวได้ (ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อการคุมน้ำหนักก็ได้นะ เพราะจะรู้สึกว่ากินอะไรลำบากขึ้น)

ส่วนผลข้างเคียงถึงแก่ชีวิตนั้นไม่ต้องกังวลไป เพราะคงไม่มีใครฉีดถึง 3,000 ยูนิตอยู่แล้ว...





การฉีด BOTOX จะออกฤิทธิ์ได้นานแค่ไหน?


ผลของการฉีด BOTOX นั้นเป็นผลชั่วคราวเท่านั้น จะเริ่มเห็นผลจของการฉีดอย่างชัดเจนหลักจาก 2 - 4 สัปดาห์ และจะมีผลอยู่ได้ประมาณ 2 - 6 เดือน ในครั้งแรกที่ฉีด ขึ้นอยู่กับปริมาณ และตำแหน่งที่ฉีดอีกด้วย กล้ามเนื้อจุดเล็ก ๆ หรือจุดที่เราใช้งานมันบ่อย ๆ ก็อาจจะอยู่ได้ไม่นานมาก (รอบดวงตา ปีกจมูก)



การฉีดเติมก่อนที่ผลของ BOTOX จะสลายไปหมด จะช่วยทำให้ผลของมันอยู่ได้นานขึ้นด้วยนะ เพราะเหมือนกับการระงับการใช้งานของกล้ามเนื้อติดต่อกัน มันก็จะกลับคืนมาช้าลงด้วยเช่นกัน





ค่าใช้จ่ายในการทำ BOTOX แพงไหม?


หลายพันยันหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดเข้าไป (รวมถึงยี่ห้อของ Botulinum Toxin ด้วย) ได้โปรดอย่าถามว่าค่าฉีดเท่าไหร่ ที่ไหนถูกสุด เพราะมันแตกต่างกันไปในแต่ละคน ถ้าคุณต้องฉีดปริมาณเยอะมันก็แพง ถ้าฉีดปริมาณน้อยมันก็ถูก ซึ่งตรงนี้คุณหมอจะเป็นผู้ที่ตัดสินใจว่าควรจะฉีดมาก-น้อยเท่าไหร่ และมีค่าใช้จ่ายเท่าใด

ย้ำว่าอย่ามาถามปูเป้ว่าค่าฉีดเท่าไหร่เพราะตอบให้ไม่ได้ เข้าใจ๋!!!!!





หลังจากฤิทธิ์ของ BOTOX หมดไปแล้ว ริ้วรอยจะกลับมาเป็นมากขึ้นรึเปล่า?


ถ้าหมายถึงริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากการใช้กล้ามเนื้อล่ะก็ ไม่เพิ่มขึ้นหรอกครับ ดีไม่ดีจะเป็นการป้องกันการเกิดริ้วรอยจากการแสดงอารณ์ไม่ให้เพิ่มขึ้นด้วยนะ





ตอนฉีดนั้นเจ็บรึเปล่า?


ปูเป้จะไม่โกหกว่ามันไม่เจ็บเลยหรอกนะ แต่มันไม่เจ็บมากจนถึงขั้นทนไม่ได้จะเป็นจะตายหรอก ถ้ากลัวเจ็บก็มียาชาให้ทาด้วยนะ เอาเป็นว่าเคยไปฉีดวัคซีนกันมั๊ย? มันเจ็บน้อยกว่านั้นอีก



อ้อ... แต่ถ้าจุดที่ฉีดมีเส้นประสาทรวมอยู่เยอะ อย่างปีกจมูกเนี่ย เตรียมใจไว้หน่อยก็ดีนะฮะ....





การดูแลตัวเองหลังฉีด BOTOX


ถ้าฉีดบริเวณใบหน้าครึ่งบน ห้ามนอนราบประมาณ 4 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภันฑ์บำรุงผิวที่อาจจะระคายเคืองผิวได้ (AHA / BHA หรือพวกกรดต่างๆ ) ภายใน 1 วันหลังการฉีด

ในช่วง 2 สัปดาห์แรก "ห้าม" นวดหน้า ความร้อน ห้องสตรีม ซาวน่า เลเซอร์ IPL และทุกสิ่งอย่างที่จะก่อให้เกิดความร้อนที่ทำให้ตัวยาสลาย หรือการนวดที่ก่อให้เกิดการกระจายตัวของตัวยาไปยังที่ ๆ ไม่ต้องการ

การฉีด BOTOX ไมได้ป้องกันริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากการลด หด หายไปของคอลาเจน และมวลไขมัน ที่เป็นเหมือนกับโครงสร้างค้ำยันของผิว คุณจำเป็นต้องทายากันแดดรวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่น ๆ เพื่อชะลอความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผิวอีกอยู่ดี





เครื่องสำอางที่บอกว่าใช้ทดแทนการทำ BOTOX ได้มัน Work จริงหรอ?


ไม่มีเครื่องสำอางใด ๆที่ให้ผลได้เหมือน BOTOX จากการ "ทา" เหตุผลนั้นง่ายมากเพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ส่วนผสมที่อยู่ในเครื่องสำอางจะไปทำงานลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อได้ (มันซึมไปไม่ถึงหรอก) และสมมุติว่าหากมันสามารถซึมลงไปถึงกล้ามเนื้อได้จริง เราจะไปควบคุมให้มันทำงานเฉพาะกล้ามเนื้อที่ต้องการได้ยังไงมิทราบ?





สรุปว่า BOTOX มันต่างกับ Dermal-Filler ยังไง?


ถ้าอ่านมาทั้งสองบทความจนถึงตอนนี้แล้วยังถามแบบนี้อีก มันน่าจับตีซะจริงๆ !!!

เทียบง่าย ๆ ว่า BOTOX ทำงานที่กล้ามเนื้อ ใช้รักษาปัญหาริ้วรอยที่เกิดจากการการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

Dermal-Filler คือการเข้าไป "เติมเต็ม" ส่วนที่หายไป ให้เต็มขึ้น หรือเพิ่มในส่วนที่ต้องการ "เสริม" อย่างเสริมจมูก เสริมคางเป็นต้น

ถ้ายังงงอยู่ คงจะสะดวกกับชีวิตที่สุดถ้าไปปรึกษากับแพทย์และให้เขาแนะนำมาเลยว่าต้องจิ้มอะไรตรงไหนบ้างนะ เข้าใจ? โอเค๊?





ก่อนที่จะจากไปในบทความนี้ มาดูกันว่าจากประสบการณ์ตรงของปูเป้ที่ฉีด BOTOX มาเป็นอย่างไรบ้างกันดีกว่า...

ปูเป้ไม่ได้ฉีด BOTOX เพื่อการลดริ้วรอย เพราะว่ามันยังไม่มีนะฮะ ป้องกันมาดีด้วยการทาครีมกันแดดมาตั้งแต่อายุ 12 และส่วนไม่ค่อยแสดงสีหน้ามากเท่าไหร่ เวลาเฉย ๆ หน้าจะนิ่ง ๆ เชิด ๆ หยิ่ง ๆ จนโดนคนเข้าใจผิดกันมาเยอะ (แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยหน้าเราก็ไม่เหี่ยวไวนะ...) จริง ๆ แล้วปูเป้หยิ่งรึเปล่า คนที่เคยสัมผัสตัวจริงก็คงตอบได้เลยฮะว่าอีนี่ "รั่ว"

จริง ๆ ปูเป้ไม่ได้คิดว่าอยากจะฉีด BOTOX มาก่อนเลย เพราะไม่ได้คิดว่าตัวเองต้องทำอะไรกับตรงนี้ ก็เลยลองฉีด BOTOX เพื่อปรับรูปหน้าเพราะเป็นคนมีแก้มไง เวลาถ่ายรูปหรือถ่ายวีดีโอก็จะดูอุดมสมบูรณ์นิดนึง ซึ่งตอนก่อนฉีด BOTOX ก็ไม่ได้สังเกตุหรอกครับ แต่พอมาสังเกตุเทียบหน้าตัวเองก่อนและหลังฉีดแล้วก็แบบว่า เมื่อก่อนทำไมหน้าเราบานได้ขนาดนี้!!!


(กดเพื่อดูวีดีโอ / 06 Feb 2011 / 26 Mar 2011 / 13 May 2011)


รูปด้านบนนี้เป็นรูปที่ปูเป้ Capture มาจากวีดีโอที่ลงใน Youtube ทั้งหมด ซึ่งทุกคนสามารถกด Link ไปดูเองได้เลยว่าแต่ละช่วงเวลาที่ผ่านไปนั้น หน้าปูเป้ดูเรียวขึ้นจริงๆ ทั้งที่น้ำหนักไม่ได้ลดลงเลย (เพิ่มขึ้นจาก 62.5 เป็น 65 ด้วยซ้ำไป) ปูเป้เชื่อว่าวีดีโแเหล่านี้เป็นหลักฐานที่เห็นได้ชัดเจนเพราะเห็นกันจะ ๆ ไปเลยว่าไม่ได้ใช้มุมกล้องหลอกหน้าเรียวแต่อย่างใด มันเรียวเล็กลงได้แบบนั้นจริง ๆ :)



กลายเป็นว่าตอนนี้เสพติดไปแล้วฮะ พอ BOTOX เริ่มหมดฤิทธิ์นิดนึงต้องไปฉีดเติมให้มันกลับมาเล็กเรียวอีกครั้ง :D

ปูเป้มีสิ่งที่อยากจะฝากบอกถึงทุก ๆคนที่มาอ่านบทความนี้ว่า "ความงาม" เป็นสิ่งที่แต่ละคนมองไม่เหมือนกัน อะไรก็ตามที่คุณทำแล้วรู้สึกพึงพอใจ ก็จงพอใจตามนั้น อย่าไปสนใจคำพูดของคนอื่นว่าฉีดมาแล้วฉีดมาแล้วไม่ดี แบบเก่าสวยกว่า เพราะนี่คือหน้าของเรา ตัวของเรา ความงามในแบบของเรา เพราะถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณไม่หนักแน่นหรือมั่นคงในความเชื่อ มุมมอง และความคิดของตัวเอง มันมีความป็นไปได้ว่าคุณจะหลงไปกับคำพูดของคนรอบข้าง ทำให้คุณไม่มั่นใจ และอาจนำไปสู่การศัลยกรรมปรับเปลี่ยนไม่รู้จักจบ เพียงเพราะคุณไม่มี "จุดยืน" ในความงามของตัวเอง

ถ้าอยากจะสวยขึ้น หล่อขึ้น ดูดีขึ้น ขอให้คุณทำเพื่อให้ตัวเองมีความสุข มีความมั่นใจก็พอเถอะครับ อย่าทำเพื่อคนอื่นเลย :)

(Source : The Science of Botox - How Botox Works to Reduce Wrinkles, BOTOX Injections in Plastic Surgery , Botox injections, Is Any Cosmetic Better than BOTOX®)



เห็นว่า Blog นี้มีประโยชน์ ก็ช่วยกันกดปุ่ม มุมขวาล่างเป็นกำลังใจให้ให้ปูเป้ด้วยนะคร้าบ



Create Date : 28 สิงหาคม 2554
Last Update : 28 สิงหาคม 2554 19:22:20 น.
Counter : 28411 Pageviews.

18 comments
  
หน้าเรียวอย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ
รุปสุดท้ายแอบเหมือนพี่นัฐเอเอฟ

ปล.ผิวคุณปูเป้ใสค่อดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
โดย: jack jaa IP: 183.88.67.242 วันที่: 28 สิงหาคม 2554 เวลา:19:32:38 น.
  
เราชอบเราติด และเราไม่รู้สึกว่าเกิดผลเสียใดใด ยังคงฉีดต่อไป
โดย: cinnamongal IP: 223.206.36.4 วันที่: 28 สิงหาคม 2554 เวลา:19:50:47 น.
  
ตอนแรกกะจะไปฉีดลบทรีนที่หางตา แต่เห็นหน้าเรียวๆของน้องเป้แล้ว คงต้องเพิ่มอีกหนึ่งจุด 55555
โดย: พี่เก๋ alekay IP: 49.48.11.222 วันที่: 28 สิงหาคม 2554 เวลา:20:05:59 น.
  
อยากรู้ว่า ผู้หญิงที่ให้นมบุตร สามารถฉีดได้รึป่าวค๊ะ คือลูก2ขวบแล้วแต่ยังทานนมแม่อยู่อ่ะค่ะ
โดย: ปุ๊กกี้ IP: 124.121.43.127 วันที่: 28 สิงหาคม 2554 เวลา:20:09:36 น.
  
ยังไม่การศึกษาเรื่องผลกระทบของ BOTOX กับการให้นมบุตร เพื่อความชัวร์ ให้งดไปจนกว่าจะให้นมบุตรเสร็จครับ
โดย: PuPe_so_Sweet วันที่: 28 สิงหาคม 2554 เวลา:20:42:04 น.
  
หลงรักพี่ปูเป้ ทำไงดี ^-^
โดย: โบว์ IP: 202.28.248.140 วันที่: 28 สิงหาคม 2554 เวลา:21:51:18 น.
  
เริ่ดค่ะ ต้องลอง หน้าเรียวจงเจริญญญญ
โดย: LittleParrot IP: 183.89.121.99 วันที่: 30 สิงหาคม 2554 เวลา:12:51:21 น.
  
สุดยอดดดดดดดดดดเลยคะ ข้อมูลดี มีประโยชน์ ทำออกมาอีกนะคะ เป็นกำลังใจให้คะ
ปล.หน้าเป้ใสม๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ขอบอก
โดย: BB IP: 103.1.164.199 วันที่: 19 กันยายน 2554 เวลา:22:37:54 น.
  
พี่ปูเป้คะ หนูก้หน้าบานอะ แต่รู้สึกว่าหน้าบานเพราะกราม ถ้าฉีดโบทอกซ์ จะทำให้หน้าเรียวลงไหมคะ?
โดย: แจน IP: 61.90.104.65 วันที่: 30 กันยายน 2554 เวลา:18:04:35 น.
  
พี่ปูเป้ครับ ถ้าทำตัว"Dermal filler" มันจะไม่กลายเป็นสารตกค้างในร่างกายหรอครับ!!?? แล้วถ้าเกิดไปทำไปแล้วซักเดือนสองเดือนแล้วเกิดล้มจมูกชนขอบส้วมหรือแค่เผลอตัวบีบกดจมูก แล้วมันจะยังมีโอกาศผิดรูปป่าวอ่ะ
โดย: เครื่องบิน!! IP: 180.183.154.121 วันที่: 4 ตุลาคม 2554 เวลา:20:04:34 น.
  
ตอบคุณ "เครื่องบิน!!" (พอดีแวะมาเจอแล้วไม่มีใครตอบ ^^)

Filler คือ สาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ้งมีอยู่ในร่างกายทั้งคนและสัตว์ เพราะฉะนั้นหายห่วงครับ ไม่มีสารตกค้างอย่างแน่นอน

ส่วนหลังฉีด 2 เดือนแล้วตรงบริเวณที่ฉีดโดนกระแทก ผมว่าถ้ากระแทกแรงๆอาจมีบุ๋มครับ แต่ถ้าเผลอตัวบีบหรือกดจมูกอันนี้ไม่บุ๋มหรือผิดรูปทรงครับ เพราะ filler จะอยู่ทรงหลังจากฉีดไปแล้ว 2 สัปดาห์ ^^
โดย: นุ IP: 180.183.29.137 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:2:12:38 น.
  
คนเป็นไทรอยด์ ฉีดได้ไหมคะ
โดย: M IP: 124.121.125.3 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:19:51 น.
  
ไม่ทราบว่าคุณหมอที่ทำให้อยุ่สาขาไหนค่ะ

โดย: Jei IP: 110.171.0.71 วันที่: 6 ตุลาคม 2555 เวลา:14:38:07 น.
  
อยากทราบว่า เราไม่ควรฉีด HA เข้าไปในร่างกายเกินกี่ % ค่ะ
โดย: แป้ง IP: 202.28.7.22 วันที่: 3 ธันวาคม 2556 เวลา:18:03:57 น.
  
รบกวนถามหน่อยนะค่ะ คือว่าหนูไปฉีดBotoxมาได้ 2 วันแล้วไปทำ IPL มันจะมีผลข้างเคียงอะไรมากป่าวค่ะ ตัวยาจะสลายการทำงานมากไหมค่ะ กลัวมากค่ะ
โดย: พู IP: 49.230.165.198 วันที่: 18 ตุลาคม 2557 เวลา:7:40:22 น.
  
คุณปูเป้ไปฉีดร้านไหนมาคะ แนะนำด้วย กลัวไปเจอของปลอม
โดย: ipanda IP: 27.55.222.64 วันที่: 31 มกราคม 2558 เวลา:15:44:25 น.
  
สุดยอดมากค่ะ ได้ความรู้มากๆ ก่อนจะตัดสินใจทำโบ 👍🏼👍🏼👍🏼
โดย: พี่แตน IP: 115.87.1.202 วันที่: 15 สิงหาคม 2558 เวลา:11:05:55 น.
  
ขอถามค่ะ โรคไทรอยด์เป็นพิษ สามารถฉีดโบท๊อก และ ฟิวเล่อ ได้หรือไหมค่ะ

อาการ มาเจอตอนตั้งท้องค่ะ และกินยามาตลอดจนน้องอายุได้ 6 เดือน ก็หยุดยามาตลอด จนตอนนี้น้องอายุ 4 ปีแล้วค่ะ
โดย: กุลณสร สามสี IP: 223.207.194.156 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:14:16:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Pupesosweet.BlogGang.com

PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1829 คน [?]

บทความทั้งหมด