"ความรู้" คู่ "ความงาม"
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
"Aviance UV Expert" Mission : 3rd Week


หนึ่งสัปดาห์ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย (รู้สึกว่าอายุยิ่งมากขึ้น...เวลายิ่งผ่านไปเร็วนะ...) แปปเดียวก็ถึงเวลาต้องมาอัพเดท “Aviance UV Expert Mission” ในสัปดาห์ที่สามกันแล้ว ซึ่งหัวข้อในรอบนี้ก็คือ ‘Beauty Tips in Office’



ถึงปูเป้จะไมได้ทำงานประจำในสำนักงานก็จริง แต่ชีวิตประจำวันของผมในช่วงการเขียนบทความหรือทำ Blog ก็จะจมปลักอยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ กับคอมพิวเตอร์และกองหนังสือกับเครื่องสำอางพะเนินเทินทึก แน่นอนครับว่าผมประสบกับปัญหาทางด้านร่างกายที่ชาวออฟฟิสน่าจะเป็นกันบ้าง นั่นก็คือ “อาการปวดหลัง / ปวดไหล่” นั่นเอง

นานวันไปยิ่งเรื้อรัง... อาการปวดหลังเริ่มเป็นถี่และเป็นบ่อยมากขึ้น ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าร่างกายได้แบกรับความเหนื่อยล้าและความเครียดไว้ขนาดไหน จนวันที่ผมได้ไปนวดตัวที่ Spa ถึงได้พบว่าอาการของตัวเองนั้นค่อนข้างแย่ทีเดียว (พี่ที่สปามักจะบอกว่าเส้นที่ไหล่แข็งมาก แล้วตรงหลังเป็นก้อนหลายลูก) ตอนนวดไหล่และหลังนั้นเจ็บมากครับ น้ำตาจะไหล แต่พอพอนวดเสร็จรู้สึกว่าตัวเบาและสบายสุด ๆ ไปเลย



การนวดสปาเพื่อผ่อนคลายเป็นเรื่องที่ดี... แต่มันก็เป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุไม่ใช่รึ? ผมจึงคิดว่าเราควรมาจัดการกับปัญหาที่ต้นเหตุกันจะดีกว่า ซึ่งก็คือ “ท่านั่ง” ที่ผิดลักษณะ ผมมาสังเกตและพบว่าตัวเองมักจะนั่งหลังค่อมหรือเอนมาทางด้านหน้ามากกว่าจะนั่งตัวตรงหลังพิงพนักเก้าอี้ ซึ่งการนั่งตัวงอหลังค่อมมาทางด้านหน้านี่แหล่ะที่สร้างความเครียดให้กับแผ่นหลังและไหล่จนเกิดอาการปวด นอกจากนี้การนั่งบนเก้าอี้แข็ง ๆ หรือนั่งโดยทิ้งน้ำหนักไม่เท่ากันที่บั้นท้ายทั้งสองข้างก็ส่งผลให้เกิดแรงกดทับที่เส้นประสาทด้วยเหมือนกัน



วิธีแก้ของปูเป้ก็คือการสร้างนิสัยในการนั่งที่ถูกวิธีด้วยการบังคับตัวเองให้นั่งหลัง-ไหล่ตรง แผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ และหาเบาะนุ่มที่คืนรูปดีและมีความนุ่มพอเหมาะมารองนั่ง (ปูเป้เลือกเบาะที่เป็น Memory Foam ของ MUJI ครับ แพงหน่อยแต่ใช้มาเป็นปีแล้วยังสภาพดีอยู่เลย) ซึ่งออกมาได้ผลเป็นที่พอใจทีเดียว อาการปวดหลังลดลงมาก แต่ก็ยังมีอยู่ถ้าฝืนนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง จึงพยายามลุกขึ้นมายืนเส้นยืดสายบ้างทุก ๆ 1 ชั่วโมง (แต่ถึงอาการปวดหลังจะน้อยลงมากแล้ว ผมก็ยังชอบไปสปาเพื่อให้รางวัลกับตัวเองเหมือนเดิมครับ)



ปัญหาสายตาก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ การจ้องจอคอมพิวเตอร์นานเกินไปก็ส่งผลให้เกิดความเครียดและปัญหาสายตาเช่นกัน จอคอมพิวเตอร์ของผมจะมี Preset ที่สามารถตั้งค่าเก็บเอาไว้ได้ เวลาผมทำงานเอกสารหรือ่านบทความในคอมพิวเตอร์ ผมก็จะปรับ Preset ให้จอนั้นมีความสว่างน้อยลงเพื่อช่วยถนอมสายตา แต่ถ้าต้องทำงานที่เกี่ยวกับกราฟฟิค รูปภาพ ผมถึงจะปรับ Preset ให้มีความสว่างและความอิ่มตัวของสีให้เต็มที่ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความเครียดของตาไปได้เยอะทีเดียวครับ แต่ก็อย่าลืมพักสายตาประมาณ 5 – 10 นาทีในทุก ๆ 1 ชั่วโมงของการทำงานเช่นกันนะครับ


เออ... อีกประเด็นหนึ่งที่จะไม่พูดก็ไม่ได้นั่นก็คือเรื่อง รังสี UV จากหลอดไฟและจอคอมพิวเตอร์... ประเด็นนี้ผมเคยพูดเอาไว้นานแล้วแต่ขอเอามาเล่าใหม่แบบคร่าว ๆ อีกครั้งว่าที่จริงแล้วจอคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะแบบ LCD และ LED นั้นปล่อยปริมาณรังสี UV ออกมาน้อย~~~ยมากจนไม่มีผลเสียต่อสุขภาพใด ๆ หลอดไฟที่ใช้ในสำนักงานส่วนใหญ่ อาธิเช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ก็มีปริมาณรังสี UV ที่น้อยมาก ๆ เช่นกัน (การเอาหน้าอังหลอดฟลูออเรสเซนต์นาน 8 ชั่วโมง นั้นได้รับปริมาณรังสี UV เทียบเท่าการตากแดดเพียง 1 นาทีเท่านั้นเอง....)



มีคนเคยถามมาว่าแล้วหลอดไฟ ฮาโลเจน ที่มักใช้เป็นไฟส่องในร้านค้าหรือไม่ก็ในสำนักงานบางแห่งนั้นมีปริมาณ UV เยอะ หรือไม่ ซึ่งผมก็ไปอ่าน ๆ ดูก้พบว่าตัวหลอดฮาโลเจนนั้นปล่อยรังสี UVB ออกมาจริง แต่ตัวแก้วควอซ์ที่ครอบเอาไว้นั้นเป็นตัวกรองรังสีที่ดีมากจนมีปริมาณรังสี UV อยู่ในระดับที่ปลอดภัย นอกจากจะไปจ้องแสงจากหลอดไฟฮาโลเจนนาน ๆ จนตาบอดแล้ว... หลอดไฟชนิดนี้ก็ไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพของเราเลย

หลอดไฟชนิดที่จะก่อปัญหาให้กับผิวพรรณและสุขภาพจริงๆ ก็คือ UV Lamp หรือหลอดแบ็คไลท์ที่เห็นตามสถานบันเทิงทั้งหลายแหล่นั่นแหล่ะครับ อันนั้นนี่ตัวปล่อย UV ของแท้ ถ้าคิดจะไปเที่ยวกลางคืนในร้านที่มีหลอดไฟชนิดนี้ก็อย่าลืมทาครีมกันแดดกันไปด้วยนะครับ (สำหรับดารา นางแบบที่เจอไฟสปอตไลท์ และไฟจากแฟลช์ถ่ายรูปบ่อย ก็ควรทากันแดดครับ เพราะอันนี้มี UV ถึงจะไม่มาก แต่โดนสาดไฟเข้มข้นแบบนั้นพอรวมๆ กันมันก็เป็นปัญหาครับ)





ก็เป็นเทนนิคเล้ก ๆ น้อย ๆ ที่หวังว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยให้ชีวิตการทำงานของหนุ่มสาวออฟฟิสมีความสุขมากขึ้น การทำงานเป็นสิ่งสำคัญต่ออนาคต แต่สุขภาพก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยนะครับ หาเงินมาได้แต่ต้องมาใช้เงินเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยแทนที่จะใช้เงินไปกับการหาความสุขเพื่อตัวเองหรือคนที่เรารักนั้น...ดูไม่ใช่เรื่องที่น่าพิสมัยเอาเสียเลย



PS. สัปดาห์ต่อไปปูเป้ก็ยังคงอัพเดททิปการดูแลความงามที่ Facebook ของ Aviance Thailand อีกเช่นเคย สามารถแวะติดตามชมได้ครับผม

ติดตาม Aviance UV Expert Mission ทั้ง 4 สัปดาห์


"Aviance UV Expert" Mission : 1st Week (Facial Nourishment)
"Aviance UV Expert" Mission : 2nd Week (Beauty Diet)
"Aviance UV Expert" Mission : 3rd Week (Beauty Tips in Office)
Aviance UV Expert" Mission : 4th Week (My Beauty Philosophy)





Create Date : 03 ตุลาคม 2553
Last Update : 31 ตุลาคม 2553 12:46:37 น. 5 comments
Counter : 4565 Pageviews.

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะพี่ปูเป้
สงสัยนิต้องเล่นคอมให้น้อยลงซะแล้ว >"<


โดย: miNipanda-z วันที่: 3 ตุลาคม 2553 เวลา:14:41:07 น.  

 
ดีจังเลย ไว้ต้องลองบ้างแล้วค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ ^.^


โดย: Patty IP: 124.120.183.62 วันที่: 3 ตุลาคม 2553 เวลา:14:52:57 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ


โดย: apassanan IP: 183.89.158.247 วันที่: 4 ตุลาคม 2553 เวลา:12:29:15 น.  

 
ไม่รู้ทำไม เวลาอ่านบทความของคุณปูเป้ มันมีความสนุกและอยากติดตามต่อมากๆ เพลินสุดๆเลยอะคับ ขอบคุณมากนะคับ


โดย: กระผม IP: 124.121.161.191 วันที่: 5 ตุลาคม 2553 เวลา:15:24:37 น.  

 
ต้องการสมัครเป้นสมาชิกคะ


โดย: นางสาวรุจิรดา แย้มกลัด IP: 1.46.103.209 วันที่: 5 ธันวาคม 2553 เวลา:22:05:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1829 คน [?]




Advertisement


About Pupe_so_Sweet
Pupe_so_Sweet on facebook
Pupe_so_Sweet on Youtube
vr AHA project


หากมีคำถามหรือต้องการคำปรึกษา
สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ที่หน้า Wall ของ Facebook ครับ



Web Counter


Counter Start on 29 September 2008


Search by Google

ค้นหาข้อมูลและรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ต้องการภายในBlog ของปูเป้ได้ไม่ยากด้วย Google Search Box ด้านล่างนี้เลยขอรับ

Custom Search

Friends' blogs
[Add PuPe_so_Sweet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.