"Fresh Cosmetic" คืออะไร?


(คลิกที่นี่เพื่อชมวีดีโอเห่อของใหม่) / (คลิกที่นี่เพื่อชมวีดีโอที่ลองใช้ SKin.Ergetic ครั้งแรก)


หลังจากที่ได้ทำวีดีโอเห่อของที่สั่งมาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม และวีดีโอเปิดขวดลองใช้ Biotherm : Skin.Ergetic (ที่หลายคงเห็นว่าปูเป้อินมาก) ก็มีหลายคนสนใจและก็มีคำถามที่น่าสนใจ ๆ หลั่งไหลเข้ามาถามกันเป็นระยะว่า

"ทำไมต้องเป็น Fresh Cosmetic?"

"ทำไมต้องแยกส่วนผสมของสาร Active เอาไว้ต่างหาก?"

"ถ้าผสมแล้วเอาไปเก็บในตู้เย็นจะช่วยยืดอายุการเก็บหลังผสมได้นานขึ้นอีกไหม?"

ซึ่งการจะตอบคำถามเหล่านี้ปูเป้จะต้องปูพื้นอธิบายกันเลยว่ากว่าจะมาเป็นเครื่องสำอางสักหนึ่งชิ้นที่วางจำหน่ายให้เราได้เลือกซื้อกันนั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องเทคนิคที่มีขั้นตอนซับซ้อนหลายอย่าง แต่ปูเป้จะตัดเอาเฉพาะส่วนสำคัญ ๆ เอามาเล่าแบบง่าย ๆ ละกันนะฮะ :)

อ้อ... ใครที่อยากดูเป็นรูปแบบของวีดีโอ ก็คลิกชมวีดีโอด้านล่างได้เลยครับ ส่วนใครอยากได้รายละเอียดที่มากกว่าก็อ่านแบบ Text เสริมได้นะครับ :)







กว่าจะมาเป็นเครื่องสำอางบนชั้นวางสุดสวยหรู....


กว่าที่เครื่องสำอางจะถูกผลิตออกมาวางจำหน่ายได้นั้นจะต้องผ่านขั้นตอนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำวิจัยตลาด การกำหนดแนวทางของผลิตภัณฑ์ และแน่นอนก็คือการกำหนดสูตรหรือตำรับของเครื่องสำอาง



ขั้นตอนในการกำหนดสูตรเครื่องสำอางก็มีหลายสิ่งที่ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความปลอดภัย มีเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ดี เหมาะสมกับสภาพผิว ภูมิอากาศของประเทศที่จะวางจำหน่าย (แน่นอนว่าต้องอยู่ใน Budget ที่กำหนดด้วย) และที่สำคัญมากเลยคือต้องมี Shelf-Life หรือ อายุในการเก็บรักษาที่ยาวนาน

เหตุเพราะว่าเครื่องสำอางมีส่วนประกอบของน้ำ สารสกัดจากพืชต่าง ๆ ที่เป็นอาหารของแบคทีเรียได้ และเครื่องสำอางก็ไม่ได้ตรงดิ่งจากสายพานการผลิตกระโดดเข้าสู่มือเราซะที่ไหน... ผลิตภัณฑ์จะต้องผ่านการเดินทางอันแสนไกล ยิ่งถ้าเป็นของนำเข้าก็ต้องข้ามน้ำข้ามทวีปเป็นแรมเดือนกันเลยทีเดียว มันคงจะไม่ดีแน่ถ้าเราไปซื้อครีมบำรุงผิวสักกระปุกแล้วเปิดออกมาปุ๊ปมันก็เน่าคาขวดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...



ผู้ที่พัฒนาสูตรจะมีการใช้ Preservatives หรือสารกันเสีย/สารกันบูด เพื่อขัดขวางการเจิรญเติบโตของจุลชีพทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย เชื้อรา รวมถึงต้องควบคุมขั้นตอนการผลิตรวมถึงวัตถุดิบให้ดีอีกด้วย (สารกลุ่ม Preservatives นั้นมีให้เลือกใช้มากมาย แต่ละตัวมีความสามารถในการควบคุมเชื้อที่กว้างไม่เท่ากัน)

อีกเรื่องหนึ่งคือความ "เสถียร" ของเนื้อผลิตภัณฑ์ เพราะว่าเนื้อโลชั่น เนื้อครีมที่เห็นขาวข้นอยู่นั้น หากทำสูตรมาไม่ดีอาจมีการแยกชั้นหรือเปลี่ยนแปลงไปเกิดขึ้นได้เมื่อเก็บผลิตภัณฑ์เป็นเวลานาน หรือเจออุณภูมิที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดบ่อย ๆ

อีกสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่งคือ "การเก็บรักษาคุณค่าของสาร Active Ingredients" ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดอายุการเก็บรักษา และตลอดอายุการใช้งาน (หลังเปิดใช้แล้ว) เพราะว่าสาร Active Ingredients หลาย ๆ ตัวนั้นมีความเปราะบาง อ่อนไหว ไม่ "เสถียร" (Stable) กับปัจจัยรอบตัวอย่างเช่น "แสง" และ "ออกซิเจน"



เมื่อสารเหล่านั้นสัมผัสกับปัจจัยเหล่านี้มันก็จะเริ่มเสื่อมสลายและหมดประสิทธิภาพลงไปเรื่อย ๆ (มันก็ไม่ได้เร็วขนาดเจอปุ๊ป สลายปั๊ปทันทีหรอกครับ ก็ใช้เวลาเหมือนกัน) ตัวอย่างของสาร Active Ingredients ที่ไวต่อแสงและออกซิเจนก็ได้แก่พวกวิตามิน A C E และสารสกัดจากพืชที่มีคุณสมบัติเป็นแอนติออกซิแดนท์หลาย ๆ ชนิด

สาร Active Ingredients นั้นก็มีความอ่อนไหวไม่เท่ากัน บางตัวก็ไม่เสถียรเอาอย่างมากจึงต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่มิดชิดเป็นพิเศษอย่างพวกขวดปั้มสุญญากาศแบบทึบแสง (สำหรับส่วนผสมของสาร Active Ingredients ที่ไม่ได้มีปัจจัยอ่อนไหวกับแสง และ ออกซิเจน อย่างพวกกรด AHAs หรือ BHA นั้นจะเก็บอยู่ในกระปุกหรือขวดใสตามแบบปกติก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ ขอแค่มีความเข้มข้นและค่า pH ที่เหมาะสมกับการทำงานก็พอ)



แต่ในบางกรณี แม้แต่การเลือกบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิดที่สุดก็ยังไม่สามารถที่จะเก็บรักษาคุณค่าของสาร Active Ingredients บางอย่างเอาไว้ได้ครับ เพราะว่าสารตัวนั้นดัน "ไม่เสถียร" ในสูตรของเครื่องสำอางเอาเสียเลย เรียกได้ว่าหลังจากที่ผสมสารตัวนี้ลงไปในตำรับของเครื่องสำอางแล้ว เก็บอย่างมิดชิดแล้ว ตัวสารนั้นก็จะค่อย ๆเสื่อมประสิทธิภาพไปตามกาลเวลาไปด้วยตัวของมันเอง ตัวอย่างของสารที่ว่านี้ก็คือ Sulforaphane (ซัลโฟราเฟน) ซึ่งเป็นสาร Active ที่สามารถสกัดได้จากหน่ออ่อนของต้น "บล็อคโคลี่" ครับ





Sulforaphane กับคอนเซปต์ของ Fresh Cosmetic


จากปัญหาที่กล่าวมาด้านบน...ดังนั้นการจะนำ Sulforaphane มาใช้ในเครื่องสำอางนั้นก็ต้องแก้ไขปัญหาตรงนี้กันก่อน... ในเมื่อผสมเข้าไปแต่แรกไม่ได้ สารอาจจะเสื่อมไปหมดก่อนที่เราจะเปิดมาใช้งานเสียอีก ทางแก้ก็คือแยกเจ้า Sulforaphane เอาไว้ในรูปของผงแห้งซึ่งเป็นรูปแบบที่ Sulforaphane จะมีความเสถียรได้นานที่สุด เก็บเอาไว้ในแคปซูลและปิดผนึกในซองอลูมิเนียมเอาไว้ต่างหากเพื่อลดการสัมผัสแสง ออกซิเจน รวมถึงความชื้น



และเมื่อจะใช้ก็แค่นำเจ้าผง Sulforaphane ที่ถูกแยกเอาไว้นั้น ผสมลงไปใน Serum Base ที่มีส่วนผสมของสาร Active Ingredients อื่น ๆ เข้าด้วยกัน วิธีนี้ก็จะทำให้ตัวผลิตภัณฑ์สามารถมี SHelf-Life ที่ยาวนาน และได้รับประโยชน์ของ Sulforaphane อย่างเต็มที่...

และแน่นอนว่าการที่เจ้า Sulforaphane จะค่อย ๆ เสื่อมสลายลงไปด้วยตัวของมันเองหลังจากผสมในตัว Serum Base แล้ว ใครที่คิดว่าจะเอา Serum ที่ผสมแล้วไปเก็บตู้เย็นเพื่อหวังจะทำให้ Sulforaphane อยู่ได้นานขึ้นแล้วนั้น... ก็ขอแสดงความเสียใจกับทุกท่านด้วยเพราะว่านั่นเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ :P

การเก็บในตู้เย็นนั้น อุณภูมิที่ต่ำลงนั้นจะไปช่วยชะลอการเจริญเติบโตของจุลชีพได้ ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นอาจจะเน่าเสียช้าลง แต่ความเย็นไม่ได้ช่วยเก็บรักษา Sulforaphane ให้มีอายุนานขึ้นได้ครับ นอกจากนี้การนำเครื่องสำอางที่เปิดใช้แล้ว เข้า-ออกจากตู้เย็นบ่อย ๆ เป็นประจำ ความแตกต่างของอุณหภูมิที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้เกิดหยดน้ำภายในขวดหรือกระปุก ซึ่งจะส่งผลต่อตัวผลิตภัณฑ์ได้ครับ เครื่องสำอางที่เปิดใช้และใช้เป็นประจำก็ไม่เป็นต้องเก็บในตู้เย็นครับ เก็บในที่ ๆ ไม่โดนแสงก็พอแล้ว (ส่วนตัวที่ยังไม่ได้เปิดใช้ ก็เก็บเอาในไว้กล่องหรือตู้ที่มิดชิดก็พอครับ ไม่ต้องใส่ตู้เย็นก็ได้)


***************


ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้เข้าใจภาพรวมของการที่เครื่องสำอางสักชิ้นจะถูกพัฒนา ถูกผลิตและเดินทางมาถึงมือเรานั้น ต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง และคงได้ทราบกันแล้วว่าคอนเซปต์ Fresh Cosmetic ที่ต้องแยกส่วนผสมของสาร Active Ingredients เอาไว้ต่างหากนั้น ทำขึ้นมาโดยมีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่แค่ทำเล่นเก๋ ๆ สวย ๆ อย่างเดียว เพราะการแยกสาร Active Ingredients นั้นมีความยุ่งยากมากขึ้นในการกำหนดสูตร รวมถึงมีต้นทุนของบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ

รายละเอียดที่ลึกกว่านี้ยังมีอีกมากมาย... แต่คงจะเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทางด้านนี้แบบจริงจังซึ่งสามารถเปิดอ่าน Text กันเองได้อยู่แล้ว (เนอะ) ถ้ามีประเด็นใดที่น่าสนใจอีกปูเป้ก็จะนำมาบอกเล่ากันอีกเช่นเคยครับผม



เห็นว่า Blog นี้มีประโยชน์ ก็ช่วยกันกดปุ่ม มุมขวาล่างเป็นกำลังใจให้ให้ปูเป้ด้วยนะคร้าบ



Create Date : 03 สิงหาคม 2554
Last Update : 19 กันยายน 2554 8:53:07 น.
Counter : 4297 Pageviews.

8 comments
  
ให้ความรู้ดีๆ มากมายเลยพี่ปูเป้
โดย: เด็กดี IP: 110.77.178.58 วันที่: 3 สิงหาคม 2554 เวลา:13:12:36 น.
  
เข้าใจง่ายดีขอรับ
โดย: pongsema IP: 58.8.131.238 วันที่: 3 สิงหาคม 2554 เวลา:13:26:49 น.
  
พี่ปูเป้ ค่ะ มีจำหน่ายเมืองไทยเหรอยังอะค่ะ
โดย: SON IP: 182.53.18.189 วันที่: 3 สิงหาคม 2554 เวลา:19:39:02 น.
  
อ่านตั้งแต่ต้นจนจับก็ยังไม่รู้ว่า
สาร Sulforaphane คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร มีงานวิจัยอะไรมาสนับสนุนถึงประโยชน์ต่อผิว

ช่วยชี้แจงด้วยครับ
โดย: ชฎิล IP: 10.0.100.11, 180.183.28.245 วันที่: 3 สิงหาคม 2554 เวลา:22:31:15 น.
  
ก็นี่เป็นหัวข้อที่พูดถึงถึง Fresh Cosmetic นี่ครับ ไม่ใช่หัวข้อSulforaphane

รายละเอียดตัวนี้ก็รอรีวิวนะครับ :)

PS. มันไม่มีขายในไทยครับ แต่มีงานแถลงข่าวไปแล้ว
โดย: PuPe_so_Sweet วันที่: 4 สิงหาคม 2554 เวลา:0:49:48 น.
  
ขอบคุณค่ะ น้องปูเป้น่ารักมากเลย
โดย: มังกรพุงโต วันที่: 28 สิงหาคม 2554 เวลา:23:44:52 น.
  
ถ้าให้เลือกซื้อก่อนหลังระหว่าง paula choice resist serum กับ biotherm skin ergetic ควรซื้ออันไหนก่อนดีค่ะ พอดีมีงบจำกัดอ่ะค่ะ
โดย: สวย IP: 61.90.38.15 วันที่: 8 กันยายน 2554 เวลา:0:07:28 น.
  
ไปถอยมาละค่ะ แต่ยังไม่ได้เริ่มใช้ แต่มีคำถามค่ะ ถ้าถึงเวลา 3 เดือนแล้ว มันจะหมดอายุไปเลยหรือเปล่า เพราะคิดว่าตนเองคงใช้เกิน 3 เดือนแน่ๆ เสียดายน่ะคะ
โดย: แอร์ IP: 110.49.241.247 วันที่: 19 กันยายน 2554 เวลา:19:01:35 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Pupesosweet.BlogGang.com

PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1829 คน [?]

บทความทั้งหมด