เถียง ๒๕๒๘ ตอน ปลา "ข่อน" บ้านข้อย
"แดดร่มยามเย็น เดินลัดเลาะท้องทุ่ง
ข้าวเหลืองอร่ามงามตา เย็นกายเย็นใจ
ลมหนาว ลมโซน กลิ่นสาปโคลน สาปควาย
เสียงขลุกเสียงขลัก  บ้างดีดบางดิ้นระง่มหนา
แกนา ฮ่องคลอง กองเท กองทับมวลหมู่ปลานา
ช่อน ดุก ปู หอย  ซิว ขาว ตะเพียน หลด 
มดจ้อง นกจิก งูเลื้อย คนมา..."
     พอเห็นบรรยายกาศกันบ้างน่ะ ..ว่าอะไรหนอ "ปลาข่อน" ...วันนี้จะมาเล่าถึงปลา "ข่อน" ให้ฟังว่าคืออะไร หลายคนคงสงสัยแล้วว่า เอ ปลาข่อนนั้นมันอะไรหนอ หลายคนคนไม่รู้จัก แต่คนแถบที่ราบสูงและเป็นชาวนารู้จักแน่นอน  เพราะว่านาทุกผืนต้องมี "ปลาข่อน" เพียงแต่จะมากจะน้อยเท่านั้นเอง  รวมทั้งพวกที่ห้วย หนอง คลอง บึง ที่น้ำแห้ง ไม่มีน้ำตลอดปีจึงจะมีปลาแบบนี้
       "ปลาข่อน" ไม่ใช่ปลาชนิดใดชนิดหนึ่งเหมือน ปลาช่อน ปลาดุก ปลากหมอ ปลาหลด ฯลฯ มันเป็นการเหมารวม หรือปลา "ซำมะปิ" นั้นละ คือ ปลาหลากหลายชนิด รวมสัตว์น้ำหรือครึ่งบกครึ่งน้ำไปด้วย เช่น ปู กบ เขียด ที่ไปกองรวมกันไปแอ่งน้ำที่แห้งขอด หลายๆสัตว์ไปอยู่กัน         
         ตามแอ่งน้ำขอดๆนั้นยังมีนักล่าต่างๆก็มาด้วย รอยนก รอยงู รอยหนู รวมทั้งมดด้วยนะมารอกินซาก กระจายอยู่เต็มไปหมด พวกนี้มารอจับ รอกินปลา ปู กุ้ง หอย ฯลฯ ที่มากองรวมตัวกันในที่แอ่ง แบบว่าหากินง่ายเลยทีเดียวละ ยิ่งน้ำแห้งเท่าไหร่ยิ่งหากินง่ายเท่านั้น 
       ปลาข่อน จะมีในนาช่วงหน้าหนาว ข้าวกำลังเหลืองอร่าม กำลังสุกเต็มที่ หรือ เบื้องทีต่อเนื่องมาจนถึงเกี่ยวข้าวเสร็จโน้นเลย แล้วแต่ว่าน้ำในนาจะมีมากมีน้อย ส่วนในหน้าแล้งน้ำตามนาหมดแล้ว เหลือแต่น้ำตามลำห้วย ทางเกวียน บึงเล็กๆ ค่อนจะมีปลาค่อน เพราะน้ำจะมากกว่าในนา กว่าจะแห้งจะหายไปก็เข้าหน้าแล้งแล้วล่ะ   
        ปลาข่อนในนาข้าวส่วนมากจะมากองรวมกันตามมุมนาทั้ง 4 ด้าน หรือด้านใดด้านหนึ่งหรือสองด้าน ขึ้นกับตอนไถนาว่ามาลาดเอียงไปทางไหน รวมทั้งรองตรงกลางนาก็จะมีแอ่งน้ำขอดๆ เพราะร่องไถที่มาไถจรรจบกันนั้นเองทำให้เกิดเป็นแอ่งได้หรือเป็นร่องยาวๆได้  นาที่จะมีปลาค่อนมกาๆคือนาตีนบ้านที่เป็นปลงเล็กๆมีคันมาเป็นเหลี่ยมๆขังน้ำได้ขังปลาได้ ยิ่งปีไหนที่น้ำผับแตก น้ำมูลแตก หรือท่วมขึ้นมาถึงตีนบ้านหรือท้ายหมู่บ้านปีนั้นปลามากมาย ปลาค่อนก็มากมาย เพราะมันลงตามน้ำไปไม่ทันโดนขังอยู่ หรือเป็นปลาที่ออกมาใหม่ เกิดใหม่ในนานั้นนั้นเอง 
        พอเราไปเจอปลาค่อนตามนา ตาม"แกนา" จะได้ยินเสียงปลาดิ้น ปลาว่ายโคลน ดังสนั่นเลยนะ โดยเฉพาะพวกปลาช่อน ปลาดุก ปลาเขง ปลากิเดิด พวกนี้จะส่งเสียงลุยโคลน บางตัวก็ปีนหรือดิ้นขึ้นไปบนบกตายไปก็มี โดนนก โดนงู โดนหนู โดนปู โดนมดกินไปทั้งตาย ทั้งเป็น ยิ่งปลามีมากน้ำจะขุ่นคลักเลยละหรือเป็นโคลนทีเลยเดียว เราจะดูก่อนว่าน้ำมีมากหรือน้อย หากมีมากจะเอาไว้ก่อนยังไม่ยุ่ง แต่มีน้อยการลุยเลย เมื่อเห็นแบบนั้นก็ลงลุยทั้งเก็บ ทั้งซ้อน ทั้งจับ ทั้งวิด เอาจนที่พอใจหรือปลาหมดนั้นละ เท้า มือ เสื้อผ้า เปื้อนโคลน หมด รวมทั้งยังได้ "คาย" ข้าว โดนใบขาดบาดเอาอีก หากโชคร้ายก็โดยต้นข้าวบาด เป็นแพลลึกเพราะมันแข็งและคมมาก  หาปลาเสร็จมักจะไม่ค่อยมีน้ำให้ล้างเท่าไหร่ ก้ถูๆเช็ดเอาแถวๆนั้นนะ มาถึงบ้านหรือเจอแหล่งน้ำค่อยว่ากันอีกที 
         ปลาข่อนหรือแอ่งปลาค่อนมันจะมีกลิ่นเฉพาะของมัน เหม็นสาป เหม็นคาว เหม็นเน่า แล้วแต่ว่ามีน้ำมากน้อย มีปลามากน้อย ปลาตายมากน้ำ มีโคลนมากน้อย มีต้นข้าวมากน้อย แต่ผมว่ากลิ่นมาหอมเอ็นเอกลักษณ์ของมันเลยนะ กลิ่นปลาค่อน 
           มีสิ่งที่ต้องระวังตอนเอาปลาค่อนในนาข้าวคือ อย่าเหยียบต้นข้าว กอข้าว รวงข้าวให้เสียหายมากเกินไป เพราะมันจะเกี่ยวยากหรือมันโดนโคลน โดนหนูโดนนกกินง่ายขึ้น   เจ้าของนาเขาว่าเอา
         ส่วนตามทางเกวียนทางเดินในจะแห้งขอดลงเรื่อยๆ จนขาดเป็นห้วงๆ บางคนจนไม่ไหวก็ใช้การ "วิด" น้ำเอาเลยกลัวพวกนักล่ามันมากินหมดก่อน เลยต้องลงแรงหน่อย วิธีการก็ ทำเสาไม้สองเสาเล็กๆเอาสวิงวางาพาดไว้ แล้วเอา "คุ" หรือ "กระโซ่" ตัดน้ำวิดขั้นไปใส่สวิงที่กางไว้ จะได้ดักปลาด้วย หากมีปลาติด คุ ติด กระโซ่ ตอนที่วิดน้ำทิ้ง ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนน้ำหมดนั้นละ แล้วก็จับปลาและสัตว์อื่นๆ กันไปต่อ พอคิดว่าหมดแล้วก็เอาเท้าเขี่ยหรือปาดดินโคลนให้เรียบๆ เป็นฉาบๆ มันๆ รอสักพักให้แห้งกี จะมีพวกปลาอื่นๆที่หลบอยู่ตามโคลนลึก หรือ ปลาหลด ปลาไหล ทยอยออกมา ให้จับ แบบว่า เอาจนหมดนั้นละ 5555
           หากเราไปเจอแอ่งขอดที่น้ำหมดแล้วหรือเหลือน้อยหรือเหลือแต่โคลน ก็ลงไปงม ไปจับ ไปปาดโคลนเอาได้เลย จับๆ เขี่ย แตะๆ ปาดๆ ล่วงๆ ก้มๆ เงยๆเอาตามถนัด ได้มากบ้าง น้อยบ้าง ตามแต่จะเหลือรอดมากน้อยขนาดไหนจาก ที่มันตายเองหรือสัตว์นักล่ามาจับกิน  ตามหนองตามบึงจะมีแอ่งขอดตามขอบๆ ให้สามารถไปหาปลาแบบนี้ได้เหมือนกันเพราะปลาลงไม่ทันติดแอ่งแล้วน้ำมันแล้งไปก็เรียกปลาค่อนเหมือนกัน หาแบบเดี่ยวกันนี่  ส่วนตัวหนองหรือบึงใหย๋จริงๆมันจะไม่มีแอ่งขอดเพราะมีน้ำขังอยู่จำนวนมากไม่ค่อยแห้งเท่าไหร่ 
    ปลาข่อนนี้มันมีมารยาดในการหาอยู่นะ ไม่ใช่เดินดุ่มๆไปหาได้ทุกที่ เราเรียกว่า "มารยาทปลาข่อน" หากเป็นตามทางเกวียน ทางเดิน หนอง คลอง บึง ห้วย หากเห็นปลาค่อนก็สามารถลงไปหาไปจับได้เลยไม่มีใครว่า ส่วนปลาข่อนที่อยู่ตามนาของเขา อันนี้เราไม่ยุ่ง ถือว่าเป็นของเจ้าของนานั้นๆ ไปเอาไม่ได้ คือเป็นทรัพย์สินของเขา เป็นปลาของเขาไปแล้ว อีกอย่างตอนไปเอาปลามันต้องเหยีบก่อข้าวที่กำลังสุกเหลือง ทำให้ต้นมันล้ม กอมันแตกมันล้ม เกี่ยวอยาก พอข้าวล้ม หนุก็มากินข้าวเขามากขึ้น แบบนี้ละเราจึงถือว่าเป็นปลาค่อนของเจ้าของนาเขาไปแล้ว 
        มีหลายครั้งที่เราเดินไปทุ่งไปเที่ยวนาพี่น้องหรือญาติหรือคนรู้จักแล้วแวะไปดุปลาข่อนตามสระของเขา หากมีเราก็จัดการเอาให้หมดแล้วเอามาแบ่งเจ้าของสระเขานะ แต่ไม่ใช่ไปวิดเอาทั้งที่มีน้ำเต็มสระนะ แบบนั้นเรียกว่า "ขโมย" 555 อันนั้นต้องไปบอกเขาหรือไปกับเขาไป "ตึกแห" หรือ ทอดแหนเป็นอีกอย่าง
        ปลาข่อนจะเป็นปลาที่รสชาดอร่อยมาก สมกับเรียกว่าข้าวใหม่ปลามันนั้นละ เพราะมันได้กินข้าวมาทั้งฤดู ทุกระดับ จนมันโตเต็มที่พร้อมๆกับข้าวน่ะ แต่จะมีกลิ่นสาปโคลนนิดหน่อยนะต้องทำใจ 5555 พอเห็นปลาข่อนในนาคนอื่นๆ เราก็ต้องพยายามหักห้ามใจกันบ้างนะ เดี๋ยวเขาว่าเอา เขาด่าเอา   
         บางนาปลาไม่ข่อนตอนเกี่ยวข้าวต้องรอจนเกี่ยวข้าวเสร็จ ฟาดข้าวเสร็จจึสามารถเอาปลาข่อนได้ เพราะน้ำมันขังนาน และน้ำมากหรือมันเป็นที่ลุ่ม น้ำรอการระบาย จึงทำให้ปลาข่อนจะได้กินตอนปลายหนาวหรือต้นแล้งเลยละ
        เห็นเล่าเรื่องปลาข่อนให้ฟังขาดนี้สมัยก่อนเรานี่ก็ตัวหาปลาเลยนะ ตัวหากินเลยละ แต่บางครั้งและหลายครั้งเห็นปลาข่อนเราก็เอาไปปล่อยในลำน้ำใหญ่เป็นประจำนะ ยิ่งพวกปลาตัวเล็กๆนี่ต้องช่วยตลอด กอบใส่มือ ใส่คุ เอาไปปล่อย บ่อยครั้งไป ไม่ใช่เอามากินสะทุกครั้งหรือหมดนะ 555
...นี่ละปลาข่อน คือ ปลาที่ติดแอ่ง ติดร่อง ลงไปบึงใหญ่ไม่ทัน หรือ ปลาที่อยู่จนน้ำหมด จนตัวตาย เรียกว่า ปลาข่อน... ภาพและวิโอ คงต้องค้นตามเน็ตนะครับ เห็นอยู่มากมายคนพาไปหาปลาข่อน  แต่ที่เล่ามานี่คือเมื่อ 30 ปีที่แล้ว โน้นละ 
   หนาวมาหน้าเกี่ยวข้าวนาปี
   หนาวนี้มีปลามีข้าวมีลม
    วิ่งว่าวท้าลมท้าราตรี
   แว่วทำนองเสียงธนูบนหัวว่าว
    ฟังเย็นฟังชื่นอุราแฮ
ความทรงจำเมื่อ 2528...



Create Date : 31 มีนาคม 2563
Last Update : 15 เมษายน 2563 19:16:50 น.
Counter : 157 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ถนนสายนี้มีตะพาบ ประจำหลักกิโลเมตรที่ 258 : สดชื่น The Kop Civil
(4 ส.ค. 2563 12:47:13 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 258 "สดชื่น" จันทราน็อคเทิร์น
(4 ส.ค. 2563 16:13:22 น.)
Food For Fun : Hot Wok Return #50 :อยากกินต้องได้กิน(* o *)กะเพราหมูสับกุนเชียง nonnoiGiwGiw
(1 ส.ค. 2563 09:34:54 น.)
No. 905 คนเยอะดี หรือไม่ดี...? ไวน์กับสายน้ำ
(31 ก.ค. 2563 06:14:39 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

D-chang.BlogGang.com

Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด