ผี..กองกอย..
    ...รูปร่างคล้ายๆลิงเดินตัวตรงๆ ส่งเสียงร้องกองกอย กองกอย แอบเข้ามากัดนิ้วเท้าแล้วดูดเลือดของเราตอนที่เรานอนหลับ พวกนี้เรียกว่า "ผีกองกอย".....เวลาไปนอนในป่าให้ระวังตัวให้ดีนะ ตอนนอนหลับต้องระวังให้มาก ..."
       อีกหนึ่งผีที่พวกเราได้รับการบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ผู้มีประสบการณ์เข้าป่าเข้าเขามามากมาย โดยเฉพาะพวกที่ไปท่องเที่ยวหากินตามภูเขาชายแดนเอยหรือกลางเทือกเขาต่างๆเอยหรือตามป่าใหญ่ๆ ที่ไปตามหา "ของดี" มักจะเล่าให้เราฟังเรื่องราวอันลึกลับของป่าเขาตลอดเวลาที่มีเวลาว่าง โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ก่อกองไฟในหน้าหนาว ว่าต้องเจออะไร ต้องระวังอะไร ต้องทำอย่างไร ต้องเตรียมอะไร ไม่ทำอะไร ห้ามทำอะไร ฯลฯ ของอะไรต่อมิอะไร (เรื่องราวลึกๆลับมักจะเกิดขึ้นเมื่อเหินกว่า 30 ปี ผ่านมาแล้ว เพราะตอนนั้นมีป่าเขามากมาย ความเจริญยังไม่มี คนมีน้อยกว่าป่า  สิ่งลึกลับเห็นได้ทั่วๆไปว่าอย่างนั้น) 
       แถมยังบอกว่าเคยเห็นตรงนั้นตรงนี้ แบบนั้นแบบนี้ ที่นั้น ที่นี่ จนกระทั่งพวกเราจำฝังใจว่าหากไปนอนต่างบ้านต่างเมืองในป่าในเขาในดงต่างๆ ต้องระวังผีกองกอยนี้เอาไว้ให้ดีเดี๋ยวจะแอบมาดูดเลือดหัวแม่เท้าของเรา แถมในหนังสือการ์ตูนๆผีๆก็เอาเรื่องผีกองกอยดูดเลือดมาขายอีกต่างหากรุปร่างหน้าตาก็เหมือนคำบอกเล่านี่ละ (สงสัยเขียนมาจากคำเล่าต่อกันมานะ)
       อย่างไรก็ตาม ตั้งเล็กจนโตไม่ได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับผีกองกอยนี้เลย จริงๆก็ไม่อยากมีหรอกนะ เพราะเป็นคนที่กลัวผีอยู่แล้วนั้นเอง จนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่สามสิบกว่าปีแล้ว มีวันหนึ่งไปทำงานที่จังหวัดลำพูนแถวๆอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลชายขอบติดกันระหว่างจังหวัดลำพูนกับจังหวัดลำปาง หรือที่มีอุโมงค์รถไฟขุนตาลนั้นละ จึงได้มีโอกาสได้ฟังเรื่องราวของผีกองกอยอีกครั้งหนึ่ง ที่ชาวบ้านชาวป่าเขาที่นั้นเล่าให้ฟัง ซึ่งก็คล้ายๆกันว่า ผีกองกอยก็คลายลิงนั้นละ ส่งเสียงร้องกองกอยกองกอย อยู่ตามป่าตามเขาจะออกมาตอนกลางคืนเวลาเรานอนหลับกันต้องระวัง ที่นั้นก็เรียกว่าผีกองกอยเหมือนกันด้วย  ขณะฟังก็ขนลุกไปด้วย เพราะนานแล้วไม่ได้คุยเรื่องผีกองกอยนี้ นึกว่ามีแต่ที่อุบลราชธานีอย่างเดียว พอคุยและซักถามกันเสร็จก็แยกย้ายกัน  ผมเองก็ได้ออกเดินทางต่อไปที่จังหวัดพะเยา อันนี้กลับไปที่บ้านพะเยาเพราะเป็นช่วงของวันหยุดยาวพอดีเลยถือโอกาสกลับบ้านพะเยา  
        ตอนเย็นๆเลยชวนน้าชายออกไปนอนที่สวนป่าในอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ซึ่งเราทำเถียงหรือกระท่อมเอาไว้พักในตอนมาทำสวน ห่างจากบ้านประมาณ 6 กิโลเมตรเห็นจะได้ ทางก็เป็นทางลูกรัง ทางดินทราย ที่เจาะทะลุไปในป่าแบบชาวสวนในป่าชาวไร่ในป่า ความเงียบสงบมีมากมายไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงสัตว์ต่างๆ นานๆจะมีเสียงจักรยานยนต์หรือคนเดินผ่านขี่ผ่านให้พอไม่เงียบเหงา ส่วนกลางคืนนี้แทบจะไม่มีการเดินทางไปทำไร่ทำสวนทำนาในป่ากันหรอกนะ
      พอกินข้าวเย็นเสร็จก็นั่งจักรยานยนต์กันไปสองคนใช้เวลาสัก20นาทีก็ไปถึงเถียงของเรา จัดการเตรียมที่นอนหมอนมุ้งน้ำท่าเอาไว้ให้เรียบร้อยก่อนที่มันจะมืด เพราะไม่มีไฟฟ้า มีแต่เทียนกับไฟฉาย พอตกกลางคืนก็นั่งบนเถียงคุยกันไปเรื่อยเปือย ส่วนมากก็เกี่ยวกับป่าเขาแถบที่เราอยู่นี่ละว่ามีเรื่องราวทั้งของจริงของเล่าอดีตและปัจจุบันกัน คุยกันสองคนไม่มีเบื่อ มองดูท้องฟ้าสวยๆ ลมเย็นๆ เสียงสัตว์ป่าทั้งเล็กทั้งใหญ่ทุกประเภทร้องหรือเดินหากินกันไม่ขาดสายไพเราะไปอีกแบบ ยกเว้นเรื่องเดียวที่เราไม่พูดถึงก็คือเรื่อง ผี เพราะเราถือว่าอยู่กลางป่ากลางเขากลางค่ำกลางคืนจะไม่กล่าวถึงเรื่องราวแบบนี้ เราถือ งัยละ 
       พอตกดึกหน่อย อากาศรอบๆก็เย็นลง เสียงสัตว์ป่าก็เรื่มจะหายไปทีละน้อยๆ ลมพัดอ่อน ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ หากคนไม่เคยอาจจะรู้สึกวังเวงก็เป็นได้ พวกเราก็ยังคุยกันไปเรื่อยๆแบบเบาๆเพราะอยู่กันสองคนทั้งป่า ไฟก็ไม่ได้จุดอะไร เอาแสดงดาวเป็นแสงสว่าง ขณะที่ความเงียบของป่ารอบๆมีมากขึ้น... ก็ได้ยินเสียงนกร้อง บนฟ้า วนไปรอบๆเถียง ร้องอยู่หลายครั้งหลายครา เสียงเป็นอย่างไรจำไม่ได้แต่รู้สึกแค่ว่านกนี้ผิดสังเกต ไม่รู้นกอะไร ฟังแล้วให้ความรู้สึกเย็นสะท้านเข้าไปในใจ เหมือนกับเสียงเข้าไปถึงใจเลยก็ว่าได้ คิดอยู่ในใจว่านกอะไรหนาแปลกดีแท้ ทั้งเสียงและความรู้สึก แต่ก็ไม่ได้ถามน้าชายหรือคุยกันว่านกอะไร ได้แต่เงียบฟังและคุยกันเรื่องอื่นๆแบบเบาลงกว่าเดิม ทั้งก็ไม่ได้มองหน้าน้าชาวว่าเขาสงสัยหรือสีหน้าเป็นอย่างไรมัย ติดอยู่ในใจว่ามัน "แปลก"..
        จนกระทั่งง่วงนอนแล้วก็แยกย้ายกันเข้าห้องที่กั้นเอาไว้เพื่อเป็นที่นอนที่เก็บของแบบง่ายๆ ก่อนนอนก็สวดมนต์ไหว้พระและนั่งสมาธิแผ่เมตตา พร้อมกับบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางว่ามานอนมาเที่ยวไม่ได้มาเบียดเบียนหรือลองของหรือลองดีอะไรกับใครนะ ฯลฯ ประมาณนั้นละ จนถึงตอนนี้ก็ยังคงได้ยินเสียงนกที่ว่าแว่วมาเป็นบางครั้งอยู่ไม่ขาดสาย แต่พอง่วงมากๆเข้าก็หลับไปได้เหมือนกัน
         พอตอนเช้าก็ขี่รถจักรยานยนต์กลับเข้ามาในบ้าน เพื่อกินข้าวกินปลากัน  พอตั้งวงกินข้าวพวกคนในบ้านก็ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เจออะไรมัย สบายดีมัย ผมก็สงสัยว่าจะถามอะไรแบบนั้น หรือมันมีอะไร ผมตอบไปตามตรงว่าก็ไม่มีอะไร นอนหลับได้  ..อ้อมีแปลกอยู่อย่างเรื่อง เสียงนกที่ร้องเมื่อคืน ว่าเสียงมันแปลก ไม่เคยได้ยิน และรู้สึกมันเย็นๆไปถึงหัวใจเลยละ  ..พอผมเล่าให้ฟังไปทุกคนก็หัวหน้าหากันแล้วตอบว่า "นั้นละ" เอนั้นละอะไรล่ะ เขาว่านั้นเป็น "ผีกองกอย" เขามา เอ้า เป็นเรื่องเลย น้าเล่าให้พวกเขาฟังก่อนแล้วตอนมาถึงบ้าน เขาเลยมาถามผมว่าเป็นอย่างไร มิน่าละถามแปลกๆ ก็แค่ไปนอนเถียงในป่าเอง 
       เขาเลยเล่าให้ฟังว่าเสียงในเป็นเสียงของผีกองกอยเขาออกมา สงสัยเห็นคนใหม่ๆไปนอนในป่ามั้งไม่ใช่คนเก่าๆหรือเคยไปเคยมา อาจจะมาทักทายหรือเยี่ยมเยียน น้าได้ยินตอนเมื่อคืนก็ไม่กล้าบอกกลัวว่าจะกลัวเอา หรืออาจจะรู้อยู่แล้วก็ได้ เลยไม่ได้คุยในตอนนั้น แต่ก่อนนอนก็บอกก็กล่าวอีกว่ามานอนป่าเฉยๆไม่ได้มาทำอะไรเบียดเบียน ให้ปกปักรักษาด้วยนะ 
     อ้อก็เพิ่งรู้่ว่าที่พะเยาก็เรียกผีกองกอยเหมือนกันนะ ส่วนรูปร่างเขาว่าเปลี่ยนแปลงได้เป็นได้หลายอย่างหลายแบบ แต่ครั้งนี้มาแบบนก บางครั้งก็มาแบบคล้ายๆลิงเหมือนกัน (พิมพ์ไปขนลุกไปนะนี่) เวลาเข้าไปแถบๆนี่จะเห็นหลายๆคนหลายๆครั้ง แต่ระวังกันอยู่   มิน่าเสียงนกอะไรแปลกผิดปกติ และเย็นไปถึงหัวใจเลยทีเดียวคือ ผีกองกอยนี่เอง นี้เพิ่งคุยเรื่องนี้ที่จังหวัดลำพูนมานะนี้แต่มาได้สัมผัสที่จังหวัดพะเยานี่เอง
         นี่ละเรื่องราวของผีกองกอยที่ได้ยินได้ฟังมาเล่าสู่กันฟัง..          



Create Date : 21 พฤษภาคม 2563
Last Update : 21 พฤษภาคม 2563 22:44:03 น.
Counter : 121 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ฉลองวันเกิดกับครอบครัวตัวออ. คนผ่านทางมาเจอ
(31 ก.ค. 2563 21:58:11 น.)
ไม่ต้องตามไปนะ | Diary สีเทาเทา blue_medsai
(1 ส.ค. 2563 20:44:34 น.)
Good Morning Friday 31.07.2020 Max Bulliboo
(31 ก.ค. 2563 14:30:06 น.)
ต้นมะม่วง สุดรัก...ณ Germany Max Bulliboo
(29 ก.ค. 2563 06:06:57 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

D-chang.BlogGang.com

Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด