เถียง ยุค 2528 (เถียงไร่ล่าง)
เถียง...
พี่ทำไมชอบเถียงจัง อ้อก็ขอเถียงหน่อยสิ เถียงกันไปเถียงกันมาเดี๋ยวก็ได้ข้อสรุป แต่ “เถียง” นี้ ไม่ใช่กิริยาหรือการโต้เถียง แต่ “เถียง” คำนี้คือ “คำนาม” เป็นสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่อาศัย หลบลมฝน คล้ายกระท่อมแต่ใหญ่กว่า แต่ไม่เท่าบ้าน มีหลากหลายรูปแบบ แล้วแต่เจ้าของอยากสร้างแบบไหน ขนาดใด ลองย้อนดูความหลังกันหน่อนว่าเถียงที่เคยนอนเคยอยู่มันเป็นอย่างไรบ้าง เริ่มจากเถียงที่ไร่ก่อนละกัน สมัยเด็กๆ จนถึงเรียนมัธยมปลาย ตามีไร่อยู่ที่ต่างอำเภออยู่ ๒ แปลงขนาดแปลงละ ๒๐ ไร่ แปลงล่างพวกเราจะทำ “เถียง” ไว้หลังหนึ่ง ขนาดใหญ่หน่อย มันก็คล้ายๆกับบ้านตามหมู่บ้านนั้นละ แต่อันนี้สร้างเอาไว้ที่ไร่ เอาไว้สำหรับหลับนอน เก็บของ ทำของกิน ตั้งอยู่กลางไม้ผลต่างๆเช่นมะม่วง มะขาม น้อยหน่ายักษ์ กล้วย เพื่อให้ความร่มรื่น กันแดด กันฝน กันลม กันคนมองเห็นด้วย สร้างเป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใหญ่ทีเดียว เพราะต้องเอาไว้นอนและอาศัยเวลามาทำไร่มัน ไร่ข้าวโพด ไร่ฝ้าย ไร่ถั่ว สวนผัก ทำเป็นเถียงสองชั้นทำด้วยไม้เปือยซึ่งเป็นไม้ที่มีปุ่มๆแต่เนื้อแข็งมากปลวกไม่กิน ทำทั้งต้น ตัดเอาแถวๆในป่ารอบๆ เพราะมีมากมาย ชั้นหนึ่งปล่อยเป็นพื้นดิน ตามพื้นจะมีรูตู่เป็นวงๆเต็มไปหมด บางคราเอาไม้มากองไว้ใต้เยงก็จะมีงู มีหนู มีตะขาบมีแมงเงามาหมุดมาอยู่อาศัยด้วย เราจะทำแคร่ไว้นั่งเล่น ที่วางสิ่งของไม่ให้โดนแดดโดนฝน ห้องครัวจะทำแคร่หรือยกชั้นติดกับเถียงแบบหลังคาเดียวกันและเอาไว้นั่งทานข้าว มีโอ่งน้ำใช้ โอ่งน้ำกินอยู่ข้างๆ พอจะถึงด้านบนชั้นสองทำเป็นบันไดไม้สูงแบบไม่มีราวจับขั้นบันไดก็ห่างๆหมาแมวขึ้นไม่ได้แน่ ที่ต้องทำสูงเพราะสมัยก่อนมีสัตว์ร้ายอยู่ทั่วไปแม้จะไม่ใช่ป่าภูเขาที่มีเสือสิงห์กระทิงแรดช้างก็ตามที สัตว์อันตรายเล็กๆก็พอมีอยู่ พื้นเถียงเป็นไม้ทั้งต้นบ้างหรือเลื่อยครึ่งหนึ่งบ้างไม่มีความเรียบเวลานอนเอาเสื่อหรือสาดมาปูเอา สามารถมีรูหรือร่องมองลงข้างล่างแบบว่าลมสามารถตีจากช่องว่างได้เวย ผนังหรือฝาเป็นไม้แผ่นตีแบบหยาบๆราบๆ เอาพอกันลมกันฝน กันสายตาคนอื่นๆ แต่เวลาลมมาหรือฝนมาจะมีเสียงหวีดหวิวเป็นระยะได้อารมณ์ไปอีกแบบ บางจุดไม้ไม่พอก็เอาไผหญ้าคานั้นละมาเป็นฝาเอา ตามขือคาก็จะมีไม้แผ่นวางราบไว้ซ้อนของมีค่าหรือของที่อยากเก็บให้มิดชิดบ้าง หรือใช้เชือกหรือฝากหมัดห้อยเอาไว้บ้างเป็นระโยงระหยางไป หรือเอาที่นอนหมอนมุ้งเก็บหรือพาดเอาไว้ หลังคาแน่นอนว่าเป็นไผหญ้าคาที่สานเองทอเองตัดเองตากเองสางเองและมุงเอง เพราะสมัยนั้นหญ้าคามีมากมายและใบยาวใหญ่หาได้สบายๆไม่ต้องซื้อหา มันใช้ได้หลายปีทีเดียววิธีสงเกตว่ามันหมดหรือมันพังก็ตอนมีฝนรั่วหรือมองเห็นแดดหรือแสงจันทร์ก็ได้เวลาเสริมหรือเปลี่ยนละ ทรงหลังคาก็แบบหน้าจั่วง่ายๆ นั้นละเถียงในไร่สมัยเด็กและวัยรุ่นที่เอาไว้หลับนอนเวลาไปไร่ เวลานอนก็หาเสื่อหาสาดมาปูกางมุ้งนอนสบายๆแบบโล่งๆเพราะไม่มีห้องแยก เล่าถึงตรงนี้ก็พานให้คิดถึงเถียงที่ว่า คิดถึงบรรยายกาศ คิดถึงผู้คน คิดถึงอดีต เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังกัน



Create Date : 01 มีนาคม 2563
Last Update : 5 เมษายน 2563 16:52:51 น.
Counter : 123 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ช่างใคร!! nonnoiGiwGiw
(1 ก.ค. 2563 11:11:03 น.)
หมดความอดทน อาจารย์สุวิมล
(5 ก.ค. 2563 14:18:33 น.)
No. 896 ปักหมุดท่องเที่ยว ที่....? ไวน์กับสายน้ำ
(29 มิ.ย. 2563 05:49:11 น.)
29.05.2020: คอกาแฟ..เชิญทางนี้ Max Bulliboo
(29 มิ.ย. 2563 16:00:41 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

D-chang.BlogGang.com

Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด