ป่าช้า ตอน บ้านผม (2) เอหลุมนี่..จะเป็นอะไรมัยครับ
      "..เอ ..นี่มันกระดูกนะนี่ มีแต่กระดุกขาวไปหมดเลย ขนาดลึกขนาดนี้ยังมีแต่กระดูก  อาจารย์มันจะเป็นอะไรมัยครับ"  ...ถามพระอาจารย์ขณะที่กำลังขุดดินจอมปลวกหรือโพนในป่าช้าของเรา เพื่อเอาดินไปถมทางเดินและลานวัดป่าไม่ให้น้ำท่วมในปีถัดไป 
        ตอนที่แล้วปิดท้ายว่าเป็นคนขี้กลัวผีแต่สุดท้ายก็ต้องอยู่มากินมานอนที่ป่าช้าจนด้วย เหตผลนะหรือก็มาช่วยกันสร้างวัดป่า แล้วก็บวชในวัดป่า และพอสึกออกมาก็กลับไปเยี่ยมเยียนวัดป่าก็ต้องนอนวันป่าช้านี้ยังงัยละ 
        ในตอนที่เริ่มสร้างวัดจำเป็นมีการถมดินเพราะมันเป็นที่ลุ่มมีน้ำขังน้ำท่วม วิธีถมดินก็คือใช้แรงงานคนนี่ละขุดเอาดินในป่าช้านั้นละมาถมให้มันสูงขึ้นไปอีกให้พ้นน้ำ เครื่องมือในการขุดหรือมือนี่ละ จอบ บุ้งกี้ รถเข็น กระสอบป่าน แบบว่าแรงงานล้วนๆ  ทุกเช้าพอญาติโยมมาจังหันหรือบินโตเสร็จก่อนกลับบ้านก็จะขุดดินมาถมแต่ได้ไม่มากเพราะเป็นคนสูงอายุเป็นส่วนใหญ่  ที่ได้เนื้อได้เนื้อคือตอนกลางคืนหลังทานข้าวก็เรียบร้อยพวกชาวบ้านเด็กเล้กวัยรุ่นหนุ่มสาวจะพากันมาช่วยกันขุดดินไปถมที่ในวัดกัน พระก็จะเดินสายไฟและเตรียมอุปกรณ์เอาไว้ให้ญาติโยม มีน้ำดื่มมีขนมมีน้ำเย็นให้บริการ พวกเราเด็กๆและวัยรุ่นจะมาขุดบ้างมาเล่นบ้างมาจีบกันบ้างแล้วแต่ความชอบแต่ทุกคนก็ขุดจะมากจะน้อยก็ไม่ว่ากัน   เราจะทำตอนนที่น้ำหมดไปแล้วนะคือหน้าหนาวหรือหน้าแล้ง ส่วนหน้าฝนนี่ขุดไม่ได้น้ำมันท่วมหรือน้ำมันขัง ทำลำบาก
       บางวันคนก็มากบางวันคนก็น้อย ได้ทั้งบุญกุศลในการสร้างวัน ได้ทั้งมาเที่ยวสนุกๆ ได้ทั้งใช้เวลาว่างกลางคืน น่าจะเป็นการกิจกรรมกลางคืนแบบร่วมกันทำของหมู่บ้านกิจกรรมสุดท้ายนะ เพราะไม่ได้มีกิจกรรมใหญ่หรือการก่อสร้างใหญ่แบบนี้อีกหลังจากนั้น สมัยก่อนนั้นในการทำงานของส่วนรวมทุกคนก็จะไปช่วยกันทั้งการสร้างวัด สร้างโรงเรียน สร้างถนน สร้างบ่อน้ำ สร้างสระน้ำ ของส่วนรวมก็ทำโดยส่วนร่วมถือว่าทุกคนจะได้ประโยชน์ในการเอามาใช้นั้นเอง แต่ละคนแต่ละครอบครัวจึงจะส่งคนไปช่วยงานเล่านี้เป็นปกติ  ถือเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนบ้านเรา 
       อีกเรื่องหนึ่งคืนเป็นกุลยุทธในการดึงคนเข้าวัด ให้เขาเกิดความชินคุ้นเคยมีความเป็นเจ้าของว่าเรานะเป็นคนรขุดดิน เรานะทำถนน เราทำศาลา เรานะทำห้องน้ำ เรานะกุฎิ ฯลฯ คนทำจะมาเองหรือลูกหลานก็จะมาวัดเอง นับว่าเป็นสิ่งที่ดีทีเดียว  ตัวอย่างก็ผมนี่งัย ตอนแรกน้าสาวเข้ามาวัดก่อน จากนั้นน้าก็ใช้ให้มาวัดทำโน้นทำนี่ สุดท้ายบวชเลยในวัดป่านั้นละ  เป็นแบบนี้กันหลายครอบครัวมากจนถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่นะ สืบทอดต่อกันมาเรื่อยๆในแต่ละรุ่น 
        พอขุดมากๆเข้าก็กลายเป็นสระน้ำขนาดใหญ่มาก 2-3 สระและมีหลุมขนาดเล็กๆกระจายไปตามป่าช้าตามเส้นทางเดินเข้าศาลาวัด โรงครัว โรงฉัน โรงน้ำร้อน กุฎิ ห้องน้ำ ทางจงกลม ต่างๆรอบป่าช้าแถมยังไม่คอยซ่อมในทุกๆปีเพราะน้ำมันเซาะออกไปมากบ้างน้อยบ้างหรือดินมันยุบตัวไป 
        พอหน้าฝนหน้าน้ำมาทีตามทางเดินหรือลานวัดจะมีตระไคร้น้ำขึ้นเกาะเต็มหากไม่ระวังต้องลื่นเป็นประจำทั้งญาติโยมหรือคนในวัดเอง มันเป็นดินเหนียวหรือดินจอมปลวกทำให้ตระขึ้นหรือเชื้อรามันขึ้นมาเยอะ ผมเองก็ล้มและลื่นหลายๆครั้งเจ็บบ้างไม่เจ็บบ้างต้องมีสตินิดหนึ่ง    
        มีหลายครั้งที่พวกเราขุดโพนหรือจอมปลวกในป่าช้า แน่นอนมันก็คือหลุมที่เขาฝังเอาไว้นั้นละ ก่อนขึ้นก็ต้องบอกต้องกล่าวก่อนนะว่า เอ้าขอขุดดินหน่อยนะจะเอาไปทำวัดเอาไปถมทางเดิน ถมลานวัด อนุโมทนาสาธุด้วยกันนะ อย่าว่ากัน เพราะเอาไปทำบุญมาทำบุญด้วยกันเลยนะ... แน่นอนขุดไปขุดมาเจอแต่เศษกระดูกแบบละเอียดๆเป็นจุดขาวๆผสมในดินเหนียวหรือดินปลวก แปลกนะทำมัยอายุก็แค่ร้อยปีแต่ป่นหรือละเอียดหมดแล้ว ส่วนที่อายุเป็นพันๆหลายพันปีกลับบังเป็นโครงกระดูกอยู่แล้วแปลกมากนะอันนี้ต้องอ้างอิงเชิงวิทยาศาสตร์มาตอบ คงต้องรบกวนไปถามนักโบราณคดีก็แล้วกันนะว่าทำไม แน่นอนไม่ได้มีเครื่องปั้นดินเผา หรือเครื่องอุทิศแบบคนโบราณเรียกไม่ได้ขนาดนั้น เพราะวัฒนธรรมหรือพิธีกรรมมันคงเปลี่ยนจากยุคเก่าๆไปเยอะ   เศษกระดูกเหล่านี้อยู่ลึกและกระจายอยู่ 1-2 เมตร ในดิน พอขุดพ้นลึกลงไปก็เป็นดินธรรมดาละ ตรงไหนที่เป็นจอมปลวกมักเจอกระดูกหมดละ    
          พอเจอกระดูกเยอะๆ ก็เลยถามพระอาจารย์ว่าเจ้าของเขาจะว่ามัย จะเป็นอะไรมัยที่มาขุดหลุมเขาแบบนี้ ที่ถามนะหรือก็กลัวงัยละ 555 ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไรมันก็คือดินธรรมดานี่ละดีเสียอีกเขาจะได้ทำบุญด้วยตายไปยังทำให้เกิดดินมาถมทำทางเดินทำศาลาทำลานวัดให้พระให้โยมได้สัญจรได้ทำบุญทำทาน  โชคดีหน่อยไม่ได้เจอหลุมที่ฟังฝังหรือยังไม่เปื่อย เจอแต่หลุมเก่าๆหรือนานมากแล้ว ความจริงก่อนจะขุดเราก็เลือกอยู่นะก็เอาที่ๆเป็นจอมปลวกเป็นโพนสูงๆใหญ่ ตรงไหนเป็นหลุมยุบๆหรือใหม่ๆเราก็ไม่เอามีคนเก่าแก่พอจำได้อยู่ว่าเพิ่งฝังไปไม่กี่ปีคงยังไม่เปื่อย ประมาณนั้นๆ เราเลยเลี่ยงได้สบายๆ        พอพระอาจารย์บอกว่าไม่เป็นรัยเราก็ขุดกันต่อไป จนสามารถได้ดินมาถมลานวัดหรือทางเดินจนแล้วจนเสร็จ  ส่วนหลุมต่างๆที่เกิดจากการขุดตอนสร้างวัดป่าก็ทยอยเต็มเนื่องจากใบใต้ ขยะ น้ำ ทำให้ค่อยๆตื้นขึ้นมาคืนเรื่อยๆแต่ใช้เวลาหลายๆปีนะกว่าจะเต็ม มีปลาตกค้างในหลุมในทุกๆปีเราก็ต้องไปจับออกไปปล่อยในสระใหญ่เป็นประจำปลาเล็กบ้างใหญ่บ้างมีหมดละ 
         แล้วมีอะไรเกิดขึ้นมัยกับพวกเราหรือคนที่ไปช่วยกันขุดดินทำวัดป่าในป่าช้า ก็ไม่มีใครเป็นอะไรหรือเห็นอะไรลึกลับนะ คงด้วยความตั้งใจดีไม่ได้รบกวนสุ่มสี่สุ่มห้าหรือเหตุผลใดก็แล้วแต่นะ   แล้วได้ทำบุญหรือรวบรวมกระดูกเอาไว้มัย ก็ไม่ได้มีอะไรที่เป็นทางการนะมีแต่ตอนกรวดน้ำหรือรับพรตอนเช้าก็อุทิศส่วนกุศลไปให้หรือกล่าวถึงเขาเหล่านั้นกัน เขาก็คงจะได้รับบุญจากพวกเรากันบ้างละ..  
              



Create Date : 03 พฤษภาคม 2563
Last Update : 3 พฤษภาคม 2563 11:15:54 น.
Counter : 190 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
258....สดชื่น.... คนผ่านทางมาเจอ
(5 ส.ค. 2563 17:33:44 น.)
สดชื่น อาจารย์สุวิมล
(5 ส.ค. 2563 20:08:14 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ ประจำหลักกิโลเมตรที่ 258 : สดชื่น The Kop Civil
(4 ส.ค. 2563 12:47:13 น.)
Food For Fun : Hot Wok Return #50 :อยากกินต้องได้กิน(* o *)กะเพราหมูสับกุนเชียง nonnoiGiwGiw
(1 ส.ค. 2563 09:34:54 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

D-chang.BlogGang.com

Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด