ดอนปู่ตา ๒๕๒๘ ตอน แสงลึกลับ
      พอทำนาเสร็จชาวบ้านที่เขาเลี้ยงควายเลี้ยงวัวจะจะพากันเก็บฟางข้าวหรือบ้านเราเรียกว่า "เฟียง" เพื่อจะเอาไว้ให้สัตว์กินตอนหน้าหนาว หน้าร้อน จนกว่าจะเข้าหน้าฝน ปางคนก็เอา "ฟ่อนเฟียง" มาเรียงกันดีๆเป็นชั้นๆอิงกับเสาไม้ บางคนก็เอามาเรียงกันเป็นตับๆเป็นชั้นๆ บางคนก็เอาฟางมาเทมากองเอาไว้ในคอกสูงๆใหญ่ๆ จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับสัตว์ที่เลี้ยงไว้ว่ามีมากมีน้อยขนาดไหนนั้นละ เพื่อให้คุ้มปีคุ้มฝนไป เดี๋ยวมันจะลำบากไปหามาเพิ่ม เก็บฟางเอาตอนที่เพิ่งเกี่ยวข้องเสร็จ ฟางที่ว่าก็มีทั้งแบบขอเอา หรือซื้อเอาราคาถูก เพราะชาวนาหลายคนก็ไม่ได้เลี้ยงควายเลี้ยงวัว พอนวดข้าวเสร็จก็ไม่ได้เอาไปทำประโยชน์อะไร กองๆริมลานรอไฟมาไหม้ก็เท่านั้น พวกที่เลี้ยงสัตว์ก็ขอเอา เอารถไปขนเอามาเก็บไว้
       พวกเราเด็กก็จะอาศัยไปเล่นกันที่คอกเฟียงนี่ละ ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่จะเล่นเฉพาะหน้าหนาวนะ ทำมัยหรือ ก็มันอุ่นดี ไปมุดเฟียง ไปทำซุ้ม ไปทำโจมเฟียง เล่นไล่จับ เล่นซ้อนหา เล่นต่อสู้หนังจีน เล่นยิงกัน เล่นกระโดด เล่นตีลังกา ฯลฯ สารพัด แล้วแต่ว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน  บางครั้งเล่นเสร็จก็นอนที่นั้นเลย เพราะมันอุ่นดี และมันสนุกดี แบบมุดๆกันในคอกเฟียงนั้นละ
      คอกเฟียงที่พวกเราชอบไปเล่นกันมีอยู่หลายคอกนะ ของพอใหญ่วาน ของลุงสอน ของพอ่ลาย ของแม่ติ๋ว ของแม่ห่วง ที่เป็นคอกใหญ่ๆ แล้วแต่จะนัดกันที่ไหน ก็ว่ากันไป แต่จะไปของคนรู้จักหรือมีลูกมีหลานเขาเล่นด้วยเท่านั้นนะถึงจะเล่นได้ เดี๋ยวเขาว่า เพราะการเล่น เฟียงมันแตกกระจุยกระจาย มันเละหรือคอกพังก็มี 555 แต่ถ้าเป็นญาติๆกันก็ไม่ว่ากัน ถือว่ามีของเล่น มีเพื่อนมาเล่น มาอยู่บ้านด้วยกันไป 
       พอเล่นเสร็จหากเป็นกลางวันพวกคนใหญ่เขาก็เลี้ยงข้าวเที่ยง ด้วยส่วนมากก็ส้มตำกับข้าวเหนียวแค่นี้ก็อร่อยแล้วละ เด็กๆกินกันง่ายๆ ถือว่าเป็นการเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานกันไป ทีใครทีมัน   หรือพวกเราก็ตำส้มตำกันกินเองก็ได้ไม่ต้องรบกวนคนใหญ่เขา อยากอะไรก็ตำกินกัน มีอะไรก็หาๆเอาหรือขอเอาแถวๆนั้นละมากินกัน เขาก็ให้หมดนะ สบายๆในสมัยนั้น 
        มีอยู่คืนหนึ่งที่ทำให้ได้ "เห็น" จ่ะๆและจำจนวันนี้และไม่ได้ตาฟาด ไม่ได้เหมา ไม่ได้งง เห็นกันหลายคน ทุกคน เกืบทั้งหมู่บ้านเลยละ ขณะที่พวกเราเด็กๆกำลังเล่นคอกฟางของพ่อลายแม่ซ้อนอยู่ข้างบ้านแก คอกเฟียงนี้ไม่มีหลังคานะ เปิดโล่งเลย ซึ่งไม่ไกลกับดอนปู่ตา เป็นคืนเดือนมืดนะ อาศัยแสงจากไฟนีออนข้างคอกเฟียงในการเล่น พวกเราเล่นกันสัก 5-6 คนนี้ละ เล่นกันเพลินๆ  "เราเห็นแสงสว่างวาบๆ สว่างมาก  คล้ายๆกับหลอดไฟมันเสียนั้นละ วาบๆ เป็นระยะๆ เราเข้าใจว่าเป็นไฟนีออนมันเสียนะ พยายามมองไปที่บ้านพ่อลายก็ไฟยังดีอยู่ มองซ้ายมองขวาก็เห็นมันก็ยังวาบๆอยู่ตลอดเวลา เอมันมาจากไหนนะแสงนี้นะ แล้วเราก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า เต็มๆเลย สาเหตุของแสงสว่างวาบๆ ตรงกลางเป็นคล้ายๆกับหลอดไฟใฟญ่หรือสปอตไลท์ (สมัยนั้นไม่มี) หรือดวงไฟใหญ่ๆ พอๆกับดวงจันทร์แต่สว่างมากกว่า มันส่งแสงวาบๆ เป็นระยะ เราก็เรียกเด็กๆเพื่อนๆที่เล่นด้วยกันดูกันทุกคนก็ว้าวๆตลึงเลยละ นั้นอะไรหรือ มันคืออะไรหรือ  ทุกคนก็เสียงออกมาคล้ายๆกันนะ พวกเราเด็กๆมองอยู่นานมากหลายนาที จนมัยลอยออกไปทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ผ่ากลางหมู่บ้านเลยนะ ลอยวาบๆ ไปเรื่อยๆ ไปทางวัดบ้านค้อหวาง พวกเราก็มองตามไปจนสุดสายตานั้นละ มีบ้านกับต้นไม้ปังนะ ทำให้มองไปเห็นว่ามันลอยไปสุดที่ไหน พวกเราตื่นเต้นกันใหญ่เลย ต่างคุยกันว่ามันคืออะไรหรือใครเล่นอะไรหรือเป็นได้อย่างไรหนอ "   หลังจากแสงวาบๆผ่านไปแล้วพวกเราก็กลับบ้านใครบ้านมัน ไม่ได้กล้วนะแต่ตื่นเต้นต้องไปเล่าให้พวกผู้ใหญ่พวกกันว่าเราเห็นอะไรเผื่อเขาตอบได้ว่ามันคืออะไรหนอ ตัวเราไปถามตากับน้าว่า แต่ไม่ได้ความว่าอย่างไร
            จนตอนเช้าก็เกิดข่าวใหญ่ทั้งหมู่บ้านว่าเมื่อคืนมีดวงไฟส่งแสงวาบๆผ่านจากดอนปู่ตาของบ้านเราลอยขึ้นและวิ่งไปทางวัดบ้านเรา ลอยอยู่หลายนาที เห็นกันเกือบทุกคน สว่างกันทั้งหมู่บ้าน ว่าอย่างนั้น ต่างคนต่างเห็นด้วยกัน แสดงว่าเป็นเรื่องจริง ทุกคนก็สรุปว่า เป็น "แก้วเจ้าปู่" ที่ลอยมาให้ลูกหลานได้เห็น ได้ดูของแปลก ของจริง ของศักดิ์สิทธิ์ ได้เป็นบุญตาของพวกเรา  คนเฒ่าคนแก่เขาบอกกันอย่างนั้น พวกเราเด็กๆก็เชื่อว่าจริงๆละ 
            พอตอนนี้ย้อนกลับไปดู สมัยนั้น มันคืออะไรหน่อ คนรู้ใหม่อาจบอกว่า เป็นเครื่อ่งบิน อ้อไม่มีเสียง เป็นฮอ อ้อไม่มีเสียงใบพัด เป็นหลอดไฟ อ้อสมัยนั้นไฟฟ้าหลอดใหญ่ๆยังไม่มีเลย เป็นสปอตไลต์ ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ เป็นมนุษย์ต่างดาวหรือยานอาวกาศ อาจจะใช่ แต่ เป็นแก้วเจ้าปู่นี้ละของค่อนข้างชัวร์ๆๆๆ   
            ตอนที่เราโตแล้วมีโอกาสได้ไปทำงานหลายๆที่ ได้ฟังชาวบ้านและคนเฒ่าคนแก่พุดเรื่องราวลึกลับก็จะเห็นลักษณะเดียวกัน เป็นดวงไฟวิ่งลอยและวิ่งปบนท้องฟ้าจากจุดหนั้นไปจุดนี้ จากยอดเขาลูกนี้ไปลูกนั้น ฯลฯ เลยเป็นสิ่งที่ยืนยันให้เราว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นเห็นจริง และของจริงด้วยละ
            นี่ละดวงไฟหรือแสงลึกลับที่พวกเราได้เห็นกันมาในสมัยเด็กๆ เห็นกันทั้งหมู่บ้านเลย....



Create Date : 05 เมษายน 2563
Last Update : 8 เมษายน 2563 7:04:07 น.
Counter : 151 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ฉลองวันเกิดกับครอบครัวตัวออ. คนผ่านทางมาเจอ
(31 ก.ค. 2563 21:58:11 น.)
Food For Fun : Hot Wok Return #49 :ความสุขของกะทิ(╹V╹)ฟักทองแกงบวด(ใส่ไข่) nonnoiGiwGiw
(30 ก.ค. 2563 10:19:45 น.)
หินสามวาฬ จ.บึงกาฬ ตะลีกีปัส
(29 ก.ค. 2563 14:17:12 น.)
Second Wave ไวรัส....มาถึงเยอรมันแล้ว update!!!! Max Bulliboo
(28 ก.ค. 2563 20:50:10 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

D-chang.BlogGang.com

Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด