เถียง ๒๕๒๘ ตอน ..ข้าวจี่...ใส้ปลาร้า
        สมัยก่อนละแวกบ้านเราเขาทำ "ปอ" กัน ปอในที่นี้คือปอกระเจา ซึ่งก็คือปอที่ปลุกแล้วเอามาทำกระสอบป่านนั้นละ ใครคิดไม่ออกให้คิดถึงต้นกระเจี้ยบดอกเล็ก ที่เราเอาออกมากินมาต้มนั้น คล้ายๆกันมาก จนสมัยเด็กๆ แยกไม่ออกว่าอะไรคือปออะไรคือกระเจี้ยบ เขาจะปลูกตาม "สวน" ที่เป็นดินทรายหรือดินที่ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่นะ ประมาณว่าปลูกอะไรไม่ขึ้นก็ลงปอนี่ละเอาไว้ เท่าที่เห็นก็มีสวนริมหมู่บ้านเขาจะปลูกกันหลายเจ้า ซึ่งทำได้ปีละ 1 ครั้งเหมือนกัน ตามสวนปอนี้มันชอบมีน้ำขัง มี "บวก" ควายนอน พวกเราชอบเอา "สวิง" ไป "ช้อน" หา "เขียด" เอาไปใส่เบ็ดมีเยอะมากเลยละ  เวลาเราหักต้นปอนี้มันจะหักง่ายมา แต่เปลือกของมันจะเป็นกาบๆหรือแผ่น เหนียวมากเอามาฝั้นเป็นเชือกปอได้เลยนะ 
       เมื่อ "ต้นปอ" มันโตได้ที่แล้วเขาจะตัดปอกันมัดเป็น "มัด" ๆ ขนาดอุ้มได้ กองรวมกันไว้ ซึ่งพอได้คืนหนึ่งเวลายกมัดปอนี้ต้องระวัง เพราะ แมงงอด แมงเงา หรือแมงป่องมันชอบไปอยู่มาก ไม่รู้เป็นอะไร ไม่รู้มาจากไหนด้วย มันมาอยู่มามัดปอที่กองเอาไว้ ยิ่งกองนานยิ่งมาอยู่เยอะนะ แปลกมาก  จากนั้นเขาจะมาแช่น้ำตามห้วยหรือหนองแถวๆหมู่บ้าน หรือ คลองริมถนน การแช่ก็จะทำเป็นหลักปักเอาไว้ไม่ให้มัดปอกระจายออก แล้วเอาก้อนหินหรือไม้หนักๆมาทับด้านบนให้ปอมันจมน้ำ เขาแช่น้ำมันจนมันเปื่อย จนมันเน่าเลยละ จนเปลือกนอกมันหลุดหลุ่ย จนใบร่วงหมด ยิ่งนานก็ยิ่งดีนะ แต่ที่ไม่ดีคือ กลิ่นนี้เหม็นตลบอบอวนไปหมดทั้งในน้ำและในอากาศ พอเดินไปแถวนั้นหรือผ่านถนนแถวนั้น โอว มายกอด  ในกองปอที่แช่น้ำจะมีปลาต่างๆอาศัยอยู่นะมากมายเลยละ พวกหาปลาชอบมาหาแถวนี้ ปลามันคงชอบปอ หรือมาหลบภัยก็ไม่รู้ได้  เวลาเราลากเอามาลอกปอจะมีปลาติดมาด้วยเป็นบางครั้งก็ได้เอาไปทำกินกัน ส่วนมากจะเป็นพวกปลาดุก ปลากช่อนนะ เพราะมันมุดเข้าไปตามมัดปอที่เปื่อยๆ
       พอมันเปื่อยได้ที่แล้วก็จะ ลากขึ้นมา "ลอกปอ" กัน คือเอามือลอกเอาเปลือกหรือเส้นใยปอออกจากลำต้นปอออก บางเจ้าก็จ้างเป็นมัดๆ จไมไ่ด้แล้วว่ามัดละกี่บาท ปต่ไม่เกิน 5 บาทแน่ๆ กับอีกอย่างคือ คนอื่นๆไปช่วยเพื่อจะได้เอา "ลำปอ" ที่ลอกแล้วแบบงามๆ  วิธีการลอกปอคือ เอาไม้หนักๆทุบที่โคนมันก่อนให้มันแตกจะได้ลอกง่าย แล้วทำการดึงเปลือกที่เป็นเส้นๆจากโคนที่ทุบออกมาจนสุดต้นมัน แต่เราไม่ลอกที่ละต้นนะมันช้า เรารวมๆหลายต้นหลายๆเส้นเป็นกำๆแล้วดึงออกมาพร้อมกัน เอาเท้าเหยียบส่วนกลางและปลายของต้นมันหลายๆต้นเอาไว้ แล้วดึงๆออกมาจนสุด ก็จะได้เชือกปอเป็นมัดๆ แต่ไม่เสร็จ เปลือกมันนี้จะมัดเป็นมัดๆขนาดพอมือนะ จากนั้นพอหมดปอที่จะลอกแล้วก็เอามัดเปลือกปอที่เป็นกำๆนั้นละไป "ฟาด" กับน้ำ เสียงตุบๆตับๆเลยละ ฟาดเอาเปลือกที่ติดมา ใบที่ติดมา ออกให้หมด ฟาดไปเรื่อยให้ปอมันสะอาด ให้เส้นใยสะอาดที่สุด เวลาเอาไปตากแห้งแล้วมันจะขายๆ ราคาจะได้ดีๆ   จากนั้นก็เอามัดเส้นใยที่สะอาดดีแล้วไปคลี่ตากกับราวไม้ไผ่ในบ้านของเจ้าของเขาจนได้ที่แล้วก็เก็บเอาไว้ขายต่อไป นั้นละการทำเส้นปอกระเจาสมัยนั้น 
          บริเวณที่เขาแช่ปอและลอกปอ มันจะมีกอง "ลำปอ" หรือ ต้นปอ ขาวๆ เป็นลำปอที่มีรูเดียวตลอกนะคล้ายหลอดดูดน้ำนั้นละ อ่อนและหักได้ง่าย แตกง่าย โคนจะใหญ่ๆ ขนาดก็แล้วแต่ละปลุกกันดีมัย ปุ๋ยดีมัยนะ ใหญ่เล็กมีทุกขนาด ที่เขาลอกเอาเส้นใยไปหมดแล้วกองเป็นภูเขาย่อมๆเต็มไปหมด เรียงกันบ้างสลบกันบ้างยาวบ้างสั้นบาง "ลำปอ" นี้ ประโยชน์ของมันคือ เป็นเชื้อไฟ เวลาจะก่อไฟทำอาหารหรือนึ่งข้าว เราจะเอาลำปอนี้เป็นเชื้อก่อนก่อให้ไฟติดถ่านติด อีกอย่างคือเอาไว้เป็นกระดาษชำระเวลาเข้าป่า เพราะตอนนั้นไม่มี "ส้วม" ใช้นะ 555 บางครั้งพวกเราเด็ก ก็เอาลำปอนี้ละมาเป็นที่วิ่ง "ว่าวกระทุน" มันเอาว่าวติดกับปลายลำปอ มันจะได้สูงๆวิ่งรับลมได้ดี ก็สนุกสนานกันไป   
         คนที่อยากได้ "ลำปอ" ไปใช้และเก็บไว้ตลอดปี แบบหลายๆมัด ก็จะมาเก็บหรือมามัดเอาแถวๆนั้น ขนใส่รถชุกมาเก็บไว้ในที่ร่มๆ หรือสอดเอาไว้ตามใต้ถุนบ้านหรือถุนยุ้งข้าว หรือกองเอาไว้ในที่ร่มๆ ไม่โดนฝน แต่คนที่ไปเก็บเอาแบบนี้จะได้แต่ลำปอสั้นๆ ไม่สวยงาม ต้นเล็กบ้าง ต้นหักบ้าง มีอีกวิธีหนึ่งที่จะได้ลำปอสวยๆ ยาวๆ คือ ต้องไปรับจ้างลอกปอ หรือไปช่วยเขาลอกแล้วก็เก็บเอาที่มันสวยๆของตนเองนั้นละหรือของคนอื่นที่ลอกปออยู่ด้วยกัน ประเภทว่าอยากได้ต้องลอกเอา แต่หากเอาสดๆหรือใหม่แบบนี้ต้องเอาไปตากแดดหน่อยหนึ่งนะมันจะได้แห้งสนิท  แต่ละบ้านจึงมี "มัดลำปอ" เอาไว้ ในการก่อไฟไม่ได้ขาด ส่วนเราก็ไปหาลำปอเหมือนกันไปลอกเอาบ้าง ไปเก็บเอาบ้าง ได้ทุกอย่างทุกวิธีเพื่อให้ได้ลำปอนะ เพราะบ้านเราไม่ได้ทำไร่ปอก็เลยต้องไปหาเอาจากของคนอื่นๆ 
        ไม่ได้เห็นใครปลุกปอกระเจามานานมากแล้วนะ ก็ไม่รู้ทำไม ไม่ได้เห็นต้นมานานแล้ว มันอาจจะลำบากตอนแช่ปอ ลอกปอ ตากปอละมั้ง มันยุ่งยากเกินไปสำหีับสมัยนี้ คนเลยไม่ค่อยจะปลุกปอกระเจากัน แถวไหนมีก็บอกๆหน่อยนะจะไปดู จะไปดม กลิ่นต้นปอ กับดอกปอ ที่มันมีอัตลักษณ์ของมันนะ หอมๆฉุนๆ       
       ลำปอของเรานอกจากการเอาไปทำเชื้อไฟและเข้าป่าแล้ว เรายังมีประโยชน์อีกอย่างคือ เอามาทำเป็น "ไม้" เสียบ "ข้าวจี่"  มันอย่างไรหรือ ต้องเล่าขายเรื่องราวของข้าวจี่ให้ฟังกันหน่อยละ ไม่อยากบอกว่า นอกจากเป็นมีอ "เผาข้าวหลาม" แห่งหมู่บ้านแล้ว เรายังควบตำแหน่ง "มือปิ้งข้าวจี่" อีกด้วย เพราะเป็นคนที่ชอบกินข้างจี่มากเป็นพิเศษและกินได้ทุกเวลาที่มี "ข้าวนึ่ง" กับ "ถ่านไฟ" อุยอย่าข้าวใจผิดว่าเอาข้าวมากินกับถ่ายละ เอามาปิ้งกัน  ..อ่านต่อ 2  
   



Create Date : 14 เมษายน 2563
Last Update : 22 เมษายน 2563 9:38:39 น.
Counter : 104 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
258....สดชื่น.... คนผ่านทางมาเจอ
(5 ส.ค. 2563 17:33:44 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ ประจำหลักกิโลเมตรที่ 258 : สดชื่น The Kop Civil
(4 ส.ค. 2563 12:47:13 น.)
ตายแล้วไปไหน? Nior Heavens Five
(1 ส.ค. 2563 03:04:32 น.)
No. 905 คนเยอะดี หรือไม่ดี...? ไวน์กับสายน้ำ
(31 ก.ค. 2563 06:14:39 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

D-chang.BlogGang.com

Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด