ป่าช้า ตอน ไปดูคนเมื่อ 4200 ปี ที่หนองราชวัตร
    หลังจากไปเห็นโครงกระดูกของคนสมัยเก่า คนโบราณยุคหลายพันปีที่แล้ว ที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานีเล้ว เกิดมีคำถามว่า ..ทำไมต้องอยู่ลึกหลายเมตรจัง... มีคำตอจากพี่ๆน้องๆนักโบราณคดีตอบว่า พี่ลองนึกดูนะว่าเดิมตอนฝังก็อาจจะลึกพอขุดได้สักเมตรสองเมตร แต่พอเวลาผ่านไปผ่านไปดินมันก็ทับถมให้มันสูงขึ้น ทั้งดินจากต้นไม้ จากตะกอน จากปลวก ฯลฯ พูดง่ายๆว่าแค่ไม่กี่ร้อยปี เช่น รัตนโกสินทร์ อยุธยา สุโขทัย ลพบุรี ยังมีดินทับถมมากมาย เวลาสำรวจต้องขุดกันตั้งลึกเลย  แต่นี่หลักหลายพันปี จะไม่ลึกได้อย่างไร ยิ่งตั้งใจฝังยิ่งลึกเข้าไปอีกหลายเมตรเลยละ ..อ้อนี่เองคือทำตอบว่า ทำไมกระดูกจึงอยู่ลึกจังเลย 
       ซึ่งคงจริงตามที่เขาบอกนั้นละ ดูจากแค่ป่าช้ายุคปัจจุบันรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเราเวลาเดินเข้าไปตามหลุมศพที่เขาฝังเอาไว้มันเกิดเป็น "จอมปลวก" ขึ้นมาสูงท่วมหาก็มี ต้นไม้ก็ขึ้นงามเชียวละ บางแห่งยังเห็นฝาโลงโดนหน่อไผ่ดนขึ้นมาก็ยังเคยมีนะ ตรงไหนที่เป็นหลุมก็จะกลายเป็นเนินเป็นจอปลวกขึ้นมาทันทีเลย คงได้คำตอบกันแล้วละ
      วันนี้จะพาไปดูว่า เมื่อ 4000 กว่าปีเขามีป่าช้าหรือที่ฝังศพกันแบบใด ที่จังหวัดสุพรรณบุรีก็แล้วกัน เพราะไปมาน่าจะ 2 รอบเหมือนกันนะ ตามคำชักชวนและบอกกล่าวของพี่ๆน้องๆนักโบราณคดีอีกเช่นเคย ..พี่ๆ อยากเห็นหลุมฝังศพของคนยุคหินไปดูที่หนองราชวัตรสิพวกหนูขุดกันมาหลายปีละและยังขุดอยู่รับรองได้เห็นหลายโครงเลยนะ...นี่เป็นคำชวนของพี่ๆน้องๆชาวศิลปกรหลังจากที่โดยรบเร้าว่าอยากเห็นคนยุคหินว่าเขาเป็นอย่างไร จึงไปที่มาของการได้เห็นป่าช้าของคนยุคหิน "นี่มันยุคหินเลยนะ" พอคิดถึงยุคนี่ก็ย้อนไปดูการ์ตูน มนุษย์หินฟรินโตนละสิ 555 คงแบบอยู่ในถ้ำกัน นะ 55 ไปดูกันว่าเป็นอย่างไรเขาฝังศพกันแบบไหน
     ....หนองราชวัตร เป็นตำบลหนึ่งในอำเภหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่อยากเชื่อว่าจะมีของเก่ากว่า 4000 ปี อยู่แถวๆนั้น มันมีเรื่องราวว่า เมื่อมีคนครั้งแรกๆในช่วงยุคหินเก่า ขอเรียกว่า "คนถ้ำ" ก็แล้วกัน คนอาศัยอยู่ตามถ้ำบนภูเขาเพราะอันตรายจากสัตว์ต่างๆเลยต้องไปอยู่ในถ้ำ เครื่องมือเครื่องใช้ก็เป็นพวกก้อนหินแตก หินทุบ ท่อนไม้ ต่อมาเมื่อความกล้าหรือเจริญขึ้นมาคนก็ออกมาอยู่ตามเชิงผา ชะหง่อนผา เชิงเขาบ้าง เพราะความกว้าและมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่แหลมคมขึ้นมา หรือเก่งขึ้นก็ว่าได้ เรียกว่า คนยุคหินกลาง ขอเรียกว่า "คนเชิงเขา" ก็แล้วกันนะ พอเก่งขึ้นอีกรู้จักขัดรู้จักถูหินหรือไม้ให้คมให้บางจนกลายเป็นอาวุธได้ละ คราวนี้ก็มันใจเลยละ รวมทั้งปลูกพืชเป็น ขี้เกียจไปเก็บละ ขี้เกียจไปล่าสัตว์ละ เลยเอามาปลูก เอามาเลี้ยง รวมทั้งมีการติดต่อ เชื่อมโยง แลกเปลี่ยน อพยพกันไปมาจนออกมาที่ราบเชิงเขา หรือที่ราบริมแม่น้ำลำธารที่ทำนาทำไร่กันได้ เรียกว่า "ยุคหินใหม่" ขอเรียกว่า "มนุษย์" ก็แล้วกัน อันนี้ขอเรียกเองด้วยความเข้าใจตนเองนะ เพราะ ผมชอบคนยุคนี้ต้องที่เป็นช่วงเวลาที่จากคนถ้ำ คนป่า มาเป็นคนพื้นราบ สามารถอยู่รอดด้วยตนเองและมีการแลกเปลี่ยนกับที่อื่นๆ ผมว่านี่เป็นอีกหนึ่งจุดกำเนิดของยุคต่อๆมาเลยที่เดียว คงเป็นการตัดสินใจหรือวิวัฒนาการหลายๆอย่างเกิดขึ้นในช่วงนั้น  ต้องขอขอบคุณเลยทีเดียว 
       ตรงหนองราชวัตรที่ว่าก็คือ คนยุคหินใหม่นี่เอง ขอเรียว่า เป็นกลุ่มคนกล้ากลุ่มแรกๆอีกแห่งหนึ่งที่ กล้าตั้งถิ่นฐานนะ จนปรากฎร่องรอยอารยธรรมนี้เอาไว้ให้ได้เห็น เท่าที่เห็นเป็นชุมชนที่กว้างขวางน่ะ ตอนที่ไปถึงได้เดินรอบๆบริเวณเกือทั้งหมดเท่าที่เดินได้ เพราะเป็นไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลังชาวบ้านเขา พอดีบางไร่เขากำลังไถพรวนพอดีเลยได้โอกาสเข้าเดินดู เห็นของเก่าๆเพียบเลย "ขวานหินขัด" "ขวานหินยังไม่ขัด"  และ "เศษเครื่องปั้นดินเผา"  มีเพียบเลย ของพวกนี้ทำให้เห็นว่าที่นี่เป็น "ชุมชน" หินใหม่แห่งหนึ่งเลยละ ภาษาสมัยนี้ก็เรียกว่าหมู่บ้านแห่งหนึ่งมั้ง 
      ผมเป็นคนที่ชอบ "ขวานหิน" มากนะเวลาไปแหล่งโบราณเหล่านี้มักจะมองหา "ขวานหิน" โดยตลอดทำให้เรารู้ว่ามันเป็นยุคหิน แม้จะมีสัมฤทธิ์หรือเหล็กปะปนมาก็แสดงว่ามีการอยู่แบบต่อเนื่องมาข้ามยุคเลยทีเดียว แต่ที่นี่ไม่มีนะ มีแต่ขวานหินขัดอย่างเดียวเลย ไม่มีสัมฤทธิ์ ไม่มีเหล็กมาปะปนในชุมชนนี้ ผมที่ชอบงัยที่หนองราชวัตรเป็น ชุมชนหินใหม่ที่บริสุทธิ์สำหรับผมเลยทีเดียว
       การเห็นของเก่ากระจายอยู่ทั่วไปผมชอบนะ ผมชอบมากกว่ามีแต่หลุมศพอย่างเดียว เพราะมันทำให้ว่า เคยมีคนอยู่แถวนี้ อาศัยอยู่แถวนี้ คือ มันคงเป็นหมู่บ้านเก่าเมื่อ 4000 ปี ที่แล้วงัยละ มันได้บรรยายกาศและความรู้สึกที่เก่าแก่โบราณ เวลาไปดูแหล่งโบราณสถานเก่าๆลองไปสำรวจรอบๆนะครับ ไปดูให้เห็นว่า นอกจากตัวโบราณสถานณที่โพล่ออกมาให้เราเห็นแล้ว ยังมีของเก่ากระจายอยู่ทั่วๆ แต่จะเท่าที่เคยเห็นจะมีแต่พวกยุคหินใหม่ สัมฤทธิ์ เหล้ก ทวารวดี สุโขทัย นะที่ยังมีของเก่ากระจายตามชุมชนโบราณอยู่ แต่ใหม่กว่านี้ ไม่ค่อยได้มีโอกาสไปหรือเห็น ขอเอาที่เห็นก็แล้วกัน 
         ความโชคดีของหนองราชวัตรอย่างหนึ่ง คือ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ทำการเกษตรไม่ใช่หมู่บ้านหรือตำบล ไม่ได้เป็นที่อยู่อาศัยที่มีการรบกวนสภาพเดิมมากเกินไป ทำให้เก่ายังเห็นง่ายและรักษาของเดิมๆเอาไว้ค่อนข้างดีทีเดียว ซึ่งได้ข่าวว่าเขาทำผ้า้ป่าซื้อที่เอาไว้กัน 7 ไร่กว่า อันนี้ต้องขอชมที่คนบริจาคและคนขายนะ เยี่ยมมาก เอาไว้เป็นมรดกและตกทอดก็คนรุ่นหลัง 
          ภายในหลุมขุดค้นต่างๆที่เขาเปิดเอาไว้ให้ชมและยังขุดกันเรื่อยๆตามหลักวิชาการ มองลงไปหรือลงไปจะเห็นโครงกระดูกของคนยุคหินวางเรียงรายกันบ้าง ทับซ้อนกันบ้าง พร้อมกับเครื่องอุทิศต่างๆที่เขาเอาไปให้กับคนตาย อยู่ลึกมัยแน่นอนลึกเป็นปกติ เขาหันหัวกันทางไหนละ มี 2 ช่วง ช่วงแรก 4000 ปี นั้นหันหัวไปทาง "ทิศเหนือ" ช่วงสอง 3500 ปีหันหัวไปทาง "ทิศใต้" พร้อมกับรูปทรงของเครื่องประกอบหรือเครื่องอุทิศก็ต่างกันไป หรือเพิ่มขึ้นมาตามความเจริญก็ว่ากันละ. คนตอนนั้นคงมีแต่ความเชื่อและศาสนายังไม่มี

     งงว่าทำมัยมี 2 ชั้นโครงกระดูก แสดงว่า ชุมชนโบราณนี้อยู่อาศัยกันต่อเนื่องมา ป่าช้าก็ใช้ที่เดียวกันและพื้นดินก็คงสูงขึ้น ทับถมขึ้นมาโดยตลอด ตอนนั้นอาจจะสูงเพียงเมตรสองเมตรแต่ตอนนี้สูงมาหลายเมตรเลยทีเดียว นี่ละการพิสูจน์ว่า "แผ่นดินมันสูงขึ้น" ด้วยการทับถมตามธรรมชาติน่ะ 
       เครื่องอุทิศที่มีข้างๆ โครงกระดูกมีอะไรบ้างละ หลายอย่างนะ เครื่องใช้ เครื่องประดับ เครื่องทำมาหากิน ของคนสมัยนั้นหรือของเขาที่ตายไป ..ที่นี่เป็นเครื่องแรกที่ได้เห็น "ลูกปัด" จากดินและลูกปัดจากซากสัตว์ต่างๆ ทำให้เห็นว่าความสวยงามก็มานานแล้วนะ เพราะมีเครื่องประดับใช้กันมานานมากแล้ว
         ที่น่าสนใจยิ่งคือ "หม้อสามขา" คล้ายกับหม้อดินวางอยู่บนก้อนหินเส้า 3 ก้อนนั้นละ มีคนเคยบอกว่าว่า นี่เป็นหลักฐานการแลกเปลี่ยนหรือการอพยพของวัฒนธรรมการทำการใช้หม้อสามขา เพราะเขาเชื่อกันมาหม้อแบบนี้มีจุดกำเนิดแถวๆจีนตอนใต้ ยูนาน แถบๆนั้นละ เมื่อกว่า 7000 ปี ที่แล้วและพัฒนาการออกมาในหลายรุปแบบและการใช้ประโยชน์ หลายๆสมัยต่อไป แสดงว่าคนยุคหินที่หนองราชวัตรต้องเป็นคนหรือเชื่อมโยงกับคนแถบเมืองจีนอาจจะโดยอ้อมหรือโดยตรงไม่แน่ใจ แต่หม้อแบบนี้เห็นตั้งแต่สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ภาคใต้ จนมาเลเชียเลยทีเดียว ทั้งแบบดั้งเดิมจากจีนหรือใช้ทำเองในท้องถิ่น นี่ก็แสดงว่าคนโบราณสมัยนั้นมีรู้จักกันแล้ว เห็นอะไรดี มีอะไรดีก็เอามาบอกหรือเอาไปใช้ในชุมชนตนเอง
       ..พี่ๆมาดูนี่ ตรงนี้เป็นกองไฟหรือเตาที่เขาทำอาหารการกิน น่าจะเป็นครัวสมัยนั้น เห้นนี่มัยดินดานดินไหม้ เห็นเปลือกหอยพวกนี้มัยรอบๆนี้ ...อ้อแล้วมันแปลว่าอะไรล่ะ..มันก็แปลว่า มีคนอยู่แถวนี้ ตรงนี้ หรือง่ายๆแปลเป็นภาษาชาวบ้านคือ หมู่บ้านนี้กับป่าช้าของพี่นั้นอยู่ติดกันนี้ละ เอ้าแล้วเขาไม่กลัวหรือ ก้อเขาคงกลัวออกไปนอกหมู่บ้านมากกว่ากลัวคนที่ตายไปแล้วนะ...นี่เป็นคนกลัวของพี่น้องนักโบราณเล่าให้ฟังมา 
         ก็คงคล้ายและเหมือนกับบ้านเชียงที่เก่ากว่าและอยู่ต่อเนื่องมาถึงหลักพันปี ก็อยู่ในที่เดียวกับชุมชนทั้งบ้านคนทั้งป่าช้าก็อยู่บริเวณนั้น คงมีการแบ่งออกมาเป็นส่วนๆแต่ก็ใกล้ๆกันนั้นละ  สรุปง่ายๆว่า ป่าช้ากับบ้านคนรอยู่ที่เดียวกันนั้นละ (แบ่งส่วน)   
        พอมาที่หนองราชวัตรแล้วมีของฝากอะไรมัยคำแนะนำคือ อย่าเลย เพราะเป็นโบราณวัตถุตามกฎหมายนะ ไม่ครอบครองจะดีกว่า ให้เขาอยู่ในที่เดิมของเขา ไม่เคลื่อน ไม่ย้าย เอาไว้ให้ลูกหลานได้เห็นของจริง สภาพจริงกัน คงต้องมีการทำของที่ระลึกที่ประยกต์หรือจำลองจากของเก่าแก่เหล่านี้ออกมาเพื่อสร้างรายได้ให้กับการดูแลรักษาที่นี่ต่อไป
       นี่ละป่าช้าที่มีอายุไปถึง 4200 ปี มีแต่ของเก่า มีขวานหินขัด มีหม้อสามขา มีลูกปัด ..รอให้คนไปพิสูจน์กันต่อไป..หนองราชวัตร..ตามไปดูที่ลิ้งกูเกิลนี้ได้ครับ


https://www.google.com/maps/place/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3/@14.7365613,99.9246188,1179m/data=!3m1!1e3!4m13!1m7!3m6!1s0x30e22ca22a669477:0x404fb54b009feb0!2z4LiV4Liz4Lia4LilIOC4q-C4meC4reC4h-C4o-C4suC4iuC4p-C4seC4leC4oyDguK3guLPguYDguKDguK0g4Lir4LiZ4Lit4LiH4Lir4LiN4LmJ4Liy4LmE4LiLIOC4quC4uOC4nuC4o-C4o-C4k-C4muC4uOC4o-C4tQ!3b1!8m2!3d14.713124!4d99.9353318!3m4!1s0x30e22b6881465a91:0xd2d64cc69129dfe9!8m2!3d14.7368374!4d99.9272271



Create Date : 25 เมษายน 2563
Last Update : 11 พฤษภาคม 2563 11:17:03 น.
Counter : 81 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ภูมิต้านทานชีวิต เริ่มแกร่งขึ้นนะ ..ทุกคน..ว่ามั๊ย? Max Bulliboo
(30 ก.ค. 2563 07:48:22 น.)
ตึ๊ดดึงติ๊ดดึงดึงตึ๊ดดึ่งดึงดึง.. nonnoiGiwGiw
(30 ก.ค. 2563 16:41:24 น.)
Food For Fun : Hot Wok Return #49 :ความสุขของกะทิ(╹V╹)ฟักทองแกงบวด(ใส่ไข่) nonnoiGiwGiw
(30 ก.ค. 2563 10:19:45 น.)
28 กค 63 วันพระกับความรัก mcayenne94
(28 ก.ค. 2563 20:15:07 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

D-chang.BlogGang.com

Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด