ป่าช้า ตอน พิสูจน์อดีตและการมีอยู่ ที่ป่าช้า 5600 ปี
      สมัยที่เรียนหนังสือพวกเราคงเคยได้เรียนมาว่า "บ้านเชียง" เป็นแหล่งโบราณดคีสำคัญของเมืองไทย แต่คงมีคนที่ได้ไปได้เยี่ยมชมคงมีไม่มาก โชคดีที่มีโอกาสพาเจ้าหน้าที่และภาคีเครือข่ายไปเชื่อมโยงและไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณคดีกับคนแถวนั้น 2 ครั้ง 2 ครา 
      สิ่งที่โด่งดังที่สุดของบานเชียงคือ "เครื่องปั้นดินเผา" ซึ่งสำหรับผมเองคิดว่าเป็นเครื่องปั้นดินเผาเก่าที่สวยงาม "ที่สุด" เพราะมีลวดลายบนภาชนะต่างๆที่สวยงามมาก จนกลายเป็นที่ต้องการของคนชอบของเก่าและของใหม่เลียนแบบมานาน จนท้ายที่สุดทำให้บ้านเชียงได้เป็นมรดกโลกในปี 2535 นี่เอง 
       คนที่ไปบ้านเชียง คงมุ่งไปดูความเก่า ความแก่ ซึ่งมีอายุมากว่าเกือบ 6,000 ปี หากไม่ได้เห็นจริงๆคงไม่มีคนเชื่อว่า คนเมื่อเกือบ 6000 ปีที่ผ่านมานั้นทำอยู่ เขากิน เขาใช้ อะไร แบบไหน และอยู่กันอย่างไร ผมชอบถามนักโบราณคดีบ่อยๆว่า ..พี่คนสมัยนั้นเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร..คลองเล็กๆ ป่าก็ไม่มี ดินก็ไม่ดี ฯลฯ คำตอบที่ผมได้รับเป็นประจำคืน ลองจินตนาการดูว่าเมื่อ 6000 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีเหล็ก เครื่องมือเครื่องใช้ทำจากไม้ หิน ดิน ทั้งนั้น ป่าไม้ สัตว์ป่า น้ำ ดิน อากาศ มันย่อมอุดมสมบูรณ์มากมาย คือ มันเป็นหมู่บ้านหรือชุมชนกลางป่ากลางเขาสิ มิใช่เอาภาพที่เห็นปัจจุบัน ไปย้อนดูอดีต ต้องมองจากอดีตมา คิดง่ายๆว่า "สมัยรุ่นปู่ กับรุ่นพ่อก็ต่างกัน "สมัยพ่อ" กับสมัยของเราก็ต่างๆกัน ..อ้อ พอยกตัวอย่างแบบนี้มาละชัดเลย  สมัยปู่ใช้เดินกับเกวียน สมัยพ่อใช้จักรยานและมอเตอร์ไซค์ ส่วนสมัยเราใช้กะบะ-เครื่องบิน นี่แค่เรื่องพาหนะการเดินทางนะ ไม่รวมเรื่องอื่นๆ อันนี้แค่ หลัก 1-2 ร้อยปีเอง อันนั้นหลักหล่ยพันปี ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไป
     กลับมาที่บ้านเชียง ผมว่าบ้านเชียงเป็นแหล่งโบราณคดีที่โชคดีนะที่ยังคงเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีชีวิตและให้ประโยชน์กับคนที่ยังอยู่จนปัจจุบันนี้ คงตอบอยากว่าจาก 5600-ปัจจุบันนี้ มันต่อเนื่องกันมาทุกๆปีมัย อันนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญเขา แต่ที่แน่ๆคือ ตอนนี้คนรบ้านเชียงก็ยังอยู่ เป็นชุมชนระดับตำบลเลยละ ซึ่งมาจากหลากหลายที่ เป็นไทยบ้าง เป็นพวนบ้าง อย่างไรก็ถือว่าเป็นคนบ้านเชียงในปัจจุบัน
       หากไปที่บ้านเชียงอยากจะให้ไปรู้ประวัติศาสตร์ที่พิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง  จากั้นตามเส้นทางตามจุดที่ตนเองชอบว่าปัจจุบันมันเป็นอย่างไร เช่น บ้านดั้งเดิม แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา และสุดท้ายขาดไม่ได้ คือ "หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน" ซึ่งโบราณวัตถุมีอายุมากว่า 5600-1800 ปี มาแล้ว ซึ่งเป็นจุดที่เราถือว่าเป็น "ป่าช้า" ที่เก่าที่สุดของเรานั้นเอง
         ข้างในหลุ่มฝังศพนี่มีโครงกระดูกหลายโครงและเครื่องประกอบอื่นๆ ในแต่ละยุคแต่ละสมัย ทำเป็นหลุมดเอาไว้่ และจำลองหลายๆอย่างเอาไว้ในหลุม เพราะต้องดูแลให้ดีมันจะเปื่อย บางอย่างก็เอาไปเก็บไว้แทน มีหลังคาให้ร่มรื่น พร้อมที่นั่งชมแบบใจเย็นๆ แต่ไม่เย็นนะเพราะไม่มีแอร์ 
      สิ่งที่ผมได้เห็นจากที่แห่งนี้ คือ เครื่องปั้นดินเผาที่วางอยู่กับโครงกระดูก ซึ่งใช้เป็นประกอบพิธีการฝังศพ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เขาเดาว่า เอาไว้ให้คนตายไปใช้ หรือ เป็นของที่คนตายชอบ ฯลฯ แล้วแต่การเดาแบบมีหลักการก็แล้วกัน สิ่งเหล่านี้คงต่อเนื่องมาจนยุคปัจจุบันนะ แต่มากน้อยต่างกันแต่ละแห่งไปแต่ละยุคไป 
     พี่ๆนักโบราณคดีชอบบอกว่า พี่หากเห็นหม้อหรือเครื่องปั้นดินเผาหรือเครื่องประดับที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุด จะอยู่ที่หลุมศพกับโครงกระดูกนี่ละ เพราะเขาตั้งใจทำให้คนตายและไม่ผ่านการใช้มาก่อน ดังนั้นพวกที่เล่นของเก่าบอกว่าสวยๆ นี่ละแบบนี้ทั้งนั้น...อันนี้พี่ๆเขาบอกให้ฟังนะ จริงเท็จผมนะเชื่อเลยเพราะได้เห็นกับตาและได้สัมผัสอะไรมาอย่าง วันหลักจะเล่าให้ฟังเรื่อง "ลูกปัด" จากหลุมเหล่านี้นะ...อย่าลืมทักนะหากลืม..
        สำหรับผมทำให้ได้เห็นว่า การทำพิธีการฝังเมื่อกว่า 6000 ปีที่ผ่านมาทำทำกันอย่างไร แบบไหน เอาอะไรใส่เข้าไปบ้าง หันหัวไปทางใด สิ่งที่คนชอบมองคืน "เวลาฝังเขาเอาหัวไปทางไหน" อันนี้ต้องบอกก่อนว่าคนเมื่อหลายพันปีก่อนยังไม่มีศาสนาพุทธนะ แต่ความเชื่ออะไรสักอย่างคงจะมีอยู่แล้วละ จะเมหมือนกันในทุกแห่งนั้นมัย อันนี้ขอไม่ตอบเพราะต่างสถานที่ ต่าง ต่างประเทศ แม้จะเป็นปีเดียวกันก็เจริญไม่เหมือนกันไม่เท่ากันนะ คงเหมือนปัจจุบันนี้ละ  ส่วนหลุมนี้มีคนบอกว่าหัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ (โปรดไปพิสูจน์อีกครั้ง เพราะนานมาแล้วลืมไปละ ค้นจากเนตมา) 
      แล้วทั้งบ้านเชียงนี้มีที่ฝังศพที่เดียวหรือทั้งบ้านเชียง โอไม่แน่นอน เพราะว่าจากข้อมูลเดิมมีการขุดพบโครงกระดูกอยู่หลายแห่งนะ แต่ที่วัดนี้เขาทำเป็นหลุมเอาไว้ให้ดู เห็นว่าเป็นแบบเปิดแห่งแรกของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ ต้องขอขอบคุณกรมศิลปากรที่เปิดให้ชมแบบนี้ เพราะตามหลักการแล้วพี่ๆเขาบอกว่าของยิ่งเก่ายิ่งแก่หากเปิดให้โดนอากาศโดนฝนโดนแดดโดนลมมันจะเปื่อยๆไปเลยเสียงของ การเปิดเอาไว้อย่างนั้นต้องใช้วิชาการและงบประมาณอย่างมากมายเลยละ
      จากหลุมสพที่วัดโพธิ์ศรีในนี้ ทำให้ผมพิสูจน์อะไรบางอย่างนะ อันนี้ต้องเป็นการรู้ของแต่ละคน แต่สำหรับผมเอง มีเรื่องหนึ่งที่พิสูจน์คือ คนโบราณมีจริง การมีอยู่ของอดีต ของประวัติศาสตร์ ของอารยธรรมเมื่อกว่า 6000 ปีที่ผ่านมา นั้นคือสิ่งที่ได้รู้จากป่าช้าแห่งนี้..
       สุดท้ายหากจะไปพิสูจน์เรื่องราวเล่านี้ที่ มรดกโลกบ้านเชียง สามารถไปด้วยตนเอง ถนนหนทางสะดวกสบาย มีที่พักที่เอกชนและชุมชนโฮมสเตย์ หรือใช้บริการของชุมชนท่องเที่ยวก็ไม่ผิด ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับผมนะคือ หน้าหนาวเพราะอากาศเย็น กับหน้าฝน จะได้เห็นความเขียว  นอกจากไปดูจากแหล่งต่างๆที่ราชการจัดไว้ให้แล้วยังอยากให้ไปคุยกับชุมชนที่เป็ฯคนท้องถิ่นเกี่ยวกับบ้านเชียงจะได้เชิงลึกอีกแบบสนุกดี คนไทพวนมาอยู่อาศัยที่บ้านเชียงนานแล้วอย่าลืมไปรู้วิถีพวนจากเชียงขวาง สปป.ลาวนะ รับรองสนุก สุดท้ายเครื่องปั้นดินเผาที่ทำใหม่มีมากมายสวยงามเอาติดมือมาด้วย..สวัสดีบ้านเชียง..
       ตอนหน้าพบกันที่ 4000 ปีนะ.   
https://www.google.com/maps/place/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%99/@17.408196,103.2432832,212m/data=!3m1!1e3!4m6!3m5!1s0x3123434a12a913f5:0x5faca14af2f7cd95!4b1!8m2!3d17.4084227!4d103.2438982



Create Date : 25 เมษายน 2563
Last Update : 11 พฤษภาคม 2563 11:19:29 น.
Counter : 98 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชมการตัดต้นไม้ แบบปีนไปตัดบนต้น มืออาชีพ จริงๆ newyorknurse
(1 ส.ค. 2563 02:38:58 น.)
Food For Fun : Hot Wok Return #49 :ความสุขของกะทิ(╹V╹)ฟักทองแกงบวด(ใส่ไข่) nonnoiGiwGiw
(30 ก.ค. 2563 10:19:45 น.)
หินสามวาฬ จ.บึงกาฬ ตะลีกีปัส
(29 ก.ค. 2563 14:17:12 น.)
No. 904 อาชีพหลัง โควิดมาเยือน ไวน์กับสายน้ำ
(27 ก.ค. 2563 06:19:59 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

D-chang.BlogGang.com

Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด