Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
26 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
นี่ เรา กำลัง คุย กับคนประเภทไหนกัน?










บันทึกการเดินทาง ฉบับ โลกไม่สวย




ในวันสุดท้าย ...
ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ข้างทะเลสาบพุชการ์
วิวจากชั้นสองของที่นี่ เมื่อมองออกไป
ก็จะเห็นผืนน้ำ และสิ่งก่อสร้างรายรอบ
พร้อมกับวิวภูเขาขนาดย่อมเป็นพื้นหลัง

ฉันตั้งใจมานั่งดูพุชการ์ส่งท้ายจากมุมนี้
ก่อนที่จะออกไปจากรัฐราชาสถาน

มีคนที่มานั่งกินอาหารก่อนหน้าอยู่สองคน
พวกเขาไม่ได้มาด้วยกัน และนั่งอยู่คนละโต๊ะ
หนึ่งในนั้นเป็นสาวเอเชียตะวันออก
กำลังสาละวนกับแลปทอปของตัวเอง

ส่วนอีกโต๊ะก็เป็นชายชาวตะวันตก
ที่เอาผ้าพันคอมาโพกพันหัวไว้

ฉันเลือกที่นั่งไม่ไกลไปจากระเบียงนัก
และกำลังนั่งดูรายการอาหารว่าควรสั่งอะไรกินดี



"นี่ ... ระวังนะ ถ้าคิดจะสั่งอาหารอินเดีย"

เสียงจากชายตะวันตกคนนั้นร้องทักขึ้นมาก่อนที่จะพูดต่อ

"เมื่อวานเย็นผมลองสั่งอะไรมากินหนนึงเข้าห้องน้ำทั้งคืนเลย"


ฉันหันไปมองเจ้าของคำพูดนั้น
และเหลือบไปดูอาหารบนโต๊ะของเขา
ก็พอเดาไว้ว่าหมอนี่สั่ง ทาลี (อาหารที่ใส่เป็นถาด) เป็นมากิน ...

สำหรับอินเดียฉันไม่ใช่หน้าใหม่
เลยไม่ค่อยตื่นเต้นกับคำพูดนั้นนัก
ได้แต่นึกบ่นๆ ในใจว่ามาอินเดียทั้งที

จะให้สั่ง ผัดกระเพราเต้าหู้ทอดมากินรึไง?

ก่อนที่เด็กเสิร์ฟจะมาจดเมนูที่เลือกไป
ถัดมาไม่นาน...อิตานั่นก็ย้ายมานั่งคุยที่โต๊ะด้วย
คงไม่ใช่เป็นเรื่องที่ประหลาดอะไรนัก
กับการพูดคุยกับคนแปลกหน้าเมื่อเราต้องเดินทางลำพัง

แต่ เจ้าคนอเมริกันที่แนะนำตัวเองว่าชื่อ Long way นี่สิ
ดูเป็นคนประหลาดพิกล

เขาเล่าเรื่องที่มาเที่ยวเมืองไทยช่วงเดือนก่อน
ตั้งแต่พบรักที่พัทยาและตีตัวจากสาวที่นั่น
กระทั่งได้มาถึงอินเดีย

เขาชวนเล่นทายความคิดจากโจทย์ต่างๆไปเรื่อย
แบบไม่ได้มองเลยว่าฉันจะบรรจงฉีกจาปาตี
คีบตักกวาดกิน มาไลกุฟต้า ใส่ปากได้สะดวกไหม

จะไล่เจ้านี่ไปยังไงดีฟระ ... ฉันกำลังหาทางออกอยู่

โชคดีที่ตอนนั้นพวกเด็กเสิร์ฟสองคนของร้านคอยยืนมองอยู่ห่างๆ
และยังมีสาวหมวยที่นั่งพิมพ์อะไรบางอย่าง อยู่เงียบๆ ด้านหลัง

เลยปล่อยให้แพล่มไปสักพักถ้าไม่มีเรื่องคุยต่อเดี๋ยวก็คงไปเอง...

ผิดคาดเขากลับเริ่มมีเรื่องพูดซุบซิบขึ้นมาเรื่อย ๆ
และเริ่มทำเป็นพูดเสียงเบา คล้ายกับมีเรื่องลับลมคมในจะบอก

เก้าอี้นั่งถูกเลื่อนขยับประชิดใกล้ขึ้นๆ
จากที่ตอนแรกยังมีระยะห่างที่พอควร

มือไม้ก็เริ่มมา เขาทำทีจับมือดูกำไลที่ฉันใส่
และเริ่มโมเมทำทีถาม 
 โอ มันคือจิวเวลรี่เหรอ

มันก็แค่ ลูกปัด ธรรมดา (ว้อย) ฉันตอบ 

เริ่มมั่นใจแล้วว่า ไม่ได้มาดีแหง

หลังกินอาหารจนหมด คงไม่ต้องมัวคิดจะนั่งเตร่ชมวิวต่อ
ทางออกสุดท้ายฉันลุกขึ้นพรวดจากที่นั่งดื้อๆ

"ไปละ ต้องเตรียมไปเก็บข้าวของ ขึ้นรถไฟเย็นนี้"


ตัดบท จบค่ะ



เมื่อลุกออกไปแล้ว... ก่อนที่จะเดินลงบันได
ฉันแอบเห็นเขาย้ายตัวเองไปนั่งเกาะขอบระเบียง
จิบน้ำอัดลมชมวิวทอดสายตาไปทางทะเลสาบอย่างเงียบๆ

ฉันแอบเคืองในใจว่าเจ้าหมอนี่มันทำเสียบรรยากาศซะจริง
ส่วนแม่สาวโต๊ะหลังเธอคงจะพอรู้ทางหนีทีไล่หลังจากนี้แน่นอน
หากตานั่นจะทำทีท่าไปนั่งคุยด้วย

เราเองนั้นไม่รู้ว่าคนแปลกหน้าที่พบเจอนั้นเป็นใครมาจากไหนกัน
ฉันไม่เชื่อเรื่องจุดเริ่มต้นของมิตรภาพจะมาโดยการตีสนิท
ในการเดินทางที่มีมากขึ้นเริ่มทำให้ฉันไม่ค่อยอยากไว้ใจใครนัก

สิ่งที่คิดอยู่ในใจของใครแต่ละคนมันก็ไม่สามารถตีความหมาย
หรือตัดสินได้ในท่าทีแรกได้หรอก

ฉันได้นามบัตรของเควิน หรือนายลองเวย์ มาหนึ่งใบ

มีที่อยู่เวปไซด์ขายอาหารเสริม (supplement)

ที่เป็นธุรกิจของเขาและเฟสบุค ส่วนตัว ....

มีสเตตัสที่ตั้งเป็นโพสสาธารณะเยอะทีเดียว
อะไรบางอย่างในนั้น พอบอกตัวตนของเขาได้บ้าง

อาทิเช่น...





เมื่อวานนี้ ตอนที่ผมได้ไปเดินเที่ยวรอบๆ อุทัยปูร์ (อุทัยปุระ)
ได้พบกับสาวฝรั่งเศสที่เป็นเจ้าของร้านแห่งหนึ่ง

เราก็เริ่มพูดคุยกัน ... ผมหยอกไปว่า
เธอเนี่ยเป็นผู้หญิงต่างชาติคนเดียวที่ได้เห็นในเมืองนี้เลยนะ


จากนั้นก็เริ่มออกปากชวนว่า เราควรไปหาอะไรดื่มกัน
เธอกลับบอกปัด...ยังไปไม่ได้หรอกเพราะติดงานอยู่
ดังนั้นผมก็เลยบอกว่า ไว้หลังเลิกงานก็ได้

เธอบอก "โอเค ...."

ผมเลยเสนอเวลานัดเจอ
โดยบอกถึงเวลาปิดของร้านรวงแถวนี้ก็คงจะราวๆ สี่ทุ่มครึ่ง
แต่สาวฝรั่งเศสดันกลับตอบว่า ร้านของเธอปิดตอนห้าทุ่ม


ผมเดินออกไป และได้ย้อนกลับมา อีกครั้งก่อนสี่ทุ่มครึ่ง
ร้านของเธอดันปิดเป็นที่เรียบร้อย

ผมยืนคอยพักใหญ่ แม่สาวผู้นั้นก็ไม่ปรากฏ

เช้าวันถัดมาผมเจอเธอและถามว่าเกิดอะไรขึ้น ?

แม่สาวนั่นกลับตอบว่าเธอแค่พูดเล่นไม่ได้จริงจังอะไร

และในตอนนั้นก็ดันมีคนอื่นอยู่ด้วยกับเธอซะด้วย

จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม
เธอบอกมาว่า ...ตัวเองรู้สึกไม่ค่อยสบายนัก

ผมได้แต่พูดกลับไป  "โอ มันช่างแย่เสียจริง!"


จากนั้นเมื่อผมกลับไปที่โรงแรมก็จัดการฉี่ใส่ถ้วย
และเดินย้อนไปที่ร้าน ยัยนั่น อีกครั้ง

ผมเขวี้ยงใส่ไปทางหน้าต่าง
หวังว่าร้านของแกคงจะอบอวลไปด้วยกลิ่นฉี่


นังฝรั่งเศสจองหอง!





เหวยยย  ไอ้บ้านี่ มันน่ากลัวจริงๆ ด้วย !!!!





















Create Date : 26 มกราคม 2560
Last Update : 23 มิถุนายน 2560 14:11:41 น. 0 comments
Counter : 448 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณMax Bulliboo


BlogGang Popular Award#13


 
กาบริเอล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]




บันทึกของคน(หัด)เดินทาง
ที่(พยายาม)ทำตัวเป็น Nomad
และครอบครองฝูงแมวอยู่หลายตัว


เริ่มต้นลงบันทึก อย่างเป็นทางการ

ณ วันที่ 16 ม.ค. 2014





(C) ขอสงวนลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย 
ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข 
โดยไม่แจ้งที่มา ก่อนได้รับอนุญาต


Friends' blogs
[Add กาบริเอล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.