Group Blog
 
<<
กันยายน 2565
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
3 กันยายน 2565
 
All Blogs
 
ถนนสายนี้มีตะพาบ 309 : ล้อเลียน

แวะไปเดินที่พาหุรัดเมื่อเดือนก่อนโน้น ซื้อเครื่องเทศ ชา กับแป้งอัตต้า 
แล้วก็แกร่ว ๆ ไปพักนั่งหาอะไรกินกันจากร้านอาหารแถวนั้น เดินสุ่มเข้า
ไปร้านหนึ่งแบบที่ไม่ได้เจาะอะไรเป็นพิเศษนัก เราแค่อยากกินราสมาลัย 
ส่วนคนที่พามาด้วยกัน เจ้าตัวเขาอยากลองกินปานีปุรี (เห็นเพ้อมานานละ)

รอบนี้ไม่ได้เน้นอาหารหลัก จัดมาแต่ของหวาน ของกินเล่น แล้วก็เครื่องดื่ม
หลังจากเลือกเอาของกินเล่นที่ตอนนี้เป็นกระแสไปแล้วอย่าง Pani Puri หรือ
มีอีกหลายชื่อเรียกอย่าง golgappa, 
phuchka ฯลฯ ต่างกันตามแต่ละพื้นที่ 

สำหรับเราแล้วเคยกิน ปานีปุรี ตอนไปเที่ยวอินเดีย ในลักษณะที่ขายเป็น
street food พอมาเห็นตอนมันขึ้นอยู่ในเมนูสั่งกินที่โต๊ะบนร้านอาหารก็
ดูไม่ค่อยจะคุ้นหน้าคุ้นตาสักเท่าไหร่



เรื่องของ ปานีปุรี ที่เคยเขียนไว้ | วิธีกิน Pani Puri จากร้านรถเข็น นะนาย
: https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=wachii&month=09-2016&date=25&group=16&gblog=61



มาพูดถึงรูปแบบของขนมกินเล่นที่ว่านี้กันต่อ ทางร้านจะเสิร์ฟทุกอย่างมาอยู่
ในจาน บรรดา Puri ลูกเล็ก ๆ ที่ยัดไส้มันฝรั่งบดและถั่วเอาไว้แล้วทั้งเก้าชิ้นจะ
ถูกนำมาวางเรียงล้อมกับถ้วยใส่น้ำปรุงรส

พนักงานของร้านแนะนำตัวน้ำจิ้มเสริมที่มีตั้งไว้ประจำทุกโต๊ะที่เป็นซอสมะขามเปียก
และซอสสะระแหน่ ให้เอามาลองผสมกับน้ำปรุงตัวหลักเพื่อเพิ่มรสชาติให้หลากหลายขึ้น

เมื่อปานีปุรีมาอยู่ในรูปแบบของกินบนโต๊ะ ก็ต้องใช้วิธีหยิบจับมาตักกันเองนี่แหละ
(จะไปให้พนักงานมายืนกรอกน้ำปรุงใส่ปุรีแล้วยื่นลงจานให้ มันก็ใช่เรื่องป่ะ 555)
ถึงรสชาติจะคล้ายกับที่เคยลองกินในอินเดียอย่างไม่ผิดเพี้ยนเท่าไหร่ อรรถรสของ
ปานีปุรีมันอยู่ตรงจังหวะการรับส่งระหว่างลูกค้าและผู้ขายต่างหากที่เป็นไฮไลท์เด็ด

เรากลัวคนที่มาด้วยเขาจะไม่เข้าใจกับกรรมวิธีการกินแบบต้นฉบับ เลยอาสาหยิบ
ปุรีชิ้นจิ๋วในจานมาตักน้ำกรอกลงไปเกือบเต็มแล้วท่ายื่นให้ ตั้งใจจำลองเหตุการณ์
ล้อเลียนอย่างที่เคยเห็นเคยกินจากร้านรถเข็นฯ  เสียดายที่ทางร้านเขาไม่มีจานเล็ก
สำหรับเอาไว้ให้ถือรองรับ ปานีปุรีชิ้นนั้นเลยต้องเลี้ยวกลับมาเข้าปากตัวเองแทน  




...


จากเอนทรี่ย์เก่าเมื่อหลายปีก่อน ภาพที่นำมาลงประกอบดูไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่
หนล่าสุดที่ได้กลับไปอินเดีย (ปี 2019) เราก็เลยถือโอกาสแวะชิมอีกครั้ง และถ่ายภาพ
ร้านรถเข็นของคุณลุงคนหนึ่งที่ไปอุดหนุนมาฝากกันค่ะ ลุงขายในราคาถูกที่สุดเท่าที่เคย
เจอมาเลยคือ 10 รูปี/5 ชิ้น โดยร้านลุงมีน้ำปรุงรสให้เลือกแค่สองแบบคือหวานและเค็ม  





⭗ Puri ชิ้นเล็ก จากแผ่นแป้งที่ผ่านการทอดจนพองกรอบนำวางใส่ในพื้นที่จัดเก็บบนรถเข็นเพื่อเตรียมขาย




 ผู้ขายหยิบปุรีมาทีละชิ้น แล้วเอานิ้วกดเจาะให้แตก ใส่ถั่ว มันฝรั่งบด หรืออื่น ๆ ลงไปตามแต่ละสูตรของร้าน
ก่อนที่จะนำไปกรอกน้ำและวางลงบนจานเล็กให้กับเรา (ลูกค้าได้แต่ทำหน้าที่ถือจานรอเท่านั้น) น้ำปรุงที่ใส่มา
ถ้ามากไปก็เทมันลงในจานรองก่อนแล้วค่อยยกซดตบท้ายหลังกินจนหมดแล้วก็ได้




⭗ ร้านคุณลุงคนขาย Pani Puri ที่เราแวะไปอุดหนุนหนล่าสุด ที่เมือง Rewalsar  





ถ้าให้เปรียบเทียบ ระหว่างได้กินในร้านกับแบบที่ไปยืนกินข้างจากรถเข็น 
เราชอบปานีปุรีแบบไหนมากที่สุด คำตอบในใจคงเอนไปให้ทางรูปแบบ
อาหารริมทางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของมันเองแต่แรก ไม่ใช่เพราะราคาที่
ถูกหรืออร่อยกว่าที่ร้านอาหาร แค่เรารู้สึกว่ามันสนุกมากกว่ากันเท่านั้นเอง



 


Create Date : 03 กันยายน 2565
Last Update : 4 กันยายน 2565 14:03:09 น. 13 comments
Counter : 789 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณtoor36, คุณSweet_pills, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณtuk-tuk@korat, คุณnewyorknurse, คุณเริงฤดีนะ


 
กินข้างทางผมรู้สึกว่ามันให้บรรยากาศแบบชาวบ้าน หรือคนท้องถิ่นมากกว่าแบบในร้าน แต่ถ้าชอบสบายหน่อย ในร้านก็เป็นทางเลือกที่ดี


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 4 กันยายน 2565 เวลา:16:09:45 น.  

 
@toor36 : เพิ่งเคยกินที่ร้านครั้งแรก มันแลดูดีเกิ๊นนน


โดย: กาบริเอล วันที่: 4 กันยายน 2565 เวลา:16:48:13 น.  

 
อาหารอินเดียไม่ค่อยคุ้น(เลย) ครับ แต่ที่เห็นเขากินใช้มือจับ
...
ขอบคุณที่ให้ความรู้ว่า อะลู คือมันฝรั่งในภาษานั่น... ปกติคน
เชียงใหม่ไม่ค่อยรู้ว่ามันอะลูคืออะไร บังเอิญผมจำได้ตอนเป็น
เด็กอยู่ อ.ปาย เกือบทั้งหมดเป็นคน ไตใหญ่

ที่บ้านมีคนงานเป็นขมุ หรือชาวเขามาอยู่มาำทำงาน ที่บ้านคุณปู่คุณย่า คนงานที่ทำปางไม้ก็เป็นพวกชาวเขา น่าจะมีพม่าปน
มีคนผิวคล้ำนัยตาคล้ำอยู่ด้วย... สันนิษฐานว่า พม่ากับอินเดีย
เป็นเขตติดต่อกัน สองเชื้อชาติเลยแต่งงานอยู่กินกัน ผิวบางคน
เลยคล้ำ... มีการขายพลอยคงจะนำมาจากอินเดียมั้ง รวมทั้ง
เขาปลูกมันอะลูบนเขา แล้วขนลงมาแลก ยาสามัญที่แม่ซื้อ
จากเชียงใหม่มาขายที่ร้านครับคุณฟ้า


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 5 กันยายน 2565 เวลา:5:58:55 น.  

 
@ไวน์กับสายน้ำ : การกินอาหารอินเดีย เขามีช้อนให้ก็หยิบใช้ได้นะคะ ไม่ผิดผี


โดย: กาบริเอล วันที่: 5 กันยายน 2565 เวลา:13:05:49 น.  

 
ดูจากรูปกะขนาดไม่ถูกแฮะ
ปานีปุรีร้านรถเข็นอินเดียกะด้วยสายตาน่าจะพอ ๆ กับขนมตาล
แต่ของที่คนเล็บสวยถืออยู่นั่นดูใหญ่กว่าลูกปิงปองนิดหน่อย
น่าจะกินคำเดียวได้เลยมั้ง :D

แต่ปานีปุรีที่พาหุรัดมันดูดีเกิ๊นนน (ไปหน่อย) จริง ๆ ด้วย
ถ้าไม่บอกไว้ว่าคืออะไร เราก็นึกว่ายูโร่คัสตาร์ดเค้ก ^^"


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 5 กันยายน 2565 เวลา:18:09:59 น.  

 
@ทุเรียนกวน ป่วนรัก : อย่าซูมนะ อุตส่าห์หาอะไรมาแปะบัง
ความเล็บลอกไว้ 555 ที่ร้านเขาน่าจะใช้แผ่นแป้งกึ่งสำเร็จรูปมาทอดนะ ทรงกลมดิกเท่ากันทุกลูกเลย


โดย: กาบริเอล วันที่: 5 กันยายน 2565 เวลา:19:43:29 น.  

 
ความอร่อยมันไม่ได้ขึ้นกับรสชาติอย่างเดียว มันมีส่วนควบด้วยนะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 6 กันยายน 2565 เวลา:10:17:04 น.  

 
tuk-tuk@korat : ถ้าได้แค่รสชาติอร่อยเฉย ๆ โลกไม่ค่อยจำคับพี่ตุ๊ก


โดย: กาบริเอล วันที่: 6 กันยายน 2565 เวลา:12:43:49 น.  

 
เป็นมนต์เสน่ห์ของStreet food ร้านริมทางนะคะน้องฟ้า
ดีจังงวดนี้เขียน ตะพาบ:ล้อเลียน ด้วย
เขียนอะไรก็ชวนอ่าน ชวนไปชิมตาม
ถ้าในไม่ตก..จะไปเดินพาหุรัด สำเพ็ง
และคลองโอ่งอ่าง ดูบ้าง

กรรมวิธีการทำและการกิน Pani Puri น่ารัก
และมีหลากหลายใส้ด้วย

ดีจังค่ะ..


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 8 กันยายน 2565 เวลา:7:01:59 น.  

 
ถ้าฝนไม่ตก*


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 8 กันยายน 2565 เวลา:7:04:40 น.  

 
@เริงฤดีนะ : ช่วงหลังฟ้าก็ติดทำอาหารอินเดียกินเอง เวลาแวะไปแถวนั้นเลยไปลงที่ขนมซะมากกว่า

ที่หน้าตรอกจะมีของกินเล่นอย่าง samosa กับ pakora ทอดขายร้อน ๆ ฟ้าเคยซื้อกินที่อินเดียนะแต่ยังไม่เคยชิมจากพาหุรัด คงต้องฝากพี่อ้อไปชิมแทนซะแล้ว


โดย: กาบริเอล วันที่: 8 กันยายน 2565 เวลา:19:39:33 น.  

 
ตอนนี้กำลังอยากกิน
อาหารอินเดียมากจ๊ะ
น่ากินเนาะน้องฟ้า


โดย: อุ้มสี วันที่: 13 กันยายน 2565 เวลา:18:00:05 น.  

 
@อุ้มสี : เครื่องเทศฟ้ามีเกือบครบนะพี่อุ้ม
ขาดแค่หม้อแรงดัน 5555


โดย: กาบริเอล วันที่: 14 กันยายน 2565 เวลา:9:25:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กาบริเอล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




ชอบต้นไม้, แมว, หนังสือ
และออกเดินทางท่องเที่ยวบ้าง

ไม่ชอบพบปะผู้คนมากนัก
เป็นมนุษย์จำพวก introvert

การเขียนบล็อก
คืออีกพื้นที่บอกเล่าผ่านตัวอักษร
และตัวตนของเราก็อยู่ในสิ่งที่เขียนค่ะ

ขอบคุณ Bloggang
สำหรับพื้นที่แบ่งปันตรงนี้

....

เริ่มต้นลงบันทึกอย่างเป็นทางการ
ณ วันที่ 16 ม.ค. 2014


###ไม่สะดวกพูดคุยหลังไมค์นะคะ###

© ขอสงวนลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย 
ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข 
โดยไม่แจ้งที่มา ก่อนได้รับอนุญาต


New Comments
Friends' blogs
[Add กาบริเอล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.