Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
21 กรกฏาคม 2560
 
All Blogs
 
เรื่องป่วย ๆ - คอแตก



ในเอนทรี่ก่อนสำหรับ อาการ Bell's Palsy ที่พ่วงแถมมากับ งูสวัดฯ นั้น
เพื่อน ๆ บล็อกทั้งหลายก็อาจรู้สึกดี ที่ จขบ. มีการไหวตัวรีบไปหาหมอทันเวลา
แต่สำหรับเรื่องป่วย ๆ ที่จะเล่าหนนี้ มันช่างแสนจะตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง Smiley



ช่วงปลายปี 2011 ...ตรงบริเวณด้านข้างลำคอฝั่งซ้ายมีตุ่มขนาดเล็กขึ้นอยู่
หากคิดจะเทียบหาตำแหน่งล่ะก็ ให้ลองแตะที่หลังโคนหูแล้วลากลงมาประมาณ 3 นิ้ว 
จากนั้นก็เขยิบถอยหลังไปอีกราว ๆ 1 นิ้ว มันเคยมีตุ่มขนาดเล็กโผล่ขึ้นมา
คล้ายกับว่าจะเป็นสิวหัวช้างก็ไม่เชิงหรอก อีกทั้งเราไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร
และคงคิดว่าอีกไม่นานก็คงยุบไปเอง 

หลังจากปล่อยไปเรื่อย ๆ นานเป็นเดือน เจ้าตุ่มเล็กก้อนนั้น
ก็ไม่ได้เล็กลงเลยสักนิด มันดูเหมือนจะขยายใหญ่อีก
จนดูคล้ายกับมีตาตุ่มมาขึ้นอยู่ข้างคอ (ขนาดก็ประมาณนั้น)
เมื่ออาการเจ็บเริ่มมีตามมา เราก็เริ่มทนไม่ได้ 
เพราะมันเหมือนกับเนื้อด้านในคอถูกหยิกแรง ๆ 
หรือหนักไปกว่านั้นก็ปวดร้อนคล้ายถูกไฟจี้
ถึงมันจะไม่ได้ส่งจังหวะความเจ็บนี้ไปตลอดทั้งวันก็ตาม
แต่พอมันส่งอาการบอกเตือนทีนึงก็แทบสาหัส

เราเริ่มรู้สึกเครียดว่ามันจะลามลึกกินเนื้อด้านใน หรือติดเชื้อด้วยอีกหรือปล่าว ... 
ที่คออีกด้านในตำแหน่งเดียวกัน ก็ดันมีตุ่มขึ้นเหมือนกับด้านซ้ายในระยะเริ่มแรกเปี๊ยบ
มาถึงตอนนี้เราเริ่มเข้าใจว่าทำไมคนหลายคนกลัวที่จะไปหาหมอ
คงเพราะไม่อยากฟังเรื่องร้าย หรือกระทั่งเจอการรักษาที่เจ็บปวดแน่ ๆ
ทั้งที่มันควรจะต้องเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับมากกว่าปล่อยให้ลุกลาม

และอยู่ ๆ ก็พาลคิดไปจนถึงเรื่องเล่าที่คนแก่แถวบ้าน
พูดถึงใครสักคนในสมัยก่อนโน้น เป็นฝีที่คอตาย

เอาเหอะ ... ถ้าจะต้องโดนผ่า โดนเจาะที่คอ 
หรือหมอจะทำวิธีไหนก็ไม่สนแล้ว
"ยังไม่อยากตาย"  บอกตรง ๆ
และแล้วในที่สุดเราก็ยอมไปตรวจก้อนที่คอจนได้


....


ที่ห้องตรวจ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังจากคุณหมอรับฟังอาการที่บอกเล่า
และตรวจบริเวณคอทั้งสองข้างอย่างคร่าว ๆ ก็ให้ข้อสัญนิษฐานเบื้องต้นว่า
เราอาจเป็นวัณโรคต่อมน้ำเหลือง แต่ก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายยาให้กิน ก็ต้องไปตรวจ
ก้อนเนื้อที่ว่าด้วย  จากนั้นหมอก็นัดวันมาพบอีกในอาทิตย์ถัดไป



จบแล้ว ?

รึปล่าว ?

เฮ้....ยังสิ ต้องไปรอคิวเจาะคอก่อน !



ก็ในวันเดียวกันนั่นแหละ เราจำเป็นต้องไปรอคิวเข้าตรวจกับอีกแผนก
ซึ่งเป็นหมอเฉพาะทาง หู คอ จมูก ... ตื่นเต้น จนมือเย็น ไปหลายรอบ
เพราะไม่รู้ว่าไอ้ที่ต้องมาตรวจคอกับเจาะเอาตัวอย่างเนื้อเยื่อไปตรวจในแลป
เค้าทำกันยังไงหนอ ?

ทันทีที่ถึงคิวของเรา และได้เดินเข้าห้องตรวจ
ในใจก็เริ่มเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ มีคุณหมอผู้หญิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวโต
พร้อมกับพยาบาล(น่าจะสองคน) ที่กำลังตระเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ กันอยู่
คุณหมอสาวสวมผ้าปิดปาก ในมาดนางพญา (ส่วนบรรยากาศห้องก็เงียบกริบ) 
กำลังทำการลนอุปกรณ์บางอย่างเพื่อฆ่าเชื้อบนไฟตะเกียงแอลกอฮอล์

หนนี้หมอไม่ถามหรอกว่าคนไข้เป็นอะไรมา
เพราะอ่านจากแฟ้มข้อมูลที่ส่งมาจากห้องตรวจแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก็จึงได้เริ่มตรวจคลำที่คอพอเป็นพิธีก่อน จากนั้นก็ต่อด้วยช่องปาก
"อ้าปากค่ะ"  หมอเริ่มสำรวจช่องคอด้านในจากไฟฉาย และเอาสิ่งบางอย่าง
มาแตะโคนลิ้นเพื่อมองให้ลึกขึ้น  แต่คงมองไม่ถนัดมั้ง

"คนไข้ออกเสียง อี๊ ด้วยค่ะ" หมอให้บอกให้ออกเสียง อี๊ ลากยาว ... 
ระหว่างที่วัตถุก้านยาวนั่นยังคงวางกดทับตรงโคนลิ้นอยู่เนี่ยนะ ?

อะ อะ อ๊อก ...  

เราว่ามันจะ อ๊อก มากว่า อี๊

(ไม่เชื่อก็ลองทำดูจิ) 



หลังจากผ่านการตรวจช่องคอไปอย่างทุลักทุเล (คนไข้พยายามเต็มที่แล้ว)
ไคลแม็กซ์ ของเรื่องก็เริ่มขึ้น ... แท้น แท้น แท้นนนน

เมื่อได้ขึ้นไปยังเตียงตรวจ ก็มีสำลีชุปแอลกอฮอล์ป้ายนำร่องก่อน
เราเหลือบไปเห็นเข็มที่หมอถือก่อนลงมือ มันไม่ใช่ขนาดเดียวกับเข็มฉีดยานะ
เข็มเจาะมันโตกว่ามาก !  (จะวิ่งหนีตอนนี้ยังทันไหมเนี่ย?)

พยาบาลก็ช่วยจัดท่าวางศีรษะที่เหมาะสมให้ จากนั้นก็ทำพิธีเช็ดแอลกอฮอล์นำร่อง
ต่อมา หมอก็ลงเข็มที่ก้อนคอโดยตรง (เจ็บมาก) และควานแทง สุ่มหาเนื้อด้านใน
เพื่อสูบดึงออกมาไว้ในกระบอก อยู่สองสามหน ...ไม่รู้ว่าไปโดนเส้นอะไรเข้าที่คอมั้ย
เพราะอยู่ดี ๆ ไหล่ซ้ายมันกระตุกขึ้นมาในตอนนั้นเฉยเลย คุณพยาบาลก็คอยจับมือ
จับไหล่ตลอด .... ก็ไม่ได้ร้องว่าเจ็บนะ แต่น้ำตามันดันไหลแบบกลั้นไม่ได้เลยล่ะ

เมื่อได้เจาะเอาเนื้อเยื่อตัวอย่างไปแล้ว พยาบาลก็ทำการเอาผ้าก๊อซมาปิดไว้
มันก็แค่มีเลือดซึมนิด ๆ แบบที่ไปฉีดยา, เจาะเลือด นั่นแหละ
จากนั้นก็กลับบ้าน รอผลตรวจและกลับมาพบหมอในสัปดาห์ถัดไปแค่นั้น

ช่วงนั้นเราไว้ผมสั้นมาก ตรงช่วงลำคอจึงเป็นที่น่าสังเกตได้ง่าย
ก็เลยเอาผ้าก๊อซมาแปะทับ กันคนสงสัยว่าเป็นอะไรมา...เพราะอาการบวม
มันเข้าขั้นน่าเกลียดแล้ว แต่อย่างน้อยก็แค่บ่ายเบี่ยงโม้ไปว่าเป็นแผลก็จบ

สองวันแรกหลังจากที่เจาะคอตรวจ ก็ดูเหมือนว่ามันจะยุบลงนิด ๆ
แม้จะยังรู้สึกเจ็บตามเดิมอยู่ หลงดีใจไปได้ไม่นาน มันก็บวมเป่งขึ้นกว่าเดิมซะอีก
ที่หนักไปกว่านั้น ผิวหนังตรงก้อนเนื้อเริ่มคล้ำและแห้งเป็นสะเก็ดเหมือนผิวที่ตายแล้ว


ในค่ำวันหนึ่ง ขณะที่เรานั่งเล่นตามปกติ อยู่ ๆ ผ้าก๊อซที่แปะพรางตาไว้
มันก็ร่วงลงพื้นเพราะมีของเหลวซึมออกมาจากคอ ... แผลแตก ! 

ก็ได้แต่ทำความสะอาดแผลขั้นพื้นฐานแก้ขัดไปก่อน  ส่วนวันรุ่งขึ้นแน่นอนว่า
ต้องไปโรงพยาบาลสถานเดียว เพราะดูทรงแล้วจะปล่อยให้แห้งเองไม่ได้
(คงไม่ต้องรอให้ถึงวันหมอนัดตรวจหรอก)

คราวนี้ต้องมาล้างแผลที่แผนก ER แทน

"ไปโดนอะไรมา" รอบนี้เป็นพี่บุรุษพยาบาลที่รับหน้าที่ 
เราเปิดรูปที่ถ่ายไว้ให้ดูตอนที่แผลมันแตกนี่แหละ พร้อมบอกอาการให้ฟัง
แกบอกว่ามันเป็นลักษณะของฝี แล้วก่อนหน้านี้จะรู้สึกปวดคล้ายกลัดหนองใช่ไหม?...

อืม...อาการปวดที่ผ่านมาคงต้องใช้คำนี้สินะ

จากนั้นเขาก็เตรียมอุปกรณ์ล้างแผลมาทำการรักษา แม้แผลจะแตก
แต่ขนาดก้อนที่คอมันก็ยังบวมเหมือนเดิม

"ต้องกดเอาหนองออกมาก่อน ทนเจ็บหน่อยนะ"


เรานั่งบนเตียงเอามือเกาะขอบไว้อย่างแน่น บุรุษพยาบาลเอาก้านไม้พันสำลี
ชุบแอลกอฮอล์มาเช็ดรอบนอกก่อน พอได้ที่ก็หยิบเอาก้านใหม่มากดเค้นรอบ ๆ
ให้หนองมันออกมา จนแกคิดว่าน่าจะพอได้แล้ว 

น้ำตาไหลแบบไม่อายแล้วตอนนั้น

ถัดมาก็ดึงคีบผ้าสีขาวที่เป็นเส้นออกให้เห็นอีก เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร...

"ผ้าก๊อซแบบนี้เขาจะเอาไปใส่ไว้ในแผลลึก เพื่อซับหนองที่อยู่ด้านใน"  

หลังบอกสรรพคุณ เขาก็ตัดออกมายาวราว ๆ สี่นิ้ว พร้อมถาม  

"อยากลองใช้บ้างไหม?"


เรารีบส่ายหน้าเลยว่าไม่ 

"ไม่อยากลองก็ต้องลองแล้วล่ะ แผลลึกขนาดนี้"

เอ๊า แล้วเมื่อกี้จะถามทำม๊ายยยย

พี่บุรุษพยาบาล ค่อย ๆ เอา ก๊อซ เดรน ( gauze drain) 
กดดันใส่เข้าไปในช่องแผลเรื่อย ๆ จนเต็มโพรงที่คอ
เรียกว่าเกือบหายบวมเป็นที่เรียบร้อย แต่กลายมาเป็นโพรงแผลแทน
เป็นวันที่เจ็บที่สุดในการทำแผลตอนนั้นก็ว่าได้

และนี่คือสิ่งที่เราต้องมาเจอในทุก ๆ วันค่ะ ...

ช่วงแรกของการทำแผลเจ็บอย่างบอกไม่ถูกเชียวหละ ทั้งเวลาดึงก๊อซเก่าออกมา
ป้ายแอลกอฮอล์รอบปากแผล (มันจะจี๊ด ๆ ) ต่อด้วยลงเบตาดีน แถวรอบนอกปากแผล 
แล้วก็ใส่ก๊อซเดรน ยัดเข้าไปใหม่ และปิดท้ายด้วยแผ่นก๊อซที่โปะทับลงอีก
ก็นานเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ กว่าจะรู้สึกด้านชาจนไม่รู้สึกเจ็บได้เวลาทำแผลเนี่ย 
เราต้องรักษาแผลไปแบบนี้จนกว่ามันจะตื้นเสมอกับเนื้อที่คอถึงจะได้รับอนุญาติให้ทำเองได้
ซึ่งก็ใช้เวลายาวนานไปถึง 3 เดือนแน่ะ แต่กว่าแผลจะหายจริง ๆ ก็โน่นอีกสองเดือนให้หลัง  
และช่วงระหว่างนั้นก็ต้องทนลำบากหน่อยตอนอาบน้ำ เพราะต้องเลี่ยงโดนน้ำอีกด้วย


....


กลับมาที่เรื่องของการรับยารักษาต่อ ในส่วนของวัณโรคต่อมน้ำเหลืองจะไม่แพร่เชื้อติดต่อ
ทางลมหายใจ และน้ำลาย เหมือนกับวัณโรคปอด ดังนั้นการใช้ชีวิตจึงไม่มีอะไรต้องระแวดระวัง
จนดูผิดปกติแปลกแยก นอกเสียจากที่คอจะมีรอยปะผ้าปิดแผลโชว์อยู่

หมอจะจัดยาสำหรับวัณโรคให้เดือนละหน มันจะต้องกินต่อเนื่องไปจนถึงหกเดือน
ซึ่งตัวยานั้นจำเป็นต้องกินให้ตรงกำหนดเวลา ใน 24 ชั่วโมงด้วยนะ
เช่น หากเริ่มกินครั้งแรกตอนช่วง หนึ่งทุ่ม วันถัดไปก็ต้องกินในเวลาเดียวกันด้วย
หากเกินจากนั้นอาจส่งผลให้เกิดอาการดื้อยา และการรักษาจะไม่ต่อเนื่อง
ถ้าแย่ถึงขั้นนั้นคงต้องเริ่มต้นกลับมารับยากันใหม่ (จากเดิมหกเดือน...ก็คงลากยาวไปอีก)

ยาชุดแรกที่ได้มากิน ก็ตกอยู่ประมาณ 11 เม็ดได้ ...เยอะโคตร
แต่หลังจากนั้นก็มีการปรับลดตัวยาไปตามสูตร ซึ่งการนัดตรวจก็ต้องมาให้สม่ำเสมอทุกเดือน



เรื่องป่วยครั้งนี้คงต้องเรียกว่าน่าจะหนักหนาที่สุดแล้วในชีวิต
อ้อ ...แต่ที่ดีไปกว่านั้น ตุ่มที่ขึ้นตรงคออีกข้างมันก็ยุบหายไปนะ เลยไม่ต้องมารอลุ้นว่า
มันจะสำแดงฤทธิ์เดชอะไรอีก ก็เหลือแค่รอยบากตรงคอที่ยังคงเป็นแผลเป็นให้เห็นอยู่

และบางทีเราก็ใช้แกล้งอำคนอื่น ๆ ได้ด้วย :)

มีอยู่หนหนึ่ง ตอนที่ได้ไปเที่ยวประเทศลาวกับกลุ่มเพื่อน
พวกเราได้ร่วมตั้งวงปูเสื่อกินข้าวกับเหล่าคนท้องถิ่นที่โน่น (ซึ่งรู้จักกันอยู่แล้ว)
ขณะที่รอกับข้าวส่งมา พวกเด็กที่นั่งล้อมด้านข้างดันเหลือบมาเห็นรอยแผลที่ว่าเข้า

คงเพราะวันนั้นมันร้อน ก็เลยรวบผมขึ้นด้วยล่ะ 

"คอเจ้าเป็นหยัง?" 

พอน้องชาวลาวคนหนึ่งถามขึ้น ...
ก็กลายเป็นเรื่องที่ดึงความสนใจให้คนข้าง ๆ พากันจ้องมองที่คอเรา
คนที่นี่เขาพูดไทยได้นะ แต่บางทีก็ใช้ภาษาปน ๆ กันเพื่อให้เราเข้าใจ


"ข้อย โดน ปืนยิง" 


"เย้ยยย ...."  

แล้วพวกเขา ก็พากันร้องและสะดุ้งพร้อมกันยังกับนัดไว้






จบเพียงเท่านี้ละเนอะ ไม่มีตอนต่อไปแล้วนะคะ 
ก็หวังอย่างมากว่าคงจะไม่เจอมหากาพย์การรักษาแบบ non-stop เช่นนี้อีก

ก็แหม....บรรยากาศที่โรงพยาบาล
มันไม่บันเทิงเหมือนซีรีย์ scrubs ซะหน่อย !





Create Date : 21 กรกฎาคม 2560
Last Update : 22 กรกฎาคม 2560 10:16:37 น. 18 comments
Counter : 729 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtoor36, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณเนินน้ำ, คุณhaiku, คุณ**mp5**, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณSai Eeuu, คุณขุนเพชรขุนราม, คุณGorjai Writer, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณtuk-tuk@korat, คุณInsignia_Museum, คุณschnuggy, คุณชีริว


 
ฟังแล้วเจ็บแทน ไม่รู้ว่าถ้าตัวเองเจอแบบนี้บ้างจะเป็นไง บางทีเรารู้สึกว่าทนได้ แต่น้ำตาก็ไหล คงเป็นกลไกของร่างกายมั้งที่ทำให้เราร้องเมื่อเราเจ็บปวด

โดนยิง ได้ยินแบบนี้ก็ช็อคเหมือนกันนะครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 21 กรกฎาคม 2560 เวลา:17:03:13 น.  

 
นั่งอ่านแล้ว เจ็บแทน เอัย รู้ว่าเจ็บแน่นอน แทงแล้วคว้านไปมา

เป็นผมร้องอ๊ากซ์ แล้ว 555

เคยตรวจพบเป็น ก้อนแผ่นหลัง หมอตรวจแล้ว นอนคว่ำฉีดยาชา
แล้วกรีด เอาซีสออก เย็บ ๆ ทำแผลไม่กี่ครั้งก็เสร็จ

คุณฟ้า รักษาทารุณมาก ๆ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 21 กรกฎาคม 2560 เวลา:18:35:47 น.  

 
จ๊ากกกก เจ็บ ๆ เจ็บตอนหมอใช้เข็มยักษ์เจาะคอแล้ว มาเจ็บอีกตอนเอาหนองออกจากแผลนี่แหละ ใช่พี่มั้ย ไม่ใช่นี่นา ฟ้าเจ็บ เอ๊ย เป็นพี่ก็น้ำตาไหลพรากเหมือนกันแหละ มันออกมาเองเนอะ


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ข้ามขอบฟ้า Klaibann Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Review Food Blog ดู Blog
ฟ้าใสวันใหม่ Home & Garden Blog ดู Blog
เตยจ๋า Technology Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Review Travel Blog ดู Blog
sawkitty Travel Blog ดู Blog
กาบริเอล Diarist ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

*** มันไม่ใช่(u)ขนาด(/u)เดียวกับเข็มฉีดยานะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 21 กรกฎาคม 2560 เวลา:20:36:24 น.  

 
อ่านแล้วเสียวจังเน้อ
พี่ก็มีประสบการณ์คล้าย ๆ แบบนี้ค่ะ
ถูกกิ่งพุทราเฉี่ยว ๆ ที่หลังเท้าแค่แผลถลอก
วันดีคืนดีหลังเท้าบวมเป่ง ต้องไปหาหมอ
หมอต้องกรีดดูปรากฏว่าเป็นหนองข้างในเป็นรูแบบน้องฟ้าเล่าเลย
ต้องไปคว้านล้างแผลอยู่นาน เจ็บเนาะ แต่หมอหล่อมากกกกกก 555


โดย: เนินน้ำ วันที่: 21 กรกฎาคม 2560 เวลา:20:42:06 น.  

 
แวะมาเยี่ยม สวัสดีครับ


โดย: **mp5** วันที่: 22 กรกฎาคม 2560 เวลา:13:33:05 น.  

 
โหดแท้...

นึกถึงเอเลี่ยนกำลังเอาอะไรแหลม ๆ จิ้มที่คอเหยื่อ
เหยื่อดิ้นปั๊ด ๆ เลยหนีไปได้ แต่ก็ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ที่คอ
อะไรประมาณนั้น (e ตานี่นึกภาพโหดไปมั้ย -_-")
หวังว่าคงหายขาดนะ ขนาดนึกภาพตามเฉย ๆ ยังกลัวเลย ^^"

อ่านเอนทรีย์ก่อนแล้ว
คนที่เคยเป็นงูสวัด ก็อาจเป็นอีกเรื่อย ๆ ถ้าร่างกายอ่อนแอ
เชื้อยังอยู่แถวปลายเส้นประสาทในตัวเรานั่นแหละ
เนี่ย...ทำแฮตทริกเป็นมา 3 ครั้งแล้ว
(แต่อย่าเจอะอย่าเจอกันอีกเลยจะดีกว่า ^^")


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 22 กรกฎาคม 2560 เวลา:15:37:16 น.  

 
อ่านแล้วไม่อยากไปหาหมอใดๆ เลยค่ะ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสิรฐจริงๆ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 22 กรกฎาคม 2560 เวลา:22:13:51 น.  

 
อ้าวคิดว่าหายดีแล้วหลังจากเป็นงูสวัด
กำลังมึมหัวจากบล็อดเป็ดของทั่นขุนครับ
เอาไว้กลับมาอ่าน ขอตัวออกไปข้างนอกเพื่อออกกำลังกายหน่อยนะครับ


โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 23 กรกฎาคม 2560 เวลา:4:46:10 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ขอรับ
กลับมาอ่านจนจบซะที่
เขียนแบบนี้ดีนะ อยากให้บล็อกเกอร์ท่านอื่น
ที่เคยรับการรักษาโรคต่างๆแชร์แบบนี้บ้างครับ
เป็นวิทยาทาน และได้บุญด้วย


โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 26 กรกฎาคม 2560 เวลา:6:03:51 น.  

 
อ่านดูขำดีนะคะ ออกเสียงอิ๊ แต่คนป่วยไม่สนุกหรอกเนอะ

ตัวเองก็ป่วยนั่นนี่บ่อยเหมือนกัน ไม่เจ็บป่วยใด ๆ ดีที่สุด ขอให้สุขภาพดีนะคะ


โดย: honeynut วันที่: 26 กรกฎาคม 2560 เวลา:9:04:35 น.  

 
อ่านแล้วเจ็บแทนเลยค่ะ เรื่องเจ็บป่วยนี่ไม่มีใครอยากเจอแต่ก็หนีไม่พ้นนะคะ
ส่งกำลังใจให้ค่ะ


โดย: Gorjai Writer วันที่: 27 กรกฎาคม 2560 เวลา:8:44:08 น.  

 
อ่านเรื่องราวฝีต่อมน้ำเหลืองแล้วน่าสงสาร
ตอนนั้นฟ้าคงจะเจ็บปวดทรมานมาก
แต่ยังไงก็ผ่านมาหลายแีแล้วเนาะ
แล้วตอนนี้มีผลอะไรตามมาหรือปล่าว
เช่น ฝนตก แดดออก อากาศร้อนมาก
อาจมีอาการเจ็บจี๊ดขึ้นมาอีก หรือว่าหายขาดเลย
แต่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ดูต่างหน้าจ้ะ

ปี 2011 พี่ก็เข้าสอง รพ. เป็นปีที่หนักสำหรับเหมือนกัน
แต่ก็ผ่านมาด้วยดี มีชีวิตและสุขภาพแข็งแรงจนถึงทุกวัันนี้
ถึงจะมีโรคประจำตัวติดมาตลอดนะ 555

อีกสักพักพี่ก็จะหยุดพักบล๊อกแล้วจ้า
คงไม่ได้คุยกันอีกนาน ฟ้ารักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 30 กรกฎาคม 2560 เวลา:13:41:44 น.  

 
กลัวเข็มเหมือนกันค่ะ แค่จะไปทำฟันความดันก็ขึ้นละ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 กรกฎาคม 2560 เวลา:13:48:56 น.  

 
ขั้นตอนการรักษา ดูบรรยากาศรอบข้างแล้วชวนน่ากลัว
ถ้าผู้ที่หน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย ให้กำลังใจบ้างก็จะดีไม่น้อยครับ
บางอาจเป็นเรื่องธรรมดาของเขาที่ต้องเจอ ในการเก็บตัวอย่าง ลืมไปว่าคนป่วยที่เข้าไปหา เพิ่งเป็นครั้งแรก อาจจะตระหนกไปบ้าง
ขอให้คุณฟ้าหายเร็วๆนะครับ



โดย: Insignia_Museum วันที่: 30 กรกฎาคม 2560 เวลา:14:45:06 น.  

 
วีรกรรมกับหมอหล่อยังไม่จบแค่ผ่าแผลที่เท้านะคะ รอบหลังมีเย็บแผลที่มือด้วย 17 เข็ม งวดนั้นหวยออก 16 กลับไปต่อว่าหมอเย็บแผลถี่ไป ไม่งั้นถูกหวยล่ะ 5555


โดย: เนินน้ำ วันที่: 31 กรกฎาคม 2560 เวลา:23:18:10 น.  

 
หวัดดีจ้ะฟ้า ไส้กรอกที่เยอรมันมีหลายชนิดมาก
พี่ไม่แน่ใจนะว่าไส้กรอกเป็นอาหารประจำที่แฟรงเฟิร์ตหรือปล่าว
แต่ไส้กรอกที่เรียก Rote Wurst อร่อยมาก ก็เห็นมีอยู่ทุกที่



ภาพพี่ก็กดลูกเดียวไม่ได้หามุมเลย เบลอไม่เบลอไม่ได้ดูเลย

ก็เลยมีแผลเป็น แต่ถ้าไม่คิดมากมันก็ไม่มีอะไรเนาะ งั้นก็ไม่ต้องคิดมาก อิอิ

อีกไม่กี่วันพี่ก็จะพักแล้วล่ะ คงอีกนานกว่าจะได้เข้ามาบล๊อกอีก
ดูแลตัวเองมากๆนะจ๊ะ


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 1 สิงหาคม 2560 เวลา:3:28:37 น.  

 
แมว ๆ อยู่ระหว่างทาง ดูเหมือนมีคนเลี้ยงอยู่จ้ะฟ้า ไม่ใช่แมวจร ขนนุ่มนิ่มมาก แต่เค้าเลี้ยงอยู่นอกบ้านก็มีมอมบ้างตามประสาล่ะ เค้าน่าจะได้กลิ่นเจ้าพวกลูกพี่ มาพันแข้งพันขากันใหญ่ มี 3 ตัว ถ่ายมาได้แค่ 2 ตัว น่ารักดี

อะไร ๆ ที่นี่ ดูเค้ามีกิมมิค มีลูกเล่นเยอะไปหมด น่ารักน่าเอ็นดู ไม่ว่าของกินของใช้ ถนนหนทาง สิ่งละอันพันละน้อย ใส่ความน่ารักไปหมด เฮ้อ ประทับใจ ต้องไปอีกเนาะ

คุณลุงเป่าเพลงชาติ โห พอได้ยินนะ มากกว่าความดีใจ คือภูมิใจ ปลื้มปริ่มมากเลยฟ้า ขอบคุณ คุณลุง จริง ๆ แกเป่าสองรอบนะ อีกรอบขออนุญาตแกถ่ายคลิป แกก็เป่าให้ฟังใหม่ ต่างคนต่างโค้งแล้วโค้งอีก

มาสคอตเค้าน่ารัก ๆ ทั้งนั้นเลย เผื่อฟ้าอยากดูตัวอื่น ๆ ด้วยจ้ะ https://www.dek-d.com/board/view/3469361/


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 1 สิงหาคม 2560 เวลา:20:22:34 น.  

 
ฮ่วย เป็นฝีที่คอตาย - -" ไปผจญภัยข้ามทวีปเสี่ยงตายมาโชกโชน อย่ามาเป็นฝีที่คอตายนะครับ
เวลาหมอตรวจลำคอเกลียดอีแท่งหล็กที่มันกดลิ้นอยู่จริงๆ อ้วกจะแตก ทำให้อร่อยกว่านี้ก็ไม่ได้
ว่าแต่วิธีเอาเจ้าก้อนนี้ออกคือเข็มเจาะดูดเนี่ยนะ!! ทีแรกคิดว่าจะเอาเข็มมาฉีดยาชาแล้วตัดออกซะอีก
ฝีแตกเป็นหนอง ต้องเอาผ้ายัดเข้าไปในโพรงเพื่อซับหนองข้างใน ฮึ้ย...-*- นึกภาพตามแล้วน่ากลัวมาก
ตอนนี้คอยังมีรูอยู่ป่ะครับ ไม่เคยสังเกตเลยแฮะ (แหงละเคยเจอกันแค่สองครั้ง)


โดย: ชีริว วันที่: 14 สิงหาคม 2560 เวลา:21:07:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กาบริเอล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]




บันทึกของคน(หัด)เดินทาง
ที่(พยายาม)ทำตัวเป็น Nomad
และครอบครองฝูงแมวอยู่หลายตัว


เริ่มต้นลงบันทึก อย่างเป็นทางการ

ณ วันที่ 16 ม.ค. 2014





(C) ขอสงวนลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย 
ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข 
โดยไม่แจ้งที่มา ก่อนได้รับอนุญาต


Friends' blogs
[Add กาบริเอล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.