Group Blog
 
 
มีนาคม 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
27 มีนาคม 2557
 
All Blogs
 
เกาะขอบเวที ดูรามายณะ





ป้ายโปรโมทงานเทศกาลอินเดีย กับคำโปรยที่เรามักจะคุ้นเคย " Incredible India " 

หากพูดถึง "รามายณะ" แล้วก็คงจะนึกถึงเรื่องตำนานที่ยิ่งใหญ่ของแดนอินเดีย
ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเรื่องที่เล่าสืบทอดต่อ ๆ กันมาในพื้นที่ชมพูทวีปกว่า 2,400 ปี 
โดยผู้ที่รจนาเรื่องราวนี้ก็คือฤาษีวาลมิกิ  ทั้งนี้รามายณะได้ถูกนำมาประพันธ์ไว้
เป็นบทร้อยกรองประเภทฉันท์ ซึ่ง
ภาษาสันสฤตเรียกว่า โศลก เป็นจำนวน
24,000 โศลกด้วยกัน และแบ่งออกเป็น 7 ภาค

ซึ่งเราคนไทยอาจจะมักจะคุ้นเคยกับ รามเกียรติ์  กันดี (ซึ่งดัดแปลงเนื้อหามา
จากมหากาพย์รามายณะ) และหากไม่ใช่เรื่องที่ผ่านตาจากตำราหนังสือเรียน ก็
อาจจะเคยเห็นในรูปแบบการแสดงผ่านทางนาฏศิลป์โขนกันมาบ้างล่ะ แต่ทั้งนี้
มันก็ได้ถูกเกลาเรื่อง ให้กลืนเข้ากับวัฒนธรรมของไทยไปมากจนฉันนึกภาพตัว
ละครอย่าง 
พระราม พระลักษมณ์ นางสีดา หนุมาน ทศกัณฐ์ นางมณโฑ ฯลฯ
ในแบบดั้งเดิมแทบ
จะไม่ออก และบ่อยครั้งที่มีหนังอินเดียว่าด้วยเรื่องรามเกียรติ์
มาฉายทีไร ทำไมหนอเราถึงรู้สึกว่าตัวละครต่าง ๆ ดูไม่เห็นเหมือนกับในโขนหรือ
เรื่องจากตำราไทยสักนิด




แผ่นพับที่ได้รับแจกในงานหลังลงทะเบียน โดยจะมีตารางการจัดงานในวันต่าง ๆ แจ้งไว้


วันนี้เรามีโอกาสได้ไปชมการแสดงรามายณะในรูปแบบนาฎศิลป์อินเดียที่เรียกว่า
"ภารตนาฏยัม" ที่เป็นเหมือนกับการได้ไปเห็นการเล่าเรื่องผ่านต้นฉบับดั้งเดิมก็ว่าได้
จากงานเทศกาลอินเดีย ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประ-
เทศไทยและกระทรวงวัฒนธรรมของอินเดีย
ที่ศาลาเฉลิมกรุง เมื่อ 25 มีนาคม
(2014) ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้ก็ได้จัดแสดงเพียงรอบเดียวในกรุงเทพฯ เสียด้วย

เราไปถึงก่อนเวลาเริ่มแสดงนานพอสมควร เพราะอยากได้ที่นั่งแถวด้านหน้า ด้วย
จะได้ถ่ายภาพง่าย ๆ ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นเราได้แถว B ตำแหน่งใกล้เวทีพอดี เยื้อง
กับกลุ่มนักดนตรีด้วย (แต่น่าเสียดายที่มุมนั้นจะมีภาพปลั๊กไฟติดมาด้วยตลอด)
ส่วนผู้ที่มาเข้าชมงานต่างก็มีทั้งชาวอินเดีย ชาวไทย และชาวต่างชาติบางส่วน
หากมองโดยคร่าวแล้ว เรื่องของที่นั่งในงานก็คงเรียกได้ว่าเกือบเต็มโรง    

โดยก่อนจะเริ่มการแสดงอย่างเป็นทางการนั้น จะมีการยืนทำความเคารพในเพลง
สรรเสริญพระบารมีตามธรรมเนียม(เหมือนกับตามโรงหนังทั่วไปนี่แหละ) ทุก ๆ
คนต่างก็พากันยืนตรงและนั่งลงเมื่อเพลงจบ แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีเสียงเพลงที่ร้องสด
ดังขึ้นผ่านไมค์โดยไม่มีดนตรีประกอบ เราได้เห็นชาวอินเดียต่างพารีบลุกขึ้นยืน
โดยไว เลยทำให้ต้องรีบลุกตามเขาด้วย 
ซึ่งเรามารู้ภายหลังว่านั่นคือเพลงชาติ
อินเดียที่ชื่อว่า 
Jaya Gana Mana 

หลังจากนั้น ท่านเอกอัครราชทูตฯ นายหรรษ วรรธน ศฤงคลา (Harsh Vardhan
Shringla) ก็ขึ้นมากล่าวเปิดการแสดง และต่อมาไฟบนเวทีก็เริ่มหรี่ดับลงจนมืด 



พื้นที่สำหรับนักดนตรีตรงมุมซ้ายของเวที จะทำการบรรเลงเพลงและร้องขับไปตลอดการแสดง


เราเริ่มมองเห็นแสงไฟผ่านจอแสดงข้างเวทีที่มีติดไว้สองฟาก ฉายแสดงคำแปล
ตามเสียงเพลงที่เริ่มขึ้น โดยเพลงแรกนั้นจะใช้กล่าวสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า
(ตามคติของฮินดู) 
และถัดมาจึงเริ่มเล่าเรื่องตามคำร้องไปตามทำนองเพลงที่เป็น
เอกลักษณ์เฉพาะ

ต่อจากนั้นภาพเงาของนักแสดงที่ยืนตั้งท่ารอกันอยู่บนเวที ก็ปรากฏรูปร่างชัดขึ้น
บนฉากสีฟ้า พวกเขาพาเล่นร่ายรำกันตามเพลงและบทบาทของแต่ละคน โดยจำ
ได้ว่าตัวละครหลัก ๆ ในฉากแรกนั้นจะมี หนุมาน ชมพูพาน (เพิ่งรู้ว่าในต้นฉบับ
ชมพูพานเป็น หมี!) สุครีพ พระราม และ พระลักษมณ์
และแม้ว่าการแสดงนี้จะไม่มีบทพูดโดยตรง แต่พวกเขาจำเป็นต้องใช้ท่าทางและ
ส่งสีหน้าในการบอกความรู้สึกให้สอดคล้องไปกับคนร้องพากย์เล่าเรื่องด้วย ส่วน
บางช่วงที่ต้องเต้นก็จะเน้นการย่ำเท้าคล้ายกับเต้นแท็ป เพื่อกระแทกเสียงกระพรวน
ตรงข้อเท้าให้เคาะดังเป็นจังหวะตามเพลงไปด้วย  




เมื่อไฟบนเวทีเริ่มฉายสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ร่างของนักแสดงที่ยืนตั้งท่าคอยอยู่ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้น 


คณะนักแสดงทั้งหมดนี้มาจาก "มูลนิธิกาลักเชตรา" เมืองเจนไน
พวกเขาได้หยิบยกเนื้อเรื่องบางส่วนของรามายณะมาแสดงกันในตอน
Mahakumbabishekam : ขึ้นครองราชย์




ยักษ์พิเภก ได้ทำความเคารพต่อพระรามและขอเข้าร่วมเป็นฝ่ายเดียวกัน



นักแสดงกำลังแสดงท่าทางเหมือนกับเทน้ำลงบนศีรษะของตัวละครที่เล่นในบทพิเภก
คล้ายเป็นสัญลักษณ์การประกอบพิธีฯ เข้ารับพิเภกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายตน    



หนึ่งในฉากการสู้รบ ที่หนุมานได้ขึ้นไปยืนต่อตัวบนร่างของสุครีพ



ฉากคั่นรายการของเหล่านางฟ้าที่พากันออกมาพูดถึงการสู้รบของระหว่างฝ่ายความดีและความชั่ว



ฤาษี (จำชื่อตัวละครไม่ได้) ได้ออกมาเปิดเผยให้พระรามทราบถึงผลของสงคราม
ว่าจะจบลงอย่างไรเพื่อคลายความวิตกกังวล



การสู้รบระหว่าง พระรามและทศกัณฑ์


เรื่องราวในตอนนี้เริ่มขึ้นจาก พิเภกผู้เป็นน้องชายของทศกัณฑ์ ได้ยอมศิโรราบ
ต่อพระรามและเปลี่ยนข้างมาอยู่กับฝ่ายตรงข้ามแทน 
เพราะไม่สามารถหว่าน
ล้อมทศกัณฑ์ให้เห็นผลร้ายของการลักพาตัวนางสีดาได้


ต่อมาพระรามพร้อมเหล่ากองทัพวานรก็ได้พากันสร้างสะพานข้ามมหาสมุทร
และได้ต่อสู้กับทศกัณฑ์ 
ในวันแรกของการสู้รบพระลักษมณ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส
แต่ก็ปลอดภัยเพราะได้รับการรักษาจากสมุนไพรวิเศษ และหลังจากที่สู้รบกัน
อย่างดุเดือด ...ในที่สุดทศกัณฑ์ก็ถูกฆ่าตาย 

ต่อมาเมื่อได้ตัวของนางสีดากลับคืน  ก็เกิดเรื่องราวของความระแวงขึ้นว่า
ระหว่างที่ถูกจับตัวมาอยู่กับทศกัณฑ์นั้น นางได้ปันใจให้กับอสูรร้ายหรือไม่
ดังนั้น นางสีดาจึงได้ประกาศพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยการอธิษฐาน
และเดินลุยเข้ากองไฟต่อหน้าพระราม และเมื่อเรื่องทุกอย่างได้ถูกคลี่คลาย
และจบลงด้วยดี พวกเขาทั้งหลายก็ได้เดินทางกลับไปยังเมืองอโยธยากัน
เพื่อขึ้นครองบัลลังก์ตามคำเชิญของพระภรตผู้เป็นน้องชาย หลังจากที่ออกไป
รอนแรมในป่ากันนานถึง 14 ปี ตามท้องเรื่องอย่างที่ทราบกัน 



ถัดมาพระรามก็กำลังนั่งรอการปรากฏตัวของ "สีดา" 



สีดาออกมาปรากฏตัว ในขณะที่หนุมานได้ล้มตัวลงไปนอนกราบที่พื้น 
แต่ท่าทีของพระรามก็ยังคงนั่งนิ่งเฉยอยู่



เนื่องจากพระรามเกิดการเคลือบแคลงใจในตัวของสีดา ดังนั้นคนอื่น ๆ
จึงพากันพูดโน้มน้าวให้ทั้งสองเข้าใจกัน แต่ถึงยังไงพระรามก็ยังไม่ยอมฟัง



พระลักษมณ์ กำลังพยายามเกลี้ยกล่อมพระราม



สีดาจึงร้องขอให้พระลักษมณ์ช่วยเตรียมกองไฟให้กับตน เพื่อทำการเดินไฟพิสูจน์ความจริง



เมื่อสีดาได้ทำการเดินลุยไฟ 'เทวีลักษมี'ก็ได้ปรากฏกายซ้อนขึ้นเพื่อบอกถึงการอวตารลงมาของตน



และในที่สุดสีดาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าตัวเองนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี



พอทราบข่าวการกลับมายังอโยธยาของพระราม พระลักษมณ์ และนางสีดา แล้ว
พระภรตจึงได้นำรองพระบาทของพระรามที่เคยมอบให้ ขึ้นมาทูนเอาไว้เหนือศีรษะ
และเดินแห่ออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ 



พระรามก็ได้ขึ้นเถลิงราชย์ครองบัลลังก์โดยมีนางสีดาประทับอยู่เคียงข้าง




นักแสดง นักดนตรี ตลอดจน เอกอัครราชฑูต และคนอื่น ๆ
มายืนถ่ายรูปพร้อมกันบนเวทีหลังจบการแสดง  


นี่เป็นครั้งแรกของเรา สำหรับการชมรามายณะผ่านรากเหง้าเดิมในระบบความคิด
ขอ
ชาวอินเดีย ที่พวกเขาจะมองดูเรื่องราวนี้เพื่อปลุกวิญญาณของผู้ฟังให้หวนคืน
สู่สัจจะธรรม ดังนั้นเราจึงรู้สึกว่าเรื่องราวของรามเกียรติ์ที่คุ้นเคยมาตลอด กับมหา-
กาพย์รามายณะ จะมีความต่างกันพอสมควร 

การแสดงในวันนี้ค่อนข้างประทับใจและไม่เคยคิดเลยว่า "นาฏศิลป์ของอินเดีย"
จะมีรูปแบบการเต้นและร่ายรำแบบนี้ด้วย นี่แสดงว่าที่ผ่านมานั้นเราเองก็รู้จักแต่
วัฒนธรรมอินเดียที่ส่งผ่านมาจากภาพยนตร์เพียงด้านเดียวล่ะสินะ






"เจี๊ยก......พระรามหล่อ"

หนุมานมิได้กล่าวไว้


" อื่น ๆ "

- มูลนิธิกาลักเชตรา 
https://www.kalakshetra.in/

- ตัวอย่างของการเรียน ภารตนาฏยัม 
https://www.youtube.com/watch?v=ogF5Rbzqakg




Create Date : 27 มีนาคม 2557
Last Update : 27 ธันวาคม 2560 9:12:14 น. 23 comments
Counter : 658 Pageviews.

 
เจิมๆๆๆ
อยากดูๆ
อลังการณ์จังเลย ค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 27 มีนาคม 2557 เวลา:12:39:34 น.  

 
อืมๆ
ต่างกับโขนรามเกียรติ์มากๆ นะคะ
พี่คิดว่า โขนไทยเน้นเรื่องการออกลีลาท่าทาง และเครื่ิงทรงอันอลังการมากกว่าเรื่องราว (หรือเปล่า)
แต่ที่แน่ๆ คือรามายณะอินเดีย และชาติอื่นๆ ล้วนแต่ทำเวทีและแสงสีได้ดีกว่าโขนไทยทั้งหมด
แฮ่


โดย: secreate วันที่: 27 มีนาคม 2557 เวลา:16:05:17 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปบลอกค่ะ ตอนจบของอินดี้ อินเดียมาแล้วนะคะ


โดย: Love At First Click วันที่: 27 มีนาคม 2557 เวลา:16:09:58 น.  

 

Like ให้เป็นคนที่ 4
น่าไปดูมากเลยนะคะ
ขอบคุณที่นำภาพและเรื่องราวมาฝาก



โดย: อุ้มสี วันที่: 27 มีนาคม 2557 เวลา:22:25:07 น.  

 
ดูแล้วเหมือนได้ดุหนังอินเดียเลยค่ะ อิอิ
ลืมแบบโขนไปเลย จะว่าไปดูแบบนี้อาจจะเข้าใจได้ง่ายกว่าหรือเปล่าคะ
จริงๆแล้วมีโอกาสอยากไปชมมากๆ ชอบค่ะ

cardamon ภาษาไทยน่าจะเรียกว่า กระวานเทศนะคะ
เป็นเครื่องเทศที่คนไทยอาจจะไม่คุ้นเคย แต่เพื่อนที่เป็นอิสลามบอกว่ามีติดบ้านไว้ตลอดเลยค่ะ กลิ่นเค้าหอมเฉพาะมากๆ เอามาชงชาก็หอม ^_^


โดย: AdrenalineRush วันที่: 27 มีนาคม 2557 เวลา:23:43:53 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องฟ้า

ถ้าหมิงหมิงรู้
คงจะรบเร้าให้พาไปดู 555

พี่ก๋าไม่เคยอ่านรามเกียรติ์เลย
จนต้องอ่านเพราะลูกอยากฟังนี่ล่ะครับ 5555


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มีนาคม 2557 เวลา:6:42:53 น.  

 
มีลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อพระรามค่ะ คือหล่อมาก นี่ก็ตำนาน หล่อเหมือนกันค่ะ

แม่โม


โดย: mariabamboo IP: 110.171.186.163 วันที่: 28 มีนาคม 2557 เวลา:8:20:34 น.  

 
tui/Laksi Sports Blog ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Home & Garden Blog ดู Blog
กาบริเอล Art Blog ดู Blog


Morning..Friday


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 28 มีนาคม 2557 เวลา:9:24:34 น.  

 
แอบส่องว่าที่นักกีฬาทีมชาติในอนาคต ให้น้องซีออกกำลังกายเล่นกีฬาตั้งแต่เด็กนี่ดีมากๆเลยค่ะ เด็กๆเดี๋ยวนี้นั่งติดหน้าจอกันเยอะ
โดย : wachi (กาบริเอล

มี๊เก๋หากิจกรรมให้น้องซีทำอยู่เสมอค่ะ ไม่ค่อยได้ให้อยู่หน้าจอเลยค่ะ

สำหรับนาฎศิลป์อินเดีย ดีจังเลยนะคะที่ได้ไปดู จัดรอบเดียวเสียด้วย

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้


โดย: มี๊เก๋+ป๊าโอ๋=ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 28 มีนาคม 2557 เวลา:9:25:09 น.  

 
555 อ่านมาอย่างอินเลย มาขำเอาตรงเสียง เจี๊ยก ที่หนุมานมิได้กล่าวไว้

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวและภาพที่ได้นำมาให้ดูชมนะครับ


โดย: bite25 วันที่: 28 มีนาคม 2557 เวลา:16:16:27 น.  

 
พี่ก๋าไม่เคยอ่านรามเกียรติเลยนะ
จนมามีลูกนี่ล่ีะครับ
น่าจะชอบมาจากเพื่อนๆที่โรงเรียนครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มีนาคม 2557 เวลา:22:56:04 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องฟ้า



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มีนาคม 2557 เวลา:6:32:41 น.  

 
ไปเชียงรายทริปนี้
พี่ก๋าได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นสองวันซ้อนเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มีนาคม 2557 เวลา:11:53:08 น.  

 
ไม่เคยได้ดูสดๆ แบบนี้เลยค่ะ..
พระราม หล่องจิงๆ อ่ะค่า..


โดย: tifun วันที่: 29 มีนาคม 2557 เวลา:12:48:59 น.  

 
55555 กำลังอ่านซึ้งๆ มาสะดุดกับคำสุดท้ายน่ะ
หนุมานน่าจะกล่าวไว้ซะหน่อยเนาะ

ไม่ได้ขับเลื่อนเหมือนกันค่ะ ใจไม่ถึง แหะๆ
แถมต้องยกไม้ยกมือ เพราะตะโกนคงไม่ได้ยิน
แต่จริงๆมันไม่น่ามีอะไรค่ะ ใจไม่ถึงเอง อิอิ

ฝันดีค่าคุณฟ้า


โดย: schnuggy วันที่: 30 มีนาคม 2557 เวลา:1:40:25 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: ugly princess วันที่: 30 มีนาคม 2557 เวลา:8:32:19 น.  

 
น่าเอาเทเลไปซูมมากครับ ท้าทายอำนาจกล้องมากๆเลย


โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 30 มีนาคม 2557 เวลา:23:21:35 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องฟ้า


ย่ามของหลวงพี่น่าจะมีคนถวายให้ครับ
และคนๆนั้นน่าจะเป็นแฟนอันเหนียวแน่นของแมนฯยูเลยครับ 555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 มีนาคม 2557 เวลา:6:18:39 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณน้องฟ้า..

เป็นเทศกาลที่น่าสนใจมากๆนะค่ะ

เสียดายที่จบไปแล้ว..

มีความสุขมากๆนะค่ะ



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 31 มีนาคม 2557 เวลา:14:22:29 น.  

 
น่าดูชมมาก เครื่องแต่งกายเขาหรูสวยมากค่ะ

นึกย้อนไปตอนแม่ซองฯเด็กๆ
ที่บ้านทำกิจการโรงหนัง
ทางภาคใต้นิยมดูหนังอินเดียค่ะ
และหนังอินเดียก็เข้าโรงบ่อยมากที่สุด
แม่ซองฯเป็นเด็กดูหนังทุกคืน
เพราะฉายแค่วันละเรื่อง
ที่ได้ดูมากก็หนังอินเดียชุดรามเกียรติ์นี้ค่ะ
ไม่ต้องอ่านหนังสือเลยมีหลายตอนมาก
แถมดาราเขาทั้งสวยทั้งหล่อค่ะ
หลงพระเอกอินเดียเลย อิอิ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 31 มีนาคม 2557 เวลา:22:01:20 น.  

 
ต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว แต่จะว่าไปประเทศไทยนี่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจากหลายๆ ประเทศแล้วก็ปรับจนแทบจะเรียกได้ว่ากลืนเป็นวัฒนธรรมของตัวเองเลยทีเดียว

ในรูป (น่าจะ) นางสีดา ชุดดูอลังการดีจริงๆ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 1 เมษายน 2557 เวลา:0:08:33 น.  

 
จขบ.นี้ไปไหนน้อ..
ปิดเทอม ไปเที่ยวไกลแน่นอน


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 2 เมษายน 2557 เวลา:11:24:15 น.  

 
ไหนไหน ใครกันกล่าวไว้ว่าพระรามหล่อ เจี๊ยกๆ นั่นเอง 5555 แหม่ แหม่ แหม่ แหม่ สาวๆนี่เป็นอย่างนี้ทุกราย แล้วใยนายน้ำฟ้าล่ะก็ชอบเผลอหลุดภาพเสือดาวโชว์นิสนุงเป็นกระษัยเน้อะ อิอิ กระษัยใครหว่า ^^


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 2 เมษายน 2557 เวลา:15:10:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กาบริเอล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]




เริ่มต้นลงบันทึกอย่างเป็นทางการ
ณ วันที่ 16 ม.ค. 2014





(C) ขอสงวนลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย 
ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข 
โดยไม่แจ้งที่มา ก่อนได้รับอนุญาต


New Comments
Friends' blogs
[Add กาบริเอล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.